'12' / 1

2195 Words
ผ่านมาสามวันในที่สุดไทม์ก็ได้ออกจากโรงพยาบาล​สักที แต่ก็ยังคงต้องกินและทายาตามหมอสั่งจนกว่าจะหายและต้องไปตรวจเช็คอาการอีกรอบเพื่อความชัวร์​ วันนี้ไทม์มาเรียนตามปกติส่วนวันที่หยุดติมกับบูมก็เลคเชอร์​งานเอาไว้ให้ มือหนากดแป้นพิมพ์​เป็นจังหวะหยุดๆพักๆบ้างเพื่อหยุดอ่านไกด์ไลน์โค้ดในอินเตอร์เน็ต “เอ้า เออเร่อเฉย​ กูว่ากูใส่ถูกแล้วนะ” เสียงคนฝั่งซ้ายดังขึ้นให้ไทม์ต้องละสายตาหันไปมองใบหน้าของบูมที่มีแว่นตาประดับอยู่บนหน้ากำลังขมวดคิ้วจ้องจอคอมฯ​ ​อย่างไม่ละ “ไหน” ขยับเก้าอี้พร้อมกับชะเง้อหน้าดูจอของบูมพลางพิมพ์แก้โค้ดอยู่สักแป๊บก่อนจะรันโค้ดจนได้สำเร็จ “มันผิดตัวนึงน่ะเลยเออเร่อ” “อ๋อ” หลังจากแก้โค้ดให้บูมเสร็จก็มีแรงกระตุกเสื้อเบาๆ​ จากด้านขวา “ด้วยดิ” เขยิบไปทางโต๊ะติมเอื้อมมือไปจับเม้าส์พลางเลื่อนสกอร์เช็คโค้ดก่อนจะแก้โค้ดที่เออเร่อจนเสร็จ “เสร็จล่ะ ลองรันดู” ติมรันโปรแกรมตามที่บอก “ได้แล้ว แต๊งกิ้วเด้อ” เวลาล่วงเลยผ่านไปจนหมดชั่วโมงพวกเขาเตรียมเก็บของเพื่อเตรียมตัวไปกินข้าวเที่ยง เสียงแจ้งเตือนมือถือดังขึ้นแต่เหมือนไม่ใช่แค่ของเขาคนเดียวแต่ทั้งห้อง “อาจารย์นัทบอกว่าวันพุธนี้สอบสถิตินะ” เพื่อนทั้งห้องพากันโห่ร้องพร้อมกับบ่นกันระงม ไม่ใช่แค่พวกเขาหรอกพวกเขาก็ด้วย “โอย ยังเรียนไม่ถึงไหนเลย จะสอบกันแล้ว จารย์!” ติมก่นบ่น ก็อย่างที่ติมพูดนั่นแหละ ที่ผ่านมาตลอดสองเดือนเราเรียนกันแค่สามครั้งเองเพราะอาจารย์ไม่ว่างสอนต้องไปทำธุระบ้างไม่ก็ไปหาหมอบ้างแล้วจู่ๆ​ ก็มาสอบเอาปุ๊บปั๊บแบบนี้พวกเขาก็ตั้งตัวไม่ทันน่ะสิ “แล้วทำไงอ่ะ” “ทำไงได้ล่ะ ก็ต้องสอบดิ” ถอนหายใจเฮือก วิชานี้เขายิ่งไม่ถนัดด้วย ไม่ดิ แย่เลยล่ะ สถิติก็ไม่ต่างอะไรกับคณิตศาสตร์มันผลสุดท้ายมันก็ต้องคำนวณเหมือนๆ​ กัน แต่ที่ยากกว่าคือวิชานี้มันดันต้องใช้โปรแกรมอะไรไม่รู้ด้วย งานยากเลยทีนี้ สามหน่อเดินกันมาที่โรงอาหารกลางเดินหาร้านที่กันอยู่ครู่ก่อนจะลงเอยที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ระหว่างนั่งรออาหารก็นั่งคุยกันไปพลาง “มึง ไอ้โปรแกรมที่เราเรียนสถิตินี่ชื่อโปรแกรมอะไรนะ” “ไม่รู้ว่ะ จำได้แค่มันเป็นโปรแกรมสีฟ้าๆอ่ะ” คำตอบของบูมทำเอาเขาถึงถอนหายใจออกมาทีเดียว “เออใช่ จะว่าไปมึงสนิทกับพี่ลุคนี่” เงยหน้าจากชามราเมงของตัวเองเมื่อได้ยินชื่อของคนคุ้นเคย “แล้วทำไมอ่ะ” “ไปขอชีทเรียนพี่เขากันมั้ยล่ะ อย่างน้อยก็จะได้มีอะไรอ่านก่อนสอบด้วย” “อย่างนั้นก็ดีนะ กูไม่อยากคะแนนตกด้วยเดี๋ยวแม่ด่า” เขาเห็นด้วยนะ เพราะตั้งแต่เปิดเทอมมาวิชาสถิติเป็นวิชาเดียวที่ไม่มีเอกสารเรียนเลยแม้แต่แผ่นเดียว หวังว่ารุ่นพี่คนสนิทจะมีชีทเรียนให้พวกเขานะ พอทานข้าวกันเสร็จพวกเขาก็เดินตรงไปยัง co working space สถานที่ที่ลุคอยู่ มันอยู่ไม่ไกลจากโรงอาหารกลางเดินแค่ห้านาทีก็ถึง ประตูอัตโนมัติเปิดออกทันทีที่ก้าวเข้ามาในนี้เสียงรบกวนต่างๆ​ ก็หายไปทันทีพร้อมกับ​กวาดสายตามองรอบๆ​ เพื่อหาลุคแต่ด้วยความกว้างของ co working space ดูเหมือนจะยากต่อการหาตัวเขา หยิบมือถือขึ้นมาทักหาแต่ก็ไร้วี่แววการอ่านแชท “นั่นพี่ลุคป่ะ” “ไหนวะ” ไทม์กับติมมองตามนิ้วชี้ของบูมไปยังแผ่นหลังของชายคนหนึ่งที่กำลังนอนฟุบบนโต๊ะที่ฝั่งด้านในสุดของห้อง ไทม์​พยายาม​เพ่งมองแผ่นหลังกว้างที่ดูคุ้นตาแต่ด้วยคนนั้นเขาฟุบหน้าอยู่เลยไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า “ก็คล้ายอยู่นะ แต่กูว่าโทรหาแกก่อนดีกว่า” หยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาลุคไม่นานชายที่ฟุบกับโต๊ะคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับยกมือถือที่อยู่ข้างตัวขึ้นมารับ [โหล] เสียงงัวเงียของคนปลายสายรู้เลยว่าเขาพึ่งตื่น “ผมอยู่ในเวิร์คกิ้งสเปซแล้วครับ” [อ๋อ ถึงแล้วหรอ] ตามที่เดากันไว้ชายคนนั้นคือลุคจริงๆด้วย ลุคหันมาพร้อมกับยกมือขึ้นเหนือหัวให้พวกเขาเห็นก่อนจะวางสายกันไป “สวัสดีครับพี่” “อือๆ” ลุคพยักหน้ารับด้วยสภาพตาปรือที่พร้อมจะหลับทุกเมื่อ ก่อนจะเขาจะขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบิดขี้เกียจให้หายง่วง “แล้วมีอะไร” “พี่ลุคมีชีทเรียนวิชาสถิติมั้ยครับ พอดีวันพุธนี้ผมจะสอบน่ะครับ” เอ่ยพลางนั่งลงตรงที่ว่างฝั่งตรงข้าม “แล้วพวกเอ็งไม่มีหรอ ปกติวิชานี้จารย์นัทแกจะให้พวกเอกสารไม่ก็หนังสือนะ” ส่ายหัวเป็นคำตอบกลับไป นอกจากอาจารย์แกจะเข้าสอนน้อยแล้วเรื่องเอกสารในการเรียนไม่ต้องพูดถึง ไม่มีให้เลยมากกว่า อย่างมากก็แค่บอกว่าในอินเตอร์เน็ตมีไปหาเพิ่มเติมเอา “ไม่มีเลยครับพี่” “ไม่มีจริงดิ พวกสไลด์ก็ไม่มีเลยหรอ” ลุคถามย้ำอีกครั้ง “ครับ” พยักหน้าตอบ ก็จะมีได้ไงล่ะ ตอนเรียนแกก็บอกว่าให้จดอย่างเดียวแล้วเนื้อหาตอนเรียนก็มีแค่นิดเดียวที่เหลือก็ทำงานตลอด “แต่ปกติแกก็ต้องให้นะ ช่วงเรียนอาทิตย์ที่สามสี่อาทิตย์แรกอ่ะ” “คือ…ตั้งแต่เปิดเทอมเราเรียนแค่สามครั้งเองครับ” “สามครั้งเนี่ยะนะ? พูดเล่นป่ะเนี่ย” ดูเหมือนลุคจจะยังไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่​ ก็นะรุ่นก่อนๆ​ เขาเรียนกันปกติจะมีก็แต่รุ่นพวกเขาเนี่ยที่เรียนแค่สามครั้งตั้งแต่​เปิดเทอม “ครับ แกไม่ติดธุระไม่ก็ไปหาหมออ่ะครับ เลยยกคลาสบ่อย” บูมอธิบายให้ฟัง​ ลุคที่ได้ยินคำตอบถึงกับทำสีหน้างงงวยกันเลยทีเดียว อย่าว่าแต่ลุคงงเลย พวกเขาก็งงเหมือนกัน “อ่า… จริงดิ​ โอเค​ แต่เดี๋ยวพี่ต้องกลับไปดูก่อนนะ ไม่รู้ยังอยู่รึป่าว แต่ถ้ามีเดี๋ยวพรุ่งนี้เอามาให้ ทันอยู่ใช่มั้ย” “ทันครับพี่” “โอเค งั้นก็ตามนั้น แต่ถ้าไม่เจอเดี๋ยวสรุปเนื้อหาคร่าวๆให้ พอจะจำได้อยู่” ได้ยินคำตอบจากลุค​พวกเขาก็ใจชื้นขึ้นมา อย่างน้อยก็ไม่เสียเปล่าที่มาขอแกถึงแม้จะเผลอแอบคิดว่าแกคงไม่มีหนังสือเรียนแน่ๆ​ “ขอบคุณมากครับพี่” “เออๆ” “งั้นพวกผมไปก่อนนะครับ” ลุคพยักหน้ารับก่อนจะฟุบตัวลงนอนกับโต๊ะดังเดิม ส่วนพวกเขาก็เดินแยกตัวออกมาไม่อยากอยู่รบกวนแก ไม่รู้ว่าหนังสือที่ขอลุคไปแต่อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าพรุ่งนี้คงมีอะไรสักอย่างให้อ่านสอบนั่นแหละ ไทม์ในชุดไปรเวทยืนอยู่หน้าคฤหาสน์หลังโตที่คุ้นพลางกำแขนที่ผ้าพันแผลพัน​อยู่​ด้วยความเกร็ง เมื่อคืนลุคทักมาบอกว่าให้มาเอาเอกสารกับไฟล์ที่บ้าน เพราะวันนี้เขาต้องไปทำงาน ตอนแรกแม่บอกว่าจะนั่งแท็กซี่มาส่งเพราะกลัวเขาถูกทำร้ายเหมือนวันก่อน แต่ไทม์บอกว่าไม่เป็นไร​เดี๋ยว​ขับมอเตอร์ไซค์​มา ลู​ซี่​ก็เหมือนกันบอกว่าจะมารับแต่เขาก็ปฏิเสธ​ไปเพราะเกรงใจ เห็นว่าวันนี้ลู​ซี่​ต้องไปประชุม​ด้วย อีก​อย่าง​ทางบริษัท​กับบ้านเขามันคนละฝั่งเลยเลยเกรงว่าถ้ามารับจะทำให้ลูซี่ไปทำงานช้ายิ่งกว่าเดิม ช่องบานเล็กตรงป้อมยามค่อยๆ แง้มเปิดพร้อมกับลุงยามคนนึงที่ชะโงกหน้าออกมา “มาหาใครครับ” “มาหาพี่ลุคน่ะครับ” “อ๋อ คุณไทม์ใช่มั้ยครับ รอสักครู่นะครับ” รออยู่แป็บนึงก่อนประตูบานเล็กจะเปิดออก เดินเข้าไปในบ้าน เหมือนนี่จะเป็นครั้งที่สองที่เขามาที่นี่ ครั้งแรกมาเมื่อตอนวันเกิดของพลุค “สวัสดีค่ะคุณไทม์” ป้าแม่บ้านออกมารับ เขาจำได้เมื่อคราวก่อนก็เจอเธอ ถ้าจำไม่ผิดคุณป้าจะเป็นหัวหน้าแม่บ้านด้วย “วันนี้มาหาคุณลูซี่หรอคะ” “ปะ-ป่าวครับ วันนี้ผมมาเอกสารกับไฟล์เรียนน่ะครับ” “อ่าวหรอคะ เสียดายเลย โฮะๆๆ งั้นเข้ามานั่งรอข้างในก่อนะคะ” รอยยิ้มขี้เล่นทำเขาถึงกับเหงื่อตก อย่าบอกนะรู้กันหมดแล้วอ่ะ!!! เดินมานั่งลงที่โซฟากลางห้องรับแขกระหว่างรอก็กวาดสายตาสำรวจรอบๆ จะว่าไปตอนนั้นพวกเขาก็จัดปาร์ตี้วันเกิดลุคห้องนี้นี่ แต่ตอนนั้นเอาแต่เกร็งแถมยังเมาด้วยเลยไม่ได้มองเลย “นั่นหนูไทม์ใช่มั้ยลูก” เสียงใสให้เขาหันไปมองพบกับหญิงวัยกลางคนในชุดเดรสสบายๆ สีครีม “เอ่อ…ครับ สวัสดีครับ” “สวัสดีจ๊ะ อันนี้ของหนู” เธอยื่นเอกสารกับแฟลชไดรฟ์มาให้เขาเอื้อมมือไปรับพร้อมกับเช็คของ “จะเสียมารยาทมั้ยถ้าแม่จะถามอะไรหน่อย” แม่หรอ!!! ผู้หญิงคนนี้เป็นคุณแม่ของลุคกับลูซี่หรอเนี่ย! “คะ-ครับ ได้ครับ” จากที่เกร็งอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งเกร็งกว่าเดิมอีก “หนูกับลูซี่เป็นกันใช่มั้ยจ๊ะ” คำถามของคุณแม่ทำเอาของที่อยู่ในมือเกือบหลุด “ปะ-ป่าวครับ เราเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันเฉยๆ นะครับ” “อ่าวหรอ แต่วันนั้นแม่ได้ยินเจ้าลุคพูดกับลูซี่ประมาณว่าไม่ไปขอกำลังใจจากที่รักอะไรนี่แหละ” “หนูจีบน้องอยู่น่ะค่ะ” เสียงของคนมาใหม่ให้พวกเขาหันไปมองพบว่าเป็นลูซี่ “พี่ลูซี่” “สวัสดีค่ะ” “สวัสดีครับ” ลูซี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่เห็นรู้เรื่อเลย “ประชุมเสร็จแล้วหรอลูก” “ค่ะ” “แล้วที่ว่าจีบ คือเรื่องจริงหรอลูก” “จริงค่ะ” ลูซี่ตอบพลางหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ “ตอนแรกก็แค่เอ็นดูแต่พอรู้เริ่มรู้จักเริ่มได้คุยหนูก็เริ่มชอบเลยตัดสินใจจีบน้องค่ะ” คำตอบของพี่ลูซี่ทำเอาเขาเขินแทบจะมุดเอกสารที่อยู่ในมือ เรื่องนี้ไม่ว่าเธอจะพูดกี่ครั้งก็ยังเขินทุกรอบทั้งที่ความจริงเขาเป็นคนถูกจีบอยู่แท้ๆ “ว้าว จริงหรอเนี่ย แล้วตอนนี้จีบกันถึงไหนแล้วล่ะ” “พึ่งเริ่มค่ะ หนูพึ่งจะไปขอน้องกับแม่น้องมา” “แล้วแม่น้องว่าไงบ้าง” “ก็อนุญาตค่ะ แต่แม่น้องบอกว่าให้จีบน้องเบาๆ หน่อยเพราะน้องขี้อาย กลัวจะเขินจนเผลอซุ่มซ่ามแล้วเจ็บตัวน่ะค่ะ” “พี่ลูซี่อ่ะ!!” ทั้งคุณแม่ทั้งลูซี่ก็พากันหัวเราะชอบใจ ให้ตายเถอะมาพูดแบบนี้เขาก็เขินนะ อยากมุดดินหนีจะแย่อยู่แล้ว “เออใช่ เห็นเจ้าลุคบอกว่าหนูไทม์ต้องสอบสถิตินี่นา ไหนๆ ก็มาแล้วทำไมไม่ให้พี่ลูซี่ติวให้เลยล่ะ พี่ลูซี่เรียนเก่งนะ” “เอ่อ…ผมเกรงว่าพี่ลูซี่จะไม่สะดวก–” “สะดวกค่ะ” “เอ๊ะ?” ไหนเมื่อเช้าลูซี่บอกว่ามีงานต่อไง “พอดีช่วงบ่ายเขาเลื่อนประชุมไปวันอื่นน่ะ วันนี้ก็เลยว่าง” เธอพูดพร้อมกับ​หันมายิ้มมุมปากให้ “งั้น…เอาแบบนั้นก็ได้ครับ” เดินตามลูซี่มาจนถึงห้องๆ หนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นห้องทำงานของเธอก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ว่างส่วนพี่ลูซี่ก็จัดเตรียมห้อง ระหว่างนั้นก็แอบกวาดสายตาสำรวจ ห้องทำงานของพี่ลูซี่ตกแต่งด้วยโทนสี neutral ทำให้พอเข้ามาแล้วรู้สึกสบายตาราวกับอยู่ในธรรมชาติ เปิดเอกสารของลุคแต่พอเปิดมาก็ต้องตกใจเพราะด้านในมีแต่รูปวาดเต็มไปหมด “มีอะไรหรอคะ” ลูซี่ที่กำลังอ่านไฟล์เอกสารอยู่บนคอมฯ หันมาถาม “อ่อ ป่าวครับ แค่ตกใจที่มันดูยากกว่าที่คิดน่ะครับ” จะให้พูดได้ไงว่าในเอกสารมีแต่รูปวาดน่ะ ถ้าลูซี่เห็นคงบ่นแน่ๆ “เรามาเริ่มกันเลยมั้ยคะ” “ครับ” ลูซี่เริ่มทำการสอนไทม์ก็เปิดเอกสารไปพร้อมๆ กัน แน่นอนว่าลูซี่เห็นรูปวาดต่างๆ นาๆ ในเอกสารนั่น เธอก็บ่นออกมาเล็กน้อยแล้วให้เขาจดใส่แท็บเล็ตของเธอแล้วค่อยส่งไฟล์ทีหลัง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD