“ปีหนึ่งนั่งเรียงแถวตามที่ซ้อมไว้เลย” เสียงของรุ่นพี่เรียกเหล่าปีหนึ่งให้ไปนั่งประจำที่ตามที่เคยซ้อมไว้
วันนี้มีงานกีฬาสีกระชับมิตรระหว่างมหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยของผมก็ได้ส่งสามสาขาเข้าร่วมงานนี้ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาและสาขามนุษย์ศาสตร์
พอได้นั่งผมก็หาววอดๆ ขึ้นมาทันที พลางเขยิบตัวเองไปพิงไหล่ของบูม “ทำไรน่ะ”
“ขอพิงหน่อย ง่วง”
“แหม่ กูก็ง่วงมั้ย”
บูมแซวพลางตีหัวผมเบาๆ เมื่อคืนกว่าผมจะได้นอนก็ปาไปเกือบเที่ยงคืนเพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องเมื่อวานที่พี่ลูซี่มาขอแม่เพื่อจีบเขา
ตอนที่ได้ยินครั้งแรกยอมรับว่าตกใจมาก ถึงจะพอรู้อยู่แหละว่าตลอดที่ผ่านมาเธอกำลังจีบแต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นมาขอแม่กันตรงๆ แบบนี้
แถมก่อนกลับยังมีการหอมแก้มอีกเป็นใครก็ช็อคก็เขินกันทั้งนั้นแหละ โอ๊ย~ ยิ่งคิดก็ยิ่งเขิน
“เป็นไรทำไมหน้าแดง” บูมหันมาทัก “ป๊าว ร้อนเฉยๆ”
“หรอ” มันตอบก่อนจะหันไปโฟกัสที่สนามทั้งที่ความจริงมันดูไม่ได้เชื่อในคำตอบของเขาเลย
ตบแก้มเพื่อเรียกสติ เขินแค่นี้พอโฟกัสกับกิจกรรมตรงหน้าก่อนค่อยไปเขินต่อที่บ้าน
‘ต่อไป จะเป็นการเดินขบวนจากแต่ละมหาวิทยาลัย’
เสียงประกาศจากลำโพงดังขึ้นทำให้ทุกคนในงานต่างพากันเงียบ วงดุริยางค์ที่ตั้งแถวอยู่ตรงกลางสนามเริ่มบรรเลงเพลงก่อนจะเริ่มมีขบวนจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เดินเข้าสนามมา ทุกคนต่างพากันชื่นชมขบวนกันอย่างสนุกสนานบ้างก็มียกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเพื่อเก็บบรรยากาศ
ขณะที่กำลังชื่นชมขบวนสายตาก็ดันไปหยุดที่ใครคนหนึ่งที่ถือป้ายมหาวิทยาลัยอยู่ด้านหน้าขบวน ลูซี่จากที่ผมเคยสีบลอนด์เบจที่ตอนนี้ถูกย้อมสนิทสีดำสนิทในชุดกินรีกับเครื่องประดับสีเขียวอ่อนปนทองที่มองดูแล้วราวกับออกมาจากเทพนิยาย ขบวนของมหาวิทยาลัยเดินเข้าไปตั้งแถวในสนามและเป็นจังหวะเดียวกันที่คนด้านล่างเงยหน้ามาทางผมพอดีทำให้เขาตกใจจนลนทำมือถือตก
“ฟ้องพี่ลูซี่นะ ว่ามึงแอบถ่ายรูปเขาน่ะ”
เสียงของเพื่อนข้างๆ ทำเอาไทม์หันไปตีทีนึงก่อนจะหันไปทำหน้าดุใส่เพื่อนตัวดีที่ตอนนี้กำลังหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน
“มึงนี่” ไม่พูดเปล่าก็เอามือที่ว่างตีมันไปอีกหนึ่งที
“อะไรเล่า ก็แค่แซวเฉยๆ ป่ะ หรือว่าชอบพี่เขาแล้วห๊ะ”
“ไม่ใช่สักหน่อย มั่วแล้ว”
พูดไปพร้อมกับหลบสายตาพลางก้มมองรูปลูซี่ที่เผลอแอบถ่าย ถามว่าชอบมั้ย เขาตอบไม่ได้หรอก ไม่ใช่ไม่ชอบแต่มันพูดยาก ก็เขากับลูซี่พึ่งจะรู้จักกันไม่นานพึ่งจะได้ทำความรู้จักกันเอง ความรู้สึกตอนนี้มียังมีแค่ความรู้สึกดีๆ อยู่ เป็นความปลาบปลื้มแบบห่างๆ ถ้าจะชอบจริงๆ เดี๋ยวก็คงรู้ตัวเองแหละ
หลังจากเปิดพิธีเสร็จต่อไปก็เป็นการแสดงของแต่ละมหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยของไทม์จะได้โชว์ที่ทีมที่ 3
“มึง กูกลัวทำผิดว่ะ”
“ตามที่ซ้อมก็ไม่เป็นไรแล้ว”
พูดไปแบบนั้นแต่ในใจก็แอบกลัวอยู่ เพราะช่วงก่อนวันแข่งไทม์หยุดซ้อมไปครึ่งวัน ถึงแม้ตะไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็ตามแต่ก็ยังแอบประหม่าอยู่
เสียงสั่นแจ้งเตือนจากมือถือให้เขาต้องรีบหยิบขึ้นมาดูพอรู้ว่าเป็นลูซี่ก็รีบกดเข้าไปอ่านทันที
Lucyxx : สู้ๆ นะคะ
Lucyxx : ส่งสติกเกอร์
ยังไม่ทันตอบก็รีบชะเง้อมองหาเจ้าของข้อความทันทีก่อนจะเห็นว่าเธอยืนโบกมือหยอยๆ อยู่ที่ชั้น 1 ของอัฒจันทร์
time 00.00 : จะพยายามเต็มที่ครับ!!!
time 00.00 : ส่งสติกเกอร์
พิมพ์เสร็จก็เงยหน้ามาโบกมือกลับลูซี่ก็หันมายิ้มให้เล็กน้อย
‘ต่อไปเป็นการแสดงจากมหาวิทยาลัย G Bac’
“ปีหนึ่งเตรียมตัวครับ!!!!”
เสียงของรุ่นพี่ทำให้ทุกคนที่กำลังมัวชื่นชมการแสดงต้องรีบหยิบอุปกรณ์ขึ้นมาเตรียมตัว
“พร้อม!!!”
“สามสี่!!!”
ดนตรีเริ่มบรรเลงเชียร์หลีดเดอร์กับคนบนสแตนเริ่มทำการแสดง ธีมเชียร์ของมหาวิทยาลัยของไทม์จะอยู่ในธีมกินรีเล่นน้ำที่มาจากพุทธประวัติ
ตอนแรกที่พี่เขาคุยกันเห็นว่าจะเอาแนวแฟนตาซีนั่นแหละ แต่เพราะเสียงส่วนใหญ่อยากได้ธีมออกไทยๆ เลยจบที่ธีมนี้
การแสดงดำเนินไปจนจบก่อนจะตามด้วยเสียงปรบมือ
“เอาล่ะๆ พักก่อนครับ”
พวกรุ่นพี่ทยอยเดินแจกน้ำพอถึงคิวของไทม์ก็หันไปรับแต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนแจกน้ำเป็นลูซี่ที่ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นชุดลำลองธรรมดาแล้ว
“น้ำค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
รับน้ำมาดื่มส่วนลูซี่ก็เดินแจกต่ออีกนิดหน่อยก่อนจะมานั่งลงตรงที่ว่างด้านข้างของบูม
“พี่ลูซี่ครับ ตอนเดินขบวนไทม์มันแอบถ่ายพี่ด้วย”
“แค่ก!” น้ำที่กินเข้าไปเกือบทะลักออกใส่คนข้างหน้า
“มึงจะพูดทำไมเล่า!” ไม่พูดเปล่ายังยกมือที่ไหล่จนมันต้องลุกหนี
แต่ก็เป็นจังหวะเดียวกันที่ดันไปสบตากับเธอพอดี
บูมใช้มือดดันตัวของเขาให้ไปนั่งข้างลูซี่แทนที่บูม ไทม์แอบเหลือบมองคนข้างตัวแว็บนึงก่อนจะรีบหันกลับ
บ้าเอ้ย! ทั้งเรื่องที่แอบถ่ายเมื่อกี้กับเรื่องเมื่อวาน โอ๊ย~ ตอนนี้แค่จะสบตาก็ยังไม่กล้าเลย
“เมื่อกี้ตอนแสดงโชว์เราเท่มากเลยนะคะ”
“จริงหรอครับ”
“ค่ะ พี่ถ่ายเราไว้ด้วยนะ”
ลูซี่เปิดคลิปที่ถ่ายให้ดู ไทม์ที่เห็นตัวเองในคลิปก็ถึงกับขมวดคิ้ว ไม่ใช่ว่าลูซี่ถ่ายไม่ดีนะแต่ทำไมสภาพผมในคลิปทำไมมันดูทุเรศขนาดนั้นวะเนี่ย
“ทำไมขมวดคิ้วแบบนั้นล่ะคะ พี่ถ่ายไม่ดีหรอคะ”
“ป่าวครับ ผมแค่สงสัยว่าทำไมสภาพผมมันตลกได้ขนาดนี้เฉยๆ ครับ”
“ตลกตรงไหน เท่ออก”
“จริงหรอครับ”
“ค่ะ” ถ้าพี่ลูซี่บอกว่าเท่งั้นเท่ก็ได้
“ลูซี่ไปเตรียมตัวได้แล้ว” รุ่นพี่คนหนึ่งที่ไม่คุ้นหน้าเดินมาสะกิดพี่ลูซี่
“โอเคค่ะ”
“เตรียมตัวไปไหนหรอครับ”
“ไปแข่งน่ะค่ะ”
“พี่ลูซี่แข่งด้วยหรอครับ”
“แข่งยิงธนูน่ะค่ะ” พอได้คำตอบไทม์ก็ทำตาวาวทันที ไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอยิงธนูเป็นด้วย อยากไปดูจัง
“ผมอยากไปดูพี่ลูซี่แข่งอ่ะครับ”
“จริงหรอครับ”
“จริงครับ!” พูดไปพยักหน้าไป
“เรานี่น่ารักจริงๆ” ลูซี่เอื้อมมือมาบีบแก้มอย่างหมั่นเขี้ยว “งือ~พี่ลูซี่ง่ะ”
ยกมือขึ้นมาลูบแก้มตรงที่พี่ลูซี่บีบ “จริงๆ พี่ก็อยากให้เราไปเป็นกำลังใจนะ แต่ไม่รู้ว่ารุ่นพี่เราจะให้ไปด้วยมั้ย”
พอได้ยินแบบนั้นไทม์ก็เบะทันที นั่นสิ ลืมไปว่าตัวเองต้องขึ้นแสตนใหญ่ จะย้ายไปแสตนเล็กที่สนามที่ลูซี่แข่งก็ไม่ได้ด้วย
“จะไปได้ยัง มัวแต่จู๋จี๋กันอยู่นั่นแหละ”
เสียงแกมดุจากคนด้านหลังให้พวกเขาพากันหาไปมองพบว่าเป็นลุคในชุดเสื้อยืดสีเขียวขี้มากางเกงยีนส์สีดำขาดเข่าแว่นตาสีชาคาดผมกำลังยืนกอดอกมองพวกเขาอยู่
“พี่ลุคมาด้วยหรอครับ”
“ที่จริงก็ไม่ได้อยากมาหรอก แต่เมื่อคืนใครก็ไม่รู้ บอกว่าอยากให้มาดูอุตส่าห์ฝึกซ้อม”
