“ไปเอาเลือดหัวคนออกเพิ่ม”
พี่เก้าทำหน้างงยิ่งกว่าเดิมแผลที่ถูกทำร้ายเมื่อกี้เขาก็ยังทำไม่เรียบร้อยแต่ตอนนี้ฉันไม่สนใจ อะไรแล้วฉันต้องไปให้เห็นเองกับตาผู้หญิงคนนั้นที่ทำให้พี่ชายของฉันทั้งคู่ทะเลาะกันอย่างรุนแรงจนเลือดตกยางออก
“พี่ไม่เข้าใจ”
“ไปหาพี่หลุยส์พานิ่มไปหาพี่หลุยส์”
“ฮะ…..จะไปหามันเพื่อ”
“ถ้าพี่เก้าไม่พาไปนิ่มจะไปเอง”
การกระทำของฉันตอนนี้ทำให้พี่เก้าแสดงสีหน้างุนงงยิ่งกว่าเดิม
“จะให้พี่พาไปหาคนที่เพิ่งกระทืบกันเนี่ยนะ”
แต่สุดท้ายแล้วฉันก็เป็นฝ่ายชนะพี่เก้ายอมพาฉันไปหาพี่หลุยส์ตอนแรกพี่เก้าบอกว่าไม่รู้หรอกว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนแต่พอฉันยื่นโทรศัพท์ให้ดูไอจีสตอรี่ พี่เก้าก็ร้องอ๋อแล้วก็บอกว่าไปกันเลยพร้อมทั้งทำท่าทางฮึกเหิมขึ้นมาจากตอนแรกที่ไม่อยากพาไปทำไมตอนนี้เหมือนอยากจะไปเองซะอย่างงั้น
ในตอนที่นั่งอยู่ในรถพี่เก้าก็ถามกันว่าอายุเท่าไหร่แล้วฉันก็ตอบไปว่าสิบแปดอีกไม่กี่เดือนก็สิบเก้าแล้ว
“ยุ่งยากอีกแล้วสินะ” พี่เก้าบ่นฉันเองก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่
“สรุปแล้วเขาอยู่ที่ไหน”
“คลับของเฮียเซนเพื่อนมัน” คลับงั้นหรอว่าแล้วพี่เก้าทำไมถามฉันถึงเรื่องอายุถ้าไม่ถึงยี่สิบผิดกฎหมายสินะ
“นิ่มจะเข้าไปนิ่มจะโกหกว่าอายุยี่สิบ” ยังไงฉันก็จะเข้าไปมาขนาดนี้แล้วฉันไม่คิดจะถอยง่ายๆ หรอกนะ
“หน้าอย่างกับเด็กสิบหกคงจะหลอกได้หรอกเดี๋ยวพี่จัดการให้…แต่ว่าถ้าเจอเฮียสองแล้วจะทำยังไง”
นั้นสิฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าเจอเขาอยู่กับผู้หญิงคนนั้นฉันจะทำยังไงอีกอย่างสถานที่อโคจรแบบนี้ฉันเองก็เพิ่งจะมาเป็นครั้งแรกด้วยยังดีนะที่อย่างน้อยก็แต่งตัวมาแบบมิดชิด
“ก็ขอไปดูหน้าผู้หญิงคนนั้นที่ทำให้พี่ทั้งสองคนทะเลาะกันก็พอ”
“ฮะ……” พี่เก้าทำหน้างงในขณะที่กำลงจอดรถหน้าไนต์คลับและมีพนักงานกำลังมารับรถ
“อย่าบอกนะว่าหนูนิ่มคิดว่าผู้หญิงในไอจีสตอรีคือ…..”
“ไปนิ่มพร้อมแล้ว”
ยังไม่ทันฟังที่พี่เก้าพูดจบฉันก็เปิดประตูรถออกไปทันทีแล้วพี่เก้าก็ตามมาติดๆ ให้ตายแค่เห็นประตูทางเข้าฉันก็ขาสั่นแล้ว มีการ์ดตัวโตๆ หน้าตาดุๆ เฝ้าอยู่ที่ทางเข้าจนฉันรู้สึกเกร็งแต่พี่เก้าก็เดินไปกระซิบอะไรบางอย่างกับการ์ดคนหนึ่งและตบไหล่เขาเบาๆ สุดท้ายฉันก็เข้ามาจนได้
สิ่งแรกที่ฉันสัมผัสได้คือกลิ่นบุหรี่ที่ค่อนข้างรุนแรงซึ่งมันไม่ถูกกับฉันเลย
“ตามพี่มาอย่าปล่อยมือล่ะเห็นอะไรก็อย่าไปสนใจ”
ในตอนแรกที่พี่เก้าพูดฉันก็ไม่เข้าใจแต่พอพี่เก้าพาฉันเดินเข้ามาเรื่อยๆ พร้อมทั้งอธิบายว่าตรงนั้นตรงนี้คือโซนอะไรสุดท้ายก็พามาหยุดอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์
“อ่าวคุณเก้าวันนี้เอาอะไรดีครับ” น่าจะเป็นบาร์เทนเดอร์ที่ทำหน้าที่ผสมเครื่องดื่มถามพี่เก้า
“วันนี้ยังไม่เอามาถามหาไอ้เฮียหลุยส์น่ะเห็นมันบ้างไหมว่าอยู่ไหน”
“อ๋อเฮียหลุยส์น่ะหรือครับอยู่โซนวีไอพีชั้นสองนู่น....เข้ามาวันนี้เลือดอาบมาเลยไม่รู้ไปตีกับใครมาผมกับเฮียเซนตกใจคิดโดนคู่อริกระทืบมา”
คำว่าเลือดอาบมาเลยทำให้ฉันรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ยังไงก็ไม่รู้
“เฮียเซนเลยจัดชุดใหญ่ส่งสาวขึ้นไปดูแลตอนนี้คงดีขึ้นแล้วล่ะครับคุณเก้าขึ้นไปดูได้เลย”
หลังจากที่พี่เก้าคุณกับคนชงเหล้าอย่างออกรสจบแล้วเขาก็พาฉันเดินขึ้นบันไดตรงไปที่ชั้นสองของไนต์คลับ พี่เก้าบอกว่าชั้นสองคือโซนวีไอพีใครที่จะขึ้นมาได้นอกจากเงินหนาแล้วก็ต้องมีคอนเนคชั่นอันดีกับเจ้าของร้านด้วย
“นั้นไงมันนั่นอยู่ตรงนั้น”
พี่เก้าพาฉันมานั่งหลบมุมใดมุมหนึ่งในโซนวีไอพีแต่สามารถมองเห็นเขาคนนั้นได้ฉันเห็นเขาแล้วเห็นอย่างเต็มตา
ตอนนี้รอยเลือดไม่มีบนใบหน้าของเขาคงจะมีคนทำแผลให้เขาแล้วแต่เสื้อที่เขาใส่ยังเป็นตัวเดิมมันเลยยังมีรอยเลือดอยู่ชัดเจน
“หนูนิ่มจะดื่มอะไรไหม”
พี่เก้าถามฉันแต่ตอนนี้สายตาของฉันมัวแต่จดจ่อกับภาพตรงหน้าของพี่หลุยส์เลยตอบพี่เก้าแบบส่งๆ ไป
“อะไรก็ได้ค่ะ”
ตรงที่เขานั่งอยู่นั้นไม่ได้มีเขาอยู่คนเดียวแน่นอนว่าฉันเห็นพี่เซนแล้วก็พี่คริสแต่ไม่เห็นพีมีนน่าจะเพราะมีครอบครัวแล้วเลยไม่มาสุงสิงในสถานที่แบบนี้
แต่ทำไมฉันไม่เห็นผู้หญิงคนนั้นรุ่นพี่ที่คณะคนนั้นไปไหนแล้ว
พวกเขาคุยอะไรกันฉันไม่ได้ยินแต่ภาพตอนนี้ที่ฉันเห็นคือพี่หลุยส์ขอบุหรี่มาจากพี่คริสและจุดสูบพ่นควันสีขาวๆ ออกมาไม่หยุดหน้าตาของเขาไม่สบอารมณ์อย่างที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนบรรยากาศรอบๆ ตัวเขาดูอึมครึมขนาดฉันที่นั่งมองอยู่ไกลๆ ยังอึดอัดแบบที่ไม่เคยเป็น สุดท้ายก็มีกลุ่มผู้หญิงประมาณสามสี่คนพุ่งไปตรงที่พวกเขานั่งมีคนหนึ่งจงใจนั่งลงข้างๆ พี่หลุยส์และจงใจบดเบียดร่างกายเข้าหาเขา
“ทุเรศ” ฉันเผลออุทานออกมา
“ก็พี่บอกแล้วว่าเห็นอะไรก็อย่าไปสนใจ” ฉันหันไปมองพี่เก้าที่นั่งยิ้มร่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นตอนนี้เขานั่งจิบไวน์อย่างสบายใจ
“เอาหน่อยไหมพี่รินให้”
“นิ่มไม่ดื่ม”
“ฝึกๆ ไว้นิดหน่อยไม่เป็นอะไรหรอก” ตอนแรกว่าจะปฏิเสธแต่พอหันไปยังทิศทางที่พี่หลุยส์นั่งอยู่ฉันก็ตัดสินใจคว้าแก้วไวน์ที่พี่เก้าเพิ่งรินแล้วยื่นให้ทันที
รุ่นพี่ที่คณะคนนั้นมาแล้วเธอพุ่งเข้าไปที่พี่หลุยส์แล้วก็ผลักผู้หญิงก่อนหน้าที่พยายามบดเบียดพี่หลุยส์ออกไป พอเธอมาพี่หลุยส์ก็โอบเอวของเธอตัวแทบจะสิงกันอยู่แล้วต่างกับผู้หญิงคนก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิงทุเรศที่สุดนี่สินะคนสำคัญ ฉันกระดกไวน์ในแก้วทีเดียวจนหมดมันขมฝืดคอสุดๆ จนแทบสำลัก
“พี่เก้าเอาอีก” พี่เก้าก็ไม่ห้ามปราบเลยสักนิดแถมยังรินไวน์ให้กันไม่หยุด
กลายเป็นว่าฉันกับพี่เก้าสองคนดื่มหมดไปหลายแก้วพี่เก้าน่ะคอแข็งเขาไม่เมาเลยสักนิดแต่ฉันรู้ว่าตัวเองนั้นน่าจะเรียกว่ามีอาการเมาได้แล้วล่ะ ฉันได้ยินเสียงเพลงจากชั้นล่างที่ดังขึ้นมาให้ได้ยินจู่ๆ มันก็ทำให้ฉันมีอารมณ์อยากจะยักย้ายส่ายสะโพกขึ้นมาอยากสนุกแบบไร้สาเหตุ
“พี่เก้านิ่มอยากลงไปเต้นไปเต้นๆ กัน”
ฉันเอ่ยบอกชวนพี่เก้าพร้อมทั้งลุกขึ้นยืน
“พี่ว่านิ่มเมาแล้วกลับกันได้แล้วพอเถอะ”
“ไม่นิ่มไม่กลับนิ่มยังไม่ได้เอาเลือดหัวคนออก”
เออใช่สิลืมไปสนิทว่าตอนแรกฉันบอกว่าจะมาเอาเลือดหัวคนออกเพิ่มเห็นแบบนี้แล้วมันน่าเจ็บใจชะมัดฉันไม่น่ารู้สึกผิดที่ทุบเขาน่าจะทุบให้แรงกว่านี้อีกหึ
“งั้นก็ไปเอาเลือดหัวคนออกแล้วก็กลับกัน” จู่ๆ พี่เก้าก็คว้าแขนของฉันไปและลากฉันไปยังโต๊ะที่พวกพี่หลุยส์นั่งอยู่
“เฮียเอาคนมาส่งไปแล้ว”
จู่ๆ ฉันก็ถูกพี่เก้าลากแล้วโยนเข้าไปในกลุ่มของพวกพี่หลุยส์ที่นั่งกันอยู่
“เห้ยอะไรวะเนี่ย” เสียงโวยวายดังขึ้นฉันจำได้ว่าน่าจะเป็นเสียงพี่คริส
“เฮียฝากน้องด้วยนะผมติดธุระ”
พอพี่เก้าพูดจบก็รีบวิ่งหายไปทันที
นี่มันอะไรกันว่ะเนี่ยฉันคิดตอนนี้สติสตังก็ไม่ค่อยจะครบด้วยมันมึนหัวตาลายไปหมด
“หนูนิ่มมาได้ยังไง” คนที่ถามฉันน่าจะเป็นพี่คริสเพราะฉันถูกผลักมานั่งอยู่ข้างๆ เขากลุ่มผู้หญิงที่ฉันเห็นก่อนหน้าก็หายไปแล้วเหลือแต่รุ่นพี่ที่คณะของฉันที่ยังตัวติดกับพี่ชายฉันอย่างกับตังเมแล้วแน่นอนเขาไม่ได้สนใจหรือใส่ใจในการมาของฉันเลยสักนิด
“หนูนิ่มดื่มหรอ” เป็นพี่เซนที่ถาม
“พี่เก้ารินให้ก็นิดหน่อยค่ะ” ฉันตอบออกไป
“พี่ว่าไม่นิดนะทำไมหน้าแดงขนาดนี้”
“ไอ้หลุยส์ไป…พาน้องมึงกลับบ้านเถอะ”
“ใครน้องกู….กูไม่เคยมีน้องสาวสักหน่อย” เขาพูดออกมาแบบไม่สะทกสะท้านไม่แม้แต่จะหันมามองหน้ากันด้วยซ้ำมันทำให้ฉันโมโหอย่างสุดขีดไม่กี่วันก่อนเขายังบอกว่าฉันเป็นเจ้าหญิงของเขาแล้วดูตอนนี้มันช่าง
“เออไอ้นี่อะไรของมึง…ว่ะ” พี่เซนหันไปต่อว่าพี่หลุยส์และหันมาบอกกับฉันว่าจะพากลับบ้านแต่ฉันปฏิเสธ
“ไม่…นิ่มไม่กลับนิ่มจะไปแดนซ์ๆ นะพานิ่มไปเถอะไม่พูดเปล่าฉันยังลากพี่คริสที่นั่งอยู่ข้างกันให้ลุกตามกันมาด้วย
“หนูนิ่ม….พี่ไม่ไปอย่าหางานให้พี่”
ฉันไม่สนใจที่พี่คริสบอกด้วยซ้ำฉันลากเขาลงมาชั้นล่างและพาเขามาที่ฟลอร์เต้นอย่างเมามันสภาพหลังจากนั้นฉันก็เต้นแบบลืมตายฉันไม่เคยมาสถานที่แบบนี้มาก่อนจะว่าไปมันก็ดีเหมือนกันถึงว่าทำไมคนชอบมากันจังมันเริ่ดแบบนี้นี่เอง
เออเหมือนจะเห็นบนเวทีมีเสาด้วยฉันไม่รอช้ารีบปีนขึ้นไปบนเวลาแล้วโชว์ลีลาที่คิดว่าตัวเองพอจะมีติดตัวมาแบบลืมอายอาจจะเพราะด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์หรืออะไรก็ชั่งแต่ฉันสนุกสุดๆ คนข้างล่างเวทีก็ตะโกนขึ้นมายุยงให้ฉันเต้นแรงๆ
มีคนยื่นแก้วเหล้าให้ฉันดื่มบางคนก็ยุให้ฉันถอดแจ็คเก็ตที่ใส่อยู่ออกและใช่ฉันทำตาม
ฉันโยนแจ็คเก็ตทิ้งไปกลางฝูงชนแล้วเสียงเชียร์ก็ตามมาอีกไม่หยุด
“ถอดอีกถอดอีก…. ถอดอีก”
“จะเอาอีกหรอ” ไม่รู้ตอนนี้ฉันอยู่ในสภาพไหนแต่ว่าวันนี้เป็นวันที่ฉันรู้สึกได้ปลดปล่อยพี่คริสก็หายไปไหนไม่รู้ซึ่งดีมากที่ไม่มีใครห้ามพี่เก้าก็คงชิ่งไปแล้วตอนนี้ฉันจะทำอะไรก็ได้สุดยอดไปเลย
“ใครอยากให้ถอดอีกขอเสียงหน่อยเร็วววว” เสียงโห่ร้องเสียงเชียร์ไม่หยุดมันยิ่งปลุกเร้าฉันมากขึ้นสุดท้ายฉันก็ตัดสินใจที่จะถอดเสื้อยืดที่ติดตัวออกแต่ในวินาทีที่ฉันกำลังจะดึงเสื้อออกไปนั้นก็มีใครบางคนมาดึงมีอฉันเอาไว้
“อยากโชว์นักหรือไง….มานี่”
ฉันโดนลากไปไหนสักที่และได้ยินเสียงร้องอย่างผิดหวังตามมาด้วยเสียงโห่เสียดาย
“อดเห็นของดีเลยว่ะผัวเขามาตามแล้ว”
“ปัง” เสียงปิดประตูพร้อมทั้งร่างที่ถูกกระแทกเข้ากับผนังซึ่งน่าจะเป็นห้องน้ำเพราะฉันเห็นชักโครกบ้าจริงฉันโดนใครที่ไหนก็ไม่รู้ลากมาห้องน้ำเนี่ยนะ
และประโยคต่อมาที่ได้ยินทำให้สติกลับมานิดหน่อย
“อยากมากนักหรอ” อะไรนะ
“ถามว่าอยากมากนักหรอ…ฮะ” เสียงคนตรงหน้าตะคอกใส่กันพร้อมทั้งบีบปลายคางของฉันให้หันไปมองหน้าเขา
“แล้วถ้าอยาก...ยุ่งอะไรด้วย”