ในเวลาเช้าตรู่แสงสีทองอันอบอุ่นทอแสงประกายไปทั่วท้องฟ้า เสียงนกร้องพากันโบยบินออกมาจากรังเพื่อออกหาอาหาร เช่นเดียวกับผู้คนในหมู่บ้านเซี่ยเจียที่ตื่นแต่เช้าตรู่ ดวงตะวันยังไม่ทันขึ้นพ้นขอบฟ้าดี พวกเขาเหล่านั้นต้องออกมาทำงานหาเลี้ยงครอบครัวแล้ว
เซี่ยอันหนิงเองก็เช่นกัน นางตื่นแต่เช้าเพื่อทำกับข้าวหุงหาอาหารไว้ให้บิดาและตัวเอง หลังจากมื้ออาหารเช้าของทุกวัน นางก็จะออกไปดูกับดักสัตว์และกับดักปลาที่วางไว้ แล้วกลับมาในช่วงสายของแต่ละวัน หลังจากนั้นก็เตรียมทำอาหารมื้อกลางวันสำหรับสองพ่อลูกอีกเช่นเคย
วันนี้ก็เช่นกัน เซี่ยอันหนิงออกไปดูกับดักสัตว์และกับดักปลาในลำธารแล้วกลับมาเร็วกว่าทุกวัน เนื่องจากว่าวันนี้ไม่มีสัตว์โชคร้ายเลยสักตัว อีกทั้งปลาก็จับได้เพียงลูกปลาตัวเล็ก ๆ เท่านั้น นางจึงปล่อยมันลงลำธารตามเดิมเสีย แล้วตัดสินใจเดินกลับมาเก็บเห็ดและสมุนไพรบางอย่างติดไม่ติดมือกลับบ้าน
“เหตุใดวันนี้จึงกลับมาเร็วนักเล่า” เซี่ยต้าไห่เอ่ยถามบุตรสาว เมื่อเขาได้ยินเสียงนางเดินกลับเข้ามาที่ลานบ้านเร็วกว่าทุกวัน
ปกติแล้วก็เกือบจะมื้อกลางวันโน่นแม่นางน้อยของเขาถึงจะกลับมา เพื่อเตรียมอาหารให้เขาได้กินของร้อน ๆ เพราะนางบอกว่าดีต่อสุขภาพ
“วันนี้ไม่มีสัตว์ติดกับดักเลยสักตัวเจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าว่าจะมาดูหนอนไหมที่เลี้ยงไว้เสียหน่อย ไม่รู้ว่าจะโตพอใช้ได้แล้วหรือยัง”
เซี่ยอันหนิงบอกกับบิดา ก่อนจะเดินเข้าไปเก็บตะกร้าไม้ไผ่สะพายหลังไว้ในครัวที่อยู่ด้านหลังของบ้าน แล้วเดินมาดูหนอนไหมที่เลี้ยงไว้ในโรงเรือนอีกที
เมื่อเห็นว่าหนอนไหมเหล่านั้นโตพอจะสามารถนำมาใช้ได้แล้ว นางจึงเก็บรังไหมที่ใช้ได้ใส่ตะกร้าไม้ไผ่ใบเล็กเพื่อนำมาทดลองต้มดูก่อน
นางเตรียมหม้อใส่น้ำแล้วนำมาตั้งบนเตาไฟ ในระหว่างที่รอให้น้ำร้อนเดือนปุด ๆ ในใจก็กำลังคิดว่าท่านอ๋องสามบุรุษตัวร้ายผู้นั้นในตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่ ไม่รู้ว่าเขาจะมีโอกาสได้พบกับเจ้าวอวี้เจินอีกเมื่อไหร่ นางหวังว่าคงจะมิใช่เร็ว ๆ นี้
หากเดาไม่ผิด ตามหนังสือนิยายในช่วงเวลานี้จ้าวอวี้เจินคงกำลังผูกสัมพันธ์ความรักระหว่างพระเอกกับนางเอกกันอยู่กับบัณฑิตหานชงอวิ๋น
ช่วงนี้ยังพอมีเวลาให้นางได้เตรียมความพร้อมหาอาหารมากักตุนไว้เป็นเสบียงในฤดูหนาวที่จะถึงนี้ก่อน จึงทำให้นางเบาใจลงไปบ้างสำหรับเรื่องนี้ นางกลัวจริง ๆ ว่าตัวร้ายจะได้รับการช่วยเหลือและหลงรักนางเอกตามโครงเรื่องเดิม แล้วชีวิตน้อย ๆ ของนางจะกลับเข้าสู่เนื้อเรื่องแล้วต้องมาตายตกไปพร้อมกับบิดาอีกครั้ง
ในระหว่างที่รอน้ำร้อนในอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับต้มรังไหม เซี่ยอันหนิงก็พลางนึกถึงเครื่องไม้เครื่องมือในการสาวไหมในความทรงจำที่เคยเห็นในโทรทัศน์เมื่อชาติก่อน ตอนอยู่ในยุคปัจจุบัน
ตุบ!!
จู่ ๆ เครื่องมือสาวไหมตามจินตนาการที่คิดอยู่ในหัวก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้านางในทันทีที่นึกถึง นี่มันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดจึงมีเจ้านี่มาวางอยู่ตรงหน้านางได้
เซี่ยอันหนิงเอื้อมมือไปหยิบเครื่องมือสาวไหมที่ทำด้วยไม้ขึ้นมามองดูอย่างไม่เชื่อสายตา แม้ว่ามันจะทำมาจากไม้ทั้งอันและไม่เหมือนที่เคยเห็นในโทรทัศน์เสียทีเดียว แต่ก็ดูเหมือนจะสามารถใช้งานได้จริง
แล้วมันโผล่มาจากไหนกันเล่า! แม่นางน้อยยังไม่คลายความสงสัย นางขมวดคิ้วเป็นปมพลิกของสิ่งนั้นกลับไปกลับมา
หรือนี่จะเป็นพลังวิเศษของนาง ที่เหมือนกับของจ้าวอวี้เจินนางเอกในหนังสือนิยายที่บางครั้งนางจะฝันถึงสิ่งทำกำลังจะเกิดล่วงหน้าได้
หรือว่านางมีพลังเก็บข้าวของได้เยอะแยะไว้ในห้วงอากาศ หากต้องการใช้เพียงแค่นึกถึงสิ่งของในนั้นก็จะมาปรากฏตรงหน้า ไม่ต้องถือให้หนักเกะกะ แต่นางพยายามนึกถึงพื้นที่ว่างแล้ว
นึกอย่างไรก็ไม่มีวี่แววที่ตัวนางสามารถเคลื่อนย้ายตัวเองเข้าออกไปที่ไหนได้เลย นางยังคงยืนโง่ ๆ อยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน
หากเป็นเช่นนี้ แล้วพลังวิเศษของนางคืออะไรกันเล่า เพียงแค่นึกถึงสิ่งของก็จะมาปรากฏอยู่ตรงหน้านางอย่างอย่างนั้นหรือ
ว้าว! เช่นนั้นก็ดีน่ะสิ เซี่ยอันหนิงดวงตาวาวโรจน์เปล่งประกาย นางจะร่ำรวยก็คราวนี้แหละ ว่าแล้วก็หลับตานึกถึงเงินทองกองใหญ่ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาดูก็พบว่าตรงหน้านางนั้นยังคงว่างเปล่าเหมือนเดิม ไม่มีสิ่งใดเพิ่มขึ้นมา
‘อะไรกันมิได้หรอกหรือ แล้วสามารถเรียกอะไรได้บ้างล่ะเนี่ย’
‘ไหนลองใหม่ซิ’
เซี่ยอันหนิงพึมพำกับตัวเอง นางยังไม่ยอมแพ้ พยายามหลับตานึกถึงสร้อยคอแหวนกำไลและของมีค่าอื่น ๆ เมื่อลืมตาขึ้นมาก็ยังคงพบเพียงความว่างเปล่าเหมือนเดิม หรือเรื่องเมื่อครู่จะเป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น
เอ๊ะ! ไม่สิ สวรรค์คงไม่ใจร้ายกับนางถึงขนาดนั้นกระมัง ก็เครื่องมือสาวไหมยังโผล่มาได้โดยไม่มีที่มาที่ไปเลย
‘หากของมีค่าไม่ได้ งั้นก็ลองนึกถึงของอย่างอื่นดูก็แล้วกัน’
แม่นางน้อยหลับตาลงอีกครั้ง แล้วนึกถึงหม้อใบใหญ่กว่าที่มีอยู่ เมื่อลืมตาขึ้นก็ปรากฏว่ามีหม้อใบใหญ่วางอยู่ตรงหน้านางพอดี
‘ได้จริง ๆ ด้วย มหัศจรรย์นัก’