“เด็กคนนี้ช่างดื้อรั้นเสียจริง บอกว่าข้าไม่สอนไม่สอนก็ยังมาอยู่ได้ กลับไปเสียอย่างไรข้าก็ไม่สนใจเจ้าหรอก”
ท่านยายหลี่เถียนตะโกนใส่เซี่ยอันหนิง ก่อนจะเข้าบ้านหมายจะปิดประตูทันที เพราะรำคาญแม่นางน้อยผู้นี้ที่ตามตอแยให้นางสอนวิธีทอผ้าอยู่ได้
นางแก่แล้วสายตาไม่ดีเหมือนเมื่อก่อนจะให้มาทำเช่นนี้ก็ยิ่งฝืนใจ แถมการทอผ้ายังเป็นสมบัติของตระกูลที่สืบทอดกันมาจะให้มาสอนใครสุ่มสี่สุ่มห้าได้อย่างไร
“เดี๋ยวก่อนสิเจ้าคะท่านยาย ข้าอยากเรียนทอผ้าจริง ๆ นะเจ้าคะ” เซี่ยอันหนิงเอ่ยด้วยถ้อยคำวิงอนพร้อมกับแววตาออดอ้อน
“เจ้าไปให้คนอื่นสอนเถอะอย่างไรข้าก็ไม่สอน” ท่านยายหลี่เถียนยังคงปฏิเสธ หากแต่เซี่ยอันหนิงก็ยังมิอยากยอมแพ้ นางล้วงหยิบเอาจดหมายน้อยฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ
“แล้วหากข้าบอกว่าข้ามีจดหมาย จากลูกชายของท่านยายแล้วล่ะเจ้าค่ะ ท่านยายจะยอมสอนข้าหรือไม่”
หญิงชราเบิกตากว้างแล้วหรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างครุ่นคิด นางก้าวออกมาจากประตูบ้านมองหน้าแม่นางน้อยที่น่ารำคาญอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
เซี่ยอันหนิงยื่นกระดาษจดหมายฉบับหนึ่ง ให้กับท่านยายหลี่เถียนอย่างระมัดระวัง หญิงชรารับมาแล้วก็เปิดดูทันที เมื่อนางเห็นว่าเป็นตัวหนังสือลายมือของลูกชายของนางจริง น้ำตาก็ไหลอาบบนใบหน้าที่มีแต่ริ้วรอยนั้นอย่างห้ามมิได้
“เขายังมีชีวิตอยู่ เขายังไม่ตาย ช่างดีจริง ๆ”
เซี่ยอันหนิงขมวดคิ้วอย่างสงสัย เหตุใดท่านยายจึงคิดว่าลูกชายตายไปแล้วกันเล่า ทั้งที่ลูกชายของนางก็ส่งเงินมาให้มิได้ขาด มิใช่หรือ...
“ท่านยายมิได้รับเงินหรือเจ้าคะ” แม่นางน้อยเอ่ยถามอย่างแปลกใจ เมื่อได้ยินหญิงชราคิดว่าลูกชายของนางตายไปเสียแล้ว
หญิงชรามิได้ตอบอันใด เพียงสายหน้าเล็กน้อยเท่านั้น ตอนนี้อารมณ์นางจดจ่ออยู่ที่จดหมายเท่านั้น มิได้มีจิตใจคิดสงสัยว่าทำไมเซี่ยอันหนิงถึงถามออกมาเช่นนี้
“เช่นนั้นแล้วเงินที่ท่านน้าหลี่ส่งมานั่น หายไปไหนเสียเล่าเจ้าคะ”
“ช่างเถิดเพียงแค่ข้ารู้ว่ามู่หยวนยังไม่ตายก็ดีมากแล้ว แล้วเจ้าได้จดหมายนี้มาจากที่ใดหรือ” ท่านหลี่เถียนหันมาถามเซี่ยอันหนิงที่ยืนยิ้มกว้างอยู่ตรงหน้าอย่างอ่อนโยน ตอนนี้ความรู้สึกหงุดหงิดรำคาญก่อนหน้านี้หายไปจนหมดสิ้น
“ท่านพ่อของข้าได้ติดต่อกับสหายที่เป็นทหารในกองทัพเจ้าค่ะ สหายผู้นั้นของท่านพ่อบังเอิญรู้จักกับท่านน้าหลี่ จึงนำจดหมายฉบับนี้มาได้” แม่นางน้อยอธิบายให้หญิงชราฟังคร่าว ๆ เพราะตัวนางเองก็รู้ไม่มากเกี่ยวกับคนที่ส่งข่าวให้ท่านพ่อของนาง
“เช่นนี้นี่เอง ขอบใจเจ้ามาก” หญิงชราพยักหน้าอย่างเข้าใจ
แม่นางน้อยคนนี้ช่างมีจิตใจแน่วแน่ยิ่งนัก กว่าจะได้จดหมายฉบับนี้มาคงลำบากมิใช่น้อย เช่นนั้นนางคงต้องพิจารณาสิ่งตอบแทนกลับไปบ้างเสียแล้ว
“เช่นนั้นท่านยายก็สอนข้าได้แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” เซี่ยอันหนิงยังคงอ้อนวอนต่ออย่างไม่ลดละ นางคิดหนทางทำเงินไม่ออกจริง ๆ
ใกล้หน้าหนาวเข้ามาทุกที จะให้นางออกไปขายของในเมืองเหมือนนางเอกในนิยายทะลุมิติที่เคยอ่านนางน่าจะแข็งตายเป็นแน่ ตอนนี้จึงต้องอาศัยช่วงเวลานี้เรียนรู้และทอผ้าอยู่ที่บ้านดีที่สุด
และอีกอย่าง นางเองไม่อยากให้หานชงอวิ๋นและจ้าวอวี้เจินใช้ประโยชน์จากท่านยายหลี่แล้วสุดท้ายก็มิเคยกลับมาตอบแทนอะไรให้ท่านยายเลย
“ข้า...ข้าเองก็แก่มากแล้วไม่ได้ทอผ้ามานานมาก บางอย่างจำได้บ้างไม่ได้บ้างจะสอนเจ้าได้อย่างไร”
หญิงชรายังคงลังเลใจ นางเองก็ไม่ได้ทอผ้ามานานมากแล้ว อีกอย่างนางไม่อยากสอนให้ใคร เพราะเป็นวิชาของตระกูลที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ หากจะสอนก็อยากสอนให้แต่คนที่อยู่ในตระกูลเท่านั้น
การทอผ้าใคร ๆ ก็ทอกันได้ แต่การทอผ้าแบบพิเศษของตระกูลหลี่นั้น ไม่ใช่ว่าใครอยากทอก็ทอได้ ในใจพลางคิดกลับไปกลับมาอย่างซับซ้อน
“ท่านยายสอนข้าเถิด หากท่านยายยอมสอนข้า ข้าสามารถนำของจากท่านยายไปส่งให้ท่านน้าหลี่ได้นะเจ้าคะ แต่ต้องเป็นของที่ไม่หนักมากเท่านั้น เพราะเพราะมันไม่ค่อยสะดวกในการส่ง”
หญิงชราเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มอย่างดีใจ นี่นางสามารถส่งของไปให้ลูกชายได้ด้วยหรือ แม่นางน้อยคนนี้ช่างคิดหาทางเสียจริง
“เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะยอมสอนเจ้าดู แต่เจ้าจะทำได้หรือทำไม่ได้นั่นขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าแล้ว”
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านยาย” เซี่ยอันหนิงกล่าวขอบคุณหญิงชราอย่างดีใจ นางยิ้มกว้างกระโดดขึ้นลงราวกับเด็กน้อย
“มาสิ เข้ามาด้านในก่อน”
ในที่สุด ท่านยายหลี่เถียนก็เปิดประตูต้อนรับนางเข้าไปในบ้าน ก่อนจะแนะนำเครื่องมือทอผ้าที่นางใช้เป็นประจำให้กับเซี่ยอันหนิงดู พร้อมทั้งสอนวิธีการต้มไหม สาวไหมที่ถูกต้องอย่างละเอียดเท่าที่นางพอจำได้
“ที่ต้องบอก ข้าก็บอกไปหมดแล้ว เหลือเพียงมาเรียนทอผ้าที่นี่ทุก ๆ เย็น เจ้าว่าอย่างไร”
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านยาย เช่นนั้นวันนี้ข้ากลับก่อนนะเจ้าคะ”
“ไปเถิด เดินทางดี ๆ เล่า” นางหลี่เถียนได้แต่มองตามแผ่นหลังบางของเซี่ยอันหนิงอย่างนึกเอ็นดู
แม่หนูนี่ช่างมีความมุมานะพยายามอย่างแท้จริงเชียว บางทีสวรรค์คงลิขิตให้นางมีลูกศิษย์นอกตระกูลเป็นแน่
เมื่อลาท่านยายหลี่แล้ว เซี่ยอันหนิงก็เดินเท้ากลับบ้านของตนอย่างอารมณ์ดี ถึงบ้านก็เอ่ยทักทายบิดาเหมือนเช่นทุกวัน แล้วนางก็เดินตรงเข้ามายังห้องนอนของตนเองทันที
นางไม่ได้ขอซื้อเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ในการทอผ้าจากท่านหลี่เถียน เนื่องจากว่าเครื่องทอผ้าของท่านยายมีเพียงอันเดียว นางจึงจดจำแบบเครื่องทอผ้าจากที่บ้านท่านยายหลี่ แล้วนำมาลอกเลียนแบบในความคิด เพียงครู่เดียว สิ่งของที่คิดอยู่ในหัวก็พลันมาวางอยู่ตรงหน้าด้วยพลังวิเศษที่นางได้รับมาแบบงง ๆ
เซี่ยอันหนิงมองเครื่องทอผ้าที่วางอยู่ตรงหน้าอย่างดีใจ นางเอื้อมมือไปสัมผัสอย่างเบามือ แม้จะยังไม่ค่อยชินนัก แต่นางก็อดตื่นเต้นไม่ได้เวลาที่ได้ใช้พลังวิเศษนี้แล้วได้สิ่งของตามที่นางต้องการ
จริง ๆ แล้วนางก็ไม่รู้ว่าตัวนางเองสามารถนึกคิดสิ่งใดแล้วเรียกออกมาได้บ้าง แต่ที่แน่ ๆ คือเงินทองสิ่งของมีค่าไม่สามารถนึกคิดแล้วหยิบออกมาได้