bc

เงารักตราใจ

book_age16+
257
FOLLOW
1.9K
READ
billionaire
contract marriage
family
HE
age gap
opposites attract
kickass heroine
stepfather
single mother
heir/heiress
drama
tragedy
sweet
bxg
serious
kicking
brilliant
single daddy
campus
cheating
childhood crush
disappearance
love at the first sight
like
intro-logo
Blurb

วันวานเธอจากไปเพราะถูกเอาเงินฟาดหัวให้กำจัดเลือดเนื้อเชื้อไข

แต่วันนี้จำต้องซมซานกลับมาด้วยความจำเป็น

มีเพียงความหวังริบหรี่ว่า...

เขาซึ่งเป็นพ่อของลูกจะดูแลเจ้าตัวเล็กแทนเธอได้

ในวันที่เธออาจไม่อยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไป....

chap-preview
Free preview
สองแม่ลูก ตอนที่ 1
ผู้คนที่พลุกพล่านบนสถานีรถไฟฟ้าใจกลางเมืองดูสับสนวุ่นวาย ยิ่งเป็นสถานีหลักที่เชื่อมต่อไปยังสายอื่นด้วยแล้ว พอเวลาที่รถไฟฟ้าเทียบชานชาลาผู้โดยสารก็แทบจะวิ่งกรูออกมาจากประตูรถเพื่อเปลี่ยนไปขบวนอื่น ไม่ก็ออกจากสถานีเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายของตัวเอง แต่หากมีใครสักคนหยุดมองภาพที่แสนสับสนอลหม่านนั้น จะได้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอุ้มลูกซึ่งกำลังหลับพาดบ่าเอาไว้ สีหน้าท่าทางเต็มไปด้วยความอ่อนล้าเหลือประมาณ เด็กผู้หญิงผมบ๊อบแก้มยุ้ยกำลังหลับสนิททำให้น้ำหนักตัวทั้งหมดลงกับผู้เป็นแม่ ต่อให้ลูกน้อยจะหนักถึงสิบกว่ากิโล แต่หญิงสาวก็ยังแบกรับเอาไว้ได้อย่างไม่รู้สึกลำบาก ทั้งที่ร่างกายตอนนี้ช่างอ่อนล้าเหมือนท้องฟ้ายามเย็นที่แดดเริ่มอ่อนแสงลงทุกที ทุกที... เมื่อรถไฟฟ้าจอดเทียบชานชาลาคนก็กรูกันออกมาจากด้านในส่วนคนด้านนอกก็พยายามแทรกตัวเข้าไปเพื่อที่จะหาที่นั่งให้ได้ก่อนคนอื่น เพราะแบบนี้คุณแม่และลูกรักจึงถูกเบียดไปมาอยู่ตรงประตูทางเข้า เธอพยายามมองหาเก้าอี้ตัวว่าง เพื่อที่ลูกจะได้หลับสบายกว่าการต้องยืนแบกแกเอาไว้ตลอดสาย แต่ขณะนั้นเอง… “อุ๊ย ขอโทษค่ะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งร้องขึ้นเมื่อเธอเซไปชนกับแม่ลูกอ่อนเข้าจนกระเป๋าของทั้งคู่หล่นลงพื้น แต่ด้วยความรีบร้อนจึงไม่ทันมองให้รอบคอบ พอขอโทษเสร็จเธอก็เดินจากไปโดยไม่สนใจว่า อีกฝ่ายจะจัดการกับกระเป๋าที่หล่นลงพื้นนั้นอย่างไร พิญญาถอนหายใจ แล้วค่อยๆ ย่อตัวลงเก็บกระเป๋าได้สำเร็จ แต่ผู้โดยสารคนอื่นๆ ก็เข้าไปนั่งจนเต็มขบวนแล้ว แม้เพียงที่จะยืนก็ยากเย็นเต็มที แต่อย่างไรเสียเธอก็ต้องพาลูกน้อยกลับไปยังที่พักก่อนจะค่ำมืด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเบียดตัวเข้าไปในขบวนรถไฟฟ้าที่อัดแน่นราวกับปลากระป๋อง สายตาของเธอสอดส่ายหาที่นั่งพิเศษที่มีอยู่ทุกขบวนแต่มองไปทางไหนก็มีคนนั่งจับจองไปเสียหมด แม้ว่าเขาเหล่านั้นจะไม่มีสิทธินั่งตรงนั้นก็ตาม “หนู หนู...มานั่งตรงนี้สิ” เสียงคนเรียกทำให้คนเป็นแม่หันตามแล้วพยายามพาตัวเองและลูกน้อยเบียดผู้คนจนไปถึงหน้าที่นั่งหญิงวัยกลางคนที่เรียกเธอมา “มานั่งแทนป้านี่แหละ ลูกก็เล็กจะกระเตงไปยังไงไหว” “แต่ว่า กว่าหนูจะลงก็หลายสถานีเลยนะคะ หนูกลัวคุณป้าจะต้องยืนนาน” หญิงคนนั้นยิ้มแล้วลุกขึ้นดึงชายเสื้อของหญิงสาวให้ไปนั่งส่วนตัวของเธอก็ไปยืนแทนที่กัน “ไม่เป็นไรหรอกหนู อีกสองสถานีป้าก็จะลงแล้ว หนูนั่งไปเถอะลูกจะได้นอนสบายๆ ด้วย ดูสิ...น่าเอ็นดู หลับสนิทเชียว” “ขอบคุณค่ะคุณป้า” เมื่อกล่าวจบหญิงสาวก็จัดแจงข้าวของที่พะรุงพะรังให้เป็นระเบียบเพื่อไม่ให้เกะกะคนอื่น เพราะเธอรู้ดีว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะใจดีและเข้าใจว่าทำไมเธอต้องหอบลูกเล็กเข้ามาในเมืองที่วุ่นวายแบบนี้ ผู้โดยสารบนรถไฟฟ้าเริ่มบางตาลงไปบ้างแล้ว ยิ่งถ้าเป็นสถานีที่สามารถต่อขนส่งมวลชนอื่นๆ ไปได้คนก็จะยิ่งลงไปมาก แต่ปลายทางที่เธอจะไปนั้นยังอีกไกล พอคนในตู้โดยสารน้อยลงก็ดูเหมือนจะมีช่องว่างให้หายใจเพิ่มขึ้นอีกหน่อยจนกระทั่งบนรถเริ่มมีที่นั่งว่าง เธอจึงเลื่อนสัมภาระไปวางไว้เก้าอี้ข้างตัวเพื่อให้ลูกน้อยนอนสบายขึ้น รถไฟฟ้ายังวิ่งเรื่อยๆ ไปตามรางที่ทอดยาวไปเบื้องหน้าและยังอีกหลายสถานีกว่าพิญญากับลูกจะถึง ดังนั้นเธอจึงปล่อยให้เด็กหญิงตัวน้อยนอนหลับเอาแรงไปก่อนเพราะอีกเดี๋ยวคงจะต้องกระเตงกันขึ้นรถเมล์จนกระทั่งถึงที่พักแถวเกษตรนวมินทร์ หญิงสาวเหลือบดูนาฬิกาที่ข้อมือก็เห็นว่าเป็นเวลาเกือบหกโมงเย็นแล้ว ป่านนี้คนคงรอรถเมล์กันแน่นขนัด คิดแล้วก็เหนื่อยไปล่วงหน้าเนื่องจากว่าวันนี้ต้องเสียเวลาอยู่ครึ่งค่อนวันที่โรงพยาบาล ใครจะอยากไปโรงพยาบาล...หากไม่ป่วยไข้และตัวของพิญญาเองก็คิดว่าตัวเธอห่างไกลจากคำว่าเจ็บป่วยมากนักเพราะอายุก็ยังไม่มาก ร่างกายก็แข็งแรงดีไม่เคยมีปัญหาสุขภาพ จนกระทั่งวันหนึ่งหญิงสาวคลำพบก้อนที่หน้าอก ตอนแรกเธอเข้าใจว่าคงเป็นความผิดปกติหลังจากคลอดและให้นมลูก แต่ก็น่าแปลกเมื่อลูกสาวของเธอหย่านมนานแล้วแต่ก้อนเนื้อก็ไม่มีท่าทีจะหายไป “คลำเจอก้อนที่หน้าอกมานานหรือยังคะ” หมอถามพิญญาขณะที่ก้มหน้าอ่านข้อมูลของคนไข้ในแฟ้ม “ก็...ตั้งแต่ลูกสาวได้สักขวบกว่าๆ ค่ะ ตอนนั้นดิฉันคิดว่าคงเพราะแกยังไม่หย่านมก็เลยคิดว่าแค่เต้านมมันคัดธรรมดา แต่พอลูกหย่านมแล้วก้อนนี้มันก็ไม่หายไปสักที” หมอเลื่อนเก้าอี้มาใกล้กับหญิงสาวแล้วใช้มือคลำก้อนปริศนานั้น จากนั้นหมอก็ทำหน้ายุ่งขึ้นมาทันที จากที่พิญญาคิดว่าจะมาตรวจเพื่อคลายความสงสัยให้ตัวเอง แต่ตอนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเจ้าก้อนที่ว่านี้คืออะไรกันแน่ “เดี๋ยวหมอจะส่งตรวจแมมโมแกรมนะคะแล้วก็เจาะเลือดดูด้วย ตอนนี้หมอฟันธงไม่ได้ว่ามันคือก้อนเนื้อหรืออะไรกันแน่ เดี๋ยวพอได้ผลตรวจแล้วเรามาดูกันอีกที” จากนั้นหมอก็ส่งเธอไปตรวจพิเศษเพื่อจะหาทางรู้ให้แน่ชัดว่าเธอเป็นอะไรกันแน่ และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของการรักษาที่วุ่นวายของวันนี้เนื่องจากผลตรวจจากเครื่องแมมโมแกรมบ่งชี้ว่าก้อนที่คลำเจอในหน้าอกของพิญญานั่นมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็ง ดังนั้นในวันนี้หมอจึงนัดเธอเพื่อตรวจให้ละเอียดอีกครั้ง เช้าตรู่ต้องมาเจาะเลือดเพื่อรอพบหมอตอนสายๆ แต่วันนี้พิญญาต้องเอาลูกสาวมาด้วยเพราะกลัวจะไปรับลูกไม่ทันตอนเลิกเรียน เด็กอนุบาลบ่ายสามก็ไม่ต้องเรียนแล้ว หากยังติดธุระคงต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ตัดสินใจหอบเอากันมาด้วยเลยดีกว่า เธออยู่กันเพียงสองคนแม่ลูกในอพาร์ทเม้นท์เล็กๆ แถวเกษตรนวมินทร์ ที่ถึงแม้มันจะไม่ได้ใหญ่โตมากนักแต่ก็พอจะให้ลูกน้อยและตัวเธออยู่แบบสบาย

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.6K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
1.5K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.0K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.9K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook