'11' / 2

3812 Words
“อ๊ากกก!!!!” เสียงดังปังพร้อมกับประตูห้องน้ำที่เปิดออกอย่างแรงจนไปกระแทกเข้ากับหนึ่งในนั้นอย่างจังจนกระเด็น “ใครวะ-อั่ก!!” ไม่ทันได้ยินเสียงตอบของคนปริศนาภาพตรงหน้าที่เลือนลางก็เห็นว่าชายคนนั้นโดนเตะเข้าที่ท้องอย่างแรงจนไปกระแทกเข้ากับอ่างล้างมือก่อนจะร่วงลงพื้นไป “หนอย~ยัยสวย อย่าคิดว่าเป็นผู้หญิงแล้วกูจะปล่อยมึงนะเว้ย!!!!” ชายคนนั้นตะโกนด่าและพยายามจะลุกจากพื้น ผู้หญิง…หรอ หรือว่า พี่ลูซี่!! ‘ถ้าผมโดนทำร้าย ผมไม่น่ารอดครับ ฮ่าๆ’ ‘ทำไมถึงคิดงั้นล่ะคะ’ ‘ก็ผมกากนี่ครับ แถมยังสู้ใครไม่ได้อีกด้วย ถ้าโดนทำร้ายจริงผมคงตายแน่ๆ’ ‘ไม่ต้องกลัวไปหรอกค่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่จะไปช่วยเราเอง’ ‘แม้ว่าจะอันตรายหรอครับ’ ‘ค่ะ แม้จะอันตราย หรือแม้ว่าพี่ต้องตายหรือทำผิดบาปพี่ก็จะยอมค่ะ’ คำสัญญาในวันนั้นไม่อยากเชื่อเลยแฮะว่าเธอจะทำจริง ดีใจแฮะ ค่อยๆ เงยหน้ามองแม้ว่าภาพตรงหน้ามันจะเบลอมากจนแทบมองไม่เห็นเลยก็ตาม “พะ-พี่ลูซี่ ผม…เจ็บ” ทันทีที่พูดจบเห็นลางๆ ว่าเธอกำลังเดินตรงไปหาอีกฝ่ายที่กำลังลุกขึ้นและพุ่งตรงหมายจะต่อยพี่ลูซี่ “มึงโดนกูแน่!!!” เธอใช้มือซ้ายรับหมัดนั่นจากนั้นก็เตะตัดขาก่อนจะใช้ส้นเท้าที่คิดว่าน่าจะเป็น​ข้างขวาตอกเข้าไปที่ข้างแก้มขวาด้วยแรงมหาศาล​จนอีกฝ่ายกระเด็น​ไปกระแทกกับกำแพงห้องน้ำก่อนจะร่วงลงพื้นนอนแน่นิ่ง เธอเดินตรงมาหาก่อนจะช่วยพยุงเขาให้ลุกนั่งพิงกับกำแพงด้านข้าง “เจ็บมากมั้ยคะ” “ครับ เจ็บมากเลยครับ” “พี่ขอโทษ​นะคะ ทั้งที่สัญญา​เอาไว้แล้วแท้ๆ” แม้จะมองเห็นไม่ค่อยชัดแค่ก็สัมผัสได้ว่าลู​ซี่​กำลังทำสีหน้า​กังวลอยู่ “ขอโทษ​ทำไมครับ… แค่พี่ลู​ซี่​มาช่วย… ผมก็ดีใจมากแล้ว” มือเรียวเอื้อมมาลูบแก้มเบาๆ แต่เขากลับสัมผัสได้ถึงความสั่นของมือทั้งสองนั่น “พี่ลู​ซี่​ ร้องไห้หรอครับ” “คงงั้นมั้งคะ” เค้นแรงอันน้อยนิดพยายาม​เอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้ “ไม่ร้องนะครับ ยิ่งพี่ร้อง… ผมยิ่งเจ็บนะครับ” มือเรียวของลูซี่ยกมาจับมือข้างที่เช็ดน้ำตาให้ก่อนจะเอียงแก้มแนบกับมือของเขา “พี่จะไม่ร้องแล้วค่ะ พี่ไม่อยากเห็นเราเจ็บอีก” มุมปากยกยิ้มอย่างพอใจแต่ต้องหุบเมื่อเห็นลางๆ ว่าคนด้านหลังค่อยๆ ลุกขึ้นก่อนจะง้างของแหลมสีเงินที่คาดว่าน่าจะเป็น​มีดอะไรสัก​อย่าง​หมายจะแทงลงที่เธอ “พี่ลู​ซี่​ข้างหลัง!!” ด้วยความไวลูซี่ใช้มือบังมีดจนมันเสียบทะลุก่อนจะทำการล็อคแล้วดึงให้แขนของอีกฝ่ายลงมาแล้วทำการยกขาเตะเสยคางจากทางด้านหลังจนอีกฝ่ายปล่อยมีดที่เสียยคามือจากนั้นก็หมุนตัวเตะตัดขาแล้วใช้ส้นเท้าเตะเข้าที่แก้มซ้ายจนอีกฝ่ายกระเด็น​ไปกระแทกกับอ่างล้างมือและน็อคคาอ่าง “ไอ้ลู! มึงอยู่ไหน-เชี่ยไรเนี่ย!!!” ประตูเปิดออกพร้อมกับเสียงโวยวายที่คุ้นหูก่อนจะพบว่าเป็นลุค บูมแล้วก็ติม “ไอ้ไทม์!!” ติมกับบูมรีบตรงดิ่งมาดูไทม์พร้อมกับพลิกตัวเพื่อสำรวจแผล “ไอ้พวกนั้นมันทำมึงหรอ” “อือ แต่ไม่เป็นไรแล้วล่ะ” “ให้ตายเถอะ รู้งี้กูน่าจะตามมึงมาด้วย ขอโทษนะมึง” ทั้งติมกับบูมทำสีหน้าที่รู้สึกผิด พวกเขาไม่ผิดหรอก คนผิดคือเขาเอง ถ้าเขาไม่ตะโกนในตอนนั้นเรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น “ไอ้ลูมึงอย่าดึงมีดออกนะเดี๋ยวเลือดหมดตัว” “กูไม่โง่ดึงออกหรอก” “หรอ เฮ้ยพวกมึงอ่ะ มีใครขับรถเป็นมั่ง” ลุคหันมาถาม “ผมพี่” ติมหันไปตอบ ในกลุ่มคนที่ขับรถเป็นมีแค่ติมแค่คนเดียว “มึงเอารถกูพาไอ้สองคนนี้ไปโรงบาลก่อน จอดอยู่ข้างๆ ทะเบียน กข 2214 เดี๋ยวไอ้พวกนี้กูจัดการเอง” “เคพี่” ลุคโยนกุญแจให้ติม บูมหันมาช่วยพยุงไทม์ให้ลุกขึ้นจากพื้น “ฝากตรงนี้ด้วย” “เออ” ใช้เวลาตรวจร่างกายกว่าชั่วโมง ทั้งเอ็กซเรย์ตรวจภายในและภายนอก คุณหมอบอกว่าเขาช้ำในมากจึงต้องแอดมิน ส่วนลูซี่แค่ทำแผลที่มือ “แล้วนี่มึงจะบอกแม่มั้ย” บูมที่นั่งอยู่บนโซฟาหันมาถาม “ยังอ่ะ” “ถ้าไม่บอกตอนนี้จะบอกตอนไหนล่ะ มึงอยู่กับแม่แค่สองคนนะ ถ้ามึงไม่กลับบ้านนานๆ แม่มึงจะไม่สงสัยเอารึไง มึงก็รู้อยู่ว่ามึงโกหกใครไม่เก่ง” ก็จริงอย่างที่ติมมันพูด เขาน่ะโกหกใครไม่เคยได้ตั้งแต่ไหนตั้งแต่ไรแล้ว เมื่อก่อนตอนม.ปลายตอนที่เขาเคยโดนบูลลี่เขาก็เคยโกหกว่าเกิดอุบัติเหตุ ถัดมาไม่กี่วันแม่รู้ว่าที่เขาพูดน่ะโกหก แม่ไม่ได้ไปถามใครแต่ท่านรู้เพราะใบหน้าของเขามันบอกหมด “เอาไงดี” ได้แต่ถอนหายใจด้วยความกังวล ที่เขาไม่อยากบอกแม่เพราะกลัวท่านจะเป็นห่วงจนเครียด แม่ของเขายิ่งเป็นมะเร็งปากมดลูกด้วย กลัวว่าถ้าแม่รู้เรื่อง​จะเครียดและโทษตัวเองจนล้มเหมือนปีก่อน “ไทม์!!” ประตู​ห้องเปิดออกพร้อมกับแม่ที่สภาพกระหอบกระหืดเหมือนคนวิ่งมา “แม่!!! อั่ก!!” ด้วยความตกใจเลยเผลอลุกแต่ลืมว่าตัวเองเจ็บอยู่ “แม่ ทำไมแม่มาอยู่นี่ที่” “หนูลูซี่โทรมาบอกแม่น่ะสิ” จะว่าไปตั้งแต่​ฟื้นเขาก็ไม่เห็น​ลู​ซี่​กับลุคเลยนี่ ถ้าจำไม่ผิดก่อนมานี่ลุคบอกว่าจะจัดการคนพวกนั้น แล้วลูซี่ล่ะ ทำแผลเสร็จ​แล้วเธอไปไหน “แล้วตอนนี้หนูเป็นไงบ้าง ยังเจ็บอยู่มั้ย” “ดีขึ้นหน่อยแล้วครับ แต่ยังมีเจ็บบ้าง” “ตอนที่แม่รู้เรื่องแม่ตกใจมากเลยนะ แม่ขอโทษ​นะลูก” “อีกแล้วครับแม่ แม่ไม่ได้เกี่ยวข้อง​อะไรสักหน่อยจะขอโทษ​ทำไมครับ” “แต่แม่…” “แค่แม่ไม่โกรธ​ผมก็ดีใจแล้วครับ” “แม่จะไปโกรธหนูทำไมล่ะลูก แค่รู้ว่าหนูไม่เป็นอะไรมากแม่ก็ดีใจแล้ว” แม่เอื้อ​มมือมาลูบผมเบาๆ ก่อนจะก้มมาหอมที่กลุ่มผม ไม่นานประตู​ก็​เปิดออกพร้อมกับ​ลุค “เป็น​ไงบ้างพี่” บูมที่นั่งเล่น​มือถือ​อยู่​ตรงโซฟา​เงยหน้าถาม “เรียบร้อย อีกไม่นานก็น่าจะโดนไล่ออกล่ะ” “โดนไล่ออกเลยหรอครับ-โอ๊ย!” คำตอบของลุคทำเอาไทม์ถึงกับเผลอลุกขึ้นนั่งแต่ก็ต้องร้องเพราะลืมว่าตัวเองเจ็บอยู่ “แหงสิ เล่นพกมีดเข้าสนาม หาเรื่องผู้อื่น แถมเป็นนักกีฬาของมหาลัยด้วย แค่พักการเรียนกับโดนจับมันไม่พอหรอก” “แต่ผมเคยได้ยินว่ามหาลัยนี้เวลานักศึกษามีเรื่องกันมักจะปล่อยผ่านหนิพี่” ติมพูดเสริม “แล้วคิดหรอว่าไอ้ลูมันจะยอม” “เออนั่นสิ” “แล้วตอนนี้พี่ลูซี่ไปไหนหรอครับ” จะว่าไปตั้งแต่ฟื้นมาผมยังไม่เห็นลูซี่เลย เมื่อกี้เขาก็ทักแชทเธอไปแล้วแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตอบกลับมา “ไอ้ลูมันโดนสอบปากคำอยู่ เดี๋ยวดึกๆ มันก็มา” ประโยคของลุคทำเอาไทม์ถึงกับสะดุ้งจนหลุดออกจากความคิด “พะ-พี่ลุครู้ได้ไงครับว่าผมคิดอะไรอยู่” “หน้ามึงมันบอก” เขาพูดพลางนั่งลงที่โซฟาข้างบูม “ขนาดนั้นเลยหรอครับ” “ขนาดนั้นแหละ” ก็พอรู้หรอกนะว่าเวลาคิดอะไรหน้าของเขามักจะแสดงสีหน้าจนหลายคนมักบอกว่าสีหน้าเขามันอ่านง่ายอยู่เสมอแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะอ่านง่ายขนาดนี้ “แล้วทำไมพี่ลูซี่ถึงโดนสอบปากคำล่ะครับ เธอแค่มาช่วยผมไม่ใช่หรอ แถมยังโดนพวกนั้นใช้มีดแทงมือด้วย” “อย่าลืมสิว่าที่ไอ้พวกนั้นนอนน็อคเพราะฝีมือไอ้ลู” จริงด้วย “ไอ้เจ้าพวกนั้นยังไงมันก็โดนคดีอยู่แล้ว แต่ไอ้ลูมันดันทำเกินกว่าเหตุน่ะสิ ตำรวจเลยเรียกมันไปสอบปากคำ” “แล้วแบบนี้พี่ลูซี่จะโดนอะไรมั้ยครับ” “มากสุดก็โดนตักเตือนกับเสียค่าปรับนั่นแหละ” “เสียค่าปรับหรอลูก เสียเท่าไหร่เดี๋ยวแม่ออกให้” แม่ผมทำท่าจะควักตังค์ลุคที่เห็นก็รีบห้ามทันที “ไม่เป็นไรครับแม่ แค่นี้เอง” “แต่แม่เกรงใจ น้องหนูบาดเจ็บไม่พอยังต้องมาเสียเงินอีก” “โอ๊ย~ ไม่เป็นไรเลยครับ สำหรับพวกเขาเรื่องเงินเรื่องเล็ก” “แต่…” “ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ การที่น้องผมมันทำแบบนั้น มันรู้อยู่แล้วครับว่าผลที่ตามมามันจะเป็นยังไง ในตอนนั้นมันไม่ได้สนว่าตัวเองจะโดนคนที่บ้านด่ามั้ยหรือต้องติดคุกหรือโดนอะไรรึเปล่า แต่สุดท้ายมันก็เลือกทำเพราะสิ่งที่มันคิดตอนนั้นคือช่วงไทม์ครับ” ประโยคของลุคทำให้ไทม์นึกถึงเมื่อวันนั้นเลย ‘แม้จะอันตราย หรือแม้ว่าพี่ต้องตายหรือทำผิดบาปพี่ก็จะยอมค่ะ’ สิ่งที่ลูซี่ทำเธอไม่เคยลังเลเลยรวมถึงเมื่อตอนที่ไปช่วยเขาก็เหมือนกัน เธอเลือกที่จะจัดการคนพวกนั้นโดยไม่สนว่าอีกฝ่ายมีอาวุธมั้ย เธอไม่สนว่าอีกฝ่ายจะมาเยอะแค่ไหนแต่เธอก็เลือกที่จะช่วยเขาอยู่​ดี นี่เขา…กำลังทำให้เธอลำบากอยู่หรอเนี่ย​ รู้สึกผิดแฮะ “ถ้าหนูพูดแบบนั้นก็ได้จ๊ะ” เสียงโทรศัพท์ของลุคดังทำให้ทุกคนต้องละสายตาหันไปมอง “ฮัลโหลครับ ห๊ะ อ่อ รู้แล้วครับ เดี๋ยวกลับครับ” ลุควางสายพร้อมกับปั้นคิ้วขมวดเล็กน้อย “แม่ผมตามแล้วงั้นผมกลับก่อนนะครับ” “พี่หวัดดี” “เออๆ ไปล่ะ” ไทม์มองตามแผ่นหลังของลุคจนเขาออกจากห้อง​ “ไทม์​ นอนพักได้แล้วลูก” “แต่…” “ไม่กังวล​ ทุกอย่างมันจะดีขึ้นเอง” ไทม์เม้มปากแน่นก่อนจะค่อยๆ​ โน้มตัวลงนอนตามที่แม่บอก “ก็ได้ครับ” หวังว่าเขาตื่นขึ้นมาแล้วจะไม่มีเรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้นนะ “ยังไงคราวหน้าก็อย่าทำเกินกว่าเหตุละกัน” “ไม่รับปากนะคะ” สีหน้าของชายวัยกลางคนในเครื่องแบบตำรวจที่เต็มไปด้วยยศที่ติดเต็มไหล่บ่งบอกได้ว่าเหนื่อยใจ​กับหลานสาวคนนี้ “หนูไปก่อนนะคะ หวัดดีค่ะ” ลู​ซี่​ลุกขึ้นพร้อมกับ​ยกมือไหว้ก่อนจะเดินออกจากห้องสอบปากคำ ระหว่าง​นั้นก็พลางขยับแขนขาเพื่อให้คลายจากความเมื่อยล้า​เพราะกว่าจะสอบปากคำเสร็จก็กินเวลากว่า 3 ชั่วโมง​เต็ม มือเรียวเปิดประตู​ทางออกแต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีคนหน้าคุ้นใส่สูท​ดำยืนรออยู่หน้าประตู “ผมมารับครับ” พี่โจบอดี้การ์ด​คนสนิทโผล่มาแบบนี้เธอรู้ได้ทันทีว่ามีคนสั่งมาแน่ๆ “ไอ้ลุคสั่งให้มารับหรอครับ” “ป่าวครับ คุณ​ผู้ชายสั่ง” คิ้วขมวดปมกว่าเดิมเมื่อไม่ใช่คนที่คิด พ่อหรอ งานหยาบล่ะ เธอได้ถอนหายใจก่อนจะพยักหน้า​ตอบ รถหรู​เคลื่อนตัวออกจากสถานีตำรวจ​ระหว่างทางเธอก็พี่บอดี้การ์ด​คนสนิทเพื่อไม่ให้เงียบ “พี่ว่าพ่อจะดุหนูมั้ย” “ไม่เหลือครับ” “พี่ไม่คิดหน่อยหรอ” “สั่งให้ผมมารับถึงที่คงไม่มีอะไรนอกจากเรียกไปดุหรอกครับ” ก็จริง ลูซี่ถอนหายใจ​เอนหลังกับพนักพิง มันเป็นปกติที่เวลามีเรื่องถึงตำรวจเธอมักจะโดนเรียกไปดุเป็นประจำ​ ลูซี่ไม่ใช่ลูกคุณ​หนูที่เวลาสู้คนจะใช้วาจาเข้าสู้ หากสุดท้ายการเจรจาไม่ใช่ทางออกส้นตีนเท่านั้นถึงจะดีที่สุด ไอ้ประโยค​นี้เธอไม่ได้เป็นคนคิดแต่พี่ชายของเธอสอนมา รถหรูเทียบจอด ณ ที่จอดรถของบ้าน ลูซี่ลงจากรถด้วยสีหน้าคิ้วขมวดก่อนจะเดินตรงเข้าไปในบ้าน สองขาหยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้บ้านใหญ่​มือเรียวทำท่าจะเคาะแต่ประตู​ก็ถูกเปิดออกจากด้านในเสียก่อน “หวัดดีค่ะ” “นั่งลงก่อน ขอคุยธุระแป๊บ” ลูซี่นั่งลงที่เก้าอี้นิ่มฝั่งตรงข้าม​ของโต๊ะทำงานพ่อ ระหว่าง​รอเธอก็สำรวจห้องไปพลางๆ ไม่ใช่ว่านี่เป็นการเข้ามาครั้งแรกแต่แค่ไม่ได้เข้ามาบ่อยก็เท่านั้น ล่าสุดถ้าจำ​ไม่ผิด​คือเข้ามาเมื่อสองปีก่อน เธอเข้ามาเอาซีดีเกมส์​ 18+ ให้ลุคเพราะเขาโดนพ่อยึดเอาไว้แล้วไม่กล้าเข้ามาเอง ตอนพ่อรู้พ่อสวดยับโดนเฉพาะ​ลุคที่ใช้เธอให้เข้ามาเอา ส่วนเหตุ​ผลที่โดนยึดก็ไม่ใช่ไร กวนตีนพ่อมากเกินก็แค่นั้นเอง “มา” “เรื่องเมื่อตอนเย็นใช่มั้ย” เธอไม่รอให้พ่อถาม “ใช่ สรุปเรื่องมันเป็นไง” “ก็แค่กระทืบคนเอง” “กระทืบแบบไหนทำไมถึงขั้นขึ้นสน.ได้” “หนักไปหน่อยน่ะ” “แล้วต้นเหตุ​ล่ะ” “มันทำน้องก่อน” คนเป็นพ่อได้ยินก็ถึงขั้นคิ้วขมวด “ผู้ชาย?” “ใช่” “นี่ฉันไม่อยู่​เดือนนึงแกไปมีแฟนแล้วหรอเนี่ย” “จีบอยู่ ยังไม่ได้เป็นแฟน” “แล้วทำไมผู้ชายของเราถึงปล่อยให้เราไปมีเรื่องได้ล่ะ” “น้องโดนหาเรื่องก่อนแล้วน้องก็ไม่สู้คน แถมฝั่งนั้นก็มีมีดพ่อยังจะให้หนูอยู่เฉยอีกหรอ” “ชอบขนาดถึงขั้นยอมทำแบบนั้นเลยหรอ” “ก็ทีพ่อยังเคยมีเรื่องเพื่อช่วยแม่เลย แล้วทำไมหนูจะทำไม่ได้บ้าง” คำตอบของลูกสาวทำเอาคนเป็นพ่อถึงกับหรี่ตามอง “นี่ไอ้เจ้าลุคมันสอนอะไรบ้าๆ อีกแล้วใช่มั้ย” “ป่าวสอน หนูแค่มีพี่ชายเป็นไอดอลเฉยๆ” ชายวัยกลางคน​ได้ยินคำตอบของลูกสาวก็ถึงกับถอนหายใจ​ออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะใช้นิ้วขมับที่เริ่มเต้นตุบๆ “โอเคๆ พ่อยอมแล้ว” “งั้นหนูไปได้ยัง” “ยัง จะรีบไปไหน” “ไปหาน้อง” “ไม่ได้เจอกันตั้งนานอยู่คุยกับพ่อก่อนสิ ผู้ชายแกไม่หายไปไหนหรอก” คำตอบของพ่อทำลูซี่ถึงกับเบ้ปาก ใจเธออยากจะไปหาไทม์ใจจะขาดแล้ว ไม่รู้ตอนนี้เป็นไงบ้าง “เด็กคนนั้นชื่อไทม์สินะ อายุสิบเก้า อยู่​กับแม่สองคน ที่บ้านทำน้ำพริกกากหมูขาย เรียนวิทย์คอมฯ ม.เดียวกับแก” “รู้เยอะขนาดนี้เป็นสตอคเกอร์หรอ” “ไม่กวนตีนสักวันมันจะตายรึไง” “ไม่ตายค่ะ แค่ขาดใจ” เสียงถอนหายใจ​ดังขึ้นอีกครั้ง ไม่ใช่อะไรแค่เหนื่อยใจกับความกวนประสาทของลูกสาวเฉยๆ สมแล้วที่มีพี่เป็นไอดอล เหมือนพี่ชายมันไม่มีผิดเลย “ประวัติก็ดูธรรมดาไม่ได้พิเศษ​อะไร แต่เท่าที่ได้ยินมาเด็กแกดูท่าจะซุ่มซ่าม​เอาเรื่องนะ” เขาพูดพร้อมกับวางเอกสารประวัติของไทม์ลงบนโต๊ะ “แล้วไง แค่น้องน่ารักแค่นั้นสำหรับ​หนูก็เกินพอแล้ว” “ดูท่าแกจะรักเด็กนั่นมากเลยนะ” “มากๆ เลยค่ะ” ตอนแรกก็แค่ชอบ แต่ช่วงหลังๆ มาผนวกกับเหตุการณ์​หลายๆ อย่างทำให้เธอชัดเจนกับรับรู้ความ​รู้สึก​ได้ว่าสิ่งที่เธอทำมันไม่ใช่แค่ความรู้สึก​ชอบ แต่มันคือความรู้สึก​รักต่างหาก​ “แกนี่เหมือนพี่แกเป๊ะเลย” “หนูกับไอ้ลุคก็ได้เชื้อมาจากพ่อนั่นแหละ” สมัยก่อนพ่อของลูซี่​ก็เฮ้วๆ ไม่ต่างกับพวกเธอนั่นแหละ​ เผลอๆ หนักกว่าด้วย พ่อได้ฉายาปีศาจดำ ตัวเป้งของวิทยาลัย RTac ใครหาเรื่องก็ต้องโดนซัดร่วงทุกราย แต่พ่อไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใครสักเท่าไหร่บวกกับความหน้าตา​ดีด้วยเลยมีแต่คนหมั่นไส้​ไม่น้อย ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตู​ดังขึ้นหยุดการสนทนาของสองพ่อลูกพร้อกมับประตูที่เปิดออกพร้อมกับหัวหน้าแม่บ้าน “ขออนุญาตค่ะ คุณผู้ชายคะคุณผู้หญิงเรียกน่ะค่ะ” “เดี๋ยวผมไปครับ” พูดเสร็จพ่อก็หันมาพูดกับลูซี่ “ส่วนแกน่ะ คราวหน้าคราวหลังก็อย่าไปมีเรื่องอีก ไม่ใช่ว่าจะมีอำนาจแล้วจะทำอะไรตามใจได้นะ” “น้องโดนทำร้ายขนาดนั้นหนูอยู่เฉยไม่ได้หรอกค่ะ” “ฉันรู้ แกจะชอบใครรักใครฉันไม่เคยว่าหรอกนะ แต่ก็ควรมีสติให้มาก เขาไม่ได้เดือดร้อนในสิ่งที่แกทำแต่หากเกิดเหตุร้ายถึงขั้นปางตายมาคนที่เสียใจที่สุดก็จะเป็นเขา ไม่ใช่แก จำเอาไว้ด้วยล่ะ” พูดจบพ่อก็เดินออกจากห้องไปปล่อยให้ลูซี่จมอยู่กับความคิดและคำพูดเมื่อกี้ คำพูดนั่นมันเหมือนกับตอนที่ลุคพูดไม่มีผิด ก็จริงที่เวลาเกิดเรื่องกับไทม์ไม่ว่าจะเรื่องใหญ่หรือเรื่องเล็กก็ตามเธอมักจะสติหลุดทุกที และอย่างคราวนี้ก็เหมือนกัน ลูซี่อาละวาดจนสุดท้ายต้องขึ้นโรงพัก แม้จะสามารถจัดการได้แต่หากวันนึงมันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างที่พ่อบอก คนเสียใจไม่ใช่มันเธอแต่จะเป็นไทม์เสียมากกว่า ไทม์กับลูซี่มีสิ่งที่แตกต่างเป็นอย่างมาก ไทม์เป็นเด็กน่ารักเรียบร้อย เวลามีปัญหามักจะใช้เหตุผลเข้าแก้ต่างกับเธอที่นิสัยเย็นชา เจ้าเล่ห์ และเวลาที่มีปัญหาถึงแม้จะใช้เหตุผลเข้าแก้แต่ก็ได้ไม่มาก พอมาคิดดูดีๆ เธอก็เริ่มกังวล นี่เธอยังเหมาะสมกับไทม์จริงๆ หรอ แถมตั้งแต่รู้จักกันไทม์ก็มีแต่เรื่องเจ็บตัวอีก นี่เธอเป็นตัวปัญหาเรียกแต่เรื่องมาให้เขาเจ็บตัวหรอ เสียงสั่นจากมือถือให้เธอหลุดออกจากความคิด ลูซี่หยิบมือถือออกจากกระเป๋ากางเกง พอเปิดหน้าจอก็ต้องตกใจเพราะมันมีข้อความที่ยังไม่เปิดอ่าน นิ้วเรียวกดเข้าแอปเพื่อเช็ค ข้อความล่าสุดที่ส่งมาก็ไม่ใช่ใครนอกจากลุคที่ถามไถ่ประมาณว่าโดนพ่อด่ามั้ย แต่พอเลื่อนลงมาสายตาก็ต้องมาสะดุดกับข้อความจากคนๆ นึง ลูซี่รีบกดเข้าข้อความทันที มีหลายข้อความที่ไทม์ส่งมาแต่มันไม่แจ้งเตือน 18.20 น. time 00.00 : พี่ลูซี่เป็นไงบ้างครับ time 00.00 : เห็นพี่ลุคบอกว่าคุณตำรวจเรียกตัวไปสอบปากคำด้วย 19.00 น. time 00.00 : พี่ลุคบอกว่าพี่ลูซี่จะมาตอนค่ำๆ แต่ตอนนี้ผมยังไม่เห็นเลย time 00.00 : เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าครับ time 00.00 : ถ้ามีอะไรก็บอกผมได้นะครับ ถึงผมจะไปหาไม่ได้ก็เถอะ 19.30 น. time 00.00 : ผมขอโทษนะครับที่ทำให้พี่ลูซี่ลำบาก time 00.00 : ตั้งแต่รู้จักกันผมสร้างแต่เรื่องให้พี่ลูซี่ตลอดเลย time 00.00 : พี่ลูซี่คอยช่วยคอยดูแลผมตลอด แต่ผมทำอะไรให้ลูซี่ไม่ได้เลย time 00.00 : ขอโทษนะครับ พออ่านจบลูซี่ก็ลุกออกจากห้องแล้วเดินตรงดิ่งไปที่รถแล้วขับออกไปทันที ที่ปลายทางก็ไม่ใช่ที่ไหนนอกจากจากโรงพยาบาลที่เจ้าของข้อความพักอยู่ มาถึงโรงพยาบาลลูซี่ตรงดิ่งไปยังห้องพักก่อนจะทำการเปิดประตูและมุ่งตรงโผเข้ากอดคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงคนไข้ที่ยังคงงงงวยไม่รู้เรื่อง “พะ-พี่ลูซี่ มาได้ไงครับเนี่ย” “พี่ขอโทษนะคะ” “ครับ? ขอโทษเรื่องอะไรหรอครับ” ไทม์เงยหน้ามองอีกคนด้วยความงง “ทุกเรื่องค่ะ เพราะพี่เราถึงต้องมาเจ็บแบบนี้” “เอ๊ะ?” ไทม์ได้แต่คิดและสงสัย ไอ้ที่เขาเจ็บตัวมันเพราะตัวเขาเองไม่ใช่หรอ “ตั้งแต่เรารู้จักกันไทม์ก็เจ็บตัวอยู่ตลอด คงเป็นเพราะพี่ที่เป็นตัวซวยนำโชคร้ายมาให้เราถึงต้องมาซวยอยู่แบบนี้” หรือว่าลูซี่จะคิดมากเรื่องข้อความที่เขาส่งไป “มันไม่จริงหรอกครับ” ลูซี่ค่อยๆ คลายอ้อมกอดจนเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน “คนที่ทำคือผมต่างหาก ตั้งแต่เด็กๆ แล้วผมมักจะซุ่มซ่ามหาเรื่องเจ็บตัวเสมอ มันไม่ได้เกี่ยวกับที่รู้จักกับพี่ลูซี่เลย” “เมื่อก่อนน่ะ เวลาผมซุ่มซ่ามหรือทำอะไรเจ็บตัวคนรอบข้างนอกจากแม่ก็มักจะคอยด่าคอยล้อผมอยู่เสมอ แต่กับพี่ลูซี่กับเพื่อนๆ ที่นี่ไม่เคยทำแบบนั้นเลย ทุกคนคอยช่วยเหลือผม แล้วก็อย่างวันนี้พี่ลูซี่มาช่วยผมอย่างไม่ลังเลเลย แถมยังปกป้องผมจากคนไม่ดีด้วย เพราะฉะนั้น ไม่ต้องคิดมากนะครับ” ไทม์ส่งยิ้มให้เธอเพื่อเป็นการบอกว่าไม่ให้เธอคิดมาก ลูซี่ที่ได้เห็นรอยยิ้มนั่นความคิดด้านลบที่เคยคิดว่าเธอไม่เหมาะสมก็ถูกลบล้างไปในทันที “ขอบคุณมากนะคะ ต่อไปนี้พี่จะไม่คิดมากแล้วค่ะ” เธอพูดก่อนจะนั่งลงที่เตียงคนไข้ “ดีแล้วครับ หาว~” ดูเหมมือนว่าฤทธิ์ยาจะเริ่มออกไทม์ยกมือขยี้ตาที่ตอนนี้พร้อมที่จะปิดทุกเมื่อ “นอนพักเถอะค่ะ พี่ไม่กวนแล้ว” “แล้วพี่ลูซี่ล่ะครับ” “เดี๋ยวพี่นอนที่โซฟานี่ก็ได้ค่ะ” “จะเฝ้าหรอครับ” “ค่ะ คืนนี้พี่จะเฝ้าเอง” ไทม์ยื่นมือทั้งสองไปจับมือของอีกคน “งั้น ฝันดีนะครับ” ไทม์เอนตัวเพื่อเตรียมที่จะพักผ่อน ลูซี่จัดการขยับผ้าห่มให้ก่อนจะก้มลงจุมพิตลงที่หน้าผากของเขาเบาๆ “ฝันดีนะคะ ที่รักของพี่”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD