บทนำ แรกรัก
บทนำ แรกรัก
ภายในงานเปิดตัวโรงแรมของนักธุรกิจดังระดับประเทศ ‘ภูริต โสภณวัชร’ ในชุดสูทแพงระยับกำลังยืนจิบแชมเปญคุยกับเพื่อนซี้อย่างออกรสออกชาติด้วยไม่ได้เจอกันนานพอสมควร เพราะแต่ละคนต่างก็มีงานยุ่งกันทั้งนั้น กว่าจะหาเวลาเจอกันได้แต่ละครั้งจึงเป็นเรื่องยาก
“นึกว่าจะไม่ได้เจอพี่เสียแล้ว”
เสียงห้าวคล้ายกับจะหาเรื่องมากกว่าสนทนากันแบบคนปกติของ ‘ธันวา’ ดังขึ้น ในมือถือแก้วน้ำสีอำพันมากกว่าจะเป็นแชมเปญ
“ได้เจอกันสักทีนะ ไหนตอนแรกบอกว่าไม่ว่างมาไง”
“ผมเปลี่ยนใจน่ะ อยากเจอพี่ด้วย สบายดีนะครับ”
ชายหนุ่มพยักหน้า เขากับธันวาเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องมหาวิทยาลัยเดียวกัน เคยมีเรื่องให้ต้องช่วยเหลือกันไว้ก็เลยสนิทสนมกันมาตั้งแต่ตอนนั้น
“จริงสิ ฉันจะแนะนำให้รู้จัก”
ธันวามองเลยไปด้านหลังเขา ภูริตไม่ได้มาเพียงลำพังแต่ยังพาชายหนุ่มหน้าตาดีอีกคนมาด้วย
“นี่คุณ ‘เควิน’ เพื่อนของฉัน เรารู้จักกันสมัยที่ฉันไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย อายุเขามากกว่าและฉันก็นับถือเขาเป็นพี่ชายคนหนึ่ง เพราะอย่างนั้นเขาถือเป็นพี่นายด้วย”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่อธันวา”
เควินยิ้มแย้มตอบกลับ เขาได้ยินเรื่องของธันวาจากภูริตมาบ้าง เพียงแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เจอตัวจริง เพราะไม่ใช่แค่อีกฝ่ายต่างยุ่งตัวของเขาเองก็แทบไม่มีเวลาปลีกไปทำอย่างอื่น ทุกวันนี้ก็อาศัยจังหวะงานเลี้ยงของแวดวงธุรกิจนี่แหละถึงได้สบโอกาสพบปะเพื่อนฝูงบ้าง
“เรียกผมว่าเควินก็ได้”
“ครับ คุณเควิน”
แนะนำตัวกันพอเป็นพิธี พิธีกรก็เริ่มเปิดงาน และเมื่อประธานโรงแรมเดินขึ้นเวทีเพื่อกล่าวเปิดงาน ไฟในงานก็มืดลงเพื่อฉายสปอตไลต์ไปยังเจ้าของงานเท่านั้น
ทว่า..ดวงตาคมกลับเหลือบเห็นใครบางคนที่แสนคุ้นเคย เขากะพริบตาถี่ ๆ ด้วยคิดว่าตนเองคงตาฝาดไป เมื่อภูริตหันมองอีกสองหนุ่มก็พบว่าทั้งคู่กำลังเริ่มพูดคุยกันอย่างถูกคอ ในใจที่ยังนึกสงสัยกับสิ่งที่เห็นเมื่อครู่ จึงออกห่างจากเวทีไปยังจุดที่ใครคนนั้นเดินออกไป
ร่างสูงพาตนเองมาหยุดยืนอยู่ที่ริมสระน้ำของงานเลี้ยง ตรงนี้ยังมีแขกเหรื่ออีกจำนวนมากที่มาร่วมงาน เขาเดินเบียดเสียดผู้คนไปข้างหน้าโดยมีจุดมุ่งหมายเป็นบริกรสาวคนหนึ่งที่กำลังง่วนกับการเสิร์ฟน้ำให้กับแขก
ต้องตาฝาด…
เขาจะต้องตาฝาดแน่ ๆ
แต่เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นแค่การตาฝาดหรือคนหน้าเหมือน ภูริตจึงต้องพิสูจน์ให้รู้ชัด ทว่าเมื่อยิ่งเข้าใกล้..แผ่นหลังบอบบางของบริกรสาวคนนั้นก็ยิ่งคุ้นเคยจนหัวใจของเขาเต้นระทึก
ตึกตัก!
“รับน้ำเพิ่มมั้ยคะ”
‘พี่ภู ทางนี้ค่ะ!’
เสียงในความทรงจำดังทับซ้อนขึ้นมาเมื่อตอนนี้เขามาหยุดยืนอยู่ด้านหลังของหญิงสาวที่สงสัย มือใหญ่เอื้อมไปข้างหน้าหมายจะแตะไหล่อีกฝ่ายเพื่อเรียกให้หล่อนหันกลับมา
“รับเป็นแชมเปญนะคะ เดี๋ยวดิฉันไปเอามาให้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”
เธอเอ่ยเสียงหวานอย่างนอบน้อมต่อแขก และหมุนตัวหันกลับมาเพื่อจะไปนำเครื่องดื่มที่แขกต้องการมาให้ ทว่าเพราะมีภูริตยืนอยู่ในระยะประชิดโดยที่หล่อนไม่ทันรู้ตัวจึงชนเข้ากับเขาจนเกือบหงายหลัง
แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือถาดที่เต็มไปด้วยแก้วเปล่ามากมายในมือของหญิงสาวกำลังจะร่วงลงไปด้วย!
หมับ!
เพล้ง!
คนตัวเล็กถูกวงแขนของภูริตคว้าเอวเอาไว้ได้ทันก่อนจะหงายหลังก็จริง หากแต่แก้วทั้งถาดร่วงแตกกระจัดกระจายอยู่บนพื้นจนเกิดเสียงดังลั่นดึงดูดสายตาของคนในงาน ‘ปาริตา เจริญเกียรติ’ เบิกตากว้างเมื่อได้เห็นคนที่ทำหล่อนเกือบล้มเต็มสองตา
“ริตา…”
“พี่ภู…”
ทั้งสองต่างเรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เพราะต่างคนต่างไม่คิดว่าชาตินี้จะได้โคจรกลับมาพบกันอีก
ในเมื่อที่ผ่านมาก็เหมือนคนที่ตายจากกันไปแล้ว!
หกปีก่อน
“อ้าม…”
ภูริต..ในวัยยี่สิบสองปีกำลังอ้าปากกินผลไม้ที่แฟนสาวรุ่นน้องนามว่า..ปาริตา ป้อนให้ด้วยใบหน้ามีความสุขแบบสุด ๆ เขาเชื่อ..ของเขาคนเดียวว่าบนโลกนี้ตนเองคือคนที่ความสุขที่สุดในโลกแล้ว
เพราะอะไรน่ะเหรอ?
เพราะชายหนุ่มมีแฟนที่ชื่อว่าปาริตา ดาวคนสวยปีสองของคณะบริหารฯ อย่างไรล่ะ แน่นอนว่ามีแต่คนอิจฉาเขาเต็มไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นฝ่ายชายหนุ่มเองก็ไม่ได้น้อยหน้า เพราะมีดีกรีเป็นถึงเดือนคณะวิศวะฯ ทั้งสองจึงกลายเป็นคู่รักที่ทุกคนขนานนามให้ว่า ‘กิ่งทองใบหยก’ อย่างแท้จริง
“โอ๊ย ตาจะบอด หวานจนน้ำตาลเรียกพี่แล้วครับพี่”
ธันวาเอ่ยแซวเมื่อทนนั่งมองสายตาหวานฉ่ำของภูริตที่มองปาริตามาพักใหญ่แล้ว หนำซ้ำยังเอาแต่ออดอ้อนให้เธอคอยป้อนนู่นป้อนนี่เหมือนเด็กน้อยกินอะไรเองไม่เป็น
“พูดมาก ทนไม่ได้ก็ไปหาแฟนบ้างไป๊”
“โหพี่ แฟนนะไม่ใช่ผักใช่ปลา จะได้หาเจอง่าย ๆ ตามตลาด”
ปาริตาหัวเราะเล็กน้อยในความคิดของธันวา เขาเป็นรุ่นน้องของแฟนหนุ่มที่อายุเท่ากันกับเธอ แม้จะไม่ได้สนิทกับหล่อนเป็นพิเศษ แต่ก็เจอกันอยู่เรื่อย ๆ ด้วยภูริตกับธันวาค่อนข้างสนิทกัน
“จริงสิ เรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศที่พี่เคยบอกริตาเอาไว้ ยังจำได้มั้ยคะ”
“จำได้ค่ะ มีอะไรหรือคะ”
ดวงตากลมโตมองเขาพลางยิ้มสดใส เธอเป็นเหมือนแสงสว่างในชีวิตของเขาจริง ๆ
ชายหนุ่มรู้ตัวว่าคลั่งรักปาริตาเกินกว่าจะหยุดความรู้สึกที่มีไว้ได้ เขาส่งสัญญาณให้ธันวาออกไปจากที่ตรงนี้ด้วยต้องการคุยกับแฟนสาวตามลำพัง คนถูกไล่ผ่านสายตาแสดงความหงุดหงิดแต่ก็ยอมเดินออกไปแต่โดยดี
ท่าทางการเดินของหนุ่มรุ่นน้องเรียกบาทาคนที่พบเห็นเป็นอย่างมาก
ปาริตามองตาม เธอพอจะเดาได้ว่าเขาคงมีเรื่องอยากจะคุยด้วยถึงไล่ธันวาให้ออกไปก่อนแบบนี้ คนตัวเล็กหันกลับมามองภูริตอีกครั้ง หล่อนแตะมืออีกฝ่ายเบา ๆ แล้วเอ่ยปากถามสิ่งที่สงสัย
“บอกมาเถอะค่ะ พี่ภูมีอะไรจะบอกริตาคะ”
“คือว่าพี่…”
“...”
“ตัดสินใจจะไม่ไปเรียนต่อเมืองนอกแล้วนะ พี่จะอยู่ที่นี่กับริตา”
สิ้นประโยคพูดของแฟนหนุ่ม เขาก็ดึงตัวหล่อนเข้ามากอดแนบแน่นเพื่อแสดงถึงความรักที่มี ขณะที่สีหน้าของคนฟังเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
“ทำไมล่ะคะพี่ภู ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่วางแผนไว้ตั้งนานแล้ว และทางบ้านของพี่ภูเองก็ต้องการแบบนั้นไม่ใช่หรือคะ”
“มันก็ใช่ แต่ไม่เห็นเป็นไรเลย พี่อยากรอให้ริตาเรียนจบก่อนแล้วค่อยบินไปพร้อมกัน ถึงตอนนั้นค่อยเรียนก็ยังไม่สาย”
ภูริตอธิบายสิ่งที่คิดให้ฟัง ดูจากสีหน้าของแฟนสาวก็รู้ว่าหล่อนกำลังกังวล มือใหญ่ลูบไปตามศีรษะเล็ก
“จะดีหรือคะ”
“ริตาอย่ากังวลไปเลยนะคะ เชื่อใจพี่นะ”
ทั้งสองสบตากัน ใบหน้าสวยปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ ด้วยเชื่อมั่นในทุกคำพูดของเขา
“พี่ภูจ้องริตาขนาดนี้ทำไมคะ”
“พี่จ้องนี่ต่างหาก…”
นิ้วเรียวลูบริมฝีปากบางสีชมพูของหล่อนเบา ๆ นัยน์ตาฉายสิ่งที่ต้องการในตอนนี้ออกมาอย่างชัดเจน
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้เรื่อย ๆ ปาริตาหลับตาพริ้มเตรียมพร้อมรอรับสัมผัสจากชายคนรัก เรียวปากนุ่มประกบลงมาอย่างแนบแน่น มือเล็กกำชายกระโปรงของตนจนยับยู่ยี่
แม้จะเคยมีจูบแสนหวานอย่างนี้เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง ทว่าก็ยังไม่เคยที่จะคุ้นชินกับมัน ความรู้สึกที่ปะทุขึ้นตอนสัมผัสกันยังคงเหมือนในวันแรกไม่เคยเปลี่ยน หัวใจของปาริตาเต้นแรงจนแม้แต่เจ้าตัวยังไม่รู้วิธีหยุดมัน
“พี่รักริตานะคะ”
“ริตาก็รักพี่ภูค่ะ”
ทั้งสองสบตากันหวานเยิ้มส่งผ่านความรู้สึกที่มีให้อีกฝ่ายได้รับรู้ ภูริตเชื่อว่าหล่อนจะเป็นรักแรกและรักสุดท้ายของเขา ความฝันของชายหนุ่มคือการมีผู้หญิงที่ชื่อปาริตาอยู่เคียงข้างตลอดไป..
ครืดๆ ครืดๆ
มือถือของหญิงสาวมีสายเรียกเข้าจากใครบางคน ระยะหลังมานี้เธอไม่เปิดเสียงโทรศัพท์และบางครั้งยังเดินไปรับสายไกลจากเขา แต่เพราะความเชื่อใจ
ภูริตจึงไม่เคยคิดถามหรือนึกสงสัยอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว…