ตอนที่ 1 งานเลี้ยงบริษัท
บอสจ้างให้เมียท้อง....ตอนที่ 1 งานเลี้ยงบริษัท
ในงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่เมธีเจ้าของบริษัทซัพพอร์ตทุกอย่างโดยไม่ต้องเก็บเงินลูกน้องที่มาร่วมงาน แถมยังเปิดโอกาสให้ทุกคนพาครอบครัวติดสอยห้อยตามมาได้ งานเลี้ยงบรรยากาศครอบครัวจึงเต็มไปด้วยความสนุกสนานประทับใจ แทบทุกคนที่อยู่ในงานล้วนมีความสุขใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แต่ก็มีอยู่หนึ่งคนที่แม้ปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้า แต่ในใจเต็มไปด้วยความเศร้าหมองเมื่อเห็นลูกน้องของสามีหลายคู่มีลูกน้อยน่ารักมาวิ่งเล่นอยู่ในงาน
“เด็กๆคนไหนร้องเพลงได้...คนไหนเก่งตอบปัญหาได้ขึ้นมาบนเวทีนะ...น้ามีรางวัล” พิธีกรบอก เด็กน้อยหลายคนก็วิ่งกรูกันไปบนเวที หลังจากนั้นก็มีทั้งกิจกรรมร้องเพลงทั้งตอบปัญหา สลับกันร้องเพลงบ้างตอบคำถามบ้างมีทั้งตลกขบขันทั้งน่ารักน่าชัง สุดท้ายเด็กๆทุกคนก็ได้รางวัลเอาไปอวดพ่อแม่
“คุณเกตุ...คิดเรื่องนั้นอีกแล้วใช่มั้ย” เมธีถาม ทั้งสองนั่งอยู่โต๊ะวีไอพีด้านหน้าของงาน เมธีเห็นเมียรักนั่งจ้องเด็กน้อยน่ารักบนเวที
“ค่ะ...เกตุก็แค่ไม่เข้าใจ...ทำไมคะ...ในเมื่อเรามีพร้อมทั้งทรัพย์สินเงินทอง เราพร้อมที่จะเป็นพ่อแม่แต่เรากลับมีลูกไม่ได้...ในขณะที่หลายคู่เจอปัญหาท้องไม่พร้อม...พวกวัยรุ่นทั้งหลายมีไรกันครั้งเดียวก็ท้อง...แต่เราที่ตั้งใจจะมีลูกกลับ...กลับท้องไม่ได้...ใช่...ปัญหามันอยู่ที่เกตุ...อยู่ที่เกตุคนเดียวแท้ๆ” เกตุบ่นด้วยใบหน้าทุกข์ใจ
“พี่ก็เคยเสนอนี่...ว่าถ้าหาเด็กมาเลี้ยงสักคน ทุกอย่างอาจจะดีขึ้นได้นะ” เมธีบอก
“เกตุเคยบอกแล้วไงคะว่าไม่...คนที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข...โตไปมันก็ไม่ผูกพันเหมือนเลือดเนื้อเชื้อไขเราหรอกค่ะ” เกตุบอก แล้วเมธีก็เอื้อมมือมาจับมือของเกตุไว้
“เราเคยทะเลาะเรื่องนี้กันมาหลายครั้งแล้วนะ...แล้วเราก็สัญญากันว่าจะไม่ทะเลาะเรื่องนี้กันอีกแล้วล่ะ...ช่างเถอะ...ถ้าไม่มีทายาทไม่มีลูก ทรัพย์สินที่มีทั้งหมดเราก็แค่บริจาคให้การกุศลก็แล้วกัน” เมธีบอก ยิ้มให้กับเกตุเพื่อปลอบใจ...
แม้จะมีลูกกับเกตุไม่ได้ แต่เมธีก็ไม่เคยข้องแวะกับผู้หญิงคนไหนถึงขั้นรับเลี้ยงดูแล อาจจะมีบ้างก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราวตามประสาผู้ชาย เพราะเมธีกับเกตุคือคู่ครองที่ล้มลุกคลุกคลานสร้างฐานะมาด้วยกัน และทั้งที่ตอนไปตรวจหมอบอกแล้วว่าน้ำเชื้อของเมธีแข็งแรงมากสามารถมีลูกได้ แต่ภาวะภายในของเกตุที่ทำให้มีบุตรยาก แม้หมอจะพยายามใช้วิธีใดๆก็ตาม แต่ปัจจัยการตั้งท้องของเกตุมีแต่ความเสี่ยงของครรภ์เป็นพิษสุดท้ายก็ไม่สามารถมีลูกได้...
เกตุยังคงนั่งมองเด็กๆวิ่งเล่นสนุกสนาน ทันใดนั้นก็มีเด็กน้อยคนหนึ่งที่วิ่งเล่นอยู่ในงานมาชนเกตุแล้วล้มลงตรงหน้าเกตุพอดี
“ขอโทษค่ะคุณป้า...หนูไม่ทันระวัง” เด็กน้อยบอก พูดจาฉะฉานยกมือไหว้นอบน้อมท่าทางน่าเอ็นดูต่อหน้าเกตุ
“ไม่เป็นไรจ๊ะ” เกตุบอก อุ้มเด็กน้อยจากพื้นขึ้นมาทันที จ้องมองใบหน้าที่ดูน่ารักมีแววตาของความฉลาดสดใส
“หนูชื่ออะไรลูก” เกตุถาม อุ้มเด็กน้อยน่ารักมานั่งตักทันที
“หนูชื่อบีมค่ะ...บีมลูกแม่บัว” เด็กน้อยบอก
“บัวเหรอ...ใครกันคะคุณเมธี...พนักงานเรามีชื่อบัวด้วยเหรอคะ” เกตุหันไปถาม เมธีก็ทำท่านึก
“ไม่มีนะ” เมธีบอก
“คุณแม่หนูไม่ได้ทำงานที่นี่หรอกค่ะ...คุณแม่ทำงานอยู่ที่ห้างใหญ่มาก คุณแม่แต่งตัวสวยทุกวัน...ไปขายเครื่องสำอางค่ะ เครื่องสำอางที่แม่บัวขายนี่แพงมากเลยนะคะ แม่...แม่บอกว่าแม่ขายเครื่องสำอางแต่ไม่ได้ใช้ แม่ก็เลยไป...ไปซื้อเครื่องสำอางที่ตลาดนัดมาใช้แทนค่ะ” เด็กน้อยบอก พูดกระหืดกระหอบเว้นวรรคหายใจด้วยวิ่งเล่นมา แต่คำพูดเป็นต่อยหอยสร้างความประทับใจให้เกตุอย่างมาก เกตุถึงกับอมยิ้มเอามือลูบแก้มของเด็กน้อยช้าๆ ถึงกับเผลอตัวไปหอมแก้มเด็กน้อยที่มีกลิ่นหอมของแป้งเด็กโชยออกมา แม้เด็กน้อยจะมีเหงื่อผุดขึ้นมาบนไรผมก็ตาม
“น่ารักจริงๆเลย...แม่บัวใช้เครื่องสำอางในตลาดนัดจริงๆเหรอคะ” เกตุถาม
“ค่ะ...ครอบครัวเราต้องประหยัด พ่อตุ้มก็บอก...บอกว่าบ้านเรารายได้น้อย บีมก็ต้องประหยัดด้วยนะคะ บีมอยู่บ้านยายก็ช่วยงานยายด้วยค่ะ บีม...บีมช่วยยายเก็บพริกเก็บมะเขือไปขาย แต่บีมยังซักผ้าไม่ได้ ยังกวาดขยะไม่สะอาด ล้างจานก็ยังไม่ได้ค่ะ...ยายบอกว่ากลัวจานแตก” เด็กน้อยบอก ตาแป๋วจ้องมองเกตุตลอดเวลา
“หนูบีมอยู่กับยายเหรอลูก” เกตุถาม สนใจเด็กน้อยคนนี้มากถึงกับจ้องตาซักไซ้
“ค่ะ...พ่อตุ้มก็ทำงานแม่บัวก็ทำงาน ไม่มีใครเลี้ยงบีมแม่บัวก็เลยพาบีมไปฝากตากับยายเลี้ยงที่ต่างจังหวัดค่ะ...บ้านเกิดของแม่บัว...แต่ตากับยายก็ใจดีกับบัวมากเลยค่ะ” เด็กน้อยบอก
“ลูกพ่อตุ้มนี่เอง...เรียนชั้นไหนแล้วลูก” เมธีถาม นึกถึงลูกน้องที่ชื่อตุ้มหัวหน้าฝ่ายซ่อมบำรุงของบริษัท
“เตรียมอนุบาลค่ะ” เด็กน้อยบอก
“โรงเรียนนี้ดีมาก...สอนหนูให้เป็นเด็กน้อยน่ารักมีสัมมาคารวะ ตากับยายก็คงเป็นคนพูดจาอ่อนหวาน พ่อตุ้มกับแม่บัวก็คงเลี้ยงหนูมาอย่างดี” เกตุบอก ก่อนจะเห็นในมือเด็กน้อยกำเงินร้อยบาทไว้แน่น
“เงินร้อยนึง...ใครให้มาคะลูก” เกตุถาม
“ได้ตอนร้องเพลงบนเวทีค่ะ” เด็กน้อยบอก
“อะ...ป้าให้พันนึง...ในฐานะที่หนูน่ารัก” เกตุบอก หยิบเงินหนึ่งพันจะส่งให้ เด็กน้อยมองเงินในมือแสดงอาการว่าอยากได้แต่ไม่กล้ารับ
“หนูยังไม่ได้ร้องเพลงเลยนะคะ” เด็กน้อยบอก ยังไม่ทันรับเงินจากเกตุก็มีผู้หญิงคนนึงเดินเข้ามาพอดี
“เอ่อ...คุณผู้หญิง...ขอโทษด้วยนะคะ...ขอโทษค่ะ” สาวสวยหน้าตาดียกมือไหว้ เกตุก็หันไปรับไหว้ทันที
