ไม่เป็นไรถึงจะเรียกของมีค่าออกมาไม่ได้ แต่ก็ยังนำของที่มีประโยชน์อื่น ๆ ออกมาใช้ได้อยู่ ก็ยังดีนะ เมื่อคิดถึงสิ่งนั้นสิ่งนี้จนเหนื่อยก็ไม่มีอะไรปรากฎขึ้นมาอีกเลย เซี่ยอันหนิงจึงหันมาตั้งใจทำสิ่งตรงหน้าให้สำเร็จเสียก่อนจะดีกว่า
เซี่ยอันหนิงนำหม้อน้ำร้อนที่ต้มไว้ มาเปลี่ยนถ่ายใส่หม้อใบใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม จากนั้นก็เติมน้ำเพิ่มแล้วนำกลับไปตั้งไว้บนเตาเช่นเดิม
เมื่อหม้อน้ำร้อนมีอุณหภูมิที่คิดว่าคงพอต้มรังไหมได้แล้ว นางก็นำรังใหม่ใส่ลงไปในน้ำร้อนที่ต้มอยู่ในหม้อบนเตา จากนั้นก็ใช้ไม้เขี่ยให้รังไหมสุกทั่วกัน
เมื่อเสร็จตามขั้นตอนแล้วก็นำเส้นไหมส่วนหนึ่งมาทดลองทอด้วยอุปกรณ์สาวไหม ที่โผล่ออกมาอย่างมหัศจรรย์เมื่อสักครู่นี้ แน่นอนว่ามันสามารถทำได้ แต่เซี่ยอันหนิงไม่ได้มีความรู้ในด้านนี้นางจึงทำได้ไม่ดีนัก หากเป็นไปได้นางก็อยากให้คนที่ทำเป็นจริง ๆ มาสอนให้มากกว่า นางต้องการทอผ้าไหมที่งดงามเนื้อผ้าละเอียดปราณีต แต่ตอนนี้ทำได้เท่านี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
เมื่อสำเร็จไปอย่างหนึ่งสำหรับการทอผ้า ก็คงเหลือแค่ต้องรอคนที่ฝีมือดีมาสอนให้เท่านั้น นางหวังว่าจะได้รับการติดต่อกลับมาจากหลี่มู่หยวน บุตรชายของท่านยายหลี่เถียนในเร็ววัน
ตอนนี้หลังจากสาวไหมได้แล้ว แต่ยังทอผ้าไม่เป็น ก็คงถึงเวลาต้องทำอย่างอื่น ดีกว่าปล่อยเวลาให้สูญไปโดยเปล่าประโยชน์ นางนำเกลือสินเธาว์ที่ทำไว้ในคราแรกมาทำปลาเค็มเก็บไว้
หลังจากจัดการกับปลาเค็มเสร็จเรียบร้อยแล้ว เซี่ยอันหนิงก็เดินออกมาจากในครัวหลังบ้านผ่านบิดาที่นั่งสานตะกร้าไม้ไผ่บนแคร่หน้าบ้านอย่างอารมณ์ดี
เมื่อได้ยินเสียงบุตรสาวอารมณ์ดีเป็นพิเศษก็อดรู้สึกฉงนใจมิได้ บุตรสาวของเขามีเรื่องอันใดให้อารมณ์ดีกันหนอ ก็นางขลุกตัวอยู่แต่บ้านเหตุใดจึงอารมณ์ดีเช่นนี้ แม้ว่าจะสงสัยแต่เซี่ยต้าไห่ก็มิได้ถามอะไรออกมา เขายังคงถือคติที่ว่า หากนางไม่เล่า เขาก็จะไม่เซ้าซี้อยากรู้ เขารู้สึกลึก ๆ ว่า นางมีความลับที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่
ในช่วงสาย อากาศวันนี้ร้อนเร็วกว่าทุกวัน แม้ว่าจะใกล้เข้าหน้าหนาวมากเต็มทีแล้วก็ตาม แต่ในช่วงกลางวันของบางวันอากาศก็ร้อนบ้างเย็นบ้างเป็นปกติ
นี่ก็ผ่านมาสิบกว่าวันแล้วหลังจากได้รับจดหมายตอบกลับจากกองทัพ ก็ยังไม่มีจดหมายจากหลี่มู่หยวนตอบกลับมาเลย ไม่รู้ว่าความหวังอันริบหรี่ของเซี่ยอันหนิงจะยังคงเป็นไปได้หรือไม่
สิบกว่าวันที่ผ่านมานางก็ยังใช้ชีวิตตามปกติ วางกับดักหาสัตว์หาปลามาหมักเกลือไว้บ้าง ตากแห้งบ้าง ย่าเก็บไว้บ้าง ทำอย่างอื่นหลาย ๆ อย่างคละกันไป บางครั้งก็ออกไปเก็บสมุนไพรในป่าเพราะหวังจะโชคดีเจอโสมหรือเห็ดหลินจือบ้าง
เซี่ยอันหนิงกำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่โต๊ะในบ้านกับบิดา นางยังคงชะเง้อหน้ามองไปยังรั้วบ้านหวังว่าจะมีคนมาส่งจดหมายในเร็ว ๆ นี้
“เจ้าก็กินข้าวได้แล้ว จดหมายนั่นหากจะมามันก็มาของมันเองนั่นแหละ” เซี่ยต้าไห่บอกกับบุตรสาวพลางถอนหายใจเบา ๆ
เขาเห็นนางชะเง้อคอมองหน้าบ้านทุกวันแล้วปวดใจยิ่งนัก นางคงคาดหวังกับจดหมายฉบับนี้มาก แต่เขาก็ช่วยได้เพียงปลอบใจนางไปพลางเท่านั้น
“เจ้าค่ะท่านพ่อ” แม้จะตอบไปเช่นนั้น แต่สายตาของเซี่ยอันหนิงก็ยังไม่ละจากประตูรั้วบ้าน ทำให้ผู้เป็นบิดาได้แต่มองแล้วถอนหายใจอีกหลายรอบ
“เฮ้อ...เด็กคนนี้นี่ พ่อรู้นะว่าเจ้าก็ยังแอบชะเง้อมองดูประตูรั้วบ้านอยู่ดี แม้ว่าพ่อจะมองเห็นไม่ชัดก็ตาม”
“โถ่! ท่านพ่อก็ ข้าตื่นเต้นนี่เจ้าคะ”
“เอาเถอะ แล้วแต่เจ้าก็แล้วกัน อะไรที่สบายใจเจ้าก็ทำไปเถอะ” เซี่ยต้าไห่พูดพลางส่ายหน้าให้กับความดื้อรั้นของบุตรสาว
“เจ้าค่ะท่านพ่อ” เซี่ยอันหนิงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยให้กับบิดา นางรู้ว่าตนเองกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับจดหมายฉบับนั้น แต่จะให้ทำอย่างไรได้เล่า ก็นี่เป็นทางเดียวที่สามารถโน้มน้าวให้ท่านยายหลี่ใจอ่อนยอมสอนนางทอผ้านี่นา
สองพ่อลูกยังคงกินข้าวกันต่อ โดยไม่ได้สนใจประตูรั้วบ้านอีก อย่างที่บิดาว่าจริง ๆ หากจะมาเดี๋ยวก็มาเอง เฝ้ารอไปก็เท่านั้น หดหู่ใจเสียเปล่า ๆ
“มีใครอยู่บ้าง ข้ามาส่งจดหมายให้ผู้เฒ่าเหล่ย”
เสียงตะโกนของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าบ้านของเซี่ยอันหนิง ดวงตากลมโตของแม่นางน้อยเบิกกว้างอย่างตื่นเต้น จะใช่จดหมายที่นางรอคอยไหมหนอ นางรีบลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารวิ่งไปหน้าบ้านในทันใด
“จดหมายจากผู้เฒ่าเหล่ยหรือเจ้าคะ”
“ใช่แล้ว รับไปสิข้าต้องไปส่งบ้านอื่นต่อ”
“ขอบคุณมากเจ้าค่ะพี่ชาย”
เซี่ยอันหนิงรับจดหมายฉบับนั้นมา พร้อมกล่าวขอบคุณคนที่นำมาส่งให้ แล้ววิ่งเข้าบ้านไปหาบิดาอย่างตื่นเต้น
ในที่สุดก็ได้รับจดหมายตอบกลับของหลี่มู่หยวนเสียที สมกับที่นางรอคอยมากว่ายี่สิบวัน
ข้อความตอบกลับมีใจความว่า...
...ตอนนี้ข้าอยู่แนวหน้าชายแดนจึงไม่สะดวกในการเขียนจดหมายส่งมาหาทางบ้าน มีแต่เงินที่ถูกส่งมาให้ครอบครัวเท่านั้น...
ในวันถัดมาเซี่ยอันหนิงก็กลับไปที่บ้านท่านยายหลี่เถียนอีกครั้ง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังขึ้น หญิงชราที่อยู่ภายในบ้านเก่าโทรมหลังนั้นออกมาเปิดประตูเช่นเดิม เมื่อเห็นว่าผู้ที่อยู่หน้าประตูเป็นใคร ท่านยายหลี่เถียนก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่