ตอน พ่อของผมมีบุญคุณอะไร
(ภาค)
ผมและเชอรี่มาเที่ยวสถานบันเทิงตามที่เชอรี่ร้องขอ หลังจากที่กลับมาจากเมืองนอก ผมก็ขลุกตัวอยู่แต่ที่บริษัทเพราะมีหลายอย่างคั่งค้างที่ต้องได้รับการสานต่อ โชคดีที่บริษัทมีทีมงานที่ดี ทุกอย่างจึงดำเนินไปได้โดยไม่มีอะไรติดขัด
ขณะที่กำลังหันหลังให้กับเคาน์เตอร์บาร์ จ้องมองไปยังเชอรี่กับเพื่อนที่กำลังโยกย้ายไปตามเสียงเพลง ผมก็ปลีกตัวออกไปอีกด้านเพื่อรับสายใครบางคน สายของเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันที่เมืองนอก ก่อนจะพบว่าร้านที่ผมมาเที่ยวเป็นของเพื่อน
แซม : กูมองตั้งนานว่าใช่มึงไหม พอโทรเข้าไปแล้วมึงรับสาย โคตรดีใจ
ผม : ไม่ได้เจอนาน ใครใช้ให้บินกลับก่อนวะ // ผมยืนคุยกับเพื่อนที่ข้างประตูบานหนึ่ง เสียงเพลงตรงนี้ไม่ค่อยดังมาก // แล้วทำไมมาเปิดร้านแบบนี้วะ ไหนว่ากลับมาช่วยงานที่บ้าน
แซม : ก็ช่วยงานที่บ้านแหละ แต่เบื่อ ก็เลยมาเปิดร้านเหล้าแก้เครียด เปิดไปเปิดมา...กลายเป็นผับซะอย่างนั้น // ขณะที่ผมกำลังคุยกับเพื่อน สายตาของผมก็มองไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังจัดหูกระต่ายในชุดสูทบาเทรนเดอร์ ใบหน้าสวยหวานน่ารักกับรอยยิ้มหวาน ๆ ที่เธอกำลังพูดคุยกับเพื่อน // สนใจเหรอ ชื่อแหวน...เด็กในร้านกู นิสัยดีนะ
ผม : สนใจบ้าอะไร กูมากับแฟน.. // ปากพูด แต่สายตาผมยังมองไปที่หญิงสาวคนนั้นแบบละสายตาไม่ได้ เธอชื่อแหวนอย่างนั้นเหรอ เธอสวยถูกใจผมอย่างบอกไม่ถูก // เด็กในร้านสวยขนาดนี้ อย่าบอกนะว่ามึงกินจนอิ่มแล้ว
แซม : กินห่าอะไร น่ากินที่สุดก็แหวนนี่แหละ แต่ไม่รู้ว่าเด็กบ้าอะไร ร่างกายอย่างกับหุ่นยนต์ ทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน๊อต เคยด่ามันเรื่องเวลา เพราะอยากให้มันลาออกจากงานอีกที่จะได้พัก แต่เปล่าเลย.. คนนี้จีบยาก นิสัยดี แถมขยัน ใครได้เป็นแฟนกูว่าโชคดีมาก
ผม : พูดขนาดนี้คือมึงชอบ
แซม : ก็ชอบ แต่เด็กมันไม่เล่นด้วย อีกอย่างไอ้เตอร์รุ่นพี่ของแหวนก็หวงมาก ไม่อยากให้เด็กดีต้องมาเลวเพราะกู // แหวนเดินหายไปอีกด้าน แต่ใบหน้าของเธอยังอยู่ในความทรงจำของผม เหมือนมีอะไรมาสะกดเอาไว้ // อย่าไปสนใจเลย เดี๋ยวกูให้คนพาไปที่ห้องวีไอพี มึงจะมาตอนไหนก็บอกกูได้เลย บริการเต็มที่ กินฟรีไม่ต้องจ่าย
(แหวน)
วันนี้แขกแน่นร้าน พนักงานทุกคนทำงานกันอย่างเต็มที่ นอกจากเสียงเพลงแล้วฉันยังต้องแยกประสาทเพื่อตัดเสียงและร่างกายของวิญญาที่ไม่มีใครเห็นออกไปจากหัว ไม่เช่นนั้นฉันคงไม่เป็นอันทำงานแน่
วิญญา : ในร้านนี้มีลูกชายของเจ้านายเก่าอยู่ด้วย
ฉัน : จริงเหรอ!! // ฉันพูดด้วยความดีใจ ในขณะที่เพื่อนร่วมงานที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ต่างหันมามองเป็นตาเดียว // เมื่อกี้อะไรกัดไม่รู้ค่ะ แหวนเลยร้องว่า ...เจ็บเนอะ!!
แก้ตัวทั้งวันนับตั้งแต่มีวิญญาเข้ามาในชีวิต ตั้งใจว่าจะไม่สนใจวิญญาระหว่างทำงาน แต่เมื่อได้ยินว่าลูกชายของเจ้านายเก่าก็เท่ากับลูกชายของคุณภากูล มันทำให้ฉันดีใจ..และอยากจะเข้าไปบริการเขาด้วยตัวเอง อยากดูแลตอบแทนเท่าที่จะทำได้
ฉัน : เขาอยู่ไหนวิญญา ฉันจะไปเสิร์ฟเขา // ฉันพูดเสียงเบา
วิญญา : นั่งในห้องวีไอพี ด้านนั้นไง // ฉันมองไปตามสิ่งที่วิญญาบอก เป็นชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งคุยกับเฮียแซม เขาหล่อและดูภูมิฐาน ดูจากหน้าตาก็น่าจะอายุแก่กว่าฉันไม่กี่ปี // เขาไม่ชอบกินเหล้า ถ้าเธอจะเอาไปเสิร์ฟก็น้ำผลไม้ก็ได้ เพราะเขาขับรถ เขาชอบกินน้ำสตรอว์เบอร์รี
ฉัน : สตรอว์เบอร์รี !! // ฉันอุทานเบา ๆ ผู้ชายอะไรกินน้ำสตรอว์เบอร์รี่ในสถานที่แบบนี้ // นายมั่วหรือเปล่า ผู้ชายอะไรกินกัน..นอกจากตุ๊ด มันดูไม่น่าเป็นไปได้เลย
วิญญา : ฉันอ่านจิตใจมนุษย์ได้ เธอชอบกินน้ำแดง ไม่ชอบกินชาเขียว ชอบกินแตงโม ไม่ชอบกินเม็ด เธอชอบ...
ฉัน : พอ ๆ เชื่อแล้ว // วิญญาสาธยายร่ายยาว ทุกอย่างที่เขาพูดถูกหมด // ต่อไปนี้ถ้ามีอะไรที่มันไม่ดี ที่เกี่ยวกับครอบครัวของคุณภากูล นายต้องบอกฉันนะ เข้าใจไหม ฉันอยากตอบแทนคุณภากูล ตอบแทนบุญคุณของท่าน
(ภาค)
เชอรี่ : ฉันไม่ได้สั่งนะ
ผม : ........ // ขณะกำลังคุยกับแซมผมหันไปสนใจอีกด้าน หญิงสาวที่ผมสนใจก่อนหน้านี้วางแก้วสตรอว์เบอร์รีลงตรงหน้า มีสายตาของเชอรี่ที่มองอย่างไม่พอใจ
เชอรี่ : นี่ฉันบอกว่าไม่ได้สั่ง เอามาเสิร์ฟทำไม ..บ้ารึเปล่า
แซม : แหวน..ผิดโต๊ะหรือเปล่า ปกติแหวนไม่ออกมาเสิร์ฟไม่ใช่เหรอ // คนถูกถามทำท่าทีอึกอัก เธอมองมาทางผมเหมือนจะบอกอะไรสักอย่าง เป็นแววตาที่ผมไม่เข้าใจรู้แค่เป็นดวงตาที่สวยและน่ามอง
เชอรี่ : หรือว่าจะอ่อย อบรมเด็กในร้านบ้างนะว่าอย่าหากินแบบนี้
ผม : เชอรี่ // ผมพูดเสียงปราม ก่อนที่จะรับแก้วน้ำสตรว์เบอร์รี // ผมสั่งเอง ผมอยากกิน
สายตาของผมมองไปที่ป้ายชื่อของเธอที่อก ‘วริญญา เมืองเอก’ เป็นชื่อที่คุ้นตาแต่กลับคิดไม่ออกว่าเป็นใคร เหมือนผมเคยได้ยินจากที่ไหนมาสักที่ เธอยังยืนมองหน้าผมด้วยรอยยิ้ม โดยที่เธอไม่พูดอะไรออกมา
เชอรี่ : นี่...เขารับแล้วก็ไปสิ โอ๊ย...ทำไมน่ารำคาญขนาดนี้นะ
แซม : แหวน มาคุยกับเฮียหน่อย // แล้วแซมก็ลากเธอออกไปจากโต๊ะ
ผมมองแก้วน้ำที่เธอนำมาเสิร์ฟ รสชาติหวานเย็นอร่อยถูกปากผมมาก ผมชอบกินน้ำสตรอว์เบอร์รี แต่ไม่ค่อยได้สั่งกิน เพราะว่าหลายคนมักมองว่ามันไม่เข้ากับผม...แต่ผู้หญิงคนนี้เอามาให้ผมราวกับเธอนั่งอยู่ในใจ รู้ส่วนลึกที่ใคร ๆ ไม่รู้
คิดได้ว่าเธอออกไปกับแซม เธออาจโดนตำหนิที่ออกมาเสิร์ฟโดยไม่ใช่หน้าที่ ผมควรไปช่วยเธอ
ผม: เชอรี่ เดี๋ยวผมไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ
เชอรี่ : อย่านานนะคะ เชอรี่ไม่อยากอยู่คนเดียว...
ผมเดินตามไปตามทางเดินที่สายตาจำได้ว่าแซมลากแหวนเข้ามา มองหาไปรอบ ๆ จนมองเห็นทั้งสองคนยืนอยู่ด้านหนึ่ง ท่าทางแซมดูเหมือนจะโกรธมาก หรือว่าที่บอกว่าชอบเด็กคนนี้จะเป็นเรื่องจริงไม่ได้พูดเล่น
แซม : ตอนแรกเฮียบอกให้เป็นเด็กเสิร์ฟไม่เอา แต่ตอนนี้เดินไปเสิร์ฟเองมันหมายความว่ายังไงแหวน หรือว่าสนใจแขกขึ้นมา
แหวน : เปล่าค่ะ ผู้ชายคนนั้นเป็นลูกชายของคนที่มีบุญคุณกับแหวน แหวนอยากตอบแทนเขา อยากดูแลเขาเท่านั้น
แซม : อย่าให้เฮียเห็นแบบนี้อีก ไปทำงานของตัวเอง ไม่อย่างนั้นเฮียจะไล่ออก
แหวน : ค่ะ แหวนจะไม่ทำอีก แหวนขอโทษนะคะ
แหวนเดินแยกไปอีกทาง เธอเหมือนกำลังจะร้องไห้ ส่วนแซมมีท่าทีที่โกรธมาก มันชัดเจนว่าแซมชอบแหวน แต่แหวนไม่เล่นด้วยอย่างที่มันเคยบอกไว้ แซมก็เป็นผู้ชายที่ทั้งหล่อและรวย ไม่น่าเป็นไปได้ที่จะมีผู้หญิงคนไหนไม่สนใจ
แล้วพ่อของผม..ไปมีบุญคุณอะไรกับเธอคนนี้ ทำไมเธอถึงอยากตอบแทน ที่สำคัญเธอรู้ได้ยังไงว่าผมเป็นลูก หลายคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำ เพราะผมอยู่เมืองนอกตั้งแต่เด็ก ๆ นาน ๆ ครั้งจะได้กลับมาไทย
ช่วงจังหวะที่เชอรี่ออกไปเต้นกับเพื่อน ผมเดินออกไปที่เคาน์เตอร์ นั่งตรงหน้าที่แหวนกำลังทำงาน เธอมองผมนิ่งก่อนที่จะเดินเข้ามารับออเดอร์
ผม : น้ำสตรอว์เบอร์รีอร่อยมากครับ // รอยยิ้มของเธอแต่งแต้มบนใบหน้าด้วยความดีใจทันที เธอคงดีใจที่ผมชอบ
แหวน : ฉันดีใจที่คุณชอบค่ะ อยากได้อะไรเพิ่มไหมคะ ฉันจะจัดการให้
ผม : พ่อของผมมีบุญคุณอะไรกับคุณงั้นเหรอ ทำไมคุณถึง...
เชอรี่ : ที่รักคะ มาทำอะไรตรงนี้ // เชอรี่เข้ามากอดแขนผมแน่น มันเป็นการแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของที่ผมรู้ดีว่า เธอทำเพราะหึงผมกับเด็กผู้หญิงคนนี้ แต่มันเป็นการขัดจังหวะสิ่งที่ผมอยากรู้ // กลับกันเถอะค่ะ เชอรี่อยากกลับแล้ว คืนนี้นอนที่คอนโดเชอรี่นะคะ