ลุคเหล่มองน้องสาวที่ตอนนี้ทำสีหน้านิ่งสนิท “ไว้แข่งเสร็จพี่จะทักมาหานะคะ”
พูดจบเธอก็ลุกขึ้นแล้วเดินผ่านโดยที่ไม่ลืมที่จะกระแทกไหล่ของคนเป็นพี่อย่างหมั่นไส้
“โอ๊ย! อะไรของมึงเนี่ยมาชนกูทำไม”
ลูซี่เหลือบมองคนพี่ก่อนจะหันไปอย่างไม่สนใจ เธอคงเขินแหละ ก็นะ เธอก็คงอยากให้พี่ชายตัวเองมาเชียร์เหมือนที่อยากให้เขาไปเชียร์นั่นแหละ แต่ก็คงไม่กล้าพูดตรงๆ เลยทำเป็นเดินชนแก้เขิน
“กูไปล่ะ” ลุคหันมาบอกลาก่อนจะเดินตามไปสมทบลูซี่ที่เดินไปไกลแล้ว
หลังจากการแสดงจบต่อไปก็จะเป็นการแข่งขันฟุตบอล ทีมของมหาวิทยาลัยวิจิตรศิลป์มหาวิทยาลัยของไทม์เจอกับมหาวิทยาลัย T.G.C ที่จะแข่งกันในช่วงบ่าย รุ่นพี่เลยให้พวกเขาพักไปหาข้าวกินก่อนค่อยมาขึ้นสแตนกันช่วงบ่ายอีกที
ไทม์ได้นัดติมกับลูซี่และลุคมากินข้าวแต่ลูซี่ไม่ว่างเห็นว่าต้องวอร์มก่อนแข่ง ส่วนลุคก็อยู่เฝ้าเลยบอกให้พวกเขากินข้าวไปก่อนเลย
“มึงต้องไปแข่งช่วงบ่ายนี่ สู้ๆ นะ”
บูมตบไหล่คนข้างๆ ต่างกับติมที่ตอนนี้ทำหน้ากังวลกับการแข่งขัน
“เครียดหรอ”
“นิดนึง”
“เครียดทำไม มึงซ้อมมาตั้งเยอะ แค่ทำให้เต็มที่ก็พอแล้ว” พูดเสริมเพื่อให้กำลังใจเพื่อน
“กูไม่ได้เครียดเรื่องนั้น กูเครียดเรื่องทีมที่ต้องแข่งด้วยต่างหาก”
“ทำไมวะ”
“ก็กูได้ยินมาว่าไอ้ทีมนี้มันชอบเล่นตุกติก แถมแม่งยังเล่นแรงด้วยกูเลยนั่งเครียดไง”
มหาวิทยาลัย T.G.C มหาวิทยาลัยชื่อดังมักจะได้ออกข่าวในเรื่องที่ไม่ดีอยู่เป็นประจำ
ถ้าเกิดทีมนั้นเล่นตุกติกมาเขากลัวอย่างเดียวคือกลัวติมซัดหน้าฝ่ายตรงข้ามเนี่ยแหละ เวลามันโมโหยิ่งน่ากลัวด้วย
“เฮ้ย นั่นมันเด็กวิจิตรศิลป์นี่ไปทักสักหน่อยมั้ย”
“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวก็โดนยำในสนามแล้วทักไปก็เสียเวลาเปล่า ฮ่าๆๆๆๆ”
เสียงกวนบาทาทำให้ติมแทบจะลุกออกจากโต๊ะพุ่งเข้าซัดเด็กต่างสถาบันทันที แต่โชคดีที่พวกเขาไว้ทันไม่งั้นได้มีเรื่องก่อนแข่งแน่ๆ
“ติมใจเย็น”
“มึงดูมันดิ กวนส้น***ขนาดนี้ยังจะให้กูใจเย็นอีกหรอ”
“เออกูรู้ แต่ถ้ามึงไปซัดมันก่อนก็เท่ากับมึงเป็นคนเริ่มนะ อีกอย่างอย่าลืมว่ามึงเป็นนักกีฬา ถ้ามึงมีปัญหาก็เท่ากับมึงจะถูกตัดสิทธิ์เลยนะ”
ได้ยินดังนั้นติมก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะกลับมานั่งสงบสติอารมณ์ตามเดิม
“อย่าไปเล่นตามมัน ที่ไอ้พวกนั้นมันกวนเพราะต้องการให้มึงฟิวส์ขาดจะได้ตัดคนแล้วมันจะได้เล่นง่าย มึงต้องตั้งสติให้มากๆ ถ้ามึงไปเล่นตามมันจะเข้าแผนมันพอดี”
“เออ”
“ใจเย็นแลัวก็มากินข้าวมา มึงจะได้ไปเตรียมตัว”
พวกเขาหันมาจัดการอาหารของตัวเองต่อ ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาให้เพื่อนมีสติน่ะนะ
ย้อนกลับไปเมื่อวานเย็น ภายในห้องนอนสี่เหลี่ยมทรงตัวแอลขนาดใหญ่ มีชายผมสีน้ำตาลแดงกำลังนอนอืดอยู่บนพื้นห้องที่ปูด้วยพรมสีดำ ก่อนจะมีเสียงเปิดประตูดังขึ้นให้เจ้าตัวต้องเหลือบหันไปมอง
‘ถ้าจะให้ช่วยงานไม่ว่างนะ กำลังหายใจอยู่’
‘พรุ่งนี้มึงว่างป่ะ’
‘ไม่ว่าง บอกว่าหายใจอยู่ไง’ เท้าเรียวถีบเข้าที่อกของชายที่ชื่อว่าลุคที่นอนแผ่อยู่พื้น
‘ไอ้เหี้ย! มันจุก’
‘สรุปพรุ่งนี้มึงว่าง ไปเชียร์กูด้วย’
ลุคผงกหัวมองน้องสาวที่ตอนนี้หำลังลอบมองเขาด้วยสีหน้าบึ้ง
‘เชียร์ไร’
‘กีฬามหาลัย กูแข่ง ไปเชียร์ด้วย’
พูดจบยัยน้องสาวตัวดีก็สะบัดตูดเดินออกไปจากห้องทันที
บอกกูแค่นี้กูจะไปตรัสรู้มั้ยล่ะว่ามึงแข่งอะไร
ลุคต้องถึงกับทักไปเบลล์เพื่อนรักน้องสาวจนได้รู้รายละเอียด สรุปคือลูซี่ลงแข่งธนู แล้วทีนี้ไทม์เด็กที่เธอจีบกับเพื่อนต้องขึ้นสแตนไปเชียร์ไม่ได้ เบลล์ก็มีแข่งว่ายน้ำเลยทำให้ไม่มีใครว่างไปเชียร์
ถ้ามองในฐานะคนนอกก็อาจจะคิดว่าคนอย่างลูซี่ไม่จำเป็นต้องมีคนมาเชียร์หรอกแค่แข่งไปให้จบๆ ก็พอ แต่หารู้ไม่ว่าไอ้เด็กหน้านิ่งหน้าตาเจ้าเล่ห์คนนี้ไม่ว่าจะแข่งอะไรก็แล้วแต่จะต้องมาขอกำลังใจไม่ก็ลากเขาให้มาเชียร์ตลอด
จะบอกว่าเป็นน้องน้อยติดพี่ก็ได้ แค่เธอไม่แสดงออกก็แค่นั้น
“ขอกำลังใจหน่อย” เนี่ย พูดปุ๊บมาปั๊บเลย
“ยังไม่พออีกหรอ” ลุคเท้าคางมองคนเป็นน้องที่ยืนอยู่ด้านล่างข้างสนามผ่านแว่นตาสีชา
“ยัง เอาอีก”
ลูซี่ยืนจ้องผมนิ่งราวกับกำลัวกดดันจนเขาถึงกับถอนหายใจออกมาก่อนจะยันตัวลุกแล้วเอื้อมมือไปแปะหัวแล้วขยี้เบาๆ
“สู้ๆ”
ลูซี่แอบยกยิ้มน้อยก่อนจะเดินไปรวมกับโค้ช งี้แหละ แม้ตัวกับสมองโตแค่ไหนน้องก็ยังเป็นน้องอยู่วันยังค่ำ
การแข่งขันยิงธนูได้เริ่มสักที ลูซี่ได้คิวยิงที่ 7 การแข่งยิงธนูของที่นี่ใช้ระยะการยิงอยู่ที่ 30 เมตรและ 50 เมตร แต้มก็นับตามที่ยิงโดนวง
วงสีขาววงใน 2 คะแนน วงนอก 1 คะแนน, วงสีดำวงนอก 3 คะแนน วงใน 4 คะแนน, วงสีฟ้าวงนอก 5 คะแนน วงใน 6 คะแนน, วงสีแดงวงนอก 7 คะแนน วงใน 8 คะแนน, วงสีเหลืองวงนอก 9 คะแนน วงใน 10 คะแนน และตรงกลาง 10 คะแนน
ระหว่างรอผมก็กวาดสายตามองรอบๆ สนามแข่งยิงธนูไม่ได้ใหญ่มาก จุคนคนได้ราวๆ 2,000 คน สนามตรงกลางมี 2 สนาม อันที่จริงมันก็คือสนามตะกร้อกับแบตมินตันนั่นแหละ
“มึงๆ วันนี้ใครแข่งบ้าง”
“ก็นี่ไงตามโพสต์เนี่ย มึงอ่านสิ”
“ไหน มีลูซี่ด้วยหรอ”
พอได้ยินชื่อของน้องสาวหูก็ผึ่งทันที
“เออ กูว่านะ นางได้เต็มอีกแน่เลย”
“แหม ก็นางเก่งนี่ เก่งแบบเก่งมาก~~~~ เก่งจนกูคิดว่านางไปอ่อยกรรมการรึเปล่า”
คิ้วทั้งสองข้างเริ่มขมวดปมคิ้วข้างขวาเริ่มกระตุกแปลกๆ
“เอ๊ะ รึว่าจะจริงวะฮ่าๆๆๆๆ ว๊าย!!” กระป๋องน้ำอัดลมที่กระเด็นกลิ้งหลุนๆ ค่อยๆ ตกลงมาตรงที่นั่งของลุค
“ขอโทษด้วยครับพอดีกระป๋องมันจับไม่ค่อยอยู่”
ลุคหันไปยิ้มพลางหยิบกระป๋องที่ปาไปมาบี้แล้วทิ้งขยะ เหอะ น่ารำคาญจริงไอ้พวกปากมากเนี่ย
การแข่งขันเริ่มแข่งกันดุเดือดนักกีฬาทุกคนต่างตรึงเครียดต่างกับลูซี่ที่ยืนหลับตาทำสมาธิอย่างสงบ
มือเรียวหยิบลูกธนูและคันธนูขึ้นมาตั้งท่าและปล่อยลูกเมื่อสัญญาณดัง พอลูกธนูปักลงตรงกลางเป้าเสียงเฮก็ดังขึ้นทันที แต่ใบหน้าของลูซี่ยังคงดูสงบนิ่ง ลูซี่ยิงต่อไปจนครบผลสรุปคะแนนก็ออก
150 เต็ม!!
เป็นไงน้องผม เก่งมะ
รับเหรียญเสร็จลุคก็ออกมารอที่นอกสนาม แต่ขณะนั้นเองหูก็ดันไปยินบางอย่างเข้า “มึงไปหาน้องมันดิ เนี่ยน่าจะรับเหรียญเสร็จละ”
“น้องไหนวะ”
“น้องรหัสมึงไง ลูซี่อ่ะ”
พอได้ยินชื่อน้องสาวตัวเองก็เหลือบมองเสียบต้นตอที่มาจากด้านหลังทันที อ๋อ ไอ้แก็ปนี่เอง
แก็ปเป็นอริของลุค เราต่างไม่ชอบขี้หน้ากัน ตั้งแต่ปวช.แก๊ปมักจะมาหาเรื่องผมบ่อยๆ ด้วยเหตุผลปัญญาอ่อนนาๆ ของมัน ทุกครั้งที่สู้กันแก๊ปก็ไม่เคยสู้ชนะสักครั้งจนแก๊ปไปเรียนมวยแล้วกลับมาสู้กับเขาอีกครั้งก็ยังสู้ไม่ได้ แก๊ปเลยเลือกที่จะเปลี่ยนเป้าหมายมาเล่นงานลูซี่แทน เพราะแก๊ปรู้ว่าถ้าเล่นเขาตรงๆ ไม่ได้ก็เล่นกับคนที่เขารัก แต่หารู้ไม่ว่าลูซี่แม่งน่ากลัวกว่าเขาอีก
แล้วก็อย่างที่คิดพอลูซี่ออกมามันเดินตรงมาหาเขาทันทีโดยที่ไม่ได้ทักไอ้แก็ป
“ป่ะ”
“ไม่ทักพี่รหัสมึงหน่อยหรอ” พูดพลางเหลือบมองเจ้าของชื่อที่ตอนนี้กำลังทำหน้าไม่พอใจ
“ไม่อยากคุยกับคนความคิดสกปรก”
อุ๊ย แรง
“มึงก็ไปด่าเขา เขาชอบมึงอยู่นะ”
“แล้วไง ถ้าชอบแล้วคุกคามความเป็นส่วนตัวก็ไม่คุยหรอก”
มุมปากยกยิ้มอย่างพอใจในคำตอบ งี้แหละ คนนิสัยไม่ดีมันก็ต้องเจอกับคนร้ายๆ แบบนี้แหละ ถึงจะสนุก
กลุ่มเครื่องปาสระอึ ที่มีอายุไขไร้กำหนดแล้วก็มี เสี้ยวชีวิตของกางเกงในตัวเมื่อวานซืนของชินจัง บัลมุงค์=เฟซาเรี่ยน ไอแซ็ค=ชไนเดอร์ สองในสามที่เหลือของความรู้สึกเดียงสานั้นหนึ่งในสามก็ คือ ความรู้สึกกังวลหนังเล็บเปิด การทรยศที่ชั้นรู้คือการ ไม่รู้ชื่อแต่ทำเหมือนรู้ไปหมด แมวไม่อยู่หนูร่าเริง รักลูกให้ผูกรักวัวให้ตี แต่ที่จริงเมื่อกี้ก็คือ รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี แย่งกันไปมา ตาอยู่เอาไปกิน ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด กระสุนอึเหลว (3)
time 00.00 : @tim🖤สู้ๆ
time 00.00 : เอาแชมป์มาให้ได้นะ
BOOM : อย่าไปตีกับเขาล่ะ
tim🖤: เออๆ
tim🖤: จะพยายามละกัน
การแข่งขันในช่วงบ่ายเริ่มขึ้น เป็นการแข่งฟุตบอลระหว่างมหาวิทยาลัยผมกับมหาวิทยาลัย T.G.C เสียงเชียร์เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง
หลังจากเลือกฝั่งรุกและรับเสร็จการแข่งขันก็เริ่มขึ้น ฝั่ง T.G.C เป็นฝ่ายรุกและทีมหาลัยวิจิตรศิลป์เป็นฝ่ายรับ
ฝั่ง T.G.C เบอร์ 11 เป็นคนเริ่มบุกคู่กับเบอร์ 24 ก่อนจะส่งให้คนอื่นๆ ในทีม ขณะที่เกมการแข่งขันกำลังดำเนินอย่างดุเดือดจู่ๆ ก็เกิดอุบัติเหตุกลางสนาม
ติมที่ยืนงงและข้างๆ ก็มีนักกีฬาของอีกฝั่งที่กำลังนอนทำท่าเจ็บปวดอยู่ กรรมการโชว์ใบเหลืองให้ติมทำให้ติมที่ยืนงงหันไปถาม เพื่อนในทีมรีบเดินไปห้ามพร้อมกับดึงเขาออก
ติมแสดงสีหน้าโมโหราวกับพร้อมบวกฝ่ายตรงข้าม และขณะนั้นเองไทม์ก็แอบเห็นใบหน้าของอีกฝั่งลางๆ เหมือนว่าเขากำลังยิ้มอยู่
แสดงว่าไอ้ที่ล้มเมื่อกี้ก็คือการแสดงสินะ
ติมถอนหายใจเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนจะกลับมาเแข่งต่อ
“ไอ้พวกนั้นมันเริ่มเล่นตุกติกแล้วอ่ะ แบบนี้ไอติมมันจะโดนใบแดงป่าววะ”
“ไม่รู้ดิ แต่ถ้าโดนใบเหลืองอีกรอบก็ต้องออกจากสนามเลยอ่ะ”
ถ้าจำไม่ผิดตามกฏคือถ้าผู้เล่นโดนใบเหลืองติดต่อกัน 2 ครั้งจะได้ใบแดงในรอบที่ 2 แล้วต้องออกจากสนามทันที ซึ่งตอนนี้ติมได้ใบเหลืองไปแล้วรอบนึงถ้าโดนใบเหลืองอีกรอบโดนไล่ออกจากสนามแน่
ติมแสดงสีหน้าโมโหราวกับพร้อมบวกฝ่ายตรงข้าม และขณะนั้นเองไทม์ก็แอบเห็นใบหน้าของอีกฝั่งลางๆ เหมือนว่าเขากำลังยิ้มอยู่
แสดงว่าไอ้ที่ล้มเมื่อกี้ก็คือการแสดงสินะ
ติมถอนหายใจเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนจะกลับมาเแข่งต่อ
“ไอ้พวกนั้นมันเริ่มเล่นตุกติกแล้วอ่ะ แบบนี้ไอติมมันจะโดนใบแดงป่าววะ”
“ไม่รู้ดิ แต่ถ้าโดนใบเหลืองอีกรอบก็ต้องออกจากสนามเลยอ่ะ”
ถ้าจำไม่ผิดตามกฏคือถ้าผู้เล่นโดนใบเหลืองติดต่อกัน 2 ครั้งจะได้ใบแดงในรอบที่ 2 แล้วต้องออกจากสนามทันที ซึ่งตอนนี้ติมได้ใบเหลืองไปแล้วรอบนึงถ้าโดนใบเหลืองอีกรอบโดนไล่ออกจากสนามแน่
การแข่งกลับมาดำเนินอีกครั้งแต่คราวนี้ฝั่งเราเริ่มเล่นอย่างระมัดระวังมากขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายก็ยังเล่นตุกติกจนทำให้ผู้เล่นฝั่งเราโดนใบแดงออกสนามไปทีละคนสองคน
เสียงเป่านกหวีดหมดเวลาตอนนี้แต้มถูกนำไปกว่า 3-0 ผู้เล่นฝั่งเราเริ่มมีความกดดัน ไทม์กับบูมอยากจะลงไปหาเพื่อนเพื่อให้กำลังใจแต่ก็ไปไม่ได้เพราะต้องร้องเพลงเชียร์
“การแข่งเป็นไงบ้างคะ”
ลูซี่ที่ตอนนี้อยู่ในชุดวอร์มกีฬาเดินมานั่งลงที่ว่างข้างเขมพร้อมกับลุคที่ตอนนี้ใส่แว่นแล้ว
“ก็…โดนใบแดงไปสี่คนแล้วครับ” ลูซี่หันไปมองจอที่แสดงผลคะแนนหรา
“โดนเล่นซะแล้วสิ”
“โดนไปเยอเลยครับ มีคนบาดเจ็บด้วย แถมไอติมก็โดนใบแดงไปสองใบแล้วครับ” บูมหันมาเสริม
“ถ้าเป็นกูนะ เดินไปซัดแม่งเลย”
“ป่าเถื่อน” ลูซี่พูดขึ้นมาลอยๆ แต่รู้เลยว่าพูดถึงใคร “แหม~ แม่คนดี ทีตัวเองไม่ป่าเถื่อนเลยเนาะ”
ลูซี่ไม่ตอบเพียงยักไหล่เบาๆ
เสียงเชียร์ของทีมมหาวิทยาลัย T.G.C ดังกระหึ่มและดูจะหึกเหิมยิ่งกว่าเดิมทำให้มหาลัยทีมอื่นๆ ต่างพากันหันไปมอง
“เค้าดูคึกคักจังเลยนะครับ”
“ก็ทีมเขาคะแนนนำนี่คะ จะคึกคักกันจะไม่แปลกหรอกค่ะ”
คิ้วขมวดจมอยู่กับความคิด ไม่นานก็มีเสียงประกาศดังเพื่อบ่งบอกว่าการแข่งขันครึ่งหลังกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
นักกีฬาทั้งสองทีมเริ่มทยอยลงสนามกวาดสายตามองหาเพื่อนจนไปเจอมันพอดี แต่ก็ต้องขมวดคิ้วและพยายามหรี่ตามอง ติมที่ตอนนี้ดูสงบและจริงจังมากกว่าตอนแรกที่มีหน้าหงุดหงิด
“เฮ้ย หรือไอติมมันจะเอาจริงแล้วว่ะ งั้นแสดงว่าเราอาจจะชนะได้ใช่ป่ะ”
“อืม ถ้าอีกฝ่ายไม่เล่นตุกติกอ่ะนะ”
การแข่งขันเริ่มฝ่ายเราเป็นคนเขี่ยบอลประตูแรกโดนอีกฝั่งทำแต้มไปจนขึ้น 4-0 ทั้งคนบนสแตนและคนในสนามคนในทีม T.G.C กระโดดดีใจแต่สายตาก็สังเกตเห็นคนๆ หนึ่งที่กำลังนิ่งสงบไม่ไหวติงกับเสียงโห่ร้อง
บอลถูกขว้างจากอีกฝั่งติมใช้ความเร็วตัดบอลก่อนจะพุ่งตรงเตะบอลเข้าประตูของอีกฝั่งทันที เสียงโห่ร้องดีใจของคนทั้งสแตนและคนในสนามดังขึ้นแต่ใบหน้าของเพื่อนก็คงยังสงบนิ่งเหมือนเดิม
เริ่มเกมต่ออีกฝั่งตัดบอลติมก็ตัดบอลกลับแล้ววิ่งตรงผ่านฝั่งตรงข้ามจนยิงบอลเข้าประตูอีกครั้ง
เสียงโห่ร้องดีใจดังขึ้นจนพวกเขาต่างกระโดดกอดกันด้วยความดีใจ การแข่งขันเริ่มดุเดือดขึ้นอีกครั้งติมทำประตูได้เรื่อยๆ จนตอนนี้ 4-6 แล้ว
การแข่งขันยังคงดำเนินต่อเหลือเวลาอีกประมาณ 10 นาที เพื่อนในทีมเลี้ยงลูกเพื่อที่จะส่งให้ติมแต่กลับมีคนมาบังเขาไว้ ไทม์จดจ่อลุ้นใจแทบขาดแต่สายตาดันเหลือบเห็นว่าอีกฝ่ายแอบใช้ศอกกระแทกเข้าที่ท้องของติมโดยที่ไม่ให้กรรมการเห็น
“เฮ้ย ฝั่งนั้นโกงนี่ใช้ศอกกระแทกท้องเฉย” ไทม์ที่เห็นดังนั้นถึงกับยืนขึ้นพร้อมกับชี้ไปในสนามทำให้คนที่อยู่บนสแตนเริ่มซุบซิบและเริ่มเพ่งเล็งมากขึ้นและบางคนถึงกับยกมือถือขึ้นมาถ่ายเลยด้วย
ติมใช้โอกาสนี้วิ่งหลบก่อนจะรับลูกแล้ววิ่งตรงและทำประตูพร้อมกับร้องโห่ที่ดังขึ้น ขณะเดียวกันคนในสนามที่เป็นทีมของอีกฝ่ายก็แหงนขึ้นมามองเขาด้วยความไม่พอใจก่อนจะวิ่งออกไป
สายตาแบบนั้นดูก็รู้ว่าอยากจะซัดเขามากแค่ไหน ก็ทำไงได้ล่ะ ตัวเองเล่นตุกติกเองนี่
“มันมองมึงอ่ะ ไม่ใช่จบนี่แม่งมาหาเรื่องมึงนะ ตอนกลางวันก็รอบนึงล่ะ”
“นั่นดิ”
“ตอนกลางวันนี่หมายความว่าไงคะ” ลูซี่หันมาถามด้วยสีหน้าจริงจัง
“ตอนกลางวันพวกผมนัดกินข้าวกันที่โรงอาหารแล้วมีคนในทีมนั้นเขาพูดเหยียดให้พวกเขาได้ยินน่ะครับ”
“ให้พี่จัดการให้มั้ยคะ” นั่นไง
“มะ-ไม่เป็นไรครับพี่ลูซี่ แค่นี้เอง” ลืมไปว่าลูซี่เป็นสายไฟท์ ถ้าไม่ห้ามไว้เธอคงได้ไปจัดการคนพวกนั้นจริงๆ
ปี๊ด~ ปี๊ด~ ปี๊ด~~~~~~
เสียงนกหวีดดังขึ้นเป็นสัญญาณหมดการแข่งขันพร้อมกับเสียงเฮของคนบนสแตนที่ดังจนแสบหู มหาวิทยาลัยวิจิตรศิลป์ทำคะแนนชนะ 8-4 เรียกได้ว่าชนะขาดลอยกันเลยทีเดียว ส่วนคนที่ทำคะแนนก็ไม่ใช่ใครนอกจากติมเพื่อนของเขาเอง แล้วประเด็นคือทำคนเดียวด้วยนะ วิ่งอยู่คนเดียวโดนเล่นอยู่คนเดียวไม่แบ่งใครแต่สุดท้ายก็อดทนไม่ไฟท์กับอีกฝ่ายจนเอาชนะได้
เวลาผ่านไปจนเย็นสรุปวันแรกมหาวิทยาลัยวิจิตรศิลป์ได้เหรียญทองไปกว่า 5 เหรียญ ทั้งฟุตบอล, ยิงธนู, ว่ายน้ำ, วิ่ง 400 เมตรชายและวิ่ง 400 เมตรหญิง
ตอนนี้เรากำลังเตรียมตัวเพื่อที่จะกลับบ้าน ทุกคนต่างพากันมายืนรอเพื่อขึ้นรถ แต่ไทม์ดันเกิดปวดห้องน้ำขึ้นมาซะอย่างนั้นก่อนจะหันไปบอกกับเพื่อน
“มึง กูปวดห้องน้ำอ่ะ ถ้าไปตอนนี้จะทันมั้ยอ่ะ”
“ทัน”
“งั้นเดี๋ยวกูมานะ”
“ให้ไปเป็นเพื่อนมั้ย” ติมหันมาถาม “ไม่ๆ แป็บเดียวเอง”
“แน่นะ”
“เออ เดี๋ยวมา” พูดจบก็รีบวิ่งออกมาทันที
เดินมาเข้าห้องน้ำตรงข้างสนาม ตอนแรกก็จะกะเข้าตรงปากทางเข้านั่นแหละ แต่คนมันเยอะมากบวกกับตอนนี้คนก็พึ่งออกมาจากสนามด้วยเลยเลือกมาเข้าที่ด้านข้างดีกว่า
ขณะที่กำลังจัดการธุระอยู่นั้นก็มีชายสองคนเข้ามาในห้องน้ำ สายตาเหลือบไปมองก็พบว่าทั้งสองคนเป็นนักกีฬาจากทีมมหาลัย T.G.C
“แหมๆ ดูสิเราเจอใคร”
“เอ~~ถ้าจำไม่ผิดใช่คนที่จะโกนตอนที่มึงไปกระแทกท้องเขาป่ะ”
“กระแทกอะไร แค่อุบัติเหตุเอง ฮ่าๆๆๆๆ”
“ฮ่าๆๆๆๆ”
เสียงหัวเราะประสานของคนพวกนั้นทำให้เขาอยากจะรีบออกจากที่นี่ทันที เมื่อจัดการธุระเสร็จก็หลบสายตาและเดินเบี่ยงออกเพราะไม่อยากคุยด้วยเดี๋ยวจะมีเรื่อง
“เฮ้ย จะไปไหน ยังไม่ได้คุยกันเลย”
หนึ่งในพูดด้วยโทนเสียงต่ำพร้อมกับเดินมาบังทาง ส่วนอีกคนก็เดินมาสมทบ
ชายที่ต่อยท้องติมใช้มือดันหน้าผากของเขาให้เงยหน้าขึ้นก่อนจะใช้มือนั่นจิกผมพร้อมกับส่ายไปมาจนเจ็บไปหมด
“ไม่พูดอะไรหน่อยหรอ ที่ตอนนั้นยังปากแจ๋วอยู่เลยนี่ ห๊ะ?!”
“ปล่อยนะ”
พยายามแกะมือนั่นออกแต่พอยิ่งแกะมือที่กำผมก็แรงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ไทม์ถึงกับเบ้หน้าออกมาก
“ฮ่าๆๆ ปล่อยหรอ อยากให้กูปล่อยก็ก้มกราบกูสิ”
พูดจบอีกฝ่ายก็เหวี่ยงไทม์จนของเอวกระเด็นไปกระแทกกับอ่างล้างมืออย่างแรง ไม่พอเขายังใช้เท้าถีบเข้าที่ท้องจนไทม์ถึงกับทรุดลงกับพื้น
สองมือกุมท้อง ความจุกแล่นแปร๊บขึ้นมาจนหายใจแทบไม่ออก
แม่งเอ้ย! จุกชิบ
“โอ๊ย~ ดูทำหน้าเข้าสิ น่าจะจุกน่าดู ให้ช่วยมั้ยล่ะ”
“มึงจะช่วยมันยังไงวะฮ่าๆๆๆๆ”
ชายคนนั้นเอื้อมมือมาจิกผมอีกครั้งพร้อมกับดึงขึ้นจนไทม์ตัวลอย “ก็…แบบนี้ไง!!”
มือนั่นต่อยซ้ำเข้าที่ท้องจากที่ตอนแรกก็จุกแทบหายใจไม่ออกตอนนี้ยิ่งหนักกว่าเดิมอีก ทันทีที่มือนั่นปล่อยผมไทม์ก็ร่วงลงกับพื้นทันที มือที่เคยกุมท้องตอนนี้หมดแรงจนแทบจะขยับไม่ได้
“ทะ-ทำ…บะ-แบบนี้…ทำไม”
เค้นแรงเพื่อจะพูดแต่ด้วยความจุกทำให้คำที่ออกมามันเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“อะไรนะ พูดอะไรไม่ได้ยินเลย”
อีกฝ่ายใช้ปลายเท้าชายคางไทม์ให้เงยขึ้น ส่วนอีกคนก็ก้มหน้าลงมาพร้อมกับจิกหัวของเขาแล้วยกขึ้นเพื่อดูสภาพของไทมฺที่ได้แต่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น
“ไอ้คนปากแจ๋วเมื่อตอนนั้นมันหายไปไหนกันนะ”
เพราะความเจ็บมันทำให้ภาพตรงหน้ามันเบลอมากจนแทบจะมองอะไรไม่เห็น
ทำไงดี แบบนี้ผมโดนกระทืบแน่ๆ
ทำไงดี…
พี่ลูซี่…
ปัง!!!!!!