ในยามเย็นชาวบ้านในหมู่บ้านต่างพากันกลับจากทำงานมาพักผ่อนที่บ้าน ช่วงเวลาเช่นนี้หมู่บ้านจึงครึกคักเป็นพิเศษ
เซี่ยอันหนิงแบกตาข่ายใส่ปลามาเดินเร่ขายในหมู่บ้านก่อน เนื่องจากว่าเกลือของนางยังรออีกตั้งหลายวันกว่าจะตกผลึกเต็มที่ ปลาที่จับมามีมากเกินไป นางและบิดากินไม่ทัน เกรงว่าจะเน่าตายไปเสียก่อน จึงนำมาเร่ขายให้กับชาวบ้านหาเงินไปพลาง ๆ
“ปลาไหมจ๊ะ ปลาสด ๆ ตัวใหญ่ ๆ จ้า”
“อ้าว! แม่หนูอันหนิงจับปลามาได้หรือจ๊ะ ดีจริงเช่นนั้นป้าช่วยซื้อสองตัวนะ”
ป้าซูหลินหญิงชราผู้ใจดี เมื่อเห็นว่าเด็กสาวขยันทำมาหากินก็นึกเอ็นดูอยู่ในใจยิ่งนัก ไม่เหมือนบุตรชายบ้านนางที่อายุพอ ๆ กัน แต่เขาเอาแต่เที่ยวเล่นไร้สาระไปวัน ๆ
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านป้าซู ให้ข้าใส่ไว้ไหนให้เจ้าคะ”
“อ๋อ...ใส่ไว้ในถังไม้นี่เลยจ้ะ”
ป้าซูหลินชี้ไปที่ถังไม้ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ รั้วบ้านพลางยิ้มให้แม่นางน้อยอย่างอ่อนโยน ปลาตัวขนาดกลางสองตัวถูกเซี่ยอันหนิงจับยัดใส่ในถังไม้ตามที่ป้าซูหลินบอก
“เสร็จแล้วเจ้าค่ะ”
“หืมตัวใหญ่เสียจริง เท่าไหร่จ๊ะ”
“ตัวละห้าอีแปะ สองตัวก็สิบอีแปะเจ้าค่ะ”
เมื่อรับเงินแล้วเซี่ยอันหนิงก็เดินไปตามทางในหมู่บ้านต่อ ดีจริง ๆ ช่วงนี้ไม่มีเด็กหนุ่มเกเรพวกนั้นมาคอยรังควานนางเลย
“พี่สาว ๆ ข้าขอปลาสักตัวได้หรือไม่ขอรับ”
“หืม…ขอหรือ” เซี่ยอันหนิงขมวดคิ้วมองเด็กหนุ่มผู้นั้นที่กล้ามาเอ่ยปากขอปลากับนาง ดูแล้วก็น่าสงสารอยู่หรอก แต่ชีวิตนางตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กคนนี้นัก นางลำบากจับปลามาขาย เขาจะขอโดยไม่จ่ายเงินสักอีแปะได้อย่างไร
“ข้าไม่มีเงินเลย…แม่ของข้าตั้งแต่คลอดน้องร่างกายก็อ่อนแอมาตลอด ข้าอยากได้ปลาไปต้มน้ำแกงบำรุงร่างกายนาง หากพี่สาวอยากให้ข้าทำงานอะไรก็ได้ทั้งนั้นขอรับ”
เด็กหนุ่มพูดน้ำเสียงสั่นเครือแววตาเศร้าหม่นดูแล้วน่าสงสารยิ่งนัก เซี่ยอันหนิงมองเขาพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ยกยิ้มมุมปากออกมา พลางคิดว่านางจะทำโรงเรือนหากมีแรงงานคนช่วยทำเพิ่มอีกคน บิดาของนางจะได้มิต้องทำงานหนักมากนัก
“เช่นนั้นพรุ่งนี้เจ้าตัดไม้ไผ่มาให้ข้า แลกกับปลาพวกนี้เป็นอย่างไร”