เกตุหันมองสบตากับสาวสวยที่ใบหน้าละม้ายคล้ายเด็กน้อยที่นั่งตักเกตุอยู่ สาวสวยใส่เดรสสั้นสีชมพูดูทั้งสวยทั้งน่ารัก เกตุเห็นแล้วก็รู้สึกถูกชะตาเป็นอย่างมาก ขณะที่เมธีก็มองมาทางสาวสวยคาดหมายว่านี่คงเป็นบัวภรรยาของตุ้ม
“แม่บัว...ตะกี้บีมวิ่งมาชนคุณป้าค่ะ แต่บีมขอโทษแล้วนะคะ” เด็กน้อยรีบบอก
“ค่ะ...เอ่อ...หนูขอโทษแทนบีมอีกครั้งนะคะคุณผู้หญิง...ไปเถอะค่ะลูก” บัวบอก เด็กน้อยก็จะขยับจากตักของเกตุทันที
“เดี๋ยวจะหนูบีม...อะ...นี่ป้าให้นะ...ไม่ต้องร้องเพลงหรอก ป้าให้เพราะหนูน่ารัก” เกตุบอก สาวน้อยหันมองหน้าแม่บัวตาแป๋วก่อนหันกลับมาที่เงินหนึ่งพันอีกครั้งแต่ไม่กล้ารับ
“เรารับไม่ได้หรอกค่ะ” บัวบอก
“รับไว้เถอะ...ถือว่าเป็นทุนการศึกษา” เมธีพูดขึ้นมา
“ใช่...เป็นทุนการศึกษานะลูกนะ” เกตุบอก บัวปฏิเสธไม่ได้ก็เลยพยักหน้าให้เด็กน้อยรับ จากนั้นสองแม่ลูกก็ยกมือไหว้นอบน้อมแล้วกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง...
เกตุมองตามบัวที่พาลูกสาวไปยังโต๊ะที่นั่งอยู่ พินิจพิจารณาดูรูปร่างและท่าทางการเดินตลอดเวลา สาวสวยแม้จะเป็นแค่พนักงานห้างแต่แววตาดูมั่นใจ ลักษณะนี้คงถ่ายทอดมาให้บีมลูกสาว
“เด็กบีมนั่นน่ารักมาก...เกตุอยากได้ลูกสาวแบบนี้” เกตุบอก
“ใช่...น่ารัก...หน้าเค้าเหมือนแม่นะ” เมธีบอก
“ค่ะ...หน้าเหมือนกัน ท่าทางเฉลียวฉลาดก็เหมือนกัน อืมม...ตุ้ม...คนไหนนะเกตุนึกไม่ออก” เกตุถาม
“ตุ้ม...เค้าเป็นหัวหน้าฝ่ายซ่อมบำรุงของบริษัท” เมธีบอก
“เค้าเป็นคนยังไงคะ” เกตุถาม
“ก็...เป็นคนดีนะ...ทำงานอยู่กับพี่มานานแล้วล่ะ...อืมม...มีอยู่ช่วงนึงเค้าเคยลำบากหนักถึงขั้นที่บ้านพ่อแม่เค้าจะโดนยึดที่ดินเลยนะแต่เค้าไม่บอกใคร พี่เองบังเอิญรู้เพราะมีคนมาทวงถึงในบริษัท ตอนแรกนึกว่าติดหนี้พนันแต่สืบหาความจริงก็เป็นไปตามที่บอกนั่นแหละ...ตอนนั้นพี่นี่แหละที่ช่วยเค้าไปครึ่งล้าน” เมธีบอก
“แสดงว่าตอนนี้ตุ้มก็ทำงานใช้หนี้สินะคะ” เกตุบอก
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก...มีก็มาจ่าย บางเดือนเดือดร้อนจริงๆก็ให้บอก” เมธียิ้มให้ เกตุก็หันไปทางโต๊ะของบัวและเด็กน้อยบีมอีกครั้ง ในใจครุ่นคิดถึงแผนการบางอย่างขึ้นมา
“เกตุขอเจอตุ้มหน่อยได้มั้ยคะ” เกตุถาม
“หือ...ทำไมเหรอ” เมธีถามกลับ
“อยากรู้ว่าพันธุกรรมของพ่อหรือแม่กันแน่ที่ถ่ายทอดให้เด็กน้อยบีมคนนั้นค่ะ” เกตุบอก
“แล้วยังไงต่อ” เมธีถาม
“ถ้าเด็กน้อยได้ความฉลาดความสวยแล้วก็ความน่ารักมาจากแม่ทั้งหมด ผู้หญิงคนนี้ก็มีคุณสมบัติเหมาะสมค่ะ” เกตุบอก เมธีมองหน้าเมียด้วยความสงสัย ไม่เข้าใจว่าคุณสมบัติเหมาะสมคืออะไร แต่เมธีได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเกตุในแบบที่เมธีไม่เคยเห็นมานาน....
จบตอนที่...1...