ตอนที่ 18 : เมนูปลา

1453 Words
เซี่ยอันหนิงถอนหายใจเบา ๆ ราวกับรู้สึกเหนื่อยใจกับเจ้าเด็กเกเรพวกนี้เสียจริง นางพยายามกัดฟันสูดลมลายใจเข้าลึก ๆ บอกให้ตนเองใจเย็น ๆ คนเหล่านี้ก็เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มเกเรเท่านั้น แพทย์ทหารจากยุคปัจจุบันอย่างนางจะจัดการไม่ได้เชียวหรือ “พวกเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าฟ้าดินลงโทษคนชั่วไม่ได้ มาสิข้าจะเล่าให้ฟัง” เด็กหนุ่มพวกนั้นต่างพากันยืนฟังอย่างตั้งใจตามประสาเด็ก ๆ ที่ต่างพากันมารอฟังนิทานอย่างไรอย่างนั้น เซี่ยอันหนิงเห็นแล้วก็นึกยิ้มเยาะอยู่ในใจเสียไม่ได้ “มีครอบครัวหนึ่งมักจะชอบเอาเปรียบคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านอยู่ประจำ ครอบครัวนั้นมีจิตใจอิจฉาริษยา ลูก ๆ ของพวกเขาก็ชอบกลั่นแกล้งรังแกเด็กคนอื่น ๆ อยู่เสมอ จนหัวหน้าหมู่บ้านรู้สึกระอาแต่ก็ทำอะไรมิได้ วันหนึ่งมีงานมงคลในหมู่บ้านแต่ครอบครัวนี้กลับสร้างแต่เรื่องอัปมงคล สุดท้ายพวกเขาก็ถูกฟ้าดินลงโทษ แมลงฝูงใหญ่บุกเข้าไปในบ้านของครอบครัวนี้ จนไม่มีใครกล้านอนและกลายเป็นฝันร้ายของพวกเขาอยู่หลายปี” เมื่อเซี่ยอันหนิงเล่าจบเด็กพวกนั้นก็พากันหวาดกลัวจนตัวสั่น วิ่งกลับบ้านไปโดยไม่สนใจนางอีก แม่นางน้อยยกมุมปากข้างหนึ่งขึ้นมองตามหลังเด็กหนุ่มพวกนั้นไปอย่างสะใจ หวังว่าต่อไปเจ้าพวกนี้จะไม่มายุ่งกับนางอีก แม่นางน้อยจัดการกลุ่มอันธพาลเสร็จ ก็อารมณ์ดีไม่น้อย ยางเดินไปดูกับดักปลาที่ลำธารก็ได้ปลามาจำนวนหนึ่ง และมากพอที่จะทำปลาตากแห้งไว้กินช่วงหน้าหนาวได้แล้ว “วันนี้โชคดีจริง ๆ ได้ปลาตั้งเยอะตัวใหญ่เสียด้วย” เซี่ยอันหนิงเก็บปลาตัวใหญ่ ๆ บางส่วนไว้ในตะกร้าไม้ไผ่สะพายหลัง ที่เหลือก็ใส่ไว้ในถุงตาข่ายใส่ปลาที่บิดาสานให้เมื่อวันก่อน ได้ปลาเกือบเต็มถุงก็ถือว่ามากพอสมควรสำหรับนางและบิดาแล้ว เซี่ยอันหนิงแบกถุงตาข่ายและตะกร้าไม้ไผ่สะพายขึ้นหลังเดินกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี บนแคร่ที่ทำจากไม้ไผ่สีเขียว ร่างเล็กของแม่นางน้อยนั่งห้อยขาทอดถอนหายใจ นางกำลังคิดว่าจะหาเงินอย่างไรให้ได้มาก ๆ โดยใช้วิธีธรรมดาจะได้ไม่ไปเตะตาผู้มีอำนาจและนำเรื่องเดือดร้อนมาสู่ตัวเองได้ ชาติก่อนนางหาเงินอย่างไรนะ แต่คราวนั้นกว่าจะสร้างเนื้อสร้างตัวได้ก็แทบจะกระอักเลือดอยู่เหมือนกันนี่นา แสงแรกของดวงอาทิตย์ค่อยๆ โผล่พ้นขอบฟ้าทอประกายสีทองอบอุ่นต้อนรับวันใหม่ ข้างสะพานหินมีสายน้ำใสจนเห็นโขดหินและปลาน้อยใหญ่ น้ำไหลไปตามลำธารของหมู่บ้าน เสียงป่าไผ่เสียดสีกันราวกับคนวิ่งไปมาดังไปทั่วบริเวณ ริมลำธารปรากฏร่างของแม่นางน้อยในวัยใกล้ปักปิ่น นางกำลังดึงตาข่ายดักปลาอันใหญ่ขึ้นมาอย่างชำนาญ ดวงตาเมล็ดซิ่งจ้องมองผิวน้ำตาเป็นประกาย “วันนี้ได้ปลามากกว่าทุกวัน ช่างดีเสียจริง” เซี่ยอันหนิงลากตาข่ายดักปลาขึ้นมาจากน้ำ ก่อนจะจัดการเลือกสรรเอาตัวใหญ่ ๆ ใส่ไว้ในตะกร้าไม้ไผ่สะพายหลังเช่นเดิม นางไม่อยากให้ใครเห็นว่านางได้ปลาตัวมากมาย หากพวกบ้านใหญ่รู้เข้าคนเหล่านั้นคงมาแย่งไปเป็นแน่ ภายในรั้วบ้านหลังเล็กของเซี่ยอันหนิงที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านใหญ่ นางพยายามเดินอ้อมไปอีกทางเพื่อที่จะไม่ต้องเดินผ่าน แม้จะต้องเดินลัดเลาะไกลออกไปอีกเล็กน้อยนางก็ยอม ดีกว่าเดินผ่านแล้วคนพวกนั้นรู้ว่านางมีอาหารการกินไม่ขาดคงเป็นการสร้างปัญหาให้กับตัวเองและบิดาต้องปวดหัว นี่ยังมินับรวมกับการต้องเดินหลบ ๆ เหลาอันธพาลพวกนั้นอีก บนแคร่หน้าบ้าน เซี่ยต้าไห่นั่งสานตะกร้าไม้ไผ่ดังเช่นทุกวัน เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของบุตรสาวเดินเข้าบ้านมาก็เอ่ยทักทายขึ้น “เป็นอย่างไรบ้าง วันนี้ได้ปลาเยอะหรือไม่” เซี่ยอันหนิงยิ้มหวานอย่างอารมณ์ดี เมื่อเห็นว่าใบหน้าของบิดาเริ่มมีเนื้อมีหนังดูสดใสขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ตั้งแต่นางได้กลับมาเกิดใหม่ครานี้นี่ก็ผ่านไปหลายวันแล้ว แม้จะยังหาวิธีหาเงินให้ได้มากยังมิได้ แต่นางก็มิได้ทำให้บิดาตกอยู่ในความอดอยาก “เจ้าค่ะท่านพ่อ วันนี้ได้เยอะกว่าทุกวัน ได้ตัวใหญ่ด้วยนะเจ้าคะ” บุตรสาวแสนดีของเซี่ยต้าไห่ตอบเสียงสดใสก่อนจะเดินเข้าบ้านไปจัดการเก็บข้าวของและสัตว์ที่หามาได้ให้เป็นที่เป็นทางอย่างเรียบร้อย แล้วออกมาดูเกลือจำนวนมากที่นางนำมาวางไว้หลังจากต้มจนได้ที่ คิดว่าตอนนี้คงได้เวลานำไปตากแดดและรอการตกผลึกอย่างสมบูรณ์ในอีกไม่กี่วันนี้ ก่อนหน้านี้นางก็ใช้ผลึกเล็ก ๆ ที่กระจายออกมาทำกับข้าวไปบ้างแล้ว รสชาติความเค็มถือว่าดีทีเดียว นี่เท่ากับว่านางจะมีเกลือใช้โดยที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อสักอีแปะเลย ช่างน่าภูมิใจนัก แต่เมื่อมองไปยังปลาในถังไม้ก็อดถอนหายใจออกมาเสียมิได้ ปลามากมายขนาดนี้ หากรอไปอีกหลายวันกว่าจะกินหมดคงเน่าตายมีกลิ่นไม่น่าอภิรมณ์แน่ ๆ นางต้องนำมาทำอะไรสักอย่างกินก่อนแล้ว หากไม่พออย่างไรค่อยหาเพิ่มเอาก็ได้ เช้านี้เซี่ยอันหนิงทำข้าวต้มปลากับปลานึ่งน้ำเกลือกินกับบิดา นางเลือกปลาตัวที่ใหญ่ที่สุดสองตัวมานึ่งกับน้ำที่ละลายเกลือให้เค็มกำลังพอดี เนื้อปลามีประโยชน์ทั้งยังย่อยง่ายเหมาะกับบิดาของนางที่ไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้มากนักจะได้ไม่อืดท้องด้วย บนโต๊ะอาหารวันนี้อุดมไปด้วยเนื้อปลาแสนอร่อยที่เซี่ยอันหนิงตั้งใจทำเป็นพิเศษ เพราะได้ปลามาจำนวนมาก หากจะถนอมอาหารเก็บไว้กินหน้าหนาวทั้งหมดก็จะเยอะเกินไป เพราะทุกวันนี้นางหาปลาได้มากทุกวัน จึงไม่จำเป็นต้องตระหนี่ในเรื่องอาหารการกินอีก ส่วนการถนอมอาหารก็แบ่งไปทำบ้าง ส่วนหนึ่งก็นำมาทำเป็นอาหารบ้าง และไม่ว่านางจะทำอาหารอะไรก็ตาม มักจะได้คำชมจากบิดาเสมอ วันนี้ก็เช่นกัน “ปลานึ่งวันนี้รสชาติดีจริง ช่วงนี้ฝีมือทำอาหารของเจ้าพัฒนาขึ้นมากเลยนะ” เซี่ยต้าไห่เอ่ยปากชมบุตรสาวพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน ช่วงหลังมานี้อาหารของนางรสชาติถูกปากทำให้เขากินข้าวได้มากกว่าปกติ รู้สึกว่าตัวเองมีเรี่ยวแรงกำลังมากกว่าเมื่อก่อนยิ่งนัก “เช่นนั้นก็กินเยอะ ๆ นะเจ้าคะ ข้าจะขุนท่านพ่อให้อ้วน ๆ ไปเลยเจ้าค่ะ” เซี่ยอันหนิงบอกพร้อมกับคีบเนื้อปลาชิ้นใหญ่ วางไว้บนถ้วยข้าวของบิดาพร้อมใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข นางไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่นางมีโอกาสกลับมาเป็นเซี่ยอันหนิงอีกครั้ง กลับมาแก้ไขในสิ่งที่นางเสียใจมากที่สุด ไม่ว่าจะผ่านการเกิดหรือตายมากี่ครั้งก็ตาม นางอยากกลับมาหาบิดาและดูแลเขาให้ดีและไม่มีวันทอดทิ้งเขาเด็ดขาด “ฮ่ะ ฮ่า เจ้าเด็กนี่ จะขุนพ่อเจ้าเป็นหมูเลยหรืออย่างไร” เซี่ยต้าไห่หัวเราะลั่นกับคำพูดของบุตรสาว ก่อนจะพูดหยอกเย้าตามประสาพ่อลูก หลังจากแยกบ้านมาได้นอกจากจะมิต้องถูกกดขี่แล้ว บุตรสาวยังดูร่าเริงกว่าเมื่อก่อนมาก เขาดีใจจริง ๆ “เช่นนั้นก็ดีสิเจ้าคะ” เซี่ยอันหนิงกล่าวพร้อมกับหัวเราะคิก ๆ อย่างอารมณ์ดี ระยะหลังมานี้ตั้งแต่ย้ายออกมาจากบ้านใหญ่ สองพ่อลูกก็รู้สึกอารมณ์ดีพูดคุยกันอย่างมีความสุขในทุกวัน โดยไม่มีพวกบ้านใหญ่มาตามรังควานให้รู้สึกหงุดหงิดอีก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD