MY EX1
NAMNUENG
"ฉันเบื่อทุกอย่างที่เป็นเธอ เธอก็รู้ว่าฉันพยายามมาตลอด แต่ฉันว่า แม่งไม่โอเคว่ะ" นั่นคือคําพูดที่ก้องกําลังจะใช้บอกเลิกฉัน ฉันชื่อหนึ่ง และเขาคือก้อง แฟนของฉันเอง
ฉันคบกับเขามาเกือบสี่ปี เราเจอกันที่วันเกิดเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม เขาคือเพื่อนของเพื่อนสนิทฉันอีกที เรารู้จักกันตั้งแต่วันนั้นและสานสัมพันธ์กันมาตลอด
เขาขอฉันเป็นแฟนตอนที่พวกเราอยู่ปีหนึ่งเทอมสอง เราลึกซึ้งกันหลังจากที่คบกันเป็นแฟนได้สามเดือน เขาย้ายมาอยู่กับฉัน เราสองคนอยู่ด้วยกันทุกวัน
ช่วงปีแรก ชีวิตรักของเราสองคนราบรื่นดี พอเริ่มเข้าปีที่สองเราก็ทะเลาะกันบ้างตามประสาคู่รักทั่วไป แต่ไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นที่จะเลิกกัน เข้าปีที่สามก้องเริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดในขณะที่ฉันยังเหมือนเดิมทุกอย่าง...
ฉันเป็นผู้หญิงที่ ไม่ค่อยแสดงความรู้สักเท่าไหร่ เรียกได้ว่าไม่ใช่ผู้หญิงที่อ่อนหวาน หรืออ่อนโยนเลยสักนิดเดียว แต่ถ้าถามว่าฉันรักเขาไหม บอกได้เลยว่ารักมาก วันแรกที่รักยังไง ทุกวันนี้ก็ยังรักเขามากเหมือนเดิม
ช่วงหลังๆมานี้เขาบอกว่าฉันน่าเบื่อ ขี้บ่น ชอบหาเรื่องทะเลาะทั้งๆที่ต้นเหตุของการทะเลาะมันก็ มาจากเขาซะส่วนใหญ่
เขามักจะออกไปเที่ยวกับเพื่อน กลับดึก บางทีก็กลับสว่าง หรือไม่ก็เย็นของอีกวันไปเลย ที่ฉันบ่นเพราะฉันกลัวว่าเขาจะเสียการเรียน
เขาเรียนหมอแล้วตอนนี้เขาก็อยู่ปีสี่กําลังจะขึ้นปีห้าแล้ว ฉันเป็นห่วงเรื่องสุขภาพเป็นห่วงเรื่องการเรียนของเขา แต่เขากลับมองว่าที่ฉันพูด ที่ฉันบ่น มันน่าเบื่อมากจนเกินไป
“นายต้องการจะบอกอะไร" ฉันจ้องมองเสี้ยวหน้าที่หล่อเหลาแบบไร้ที่ติของเขาก่อนที่จะถามเขาขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
“พวกเราน่ะต่อให้พยายามยังไง แม่งก็ไม่ดีขึ้น” เขาพูดกับฉันนะแต่สายตากลับจ้องมือถือไม่วางตาเหมือนกําลังพิมพ์โต้ตอบกับใครอยู่
"จะเลิก?" ฉันถามเขาออกไปสั้นๆ ร่างกายเริ่มสั่นเทิ้มเพราะกลัวคําตอบที่กําลังจะหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกสีพีซของเขา
"ฉันก็ไม่ได้อยากเลิก เธอก็รู้ว่าฉันพยายามแล้ว"
"พูดตรงๆเถอะอย่าอ้อมค้อม เสียเวลา" ฉันพูดพลางเงยหน้าขึ้นมองเพดานเพื่อพยายามไล่น้ำตาให้มันกลับลงไป คนตรงหน้าไม่ได้มีท่าที่สนใจฉันสักนิด แต่เขากลับจ้องมองมือถือแล้วอมยิ้มอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"อืม ก็คงตามนั้นแหละ" คําพูดที่เขาพูดออกมามันเป็นการยืนยันได้อย่างดีว่าเขาต้องการจะเลิก ที่ผ่านมาถึงเราสองคนจะทะเลาะกันแรงแค่ไหน แต่มันก็ไม่ได้แรงถึงขั้นที่จะบอกเลิกกันแบบนี้เลย
“โชคดี" คําพูดที่ดีที่สุดของฉัน ก็คงจะมีแค่คํานี้เพียงคําเดียว
"เธอเองก็เหมือนกัน โชคดี" เขาพูดก่อนที่จะลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง จากนั้นก็เก็บมือถือลงกระเป๋าแล้วมองสบสายตากับฉันเป็นครั้งสุดท้าย
"ฉันไปเก็บกระเป๋าให้นะ" ฉันพูดพร้อมกับหันหลังให้เขาแล้วปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาในทันที
"ไม่ต้องหรอก ไม่มีอะไรสําคัญ" ความเจ็บปวดแล่นปราดเข้ามาสู่ห้วงหัวใจของฉัน หัวใจมันปวดหนึบ มือไม้ชาขึ้นมาอย่างฉับพลัน ร่างกายมันเหมือนจะหมดแรงอยู่รอมร่อ แต่ก็ต้องฝืนยืนให้อยู่เพื่อแสดงให้เขาเห็นว่าฉันไม่ได้อ่อนแอ
“อืม...ขอให้นายโชคดี" สิ้นเสียงสนทนาของฉัน ก็ได้ยินเสียงปิดประตูดัง “ปัง” ฉันทรุดตัวนั่งลงกับพื้นทันทีที่ก้องออกจากห้องไป หยาดน้ำตามากมายพรั่งพรูออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง
ฉันกอดตัวเองพลางนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาของเราสองคน ถึงแม้มันจะไม่ดีนัก...แต่ฉันก็จะไม่มีวันลืม
หลายเดือนผ่านไป...
"ไง" นั่นคือเสียงทักทายจากคนที่ฉันคุ้นเคยเสียงเขาเป็นอย่างดี
"ไม่เจอกันนาน สบายดี?" ใช่แล้ว เขาคือก้อง ร่างสูงของเขายืนพิงประตูรถพร้อมกับพ่นควันสีขาวออกจากปาก
"อืม" ฉันเลือกที่จะตอบเขาออกไปสั้นๆแล้วมองหาเพื่อนร่วมงานที่มาสังสรรค์ที่ร้านอาหารแห่งนี้ด้วยกัน ไม่น่าบอกว่าจะเดินออกมารอที่รถเลย..
"เย็นชากับฉันจังเลยนะ" เขาทิ้งก้นบุหรี่ลงกับพื้นก่อนที่จะยกฝ่าเท้าขึ้นบดขยี้จนมันมอดดับไป
"ฉันเปล่า" ฉันตอบเขาแต่สายตากลับมองหาเพื่อนร่วมงานเพื่อหาข้ออ้างที่จะออกไปจากตรงนี้
"เห็นอยู่ว่าเย็นชา ไม่ดีใจเหรอที่เจอฉัน" เขาถามพลางมองมาที่ฉันด้วยสายตากรุ้มกริ่ม
"ทําไมต้องดีใจ" ฉันถามเขาก่อนที่จะตัดสินใจเดินเลี่ยงออกมา
"ว้าย! ปล่อยนะ!" ฉันสะดุ้งโหยงเมื่อถูกคว้าข้อมือเอาไว้อย่างแรง
"ไม่ดีใจที่เจอผัวเก่าเลยเหรอที่หนึ่ง" ที่หนึ่ง นั่นคือชื่อของฉันที่เขาใช้เรียกตอนที่เราสองคนยังคบกันอยู่ เหตุผลที่เรียกฉันแบบนั้นก็ไม่ใช่อะไรหรอก เขาเคยบอกว่าฉันคือที่หนึ่งเสมอสําหรับเขา
เรื่องนั้น...ช่างมันเถอะ มันไม่มีอะไรให้น่าจดจําเท่าที่ควร
"ฉันชื่อน้ำหนึ่งแล้วฉันก็ไม่ดีใจเลยสักนิดที่ได้เจอนาย" ฉันหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาก่อนที่จะตัดสินใจพูดประโยคเมื่อครู่ออกไป
"แต่ฉันดีใจมากที่เจอเธอ ตามหาตัวตั้งนาน ไม่คิดว่าจะเจอกันในที่แบบนี้เลยนะ...เมียเก่า"
"..."