“ได้ ๆ พี่สาว ข้าทำได้”
เด็กหนุ่มได้ยินดังนั้นก็ดวงตาเป็นประกาย รีบตอบรับอย่างรวดเร็ว แม่ของเขาหลังจากคลอดน้องชายออกมาแล้ว ร่างกายนางก็ทรุดโทรมและผ่ายผอมยิ่งนัก น้ำนมก็มีน้อยจนแทบไม่พอให้น้องชายได้อิ่มท้อง เขาอยากขึ้นเขาไปล่าสัตว์บ้าง แต่เพราะเขายังเด็ก พวกชาวบ้านคนอื่น ๆ จึงมิให้เขาติดตามไปด้วย เพราะเกรงว่าจะเป็นตัวถ่วงให้ล่าช้าได้และเป็นภาระยามพบเจอสัตว์ร้าย
“เช่นนั้นปลาในถุงตาข่ายนี้ข้าให้เจ้าทั้งหมดเลย”
เซี่ยอันหนิงยื่นถุงตาข่ายที่เหลือปลาอยู่สองตัวให้กับเด็กหนุ่มผู้นั้นอย่างมินึกเสียดาย เพราะนางจะได้มีคนช่วยงานในวันพรุ่งนี้ หากให้นางไปตัดไม้คนเดียวเกรงว่าจะต้องใช้เวลาทั้งวันเป็นแน่
“ว่าแต่เจ้าชื่ออะไรหรือ”
“ข้าชื่อเสี่ยวหู่”
“อืม…เสี่ยวหู่…บ้านข้าอยู่ท้ายหมูบ้าน ไม่ไกลจากบ้านใหญ่ตระกูลเซี่ยติดเชิงเขาเลย พรุ่งนี้เจ้าไปหาข้าที่บ้านแต่เช้าล่ะ อย่าไปสายนะเดี๋ยวแดดจะแรง”
“ขอบคุณพี่สาวข้าจะไปแต่เช้าเลยขอรับ”
หลังจากถามไถ่ชื่อเสียงเรียงนามกันแล้ว เซี่ยอันหนิงก็นัดแนะกับเด็กหนุ่มจนเข้าใจกัน นางก็รู้สึกโล่งใจที่พรุ่งนี้จะมีคนช่วยนางและบิดาสร้างโรงเรือนเลี้ยงไหมแล้ว
แม่นางน้อยเดินเข้าบ้านมาอย่างอารมณ์ดีเหมือนเช่นทุกวัน เห็นบิดานั่งรออยู่ที่แคร่หน้าบ้านก็เข้าไปทักทายพูดคุยกับเขา พร้อมกับเล่าเรื่องเมื่อเช้านี้ในหมู่บ้านให้เขาฟัง
“ท่านพ่อ...คือข้าอยากให้ท่านพ่อทำบันไดสามเหลี่ยมให้ข้าหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ”
“ได้สิ เจ้าก็บอกมาว่าอยากให้พ่อทำอย่างไร” เซี่ยต้าไห่เป็นบิดาที่รักบุตรสาวยิ่งนัก ไม่ว่านางจะขอให้เขาทำอะไร เขาก็ไม่คิดปฏิเสธเลย แม้ว่าบางครั้งเขาจะไม่รู้ว่าสิ่งที่นางให้เขาทำคืออะไรก็ตาม แค่คิดว่าพอถึงตอนที่นางให้ทำ เขาก็ถามนางให้มากหน่อยก็เท่านั้น จะได้ทำออกมาได้ตรงตามที่นางต้องการ
“ท่านพ่อข้าดีที่สุดเลย” เซี่ยอันหนิงขยับเข้าไปใกล้บิดาพร้อมกับกอดแขนของเขาไว้แน่น ทำท่าทางเขย่าแขนออดอ้อนจนน่าเอ็นดู
นางคิดไว้แล้วว่าจะทำโรงเรือนโดยใช้ไม้ไผ่มาต่อกัน จากนั้นก็ใช้หญ้าแห้งและใบไม้มาคลุม แต่นางยังติดอยู่อีกปัญหาหนึ่งนั่นคือ…นางไม่รู้วิธีการสาวไหมและวิธีทอผ้าเลย...
ไม่รู้ว่าหานชงอวิ๋นรู้วิธีเหล่านั้นมาจากไหนกันนะ นางต้องหาวิธีให้ได้ ในเมื่อเขาทำได้ นางย่อมทำได้เช่นกัน ไม่เช่นนั้นคงจะเสียหน้าสาวแกร่งแห่งศตวรรษที่ยี่สิบสามหมดน่ะสิ
ในยามบ่ายแสงอาทิตย์สาดส่องไปทั่วบริเวณ ขณะที่สายลมยังคงทำหน้าที่พัดโชยมาเบา ๆ อากาศในช่วงนี้ไม่ร้อนมากนักเพราะใกล้เข้าหน้าหนาวแล้ว ฝนก็ตกบ้างไม่ตกบ้างจึงทำให้บางวันอากาศร้อนอบอ้าวจนไม่อยากทำอะไร แต่บางวันกลับเย็นสบายจนอยากจะนอนหลับกลางวันสักงีบ
แม่นางน้อยกำลังวุ่นกับการเขียนแบบการสร้างโรงเรือน อยู่บนแคร่หน้าบ้านข้าง ๆ บิดาที่กำลังนั่งสานตะกร้าไม้ไผ่อยู่ หากได้จำนวนมากแล้วนางกะว่าจะเอาไปฝากให้ร้านขายของในหมู่บ้านช่วยขายให้
ส่วนตอนนี้เซี่ยอันหนิงวางแผนการสร้างโรงเรือนและปลูกต้นหม่อนอย่างตั้งอกตั้งใจ พรุ่งนี้พอได้ไม้ไผ่มาก็จะเริ่มทำการสร้างในทันที นางหวังว่าการสร้างโรงเรือนจะใช้เวลาไม่นาน โรงเรือนของนางต้องเสร็จก่อนฤดูหนาวนี้ด้วย มิเช่นนั้นเจ้าหนอนไหมของนางคงไม่มีที่บังลมบังหิมะเป็นแน่
เมื่อเขียนแบบเสร็จแล้วเซี่ยอันหนิงก็ออกไปดูกับดักสัตว์และกับดักปลาเสียหน่อย เผื่อจะได้สัตว์อะไรเพิ่มเติมมาเป็นอาหารจานเนื้อบ้าง ในระหว่างนั้นจะได้คิดหาวิธีทอผ้าไปด้วย เพราะนางเองก็ไม่เคยรู้วิธีทอผ้ามาก่อน แต่เพราะอยู่ที่นี่อะไรที่คว้าได้ก็ต้องคว้าเอามาทำก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันไปตามสถานการณ์ก็แล้วกัน
เซี่ยอันหนิงเดินไปดูกับดักปลาเป็นที่แรก ปลาคราวนี้ไม่ได้ตัวใหญ่มากเช่นคราวก่อน อีกทั้งยังมีปลาตัวเล็กติดปะปนมาด้วย เมื่อเดินต่อไปได้ครู่หนึ่ง นางก็เหลือบไปเห็นบริเวณริมลำธารที่นางเคยพบเจอกับจ้าวอวี้เจินเข้า แต่วันนี้จ้าวอวี้เจินมิได้มางมหอยมุกที่นี่ เกรงว่าน่าจะเป็นเพราะช่วงนี้บางวันอากาศเริ่มเย็นแล้วนางจึงไม่อยากลงน้ำก็เป็นได้
เมื่อนึกถึงจ้าวอวี้เจินเสร็จพลันคิดบางอย่างขึ้นมาได้ จริงสิทำไมนางเพิ่งนึกได้กันนะ ในหมู่บ้านนี้มีท่านยายคนหนึ่งทอผ้ามาตั้งแต่สมัยสาว ๆ ในหนังสือนิยายเจ้าอวี้เจินนำตัวท่านยายผู้นี้ไปสอนวิธีทอผ้าให้กับหานชงอวิ๋นนี่นา ใช่แล้วนางนึกออกเสียที นางควรไปหาท่านยายผู้นี้ก่อน!!