ตอนที่1 : จุดเริ่มต้น
บ้านไม้ผสมสังกะสีชั้นเดียวในซอยสลัมหญิงสาวแต่งชุดนักศึกษาเตรียมไปเรียน แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีคนเรียก
"อีลัน! กูบอกว่าให้วางเงินค่าเช่าบ้านมาด้วยไง" เสียงเรียกจิกกบาลแบบนี้ไม่มีใครนอกจากป้าของเธอเอง แม่ส่งเธอมาอยู่กับป้าตั้งแต่5ขวบแล้วแม่ก็ไปไหนไม่รู้ส่วนพ่อเธอน่ะเหรอไม่เคยมีไม่เคยเห็นและแม่ก็ไม่เคยพูดถึง
"หนูยังไม่มี เพิ่งจ่ายค่าหน่วยกิตที่เรียนไป" ร่างบางตอบกลับเธอต้องส่งตัวเองเรียนมาตั้งแต่มัธยมต้นเพราะป้าให้เธอเลิกเรียนตั้งแต่จบประถม
"กูบอกแล้วอย่าเรียน มึงเรียนไปก็ไปเป็นลูกจ้างคนอื่นอยู่ดี" คนที่เรียกตัวเองว่าป้าไม่เคยสนับสนุนให้เธอเรียนเลยแม้แต่ครั้งเดียว
"แค่2ปีหนูก็จบแล้วหนูจะรีบหางานประจำทำจะได้มีเงินเยอะๆ ไง" ร่างบางพูดเกลี้ยกล่อมป้าแบบนี้มาตั้งแต่มัธยมเพราะป้าของเธอเห็นเงินดีกว่าอะไรทั้งนั้น
"จะจบหรือเปล่าเถอะมึงไม่ใช่มีผัวท้องไม่มีพ่อเหมือนแม่มึงอีก กูไม่เลี้ยงหลานให้มึงหรอกนะ" เธอคงเป็นภาระสำหรับทุกคนใช่มั้ย แม่ก็ทิ้งป้าก็ไม่เคยเห็นใจส่วนพ่อตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้
"หนูไปก่อนนะจ๊ะ วันพรุ่งนี้จะรีบวางเงินไว้ให้นะ" ลำพังเงินค่าจ้างที่ทำงานที่ห้างก็แทบไม่พอยาไส้ ป้าของเธอชอบตั้งวงเล่นไพ่กับเพื่อนในหมู่บ้านจนเงินที่เธอใช้จ่ายค่าเช่าบ้านหมดทุกทีส่วนลูกชายของป้าน่ะเหรอ ไม่ทำอะไรนอกจากเอาเงินของเธอไปแต่งรถแล้วออกไปซิ่งรถกับเพื่อนๆ ให้ชาวบ้านรำคาญเล่น ทั้งบ้านมีเธอแค่หาเงินอยู่คนเดียว
"ให้ไปส่งมั้ยลัลนาคนสวย!" ผู้เป็นลูกชายของป้าบิดรถเสียงดังแล้วตะโกนถามเธอตั้งแต่ปากซอย
"ไอ้แบงค์ฉันเป็นพี่แกตั้ง3ปีนะหัดเคารพบ้างสิ" ลัลนาตะโกนกลับ ลูกชายของป้าอายุแค่18เป็นน้องเธอตั้ง3ปีแต่ไม่เคยเรียกเธอว่าพี่เลยสักครั้ง
"กูไม่นับถือ ตกลงจะไปมั้ย" ตะโกนแข่งกับเสียงรถ
"ไม่ไป! รถบ้ารถบออะไรน่ารำคาญซะจริง" ร่างบางตะโกนกลับก่อนจะเดินดุ่มๆ ไปอีกทาง
"เสียเวลานักแข่งจริงไปเว้ยพวกมึงซิ่งต่อ" แบงค์หัวโจกเด็กแว้นหันไปชวนเพื่อนอีกประมาณ10กว่าคันบิดกันเสียงดังแล้วขับไปด้วยความเร็ว
"ภาระพ่อแม่ไม่พอ ยังจะเป็นภาระสังคมอีก" ลัลนาบ่นอย่างเหนื่อยใจให้เด็กกลุ่มนั้นอายุแต่ละคนยังไม่ถึง20ด้วยซ้ำ บางคนก็ไม่เรียนต่อให้จบทิ้งอนาคตมาเป็นเด็กแว้น
"ไปท่ารถเมล์จ้ะพี่" ร่างบางสวมกระโปรงพลีทเหนือเข่าขึ้นนั่งวินมอเตอร์ไซค์ก่อนจะบอกคนขับไปป้ายรถประจำทาง ไปกับพี่วินมอเตอร์ไซค์ดูชีวิตปลอดภัยกว่าไอ้พวกนั้น ลัลนาคิดในใจอย่างเหนื่อยอ่อนเงินที่ทำงานทุกวันหวังจะได้ซื้อของที่อยากได้กลับต้องมาให้ไอ้เด็กที่มองไม่เห็นอนาคตนั่นไปแต่งรถซิ่งแข่งกับเพื่อน
@มหาวิทยาลัย
ร่างบางมาถึงมหาวิทยาลัยด้วยภาพหัวฟูเพราะนั่งรถเมล์ลมโกรกหน้ามาตลอดทาง ขาเรียวเล็กตรงดิ่งไปห้องการเงินนำเงินที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าจ่ายค่าเทอมทันที ลัลนาลงเรียนมหาวิทยาของรัฐบาลแห่งหนึ่งที่เปิดโอกาสให้คนที่ทำงานได้เรียนวันอาทิตย์และที่สำคัญไม่ไกลจากบ้านของเธอด้วย
"จ่ายช้าอีกแล้วนักศึกษาเทอมใหม่จะมาแล้วนะ" เจ้าหน้าที่การเงินที่หน้าตาไม่ค่อยรับแขกราวกับใครไปบังคับให้มาทำงานเอ่ยกับเธอ
"ขอโทษค่ะ พอดีเงินหนูเพิ่งออกค่ะ" ร่างบางหัวเราะแห้งๆ จะเถียงกลับก็ไม่ได้เพราะเธอทำเรื่องผ่อนผันแล้วตั้งหลายครั้งชื่อเธอไม่พ้นสภาพนักศึกษาก็บุญแค่ไหนแล้ว เธอจำเป็นต้องโกหกป้าว่าจ่ายไปแล้วไม่งั้นป้าของเธอก็จะขโมยเงินไปเล่นไพ่อีกเธอก็จะไม่ได้จ่ายค่าเทอมและค่าหน่วยกิต คราวนี้ได้พ้นสภาพนักศึกษาของจริง
ลัลนาตั้งหน้าตั้งตาเรียนพยายามเก็บหน่วยกิตให้หมดจะได้จบเร็วๆ ภาคพิเศษที่เธอเรียนใช้เวลาแค่2ปีเพราะเน้นเก็บหน่วยกิตเหมาะสำหรับคนทำงานไปเรียนไปแบบเธอจริงๆ เธอเรียนไม่เก่งหรอกแต่ก็อยากเรียนให้มีปริญญาแบบคนอื่น เธอไม่ได้หวังจะเป็นพนักงานแคชเชียร์ในห้างไปตลอดชีวิตหรอก
"งานที่มอบหมายส่งครั้งหน้าที่เจอกันนะครับนักศึกษา" อาจารย์หนุ่มขวัญใจนักศึกษาทั้งชายและหญิงแต่ยกเว้นกับลัลนา เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยทุกครั้งที่เรียนวิชานี้เพราะเหมือนถูกจ้องมองตลอดเวลาโชคดีที่วิชานี้เรียนแค่สัปดาห์ละ2ชั่วโมงถ้าต้องเรียนสัปดาห์ละ4ชั่วโมงแบบวิชาอื่นเธอคงแย่
"แยกย้ายได้ครับทุกคน" อาจารย์หนุ่มแสนอ่อนโยนบอกกับนักศึกษาทุกคน
"กลับบ้านปลอดภัยนะคะอาจารย์" นักศึกษาผู้หญิงต่างพากันตอบกลับด้วยความหวังดีและชื่นชม
"ยกเว้นเธอลัลนา คะแนนสอบครั้งที่แล้วเธอได้น้อยสุดอาจารย์ต้องสั่งงานเธอเพิ่มหน่อย"
"ค่ะอาจารย์" รู้สึกหวั่นใจไม่น้อยที่ต้องอยู่ในห้องกับอาจารย์แค่2คน เธอไม่มีเพื่อนที่จะมายืนรอกลับบ้านพร้อมกันเหมือนคนอื่น เธอตัวคนเดียวมาตลอด
"มานั่งตรงนี้สิอาจารย์จะอธิบายงานให้" ตบที่เก้าอี้ข้างตัวเอง ลัลนาทำใจก่อนจะเดินไปนั่งถ้าเธอไม่ทำตามคะแนนเธออาจจะไม่ดีขึ้นและเธอคงต้องลงเรียนใหม่เสียเวลาไปอีก ร่างบางตั้งใจฟังอาจารย์เรื่องงานแต่รู้สึกถึงมือหนาของอีกคนเริ่มอยู่ไม่สุข คนที่เรียกตัวเองว่าอาจารย์ลูบไหล่เธอเบาๆ ทำให้เธอขยับตัวออกห่างอย่างกลัวๆ
"หนูเข้าใจแล้วค่ะอาจารย์" ร่างบางรับทราบเรื่องงานก่อนจะรีบลุกขึ้นแต่กลับโดนดึงให้นั่งดังเดิม
"ที่จริงถ้าอยากผ่านวิชานี้แบบสบายก็พอมีวิธีอยู่นะ" มือใหญ่ลูบต้นขาเธอขึ้นมาช้าๆ ทำให้คนตัวเล็กยิ่งกลัวและรู้สึกรังเกียจ
"ไม่ดีกว่าค่ะ แต่หนูชอบความลำบาก" ร่างบางปฏิเสธโดยไม่ตัองคิดก่อนจะปัดมืออีกคนออกแล้วรีบลุกขึ้นยืน
"เสนอให้ก็ไม่สนใจ"
"ถ้าอาจารย์ยังทำแบบนี้กับหนูอีก หนูจะเอาเรื่องบอกอธิการนะคะ" ลัลนาพูดขู่ก่อนจะสะพายกระเป๋าแล้วรีบเดินออกจากห้องด้วยความรวดเร็ว
"ขนลุกเป็นบ้า" ถึงเขาจะหล่อดูดีแค่ไหนแต่เธอก็ไม่บ้าพอที่จะทำตามข้อเสนอแบบนั้นหรอก แค่คิดก็รู้สึกขนลุกซู่แล้ว
ครืน! ครืน! โทรศัพท์ที่ถูกปิดเสียงกำลังสั่นอยู่ในกระเป๋าผ้าใบโปรดบ่งบอกว่ามีคนโทรมา มือเล็กล้วงหยิบโทรศัพท์รุ่นกลางเก่ากลางใหม่ที่ซื้อเครื่องมือ2มาใช้ หน้าจอแตกละเอียดเพราะทำตกหล่นหลายครั้งต่อวันเวลาทำงานแต่เธอก็ยังสามารถใช้มันได้อยู่
"ค่ะเจ๊โบวี่" เสียงหวานพูดกับคนในสายที่โทรมา
'คืนนี้ว่างหรือเปล่าลัน'
"ว่างค่ะเจ๊" ร่างบางตอบอย่างไม่ต้องคิดอะไรเลย อะไรที่ได้เงินเธอทำหมด คติประจำตัวของเธอเงินซื้อเธอไม่ได้ถ้าไม่มากพอ
'ที่เดิมนะจ๊ะ หนู80เจ๊20เหมือนเดิมนะจ๊ะ' เจ๊โบวี่ร่างชายแต่ใจหญิงผู้เป็นคนหางานมาให้เธอเสมอและขอส่วนแบ่งจากงานของเธอเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
"ค่ะเจ๊ หนูไปเลยแล้วกัน" ลัลนาไม่อยากกลับเข้าบ้านก่อนเพราะเบื่อสภาพแวดล้อมจึงขึ้นรถประจำทางไปตามที่นัดเอาไว้เลย เธอทำงานเสริมคือเป็นพริตตี้โชว์รูมรถแต่เงินก็ไม่ได้ดีเหมือนพริตตี้เงินแสนเงินล้านเธอแค่พริตตี้แถวล่างที่อย่างมากก็ไปแจกใบปลิวให้คนที่มาร่วมงานเธอแค่ทำเป็นงานเสริมเท่านั้นและอีกงานของเธอคืองานถ่ายแบบชุดชั้นในแต่เธอไม่ค่อยได้รับงานนี้บ่อยนักเพราะไม่อยากโชว์รูปร่างของตัวเองสักเท่าไหร่แต่ถ้าเงินดีเธอก็ไม่ปฏิเสธ
"เจ๊ขา!! หนูมาแล้วค่ะ" เสียงหวานใสตะโกนเสียงดังจนเจ๊โบวี่ต้องหันมามอง
"มาเปลี่ยนเสื้อผ้า" มาถึงไม่ทันได้นั่งพักก็โดนลากไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียแล้วโชคดีที่เธอมาก่อนเวลานัด พอถึงเวลาทำงานหน้าที่เดิมของเธอเลยคือแจกใบปลิวแล้วยิ้มสวยๆ ใครขอถ่ายรูปก็ต้องยิ้มสู้กล้องแต่น้อยคนที่จะมาถ่ายรูปเธออย่างที่บอกเธอไม่ใช่ชั้นแนวหน้ายังห่างไกลจากพริตตี้มืออาชีพอีกเยอะ