สามเดือนต่อมา...
บ้านตากอากาศหลังเล็กของ ธาร์เบอริส ซันดรู เจ้าของบ้านนานทีครั้งจะเหยียบมาสักครั้งอย่างเขา ครั้งนี้ทำชาวสวน แม่บ้าน จรดผู้รักษาความปลอดภัย ถึงกับงง
ต่างจากแม่นมคนนี้ เพราะไม่มีเรื่องไหนที่หล่อนจะไม่รู้ นามของหล่อนคือ ซูซี่
" ลุกไปอาบน้ำเถอะค่ะคุณ ป้าทำโจ๊กเอาไว้ให้ "
มือเหี่ยวบ่งบอกถึงอายุที่เยอะคราวแม่เขาสลัดผ้านวมผืนหนาออก เพื่อเตรียมเก็บไปซัก พร้อมปลุกเขาตื่น เนื่องจากนอนนานหลายชั่วโมง และไม่มีอะไรตกถึงท้อง
ทว่า... หนุ่มร่างใหญ่มีแค่กางเกงนอนบางๆ เผยท่อนบนให้เห็นกล้ามเนื้อหนาเป็นมัด ขนหน้าอกหยาบกร้าน อิดโอดไม่ยอมลุกง่ายๆ
" ป้ากินเลย ผมยังไม่หิว "
" ป้าทำให้คุณ ป้าจะกินได้ไงกันล่ะ " หญิงชรามองค้อน ก่อนพาร่างท้วมเดินสำรวจไปรอบห้อง เห็นอะไรที่ไม่เรียบร้อยก็เก็บ รวมทั้งเสื้อผ้าที่ถอดทิ้งระเนระนาดของเขา ในขณะปากพูด
ก่อนมาหยุดเดินชั่วคราว มองเขาอีกรอบ ก็ประโยคนี้..
" งั้นค่อยอุ่น "
" โถ่คุณ คราวที่แล้วก็พูดแบบนี้ ป้าเบื่อต้องเอาไปให้เจ้าบรูสมันกินต่อ "
" ดี หมาผมจะได้อิ่ม มันยิ่งดูแย่ๆอยู่ "
" มันก็ดูแย่เหมือนเจ้าของมันนั่นล่ะค่ะ " ซูซี่ว่า แววตาละห้อย
นี่ถ้าพ่อแม่ของเขาใส่ใจเขาตั้งแต่เล็กแต่น้อยสักนิด ในวันนี้... วันที่เขาไม่เหลือใคร คงไม่พาตัวเองมาที่นี่ บ้านเก่าสมัยบรรพบุรุษ
" เฮ้อ..." ซูซี่ถอนหายใจอีกครั้ง หลังเก็บทุกอย่างเสร็จ มายืนมองเขา " ตัดผมไหมคะ ป้าตัดให้ "
" เอาไว้อยากตัดจะบอกครับ " เขาตอบไม่เต็มเสียงนัก ก่อนพลิกตัวไปอีกฝั่ง บอกให้รู้ว่าเขาจะนอน หล่อนไม่ควรมารบกวนเขา
" ก็ได้ค่ะ "
ซึ่งนั่นเป็นการยุติการสนทนาที่มีศักยภาพสูงสุด สำหรับคนที่รู้นิสัยกันดี หากมากไปกว่านี้ เขาตะเพิดเอาแน่
ซูซี่พยักหน้ารับ ก่อนเดินออกจากห้องไปอย่างง่ายดาย
แต่แล้วบางครั้งทุกอย่างอาจไม่เป็นไปอย่างที่หล่อนคิด เมื่อซันดรูไม่ได้นอนต่อ แต่ลุกขึ้นมานั่งตัวตรง ก่อนเอี่ยวตัวไปมองบรั่นดีครึ่งขวดที่เหลือไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ทว่าต้องส่ายหัวหลุดยิ้ม เมื่อพบว่ามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว
" ซูนะซู .."
จากนั้นจึงเปลี่ยนความคิด สลัดผ้าห่มออก ลุกไปอาบน้ำแทน
ทิ้งโทรศัพท์เอาไว้ ที่มีคนโทรเข้ามาถึงสิบสาย
++ Mom ++
กว่าจะแล้วเสร็จธุระส่วนตัว ระยะเวลาปาเข้าไปสามชั่วโมงเศษ ก่อนเขาว่างจับโทรศัพท์ สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีที่เห็นจอ หลังจากผ่อนคลายมานาน คือความมึนงงที่เผยออกมาทางสีหน้าของเขาแบบชัดเจน
" อะไรวะเนี่ย "
นั่นเพราะ สายเรียกเข้าที่พลาดไปหลายสาย ของแม่เขาจ่อตระหง่านอยู่ในนั้น
" ให้ตายสิ"
ทำชายหนุ่มตกใจหนักถึงขั้นต้องโทรกลับไปหาอย่างรนราน ไม่นานปลายสายก็รับ
" แม่ครับ! "
ทว่ากลับทำเขางงยิ่งกว่าเก่า เมื่อโทนน้ำเสียงของหล่อนดูไม่เหมือนคนที่ตกอยู่ในอันตรายใดๆ
( ซันลูก...)
เขาจึงกรอกตาพ่นลมทันที พลางเปลี่ยนเสียงตามไปด้วย
" แม่โทรหาผม?"
( ใช่จ้ะ )
" เพราะ?..."
( คุยดีๆกับแม่ไม่ได้หน่อยหรือไง )
สลับกับทำปากอมลม
" ผมจะคุยดีกับแม่ทำไม ในเมื่อแม่โทรมาจะใช้งานผม "
( อุ๊ย แสนรู้ )
" หยุดนะแม่.." ก่อนจะตัดบท
แต่แล้ว....
( หยุดนะซัน ถ้าคิดจะตัดสายแม่ล่ะก็...หยุดเดี๋ยวนี้เลย )
ซันดรูถึงกับชะงักและพ่นลมอีกรอบ กรอกตาไปมาแสดงถึงการเก็บความหงุดหงิดเอาไว้ในใจสุดขีด
เขารู้นิสัยแม่เขาดี รายนี้จะเอาอะไรต้องเอาให้ได้
แต่ต้องไม่ใช่ช่วงนี้ ช่วงที่เขาอารมณ์ผีเข้าผีออกอยู่
" ก็ได้ครับ มีอะไรก็ว่ามาเลย ผมรอฟังอยู่ "
( ก็ดีจ๊ะ ^^ )
" แต่แค่ห้านาทีเท่านั้น "
( นี่เจ้าซัน! )
" เหลือสี่นาที "
( เฮ้! เจ้านี่ แม่พูดก็ได้ )
ซันดรูใช้วิธีเดิมก่อนยิ้มกริ่ม พร้อมเลื่อนนิ้วไปยังปุ่มวางเตรียมรอกด
" ถ้าจะขอให้ไปช่วยงานพ่อไม่ต้องนะครับ เพราะยังไงผมก็ไม่ไป"
( เปล่าจ้ะ ^^ )
" งั้น..." ชายหนุ่มเลิกคิ้ว ก่อนจะตัดสายทิ้งจริงๆ เนื่องด้วยประโยคบอกเล่านี้
( งานสังคมของแม่ )
" ไม่ไป "
ติ๊ด!
แล้วจึงยืนมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มันกระพริบขึ้นอีกครั้ง เพราะสายเรียกเข้า หลังถูกโยนไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนเตียง
ซันดรูยิ้มกริ่ม รู้สึกสนุกที่ได้แกล้งแม่ ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อเชิ้ตตัวเก่งที่พาดอยู่กับพนักเก้าอี้มาสวมแบบลวกๆ พลางหยิบกุญแจรถคันเก่า หมวก ปืนลูกซอง และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ...บรั่นดีรสโปรดขวดใหม่
เขาวิ่งเหยาะๆลงบันไดไปจุ๊บแก้มคนแก่ ที่กำลังหมกหมุ่นอยู่กับการจัดโต๊ะอาหาร
จุ๊บ
แล้ววิ่งผ่านหลังไป เหลือแต่เสียงตอบกลับมา ซึ่งยิ่งตอบยิ่งก็ยิ่งไกลออกไปอีก
" อะ อ้าว นั่นคุณจะไปไหน "
" ผมเข้าไปในไร่นะซูซี่ "
" แต่คุณท่านจะมาทานข้าวเย็นกับคุณนะคะ "
" ไปเดี๋ยวเดียวก็กลับครับ "
" ไม่ได้นะคะ ท่านมาไม่เจอ ท่านอาละวาดตายเลย คุณ! "
"........"
บรื้นนนนนน
" หนู...." ประโยคทิ้งท้าย เสียงหล่อนขาดหายกลายเป็นหน้าสลด
เขาจะรู้บ้างไหม ว่าการเสาะหาเวลามาอยู่กับเขา...แม้ลูกชายจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว อย่างท่านธาร์เบอริสนั่นสุดแสนจะยาก และพยายามแค่ไหน
" เฮ้อ..."
อาจจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อในความคิดของใครหลายคน ถ้าวันนี้มาเห็นเพลย์บอยอย่างเขานั่งชมป่าดงพงไพรอย่างใจจดใจจ่อ คงไม่อยากจะเชื่อและงุนงงไปตามกัน ทว่ามันเป็นไปแล้ว เพราะนี่ล่ะคือสิ่งที่เขาโปรดปรานที่สุดรองลงมาจากการจับปืนยิงกราดไปยังเป้านิ่ง ณ สนามฝึก
ใช่..เขาห่างมันมานานเหลือเกิน เกิน..จนไม่กล้าที่จะจับมันอีก ท่ามความคิดถึงมักจะก่อกวนยามสมองว่าง และเขาก็มักจะใช้จุดนี้ วิวนี้เป็นตัวสกัดทิ้งเสมอ
แม้มันจะต้องใช้เวลามากเกินความจำเป็นก็ตาม!
ปลายคางกรามแกร่งเต็มไปด้วยหนวดไรหนากึก เชยขึ้นอย่างสง่าผ่าเผย แหงนมองนกดำห้าตัวกำลังบินผ่าน บ่งบอกให้รู้ว่าปลายทางของมันนั่นคือที่ไหน ชายหนุ่มยิ้มเศร้าก่อนจะก้มหน้ามองมือตัวเอง
มือนี้ใช่ไหม ที่เคยคร่าชีวิตใครต่อใครมามากนัก จนนับไม่ถ้วน
มือนี้ใช่ไหมที่สามารถลิขิตชีวิตตัวเองยังไงก็ได้
พูดถึงเขานั้นมีทางเดินมากมาย ที่บิดาเป็นผู้ปูทางเนิ่นมา เพียงแค่เอ่ยปากตัดสินใจเดินดั่งเขาหวัง เพียงแค่นั้นก็รังแต่จะนำไปสู่ความยิ่งใหญ่ และสำเร็จ กอบกำอำนาจไว้แทบจะกระอักเลือด
ทว่ายังมีเหตุผลอะไรที่เขาไม่ยอมทำตามอีก
" นั่นน่ะสิ"
ซันดรูถอดหายใจพรืด ทำท่าจะทิ้งตัวลงนอนหนุนแขนตัวเอง
แต่แล้ว...
ปัง! ปัง!
" กรี๊ดดดด" กลับมีเสียงปืนที่ทำให้เขาต้องชะงัก ก่อนเสียงร้องของหญิงสาวตามมา
"...!!!"
มาเฟียหนุ่มถึงกับผละตัวขึ้น ดีดตัวลุกโดยสัญชาตญาณ หยิบปืนที่พกมา และสับเท้าวิ่งลงเนินเขาไปตามเสียงอย่างไม่ห่วงชีวิต
สิ่งแรกที่เขาเห็นคือคราบเลือด และ เธอ... ในชุดนักเรียน
" ชะ..ช่วยด้วย "
กับเสียงแหบพร่าเอ่ยหลังเห็นเขาพร้อมแขนเรียวชูสูงกว่าตัวหวังให้เร่งช่วย
ข้างกันคือชายฉกรรจ์สองคนที่เป็นศพ นอนหงายตาค้าง ทิ้งสาเหตุการตายคือรอยเจาะของกระสุนกลางหน้าผาก
ซันดรูถึงกับชะลอเท้า ชะงักกึกอึ้งอยู่พักหนึ่ง แล้วจึงเดินช้าไปหาเธอ ปลายตาไปทั่วเรือนร่างบาง พิจารณาเลือดกระเซ็นเปื้อนเสื้อและแก้ม ก่อนโล่งใจเพราะมันเป็นของคนที่ตาย
กระทั่งชะงักค้างไปอีกครั้ง เมื่อหรี่ตาลงมาถึงมืออีกข้าง แล้วเห็นว่าเธอถือปืน
...นี่เธอต่อสู้กับคนร้ายจนแย่งปืนมาได้
..หรือว่า ปืนนี่คือปืนของเธอเอง
" เกิดอะไรขึ้น?"
" พวกมันจะฆ่าฉัน "
" เธอเลยชิงฆ่าเขาก่อนน่ะหรือ "
" ......!!"