ตอนที่ 19 : ปลูกต้นหม่อนเลี้ยงหนอนไหม

1659 Words
เมื่อกินข้าวเสร็จ เซี่ยอันหนิงก็มานั่งคิดอะไรเงียบ ๆ คนเดียวอยู่ที่มุมหนึ่งด้านหลังบ้าน คิดถึงวิธีการหาเงินให้ได้มาก ๆ ในเวลาอันสั้น หากจะทำอะไรที่มาจากยุคปัจจุบัน ต้องถูกจ้าวอวี้เจินนางเอกในนิยายที่เซี่ยอันหนิงคิดว่านางน่าจะย้อนเวลามาเช่นเดียวกับนางสงสัยเอาเป็นแน่ และหากเป็นเช่นที่นางคิดก็อาจเป็นอันตรายได้ ดังนั้นทำอะไรก็ตามที่ต้องเป็นของที่หาได้จากในยุคนี้เท่านั้น แล้วอะไรดีล่ะ… คิดไปคิดมาก็พลันคิดขึ้นมาได้อยู่เรื่องหนึ่ง เซี่ยอันหนิงจำได้ว่าเมื่อชาติก่อนบัณฑิตหานชงอวิ๋นได้รับความดีความชอบอย่างหนึ่ง คือนำหนอนไหมขึ้นเสนอต่อหน้าพระพักตร์ของฮ่องเต้ และหนอนไหมที่เขานำไปนั้นก็มาจากแถวหมู่บ้านเกิดของเขาที่นี่ แล้วหากนางชิงทำก่อนเขาล่ะ แต่นางไม่รู้ว่าหนอนไหมมีอยู่ที่ไหนบ้าง คิดว่าคงต้องไปลองเดินสำรวจรอบ ๆ หมู่บ้านดูก่อน แต่ตอนนี้ท้องฟ้ามืดแล้วคงต้องรอพรุ่งนี้ เนื่องจากช่วงนี้เริ่มเข้าใกล้ฤดูหนาวมากขึ้นอากาศก็เริ่มเย็นลง ความมืดปกคลุมไวกว่าเดิมมากนัก มิทันทำอะไรก็ค่ำเสียแล้ว หากจะถามบิดาตอนนี้ก็เกรงว่าจะเป็นการรบกวนการพักผ่อนของเขา นางจึงเก็บเรื่องหนอนไหมไว้เป็นภารกิจของวันพรุ่งนี้หลังจากที่นางกลับมาจากจับปลาและดักสัตว์ดีกว่า และคืนนี้นางยังมีปฏิบัติการพิเศษที่ต้องไปทำด้วย เซี่ยอันหนิงแสยะยิ้มเย็นดวงตาทอประกายแวววาวเจ้าเล่ห์ ดังเช่นคนที่มีแผนการบางอย่างอยู่ในใจ ใช่แล้วนางเพิ่งคิดได้เมื่อตอนกลางวันนี่เอง เมื่อช่วงสายหลังจากนางไปจับปลาที่ลำธารขณะที่กำลังเดินกลับบ้าน บังเอิญได้ยินว่าเรื่องที่นางเล่าให้กับพวกเด็กหนุ่มเกเรพวกนั้นฟัง ถูกเล่าต่อกันไปทั่วหมู่บ้านแล้ว เด็กหนุ่มและพวกชาวบ้านบางคนต่างหวาดกลัวกันมาก จึงทำให้เซี่ยอันหนิงคิดแผนการหนึ่งขึ้นมาได้ ตกดึกริมกำแพงบ้านใหญ่ปรากฏให้เห็นเงาร่างเล็กของเซี่ยอันหนิง กำลังถือไม้ทำอะไรบางอย่างกับรังแมลงที่อยู่ตรงหน้า นางจำได้ว่าเมื่อก่อนนางถูกกลั่นแกล้งจนต้องมาหลบอยู่ที่นี่กับพวกแมลงตั้งหลายชั่วยาม ต้องนั่งขดตัวอย่างเงียบ ๆ เพื่อไม่ให้พวกมันตกใจแล้วพุ่งเข้ามากัดผิวหนัง บางครั้งถูกแมลงต่อยจนปวดเมื่อยไปทั้งตัว เมื่อจัดการก่อกวนรังของแมลงเสร็จเรียบร้อยนางก็รีบวิ่งออกมาในทันที ไม่นานแมลงนับพันจำพวกผึ้ง แตน ต่อ ก็บินกรู่กันออกมาเต็มบ้านใหญ่ คนในบ้านใหญ่ต่างพากันปัดป้องวิ่งหนีอุตลุดออกมาจากบ้านเป็นพัลวัน เซี่ยอันหนิงยืนแอบดูอยู่ไกล ๆ ก็อดหัวเราะอย่างสะใจเสียมิได้ พวกบ้านใหญ่หลังจากวิ่งออกมาจากบ้านแล้ว ต่างก็เดินมายืนมองบ้านของตนเองถูกแมลงนับพันตัวครอบครองไปอย่างเจ็บใจ พวกเด็กหนุ่มบ้านใหญ่ต่างร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว พวกชาวบ้านที่ได้ยินเสียงพากันเดินออกมาดู พวกเขาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า 'บ้านคนเกเรถูกฟ้าดินลงโทษแล้ว' พวกบ้านใหญ่แม้จะไม่พอใจนักกับคำเยาะเย้ยของชาวบ้าน แต่พวกเขาเองก็เคยได้ยินเรื่องเล่านี้มาบ้าง เด็กหนุ่มเกเรในบ้านใหญ่เมื่อเห็นว่าเรื่องฟ้าดินลงโทษเป็นเรื่องจริง จึงหวาดกลัวมากหลังจากนี้ก็ไม่กล้าออกจากบ้านมารังแกคนอื่นอีก ซึ่งเรื่องนี้จะเกิดขึ้นในภายหลัง ทำให้ในหมู่บ้านสงบขึ้นมามากทีเดียว ภายในหมู่บ้าน ในชนบทบ้านทุกหลังล้วนทำมาจากดิน หรือไม้เหมือน ๆ กัน ต่างเพียงขนาดที่เล็กหรือใหญ่กว่าตามจำนวนผู้อยู่อาศัยหรือฐานะทางการเงิน ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ค่อนข้างยากจน พวกเขาไม่ได้มีความรู้มากนัก เพราะไม่ได้ร่ำเรียนหนังสือ ขอเพียงหากินไม่อดอยากในแต่ละวันก็นับว่ายากแล้ว จะเอาเงินเอาเวลาที่ไหนไปศึกษาที่สถานศึกษาในตัวอำเภอกันเล่า ในยามเช้าชาวบ้านต่างพากันตื่นแต่ฟ้ายังไม่สว่างดีออกมาหุงหาอาหารอยู่หน้าบ้าน บางบ้านก็เตรียมผักที่ตนเองปลูกไปขาย เมื่อเห็นแม่นางน้อยในชุดสีน้ำตาลหม่นที่ถูกซักจนสีซีด มีรอยปะอยู่เต็มไปหมดก็เอ่ยทักทายตามประสาเพื่อนบ้าน “อ้าว! แม่หนูอันหนิงวันนี้มาทำอะไรในหมู่บ้านแต่เช้า” “ท่านป้าซูข้ามาหาดูต้นหม่อนน่ะเจ้าค่ะ ท่านป้าพอจะเห็นบ้างหรือไม่เจ้าคะ” ป้าซูหลินขมวดคิ้วมองแม่นางน้อยอย่างแปลกใจ นางถามหาต้นหม่อนไปทำไมกัน หญิงชราทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็นึกขึ้นได้ “เหมือนข้าเคยเห็นอยู่ใกล้ ๆ ชายป่าทางข้างหมู่บ้านเจ้าลองไปดูสิ” ป้าซูหลินบอกพร้อมกับยิ้มให้แม่นางน้อยอย่างอ่อนโยน ป้าซูนางเป็นคนแก่จิตใจดีรักเด็กมักจะแอบเอาลูกกวาดให้เซี่ยอันหนิงอยู่เป็นประจำ เมื่อเห็นเซี่ยอันหนิงอยู่ในหมู่บ้านและถูกรังแกจากคนบ้านใหญ่เป็นประจำนางจึงเกิดความสงสารปนเอ็นดูยิ่งนัก “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านป้าซู ข้าลานะเจ้าคะ” เซี่ยอันหนิงยิ้มอย่างดีใจโค้งตัวขอบคุณป้าซูหลิน แล้ววิ่งไปยังชายป่าข้างหมู่บ้านตามที่หญิงชราบอกในทันที นางเดินหาอยู่ครู่หนึ่งก็เจอต้นหม่อนเรียงรายกันอยู่ตามชายป่า ริมฝีปากบางยกยิ้มกว้างแววตาเป็นประกายสดใสขึ้นทันที ดูสิต้นหม่อนพวกนี้ดูสมบูรณ์มาก ทั้งยังเป็นคงมีลูกหม่อนที่ไม่มีใครมาเก็บเอาไปกินด้วย โชคดีจริง ๆ ลูกหม่อนพวกนี้หากนำไปทำแยมเก็บไว้กินในหน้าหนาวก็น่าจะดี ได้กินอะไรหวาน ๆ ร่างกายจะได้สดชื่น ดังนั้นเซี่ยอันหนิงจึงเริ่มจัดการเก็บลูกหม่อนใส่ในตะกร้าไม้ไผ่สะพายหลังทันที จากนั้นก็ค่อย ๆ เก็บหนอนไหมที่เกาะอยู่ตามใบเล็ก ๆ อย่างเบามือ เพื่อให้มันเสียหายน้อยที่สุด ใส่ลงไปด้วยกันในตะกร้าไม้ไผ่สะพายหลังใบโปรด โดยที่นางเก็บใบหมอนใส่รองลงไปก่อนชั้นหนึ่ง เมื่อจัดให้เป็นที่เป็นทางเรียบร้อยแล้ว นางก็ใช้ไม้แหลมที่พอจะแข็งแรงทนทานหน่อยค่อย ๆ ขุดต้นหม่อนต้นเล็ก ๆ มาสี่ห้าต้นเพื่อนำไปปลูกไว้ที่บ้านก่อน แล้วค่อยหาจอบหาเสียมมาขุดไปเพิ่มอีกในภายหลัง เมื่อกลับมาถึงบ้าน เซี่ยอันหนิงก็แวะทักทายบิดาที่นั่งสานตะกร้าไม้ไผ่อยู่บนแคร่หน้าบ้าน ก่อนจะรีบเข้าไปหาจอบมาขุดดินบริเวณใกล้ ๆ ริมรั้วบ้าน นางต้องการเตรียมดินเพื่อปลูกต้นหมอนที่นางขุดมาด้วย เซี่ยต้าไห่ก็ยังสงสัยว่าบุตรสาวกำลังจะทำอะไร ฟังจากเสียงแล้วนางกำลังขุดดินข้างรั้ว แต่มิได้ถามอะไรให้มากความ นางทำอะไรบิดาเช่นเขาก็ย่อมสนับสนุนทั้งนั้น ดวงตาคู่งามของแม่นางน้อยจดจ้องอยู่กับต้นหม่อนที่กำลังปลูกอย่างภาคภูมิใจ นางหวังว่าพวกมันคงจะโตขึ้นในเร็ววัน ส่วนตัวหนอนไหมก็เอาไปใส่ไว้ในกล่องไม้ นำใบหม่อนที่เก็บมาด้วยวางไว้ให้พวกมันกินเป็นอาหาร แล้วนำลูกหม่อนที่เก็บมาได้มากพอสมควรมาจัดการล้างให้สะอาด นางจะทดลองทำแยมดูก่อนสักหน่อย เซี่ยอันหนิงเดินมาที่แคร่ไม้หน้าบ้าน และหย่อนสะโพกนั่งลงข้าง ๆ มองดูบิดาที่กำลังสานตะกร้าไม้ไผ่อยู่อย่างชำนาญ สายตาทอดมองไปยังต้นหม่อนที่เพิ่งปลูกเมื่อครู่ พลางขมวดคิ้วทำสีหน้ากังวลใจ จนบิดาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ รู้สึกได้ “เป็นอะไรไปหรือ” เซี่ยต้าไห่เอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงทุ้มแหบเล็กน้อย บุตรสาวได้ยินดังนั้นจึงลุกขึ้นไปรินน้ำอุ่นมาให้บิดาดื่มให้ชุ่มคออย่างเอาใจ “ข้า…กังวลใจเจ้าค่ะท่านพ่อ กลัวว่าเมื่อเข้าฤดูหนาวต้นหม่อนที่ข้านำมาปลูกจะตายเจ้าค่ะ” “อืม…ก็น่าจะเป็นเช่นนั้นเพราะฤดูหนาวหิมะตกหนัก เจ้าจะทำอย่างไรดีล่ะ” บิดาพยักหน้าเข้าใจ หน้าหนาวทั้งอากาศเย็นและมีหิมะตกโปรยปรายอยู่ทั้งวัน ต้นหม่อนที่ปลูกใหม่ยังไม่แข็งแรงนักอาจจะแห้งเหี่ยวจนตายก็เป็นได้ “จริงสิเจ้าคะ” เซี่ยอันหนิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ นางมีความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวเล็ก ๆ ของตนอีกแล้ว “ข้าจะสร้างโรงเรือนเจ้าค่ะ” “โรงเรือนหรือ…” บิดาขมวดคิ้วเล็กน้อยถามย้ำอีกรอบ แม้ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าโรงเรือนคืออะไร แต่เขาจะพยายามช่วยบุตรสาวอย่างเต็มที่ก็แล้วกัน “เจ้าค่ะ หากมีโรงเรือนต้นหม่อนของเราก็จะปลอดภัยจากฤดูหนาวที่ใกล้จะถึงนี้ได้ ท่านพ่อช่วยข้าทำหน่อยนะเจ้าคะ ข้าจะไปเสาะหาเครื่องไม้เครื่องมือมาเอง” เซี่ยอันหนิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสจนคนฟังรู้สึกได้ถึงความกระตือรือร้น เซี่ยต้าไห่ทำได้เพียงพยักหน้าหงึก ๆ พลางยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับนาง ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่บุตรสาวของเขาก็หาทำนู่นทำนี่ไม่มีหยุดหย่อน แต่ทุกอย่างล้วนเป็นประโยชน์ทั้งสิ้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD