บทที่1 ทำไม่เป็น
“ค่าผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจอยู่800,000บาทค่ะ ราคานี้ถือว่าถูกแล้วเพราะคุณไม่จำเป็นต้องจ่ายทีเดียว แต่สามารถแบ่งจ่ายในระยะเวลาที่มารับการรักษาเรื่อยๆ หลังจากเปลี่ยนหัวใจได้ค่ะ” พยาบาลสาวเอ่ยบอกกับคนตัวเล็กที่ตอนนี้เริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดกับจำนวนเงินที่พยาบาลบอกกับเธอ
และถึงจะบอกว่าแบ่งจ่ายทีหลังได้ก็เถอะ แต่นี่มันเงินแสนนะจะไปหามาจากไหนกันล่ะ!?
“น้องฉันจะอยู่กับหัวใจของเขาในตอนนี้ได้นานแค่ไหนคะ”
“อันนี้ขึ้นอยู่กับคนไข้นะคะว่าเขาจะสามารถทนได้แค่ไหน เพราะอาการของเขาสามารถที่จะกำเริบได้ตลอดเวลา”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ..ขอฉันกลับไปคิดดูก่อนนะคะ”
“ค่ะ ถ้ามีอะไรโทรมาปรึกษาทางโรงพยาบาลได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนะคะ”
“ค่ะ”
ยี่หวาผู้หญิงที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับน้องที่ป่วยเป็นโรคหัวใจเพียงสองคน เธอต้องทำงานหาเงินมารักษาน้องทุกๆ เดือนจนมาถึงวันที่น้องเธอเริ่มจะมีอาการหนักขึ้นกว่าทุกๆ ครั้งและค่ารักษาก็เพิ่มขึ้นไปตามอาการ นั่นยิ่งทำให้ผู้เป็นพี่อย่างยี่หวาต้องร้อนใจเป็นอย่างมาก เพราะเธอมีน้องสาวเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวที่ยังเหลืออยู่
“หยี..หนูจะทนได้นานมั้ยนะ?” ยี่หวาเดินเข้ามาในห้องพักฟื้นของน้องสาวพร้อมกับนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงแล้วใช้มือลูบศรีษะของยาหยีอย่างอ่อนโยน
“อืม พี่หวา..ร้องไห้ทำไมคะ?” ยาหยีลืมตาขึ้นมาพร้อมยื่นมือเล็กไปปาดน้ำตาบนแก้มของพี่สาวออก
“เปล่า..หนูเจ็บมั้ย” ยี่หวารีบใช้มือปาดน้ำตาบนแก้มของตัวเองออกแล้วกุมมือเล็กของน้องสาวไว้
“เจ็บค่ะ..แต่หยีทนได้” คำพูดของน้องสาวทำให้ผู้เป็นพี่อย่างยี่หวาถึงกับปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอาบแก้มเนียนขาวอีกครั้ง
“ถ้าพี่เลือกได้ พี่อยากเจ็บแทนหนูนะ” ยี่หวาพูดแล้วดึงน้องสาวเข้ามากอด ทำไมคนที่ต้องนอนอยู่ในชุดของโรงพยาบาลไม่ใช่เธอ คนที่เกิดมาพร้อมกับโรคหัวใจถึงไม่ใช่เธอ ทำไมต้องเป็นน้องสาวคนสวยคนนี้ด้วยก็ไม่รู้…
“อย่าเลยค่ะ มันเจ็บมากเลยนะคะ พี่หวาทนไม่ได้หรอก”
“โถ่..หนูอย่าพูดแบบนี้สิ พี่สัญญาว่าพี่จะไปหาเงินมาเปลี่ยนหัวใจหนูให้ได้ แต่หนูสัญญาได้มั้ยว่าหนูต้องทนให้ถึงวันนั้น” น้ำเสียงที่สั่นเครือของยี่หวาทำให้ยาหยีถึงกับนิ่งไป
“หนูไม่สัญญาได้มั้ยคะ แต่หนูจะพยายามทำมันให้ได้” ยาหยีพูดด้วยยิ้มรอยอ่อนๆ
ถึงเธอจะเป็นเด็กแต่เธอก็รู้ว่าความตายมันเป็นยังไง เธอไม่สามารถที่จะบังคับโรคของเธอได้ หากหัวใจมันจะกำเริบหรือล้มเหลวเฉียบพลัน มันก็ถือเป็นเหตุสุดวิสัยไม่ใช่เหรอ
คนเราเกิดมาก็ต้องตายเรื่องนี้เธอก็พอรู้ เธอทำให้พี่สาวลำบากมาตลอดสิบปีกว่าแล้ว เธออยากให้พี่สาวเธอมีความสุขมากกว่านี้บ้าง เพราะแทนที่พี่เธอจะหาเงินมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองเพียงคนเดียว ไปเที่ยวเหมือนกับวัยรุ่นคนอื่น แต่พี่สาวกลับต้องหาเงินมาเลี้ยงเธอหนำซ้ำยังต้องหาเงินมารักษาเธออีก
“หนูต้องทำได้..พี่เชื่อว่าหนูรักพี่และหนูจะอยู่กับพี่ ใช่มั้ยยาหยี?”
“ค่ะ หนูจะอยู่กับพี่..” ยาหยีพูดแล้วก็กอดพี่สาวตัวเองแน่นเหมือนอย่างกับว่ามันจะเป็นกอดสุดท้ายที่เธอจะได้กอดพี่สาว
“งั้นวันนี้หนูนอนพักนะ พี่จะเฝ้าหนูเอง..แต่พรุ่งนี้พี่ขอไปทำงานนะคะ เดี๋ยวไม่มีเงินมาจ่ายค่ารักษา ฮ่าๆ” ยี่หวาพูดพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ ออกมา ทำให้ยาหยีหัวเราะตามออกมาอย่างอารมณ์ดี
“พี่คะ..พรุ่งนี้วันเกิดหนูนะคะ” ยาหยีเอนตัวลงนอนแต่ก็มิวายที่จะบอกเตือนพี่สาวเพราะวันพรุ่งนี้คือวันคล้ายวันเกิดของเธอ
“พี่ไม่ลืมวันเกิดของเด็กน้อยหรอก..จะสิบขวบเต็มแล้วสินะ” ยี่หวาพูดแล้วลูบศรีษะของน้องสาวอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง ยาหยีจึงยิ้มให้พี่สาวเล็กน้อยแล้วหลับตาลงพร้อมกับลมหายใจที่สม่ำเสมอ
ส่วนยี่หวาก็ลุกขึ้นมาหยิบเสื้อผ้าในกระเป๋าเข้าไปอาบน้ำแล้วมาล้มตัวลงนอนบนโซฟา แล้วก็ผล็อยหลับตามน้องสาวเธอไปด้วยความเพลีย
ตอนเช้า…
ยี่หวาตื่นขึ้นมาอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันแต่เช้า ส่วนน้องเธอนั้นหมอได้พาไปตรวจร่างกายในตอนเช้าแล้ว เธอจึงเดินลงมาหาอะไรกินข้างล่างแล้วก็กลับขึ้นมาหาน้องสาวเธออีกครั้ง
“ไปกินข้าวผัดกะเพรามาอีกแล้วใช่มั้ยคะ?” ยาหยีถามเมื่อเห็นพี่สาวเดินยิ้มร่าเข้ามาพร้อมกับถุงเสื้อผ้าในมือ
“รู้ดีนะเรา นี่พี่ซื้อเสื้อผ้ามาให้ด้วย” ยี่หวาพูดพลางหยิบชุดกระโปรงสีหวานน่ารักออกมาให้น้องสาวเธอดู
“สวยมากเลยค่ะ แต่ว่าจะให้หนูใส่ไปอวดใครล่ะคะ..ได้แต่อยู่ในโรงพยาบาล” ยาหยีพูดด้วยน้ำเสียงที่ดีใจแต่แววตาของเธอเศร้าสร้อยขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดจนทำให้ยี่หวาถึงกับต้องวางเสื้อผ้าลงในถุงแล้วเดินมาหาน้องสาว
“ใส่อวดพี่ไง..ใส่ให้พี่ดูว่าน้องพี่สวย” ยี่หวาพูดแล้วก็จัดการถอดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับยาหยี
“เห็นมั้ย น้องพี่สวยและน่ารักที่สุดในจักรวาลเลย” ยี่หวาพูดพลางหยิบโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปน้องสาวและเซลฟี่กับเธอ
“วันนี้พี่หวาจะไปทำงานใช่มั้ยคะ? อย่าลืมซื้อเค้กมาให้หนูเป่าล่ะ”
“พี่ไม่ลืมของสำคัญของน้องสาวพี่หรอก แล้วนี่หนูกินข้าวกินยารึยัง?”
“กินแล้วค่ะ”
“โอเค งั้นนอนพักนะ เดี๋ยวคืนนี้พี่พาปาร์ตี้ในห้องนี้ ฮ่าๆ” ยี่หวาพูดจบยาหยีก็เปล่งเสียงหัวเราะออกมา รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของยาหยีแทบจะเป็นความสุขของเธอเลยด้วยซ้ำ
‘ถ้าพระเจ้ามีจริงหวาขอให้ยาหยีน้องสาวของหวาอยู่กับหวาตลอดไป ขอให้เราสองคนได้เคียงคู่กันเป็นพี่น้องกันแบบนี้ไม่ว่าจะภพหรือชาติไหนๆ ขอให้ความทรงจำของหวาจดจำแต่ภาพของยาหยีในเวลาที่น้องมีความสุขแบบนี้ไปตลอด และขอให้ยาหยีอยู่เป็นความสุขให้หวาแบบนี้ไปตลอดชีวิต’
‘ถ้าพระเจ้ามีจริง ในวันเกิดปีนี้ของหยีขอให้พี่หวามีความสุขมากๆ ขอให้ร่างกายของพี่แข็งแรง ขอให้พี่หวาอย่าร้องไห้แม้พี่จะเสียใจแค่ไหนก็ตาม หยีจะคอยมองพี่อยู่ห่างๆ คอยมองลงมาจากบนฟ้า ถ้าชาติหน้ามีจริงก็ขอให้หยีเกิดมาเป็นน้องของพี่หวาอีกนะคะ’
….
หลังจากที่ยาหยีหลับไป ยี่หวาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมานั่งเล่นบนโซฟาเพื่อกดโทรหาเจ๊ที่เพื่อนเธอเคยทำงานอย่าง 'เจ๊ซาซ่า’ เจ้าของผับดังย่านกลางเมืองเพื่อติดต่อเรื่องงานที่เธอต้องการจะไปทำ
เมื่อคุยโทรศัพท์เสร็จยี่หวาก็เดินมานั่งลงบนเก้าอี้ข้างขอบเตียงแล้วใช้มือลูบศรีษะของยาหยีเหมือนกับทุกๆ ครั้งที่เธอชอบทำ ก่อนหน้านี้เธอได้โทรไปสั่งเค้กวันเกิดให้กับน้องสาวได้เรียบร้อยแล้ว
“พี่สัญญาว่าพี่จะทำแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว..และจะกลับมาให้ทันเป่าเค้กน้องนะ”ยี่หวาพูดเบาๆ กับคนที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงพร้อมพรมจูบไปบนหน้าผากของยาหยี
จากนั้นก็เดินกลับมานอนพักผ่อนบนโซฟาตามเดิมเพื่อรอที่จะไปทำงานในคืนนี้
เมื่อถึงเวลายี่หวาก็เปลี่ยนเป็นชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงสั้นจู๋ แต่เธอสวมเสื้อแขนยาวกับกางเกงขายาวออกมาเพื่อจะได้ไม่โดนน้องสาวทักเรื่องชุดเพราะเธอบอกน้องเพียงแค่ว่าไปเป็นเด็กชงเหล้า ทั้งที่เธอต้องทำมันมากกว่านั้น!
“รีบๆ กลับมานะคะ”
“โอเค พี่จะกลับมาพร้อมกับเค้กให้หนูเป่านะ” ยี่หวาพูดแล้วเดินมาหอมแก้มทั้งสองข้างของยาหยีก่อนจะลงไปยังข้างล่างจามนั้นจึงถอดเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวใส่กระเป๋าสะพายโดยเลือกที่จะโบกแท๊กซี่ไปยังสถานที่ที่ได้นัดไว้กับเจ๊ซาซ่า
“แหม..แซ่บนะหล่อน!!” สาวประเภทสองหน้าสวยคมเอ่ยแซวหญิงสาวร่างเพรียวสูงที่ตอนนี้ได้เปลี่ยนชุดและแต่งเติมใบหน้าให้ดูงามแล้วเรียบร้อย ยี่หวาจส่งยิ้มให้กับเจ๊ซาซ่าก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มตัว
“หนูทำไม่เป็นอ่ะเจ๊” ยี่หวาเอ่ยบอกพร้อมกับหันไปมองตัวเองผ่านกระจก นี่แทบจะเป็นครั้งแรกที่ได้แต่งตัวแนวนี้ แนวที่แค่สะกิดมันชิ้นส่วนเสื้อผ้าก็คงจะหลุดออกหมด!
“แค่นอนเฉยๆ ก็พอ”
“เจ๊ขอเขาให้หวาเท่าไหร่?”
“หล่อนขอสองแสนไม่ใช่หรอ ฉันขอไปสองแสนห้าของฉันห้าหมื่น”
“อ้อ มากไปมั้ยอ่ะ..แล้วเขาตกลงรึเปล่า?”
“ไม่หรอกถ้าหล่อนซิงจริงๆ เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรนะเพราะฉันบอกว่าหล่อนซิงแต่ที่อยากจะบอกคือ..” เจ๊ซาซ่าพูดแล้วเว้นวรรคไปช่วงหนึ่ง
“อะไรเจ๊พูดมาสิ!” ยี่หวาถามเจ๊ซาซ่าเมื่อเห็นว่าหล่อนมัวแต่เงียบไม่ยอมพูด เจ๊ซาซ่าจึงเดินมาใก้ลเธอเพื่อโน้มตัวเข้ามากระซิบข้างใบหูขาว
“แขกวันนี้เป็นถึงมาเฟียที่ทั้งหล่อและโหดที่สุดเลยนะหล่อน!”
“อืม แล้วไงต่อ?”
“นี่ยัยหวา! แกไม่รู้จักเขาหรอ..” คำถามของเจ๊ซาซ่าทำให้ยี่หวาถึงกับส่ายหน้าให้ แล้วเรื่องอะไรทำไมเธอจะต้องไปรู้จักเขาด้วยล่ะ?
“เออ งั้นก็รอไปเจอเขาทีเดียวล่ะกัน..เขาให้ทำอะไรก็ทำ”
“ค่ะ ห้องวีไอพีใช่มั้ย?”
“อืม”
ยี่หวาจึงเดินขึ้นมายังชั้นบนของผับที่เป็นห้องไว้สำหรับทำเรื่องอย่างว่า หญิงสาวเดินเข้ามาในห้องที่เจ๊ซาซ่าบอกแล้วนั่งรออยู่บนเตียงด้วยใจที่เต้นแรง
“เอาน่า..ถ้าได้ตามที่ขอไว้ก็ถือว่าคุ้มถึงจะ เฮ้อออ..เลือกแล้วอย่ามากลัวตอนนี้สิยัยหวา!” ยี่หวาบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เรียบร้อยเข้าที่
แอ๊ด~ สักพักประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างของผู้ชายที่มีใบหน้าหล่อคม คิ้วดำดกเป็นทรง จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากสีพีชกับผิวที่ขาว ขาวเสียยิ่งกว่าเธอที่เป็นผู้หญิงซะอีก
“เธอ/คุณ!?” ทั้งสองเอ่ยขึ้นพร้อมกันทำให้คนที่มาเปิดห้องให้ชายหนุ่มร่างสูงถึงกับผงะเล็กน้อย
“ออกไป” เขาหันไปบอกคนที่เปิดห้องแล้วก็ปิดประตูพร้อมกับสาวเท้าเดินตรงไปยังเตียงที่มีหญิงสาวหน้าหวานนั่งอยู่
“ทำไมถึงเป็นคุณ” ยี่หวาลุกขึ้นยืนพลางปลายตามองชายหนุ่มร่างสูงตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างสำรวจอีกครั้ง
“ฉันต้องถามมากกว่าว่าเธอขัดสนถึงขนาดต้องมาขายตัวเลยเหรอ”ประโยคที่แสนจะตรงไปตรงมาของชายหนุ่มทำให้ยี่หวาถึงกับสะอึกจุกอกอย่างบอกไม่ถูก!
“อย่ามาพูดยืดยื้อเลยค่ะ ฉันพร้อมแล้ว...” ยี่หวาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ก่อนจะดึงมือของเขาลงมานั่งบนเตียง
“ได้ข่าวว่าซิงด้วยหรอ อยากลองแล้วสิ” พูดแล้วผลักร่างบางให้นอนราบลงไปบนที่นอนแล้วขึ้นคร่อมบนตัวเธอทันทที