'11' / 1

4930 Words
“ปีหนึ่งนั่งเรียงแถวตามที่ซ้อมไว้เลย” เสียงของรุ่นพี่เรียกเหล่าปีหนึ่งให้ไปนั่งประจำที่ตามที่เคยซ้อมไว้ วันนี้มีงานกีฬาสีกระชับมิตรระหว่างมหาวิทยาลัย ซึ่งมหาวิทยาลัยของผมก็ได้ส่งสามสาขาเข้าร่วมงานนี้ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬาและสาขามนุษย์ศาสตร์ พอได้นั่งผมก็หาววอดๆ ขึ้นมาทันที พลางเขยิบตัวเองไปพิงไหล่ของบูม “ทำไรน่ะ” “ขอพิงหน่อย ง่วง” “แหม่ กูก็ง่วงมั้ย” บูมแซวพลางตีหัวผมเบาๆ เมื่อคืนกว่าผมจะได้นอนก็ปาไปเกือบเที่ยงคืนเพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องเมื่อวานที่พี่ลูซี่มาขอแม่เพื่อจีบเขา ตอนที่ได้ยินครั้งแรก​ยอมรับว่าตกใจมาก ถึงจะพอรู้อยู่แหละว่าตลอดที่ผ่านมาเธอกำลังจีบแต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นมาขอแม่กันตรงๆ แบบนี้ แถมก่อนกลับยังมีการหอมแก้มอีกเป็นใครก็ช็อคก็เขินกันทั้งนั้นแหละ​ โอ๊ย~ ยิ่งคิดก็ยิ่งเขิน “เป็นไรทำไมหน้าแดง” บูมหันมาทัก “ป๊าว ร้อนเฉยๆ” “หรอ” มันตอบก่อนจะหันไปโฟกัสที่สนามทั้งที่ความจริงมันดูไม่ได้เชื่อในคำตอบของเขาเลย ตบแก้มเพื่อเรียกสติ เขินแค่นี้พอโฟกัสกับกิจกรรม​ตรงหน้าก่อนค่อยไปเขินต่อที่บ้าน ‘ต่อไป จะเป็นการเดินขบวนจากแต่ละมหาวิทยาลัย​’ เสียงประกาศ​จากลำโพงดังขึ้นทำให้ทุกคนในงานต่างพากันเงียบ วงดุริยางค์​ที่ตั้งแถวอยู่​ตรงกลางสนามเริ่มบรรเลง​เพลงก่อนจะเริ่มมีขบวนจากมหาวิทยาลัย​ต่างๆ เดินเข้าสนามมา ทุกคนต่างพากันชื่นชมขบวนกันอย่างสนุกสนานบ้างก็มียกมือถือ​ขึ้นมาถ่ายรูป​เพื่อเก็บ​บรรยากาศ​ ขณะที่กำลังชื่นชมขบวนสายตาก็ดันไปหยุดที่ใครคนหนึ่งที่ถือป้ายมหาวิทยาลัยอยู่ด้านหน้าขบวน ลูซี่จากที่ผมเคยสีบลอนด์เบจที่ตอนนี้ถูกย้อมสนิทสีดำสนิทในชุดกินรีกับเครื่องประดับสีเขียวอ่อนปนทองที่มองดูแล้วราวกับออกมาจากเทพนิยาย ขบวนของมหาวิทย​าลัยเดินเข้าไปตั้งแถวในสนามและเป็นจังหวะเดียวกันที่คนด้านล่างเงยหน้ามาทางผมพอดีทำให้เขาตกใจจนลนทำมือถือตก “ฟ้องพี่ลูซี่นะ ว่ามึงแอบถ่ายรูป​เขาน่ะ” เสียงของเพื่อนข้างๆ ทำเอาไทม์หันไปตีทีนึงก่อนจะหันไปทำหน้าดุใส่เพื่อนตัวดีที่ตอนนี้กำลังหัวเราะ​คิกคักอย่างสนุกสนาน “มึงนี่” ไม่พูดเปล่าก็เอามือที่ว่างตีมันไปอีกหนึ่งที “อะไรเล่า ก็แค่แซวเฉยๆ ป่ะ หรือว่าชอบพี่เขาแล้วห๊ะ” “ไม่ใช่สักหน่อย มั่วแล้ว” พูดไปพร้อมกับหลบสายตาพลางก้มมองรูปลู​ซี่​ที่เผลอแอบถ่าย ถามว่าชอบมั้ย เขาตอบไม่ได้หรอก ไม่ใช่ไม่ชอบแต่มันพูดยาก ก็เขากับลูซี่พึ่งจะรู้จักกันไม่นานพึ่งจะได้ทำความรู้จักกันเอง ความรู้สึกตอนนี้มียังมีแค่ความรู้สึกดีๆ อยู่ เป็นความปลาบปลื้มแบบห่างๆ ถ้าจะชอบจริงๆ เดี๋ยวก็คงรู้ตัวเองแหละ หลังจากเปิดพิธี​เสร็จ​ต่อไปก็เป็นการแสดงของแต่ละมหาวิทยาลัย​ โดยมหาวิทยาลัย​ของไทม์จะได้โชว์ที่ทีมที่ 3 “มึง กูกลัวทำผิด​ว่ะ” “ตามที่ซ้อมก็ไม่เป็นไร​แล้ว” พูดไปแบบนั้นแต่ในใจก็แอบกลัวอยู่ เพราะช่วงก่อนวันแข่งไทม์หยุดซ้อมไปครึ่งวัน ถึงแม้ตะไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็ตามแต่ก็ยังแอบประหม่าอยู่ เสียงสั่นแจ้งเตือนจากมือถือให้เขาต้องรีบหยิบขึ้นมาดูพอรู้ว่าเป็นลู​ซี่​ก็รีบกดเข้าไปอ่านทันที Lucyxx : สู้ๆ นะคะ Lucyxx : ส่งสติกเกอร์​ ยังไม่ทันตอบก็รีบชะเง้อมองหาเจ้าของข้อความ​ทันทีก่อนจะ​เห็น​ว่าเธอยืนโบกมือหยอยๆ อยู่​ที่​ชั้น 1 ของอัฒจันทร์​ time 00.00 : จะ​พยายาม​เต็มที่​ครับ!!! time 00.00 : ส่งสติกเกอร์​ พิมพ์​เสร็จ​ก็​เงยหน้า​มาโบกมือ​กลับลู​ซี่​ก็หันมายิ้มให้เล็กน้อย​ ‘ต่อไปเป็นการแสดงจากมหาวิทยาลัย​ G Bac’ “ปีหนึ่ง​เตรียมตัว​ครับ!!!!” เสียงของรุ่นพี่ทำให้​ทุกคนที่กำลังมัวชื่นชม​การแสดง​ต้องรีบหยิบอุปกรณ์​ขึ้นมาเตรียมตัว​ “พร้อม!!!” “สามสี่!!!” ดนตรีเริ่มบรรเลงเชียร์หลีดเดอร์กับคนบนสแตนเริ่มทำการแสดง ธีมเชียร์ของมหาวิทยาลัยของไทม์จะอยู่ในธีมกินรีเล่นน้ำที่มาจากพุทธประวัติ ตอนแรกที่พี่เขาคุยกันเห็นว่าจะเอาแนวแฟนตาซีนั่นแหละ แต่เพราะเสียงส่วนใหญ่อยากได้ธีมออกไทยๆ เลยจบที่ธีมนี้ การแสดงดำเนินไปจนจบก่อนจะตามด้วยเสียงปรบมือ “เอาล่ะๆ พักก่อนครับ” พวกรุ่นพี่ทยอยเดินแจกน้ำพอถึงคิวของไทม์ก็หันไปรับแต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนแจกน้ำเป็นลู​ซี่​ที่ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นชุดลำลองธรรมดาแล้ว “น้ำค่ะ” “ขอบคุณ​ครับ” รับน้ำมาดื่มส่วนลู​ซี่​ก็เดินแจกต่ออีกนิดหน่อย​ก่อนจะมานั่งลงตรงที่ว่างด้านข้างของบูม “พี่ลู​ซี่​ครับ ตอนเดินขบวนไทม์มันแอบถ่ายพี่ด้วย” “แค่ก!” น้ำที่กินเข้าไปเกือบทะลักออกใส่คนข้างหน้า “มึงจะพูดทำไมเล่า!” ไม่พูดเปล่ายังยกมือที่ไหล่จนมันต้องลุกหนี แต่ก็เป็นจังหวะเดียวกันที่ดันไปสบตากับเธอพอดี บูมใช้มือดดันตัวของเขาให้ไปนั่งข้างลูซี่แทนที่บูม ไทม์แอบเหลือบมองคนข้างตัวแว็บนึงก่อนจะรีบหันกลับ บ้าเอ้ย! ทั้งเรื่องที่แอบถ่ายเมื่อกี้กับเรื่องเมื่อวาน โอ๊ย~ ตอนนี้แค่จะสบตาก็ยังไม่กล้าเลย “เมื่อกี้ตอนแสดงโชว์เราเท่มากเลยนะคะ” “จริงหรอครับ” “ค่ะ พี่ถ่ายเราไว้ด้วยนะ” ลูซี่เปิดคลิปที่ถ่ายให้ดู ไทม์ที่เห็นตัวเองในคลิปก็ถึงกับขมวดคิ้ว ไม่ใช่ว่าลูซี่ถ่ายไม่ดีนะแต่ทำไมสภาพผมในคลิปทำไมมันดูทุเรศขนาดนั้นวะเนี่ย “ทำไมขมวดคิ้วแบบนั้นล่ะคะ พี่ถ่ายไม่ดีหรอคะ” “ป่าวครับ ผมแค่สงสัยว่าทำไมสภาพผมมันตลกได้ขนาดนี้เฉยๆ ครับ” “ตลกตรงไหน เท่ออก” “จริง​หรอครับ” “ค่ะ” ถ้าพี่ลูซี่บอกว่าเท่งั้นเท่ก็ได้ “ลูซี่ไปเตรียมตัว​ได้แล้ว” รุ่นพี่คน​หนึ่ง​ที่ไม่คุ้นหน้าเดินมาสะกิดพี่ลูซี่ “โอเคค่ะ” “เตรียมตัว​ไปไหนหรอครับ” “ไปแข่งน่ะค่ะ” “พี่ลู​ซี่​แข่งด้วยหรอครับ” “แข่งยิงธนู​น่ะค่ะ” พอได้คำตอบไทม์ก็ทำตาวาวทันที ไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอ​ยิงธนูเป็นด้วย อยากไปดูจัง “ผมอยากไปดูพี่ลู​ซี่​แข่งอ่ะครับ” “จริงหรอครับ” “จริงครับ!” พูดไปพยักหน้า​ไป “เรานี่น่ารักจริงๆ” ลู​ซี่​เอื้อมมือ​มาบีบแก้มอย่างหมั่นเขี้ยว​ “งือ~พี่ลูซี่ง่ะ” ยกมือขึ้นมาลูบแก้มตรงที่พี่ลู​ซี่​บีบ “จริงๆ พี่ก็อยากให้เราไปเป็นกำลังใจ​นะ แต่ไม่รู้ว่ารุ่นพี่เราจะให้ไปด้วยมั้ย” พอได้ยินแบบนั้นไทม์ก็เบะทันที นั่นสิ ลืมไปว่าตัวเองต้องขึ้นแสตนใหญ่ จะย้ายไปแสตนเล็กที่สนามที่ลู​ซี่​แข่งก็ไม่ได้ด้วย “จะไปได้ยัง มัวแต่จู๋จี๋​กันอยู่​นั่นแหละ” เสียงแกมดุจากคนด้านหลัง​ให้พวกเขาพากันหาไปมองพบว่าเป็น​ลุค​ในชุดเสื้อยืดสีเขียวขี้มากางเกง​ยีนส์​สีดำขาดเข่าแว่นตาสีชาคาดผมกำลัง​ยืนกอดอกมองพวกเขาอยู่​ “พี่ลุคมาด้วยหรอครับ” “ที่จริงก็ไม่ได้อยากมาหรอก แต่เมื่อคืนใครก็ไม่รู้ บอกว่าอยากให้มาดูอุตส่าห์​ฝึกซ้อม​” ลุคเหล่มองน้องสาวที่ตอนนี้ทำสีหน้านิ่งสนิท “ไว้แข่งเสร็จ​พี่จะทักมาหานะคะ” พูดจบเธอก็ลุกขึ้นแล้วเดินผ่านโดยที่ไม่ลืมที่จะกระแทกไหล่ของคนเป็นพี่อย่างหมั่นไส้​ “โอ๊ย! อะไรของมึงเนี่ยมาชนกูทำไม” ลูซี่เหลือบมองคนพี่ก่อนจะหันไปอย่างไม่สนใจ เธอคงเขินแหละ ก็นะ เธอก็คงอยากให้พี่ชายตัวเองมาเชียร์​เหมือนที่อยากให้เขาไปเชียร์​นั่นแหละ​ แต่ก็คงไม่กล้าพูดตรงๆ​ เลยทำเป็นเดินชนแก้เขิน “กูไปล่ะ” ลุคหันมาบอกลาก่อนจะเดินตามไปสมทบลูซี่ที่เดินไปไกลแล้ว หลังจากการแสดงจบต่อไปก็จะเป็นการแข่งขัน​ฟุตบอล​ ทีมของมหาวิทยาลัยวิจิตรศิลป์​มหาวิทยาลัย​ของไทม์เจอกับมหาวิทยาลัย​ T.G.C ที่จะแข่งกันในช่วงบ่าย​ รุ่นพี่เลยให้พวกเขาพักไปหาข้าวกินก่อนค่อยมาขึ้นสแตนกันช่วงบ่ายอีกที ไทม์​ได้นัดติมกับลู​ซี่​และลุคมากินข้าวแต่ลูซี่ไม่ว่างเห็นว่าต้องวอร์ม​ก่อนแข่ง ส่วนลุคก็​อยู่​เฝ้าเลยบอกให้พวกเขากินข้าวไปก่อนเลย “มึงต้องไปแข่งช่วงบ่ายนี่ สู้ๆ​ นะ” บูมตบไหล่คนข้างๆ ต่างกับติมที่ตอนนี้ทำหน้า​กังวลกับการแข่งขัน​ “เครียดหรอ” “นิดนึง” “เครียด​ทำไม มึงซ้อมมาตั้งเยอะ แค่ทำให้เต็มที่ก็พอแล้ว” พูดเสริมเพื่อให้กำลังใจเพื่อน “กูไม่ได้เครียดเรื่องนั้น กูเครียดเรื่องทีมที่ต้องแข่งด้วยต่างหาก​” “ทำไม​วะ” “ก็กูได้ยิน​มา​ว่า​ไอ้ทีมนี้มันชอบเล่นตุกติก​ แถมแม่งยังเล่นแรงด้วยกูเลยนั่งเครียดไง” มหาวิทยาลัย​ T.G.C มหาวิทยาลัย​ชื่อดังมักจะได้ออกข่าวในเรื่องที่ไม่ดีอยู่เป็นประจำ ถ้าเกิดทีมนั้นเล่นตุกติก​มาเขากลัวอย่างเดียวคือกลัวติมซัดหน้าฝ่ายตรงข้ามเนี่ยแหละ เวลามันโมโหยิ่งน่ากลัวด้วย “เฮ้ย นั่นมันเด็กวิจิตรศิลป์​นี่ไปทักสักหน่อยมั้ย” “ไม่ต้องหรอก เดี๋ยว​ก็โดนยำในสนามแล้วทักไปก็เสียเวลาเปล่า ฮ่าๆๆๆๆ” เสียงกวนบาทาทำให้ติมแทบจะลุกออกจากโต๊ะพุ่งเข้าซัดเด็กต่างสถาบัน​ทันที แต่โชคดีที่พวกเขาไว้ทันไม่งั้นได้มีเรื่องก่อนแข่งแน่ๆ “ติมใจเย็น” “มึงดูมันดิ กวนส้น***ขนาดนี้ยังจะให้กูใจเย็น​อีกหรอ” “เออกูรู้ แต่ถ้ามึงไปซัดมันก่อนก็เท่ากับมึงเป็นคนเริ่มนะ อีกอย่างอย่าลืมว่ามึงเป็นนักกีฬา ถ้ามึงมีปัญหา​ก็เท่ากับมึงจะถูกตัดสิทธิ์​เลยนะ” ได้ยินดังนั้นติมก็ได้แต่ถอนหายใจ​เฮือก​ใหญ่​ก่อนจะกลับมานั่งสงบสติอารมณ์​ตามเดิม “อย่าไปเล่นตามมัน ที่ไอ้พวกนั้นมันกวนเพราะต้องการให้มึงฟิวส์​ขาดจะได้ตัดคนแล้วมันจะได้เล่นง่าย มึงต้องตั้งสติให้มากๆ ถ้ามึงไปเล่นตามมันจะเข้าแผนมันพอดี” “เออ” “ใจเย็น​แลัวก็มากินข้าวมา มึงจะได้​ไปเตรียมตัว” พวกเขาหันมาจัดการ​อาหาร​ของ​ตัวเอง​ต่อ ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาให้เพื่อนมีสติน่ะนะ ย้อนกลับไปเมื่อวานเย็น​ ภายในห้องนอนสี่เหลี่ยมทรงตัวแอลขนาดใหญ่​ มีชายผมสีน้ำตาลแดงกำลังนอนอืดอยู่บนพื้นห้องที่ปูด้วยพรมสีดำ​ ก่อนจะมีเสียงเปิดประตูดังขึ้นให้เจ้าตัวต้องเหลือ​บหันไปมอง​ ‘ถ้าจะให้ช่วยงานไม่ว่างนะ​ กำลังหายใจอยู่’ ‘พรุ่งนี้​มึงว่างป่ะ’ ‘ไม่ว่าง บอกว่าหายใจอยู่​ไง’ เท้าเรียวถีบเข้าที่อกของชายที่ชื่อว่าลุคที่นอนแผ่อยู่พื้น ‘ไอ้เหี้ย! มันจุก’ ‘สรุปพรุ่งนี้​มึงว่าง ไปเชียร์กูด้วย’ ลุคผงกหัวมองน้องสาวที่ตอนนี้หำลังลอบมองเขาด้วยสีหน้าบึ้ง ‘เชียร์ไร’ ‘กีฬามหาลัย กูแข่ง ไปเชียร์ด้วย’ พูดจบยัยน้องสาวตัวดีก็สะบัด​ตูดเดินออกไปจากห้องทันที บอกกูแค่นี้กูจะไปตรัสรู้​มั้ยล่ะว่ามึงแข่งอะไร ลุคต้องถึงกับทักไปเบลล์เพื่อนรักน้องสาวจนได้รู้รายละเอียด​ สรุปคือลูซี่ลงแข่งธนู แล้วทีนี้ไทม์เด็กที่เธอจีบกับเพื่อนต้องขึ้นสแตนไปเชียร์ไม่ได้ เบลล์ก็มีแข่งว่ายน้ำเลยทำให้ไม่มีใครว่างไปเชียร์ ถ้ามองในฐานะคนนอกก็อาจจะคิดว่าคนอย่างลูซี่ไม่จำเป็น​ต้องมีคนมาเชียร์หรอกแค่แข่งไปให้จบๆ ก็พอ แต่หารู้ไม่ว่าไอ้เด็กหน้านิ่งหน้าตาเจ้าเล่ห์คนนี้ไม่ว่าจะแข่งอะไรก็แล้วแต่จะต้องมาขอกำลังใจไม่ก็ลากเขาให้มาเชียร์ตลอด จะบอกว่าเป็นน้องน้อยติดพี่ก็ได้​ แค่เธอไม่แสดงออกก็แค่นั้น “ขอกำลังใจ​หน่อย” เนี่ย พูดปุ๊บมาปั๊บเลย “ยังไม่พออีกหรอ” ลุคเท้าคางมองคนเป็นน้องที่ยืนอยู่ด้านล่างข้างสนามผ่านแว่นตาสีชา “ยัง เอาอีก” ลูซี่ยืนจ้องผมนิ่งราวกับกำลัวกดดันจนเขาถึงกับถอนหายใจ​ออกมาก่อนจะยันตัวลุกแล้วเอื้อมมือไปแปะหัวแล้วขยี้เบาๆ “สู้ๆ” ลูซี่แอบยกยิ้มน้อยก่อนจะเดินไปรวมกับโค้ช งี้แหละ แม้ตัวกับสมองโตแค่ไหนน้องก็ยังเป็นน้องอยู่วันยังค่ำ การแข่งขัน​ยิงธนูได้เริ่มสักที ลูซี่ได้คิวยิงที่ 7 การแข่งยิงธนูของที่นี่ใช้ระยะการยิงอยู่ที่ 30 เมตรและ 50 เมตร แต้มก็นับตามที่ยิงโดนวง วงสีขาววงใน 2 คะแนน วงนอก 1 คะแนน, วงสีดำวงนอก 3 คะแนน​ วงใน 4 คะแนน, วงสีฟ้าวงนอก 5 คะแนน​ วงใน 6 คะแนน, วงสีแดงวงนอก 7 คะแนน​ วงใน 8 คะแนน, วงสีเหลือง​วงนอก 9 คะแนน​ วงใน 10 คะแนน และตรงกลาง 10 คะแนน​ ระหว่างรอผมก็กวาดสายตามองรอบๆ สนามแข่งยิงธนู​ไม่ได้ใหญ่​มาก จุคนคนได้ราวๆ 2,000 คน สนามตรงกลางมี 2 สนาม อันที่จริงมันก็คือสนามตะกร้อกับแบตมินตันนั่นแหละ​ “มึงๆ วันนี้ใครแข่งบ้าง” “ก็นี่ไงตามโพสต์​เนี่ย มึงอ่านสิ” “ไหน มีลูซี่ด้วยหรอ” พอได้ยินชื่อของน้องสาวหูก็ผึ่งทันที “เออ กูว่านะ นางได้เต็มอีกแน่เลย” “แหม ก็นางเก่งนี่ เก่งแบบเก่งมาก~~~~ เก่งจนกูคิดว่านางไปอ่อยกรรมการ​รึเปล่า​” คิ้วทั้งสองข้างเริ่มขมวดปมคิ้วข้างขวาเริ่มกระตุกแปลกๆ “เอ๊ะ รึว่าจะจริงวะฮ่าๆๆๆๆ ว๊าย!!” กระป๋อง​น้ำอัดลม​ที่กระเด็น​กลิ้งหลุนๆ ค่อยๆ ตกลงมาตรงที่นั่งของลุค “ขอโทษ​ด้วยครับพอดีกระป๋อง​มันจับไม่ค่อยอยู่” ลุ​คหันไปยิ้มพลางหยิบกระป๋องที่ปาไปมาบี้แล้วทิ้งขยะ เหอะ น่ารำคาญ​จริงไอ้พวกปากมากเนี่ย การแข่งขันเริ่มแข่งกันดุเดือดนักกีฬา​ทุกคนต่างตรึงเครียด​ต่างกับลูซี่ที่ยืนหลับตาทำสมาธิ​อย่างสงบ มือเรียวหยิบลูกธนูและคันธนูขึ้นมาตั้งท่าและปล่อยลูกเมื่อสัญญาณ​ดัง พอลูกธนูปักลงตรงกลางเป้าเสียงเฮก็ดังขึ้นทันที แต่ใบหน้าของลูซี่ยังคงดูสงบนิ่ง ลูซี่ยิงต่อไปจนครบผลสรุปคะแนนก็ออก 150 เต็ม!! เป็นไงน้องผม เก่งมะ รับเหรียญเสร็จลุคก็ออกมารอที่นอกสนาม แต่ขณะนั้นเองหูก็ดันไปยินบางอย่างเข้า “มึงไปหาน้องมันดิ เนี่ยน่าจะรับเหรียญเสร็จละ” “น้องไหนวะ” “น้องรหัสมึงไง ลูซี่อ่ะ” พอได้ยินชื่อน้องสาวตัวเองก็เหลือบมองเสียบต้นตอที่มาจากด้านหลังทันที อ๋อ ไอ้แก็ปนี่เอง แก็ปเป็นอริของลุค เราต่างไม่ชอบขี้หน้ากัน ตั้งแต่ปวช.แก๊ปมักจะมาหาเรื่องผมบ่อยๆ ด้วยเหตุผลปัญญาอ่อนนาๆ ของมัน ทุกครั้งที่สู้กันแก๊ปก็ไม่เคยสู้ชนะสักครั้งจนแก๊ปไปเรียนมวยแล้วกลับมาสู้กับเขาอีกครั้งก็ยังสู้ไม่ได้ แก๊ปเลยเลือกที่จะเปลี่ยนเป้าหมายมาเล่นงานลูซี่แทน เพราะแก๊ปรู้ว่าถ้าเล่นเขาตรงๆ ไม่ได้ก็เล่นกับคนที่เขารัก แต่หารู้ไม่ว่าลูซี่แม่งน่ากลัวกว่าเขาอีก แล้วก็อย่างที่คิดพอลูซี่ออกมามันเดินตรงมาหาเขาทันทีโดยที่ไม่ได้ทักไอ้แก็ป “ป่ะ” “ไม่ทักพี่รหัสมึงหน่อยหรอ” พูดพลางเหลือบมองเจ้าของชื่อที่ตอนนี้กำลังทำหน้าไม่พอใจ “ไม่อยากคุยกับคนความคิดสกปรก” อุ๊ย แรง “มึงก็ไปด่าเขา เขาชอบมึงอยู่นะ” “แล้วไง ถ้าชอบแล้วคุกคามความเป็นส่วนตัวก็ไม่คุยหรอก” มุมปากยกยิ้มอย่างพอใจในคำตอบ งี้แหละ คนนิสัยไม่ดีมันก็ต้องเจอกับคนร้ายๆ แบบนี้แหละ ถึงจะสนุก กลุ่มเครื่องปาสระอึ ที่มีอายุไขไร้กำหนดแล้วก็มี เสี้ยวชีวิตของกางเกงในตัวเมื่อวานซืนของชินจัง บัลมุงค์=เฟซาเรี่ยน ไอแซ็ค=ชไนเดอร์ สองในสามที่เหลือของความรู้สึกเดียงสานั้น­หนึ่งในสามก็ คือ ความรู้สึกกังวลหนังเล็บเปิด การทรยศที่ชั้นรู้คือการ ไม่รู้ชื่อแต่ทำเหมือนรู้ไปหมด แมวไม่อยู่หนูร่าเริง รักลูกให้ผูกรักวัวให้ตี แต่ที่จริงเมื่อกี้ก็คือ รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี แย่งกันไปมา ตาอยู่เอาไปกิน ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด ปู๊ด กระสุนอึเหลว (3) time 00.00 : @tim🖤สู้ๆ time 00.00 : เอาแชมป์มาให้ได้นะ BOOM : อย่าไปตีกับเขาล่ะ tim🖤: เออๆ tim🖤: จะพยายามละกัน การแข่งขันในช่วงบ่ายเริ่มขึ้น เป็นการแข่งฟุตบอลระหว่างมหาวิทยาลัยผมกับมหาวิทยาลัย T.G.C เสียงเชียร์เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง หลังจากเลือกฝั่งรุกและรับเสร็จการแข่งขันก็เริ่มขึ้น ฝั่ง T.G.C เป็นฝ่ายรุกและทีมหาลัยวิจิตรศิลป์​เป็นฝ่ายรับ ฝั่ง T.G.C เบอร์ 11 เป็นคนเริ่มบุกคู่กับเบอร์ 24 ก่อนจะส่งให้คนอื่นๆ ในทีม ขณะที่เกมการแข่งขันกำลังดำเนินอย่างดุเดือดจู่ๆ ก็เกิดอุบัติเหตุกลางสนาม ติมที่ยืนงงและข้างๆ ก็มีนักกีฬาของอีกฝั่งที่กำลังนอนทำท่าเจ็บปวดอยู่ กรรมการโชว์ใบเหลืองให้ติมทำให้ติมที่ยืนงงหันไปถาม เพื่อนในทีมรีบเดินไปห้ามพร้อมกับดึงเขาออก ติมแสดงสีหน้าโมโหราวกับพร้อมบวกฝ่ายตรงข้าม และขณะนั้นเองไทม์ก็แอบเห็นใบหน้าของอีกฝั่งลางๆ เหมือนว่าเขากำลังยิ้มอยู่ แสดงว่าไอ้ที่ล้มเมื่อกี้ก็คือการแสดงสินะ ติมถอนหายใจเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนจะกลับมาเแข่งต่อ “ไอ้พวกนั้นมันเริ่มเล่นตุกติกแล้วอ่ะ แบบนี้ไอติมมันจะโดนใบแดงป่าววะ” “ไม่รู้ดิ แต่ถ้าโดนใบเหลืองอีกรอบก็ต้องออกจากสนามเลยอ่ะ” ถ้าจำไม่ผิดตามกฏคือถ้าผู้เล่นโดนใบเหลืองติดต่อกัน 2 ครั้งจะได้ใบแดงในรอบที่ 2 แล้วต้องออกจากสนามทันที ซึ่งตอนนี้ติมได้ใบเหลืองไปแล้วรอบนึงถ้าโดนใบเหลืองอีกรอบโดนไล่ออกจากสนามแน่ ติมแสดงสีหน้าโมโหราวกับพร้อมบวกฝ่ายตรงข้าม และขณะนั้นเองไทม์ก็แอบเห็นใบหน้าของอีกฝั่งลางๆ เหมือนว่าเขากำลังยิ้มอยู่ แสดงว่าไอ้ที่ล้มเมื่อกี้ก็คือการแสดงสินะ ติมถอนหายใจเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนจะกลับมาเแข่งต่อ “ไอ้พวกนั้นมันเริ่มเล่นตุกติกแล้วอ่ะ แบบนี้ไอติมมันจะโดนใบแดงป่าววะ” “ไม่รู้ดิ แต่ถ้าโดนใบเหลืองอีกรอบก็ต้องออกจากสนามเลยอ่ะ” ถ้าจำไม่ผิดตามกฏคือถ้าผู้เล่นโดนใบเหลืองติดต่อกัน 2 ครั้งจะได้ใบแดงในรอบที่ 2 แล้วต้องออกจากสนามทันที ซึ่งตอนนี้ติมได้ใบเหลืองไปแล้วรอบนึงถ้าโดนใบเหลืองอีกรอบโดนไล่ออกจากสนามแน่ การแข่งกลับมาดำเนินอีกครั้งแต่คราวนี้ฝั่งเราเริ่มเล่นอย่างระมัดระวังมากขึ้นแต่ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายก็ยังเล่นตุกติกจนทำให้ผู้เล่นฝั่งเราโดนใบแดงออกสนามไปทีละคนสองคน เสียงเป่านกหวีดหมดเวลาตอนนี้แต้มถูกนำไปกว่า 3-0 ผู้เล่นฝั่งเราเริ่มมีความกดดัน ไทม์กับบูมอยากจะลงไปหาเพื่อนเพื่อให้กำลังใจแต่ก็ไปไม่ได้เพราะต้องร้องเพลงเชียร์ “การแข่งเป็นไงบ้างคะ” ลูซี่ที่ตอนนี้อยู่ในชุดวอร์มกีฬาเดินมานั่งลงที่ว่างข้างเขมพร้อมกับลุคที่ตอนนี้ใส่แว่นแล้ว “ก็…โดนใบแดงไปสี่คนแล้วครับ” ลูซี่หันไปมองจอที่แสดงผลคะแนนหรา “โดนเล่นซะแล้วสิ” “โดนไปเยอเลยครับ มีคนบาดเจ็บด้วย แถมไอติมก็โดนใบแดงไปสองใบแล้วครับ” บูมหันมาเสริม “ถ้าเป็นกูนะ เดินไปซัดแม่งเลย” “ป่าเถื่อน” ลูซี่พูดขึ้นมาลอยๆ แต่รู้เลยว่าพูดถึงใคร “แหม~ แม่คนดี ทีตัวเองไม่ป่าเถื่อนเลยเนาะ” ลูซี่ไม่ตอบเพียงยักไหล่เบาๆ เสียงเชียร์ของทีมมหาวิทยาลัย T.G.C ดังกระหึ่มและดูจะหึกเหิมยิ่งกว่าเดิมทำให้มหาลัยทีมอื่นๆ ต่างพากันหันไปมอง “เค้าดูคึกคักจังเลยนะครับ” “ก็ทีมเขาคะแนนนำนี่คะ จะคึกคักกันจะไม่แปลกหรอกค่ะ” คิ้วขมวดจมอยู่กับความคิด ไม่นานก็มีเสียงประกาศดังเพื่อบ่งบอกว่าการแข่งขันครึ่งหลังกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว นักกีฬาทั้งสองทีมเริ่มทยอยลงสนามกวาดสายตามองหาเพื่อนจนไปเจอมันพอดี แต่ก็ต้องขมวดคิ้วและพยายามหรี่ตามอง ติมที่ตอนนี้ดูสงบและจริงจังมากกว่าตอนแรกที่มีหน้าหงุดหงิด “เฮ้ย หรือไอติมมันจะเอาจริงแล้วว่ะ งั้นแสดงว่าเราอาจจะชนะได้ใช่ป่ะ” “อืม ถ้าอีกฝ่ายไม่เล่นตุกติกอ่ะนะ” การแข่งขันเริ่มฝ่ายเราเป็นคนเขี่ยบอลประตูแรกโดนอีกฝั่งทำแต้มไปจนขึ้น 4-0 ทั้งคนบนสแตนและคนในสนามคนในทีม T.G.C กระโดดดีใจแต่สายตาก็สังเกตเห็นคนๆ หนึ่งที่กำลังนิ่งสงบไม่ไหวติงกับเสียงโห่ร้อง บอลถูกขว้างจากอีกฝั่งติมใช้ความเร็วตัดบอลก่อนจะพุ่งตรงเตะบอลเข้าประตูของอีกฝั่งทันที เสียงโห่ร้องดีใจของคนทั้งสแตนและคนในสนามดังขึ้นแต่ใบหน้าของเพื่อนก็คงยังสงบนิ่งเหมือนเดิม เริ่มเกมต่ออีกฝั่งตัดบอลติมก็ตัดบอลกลับแล้ววิ่งตรงผ่านฝั่งตรงข้ามจนยิงบอลเข้าประตูอีกครั้ง เสียงโห่ร้องดีใจดังขึ้นจนพวกเขาต่างกระโดดกอดกันด้วยความดีใจ การแข่งขันเริ่มดุเดือดขึ้นอีกครั้งติมทำประตูได้เรื่อยๆ จนตอนนี้ 4-6 แล้ว การแข่งขันยังคงดำเนินต่อเหลือเวลาอีกประมาณ 10 นาที เพื่อนในทีมเลี้ยงลูกเพื่อที่จะส่งให้ติมแต่กลับมีคนมาบังเขาไว้ ไทม์จดจ่อลุ้นใจแทบขาดแต่สายตาดันเหลือบเห็นว่าอีกฝ่ายแอบใช้ศอกกระแทกเข้าที่ท้องของติมโดยที่ไม่ให้กรรมการเห็น “เฮ้ย ฝั่งนั้นโกงนี่ใช้ศอกกระแทกท้องเฉย” ไทม์ที่เห็นดังนั้นถึงกับยืนขึ้นพร้อมกับชี้ไปในสนามทำให้คนที่อยู่บนสแตนเริ่มซุบซิบและเริ่มเพ่งเล็งมากขึ้นและบางคนถึงกับยกมือถือขึ้นมาถ่ายเลยด้วย ติมใช้โอกาสนี้วิ่งหลบก่อนจะรับลูกแล้ววิ่งตรงและทำประตูพร้อมกับร้องโห่ที่ดังขึ้น ขณะเดียวกันคนในสนามที่เป็นทีมของอีกฝ่ายก็แหงนขึ้นมามองเขาด้วยความไม่พอใจก่อนจะวิ่งออกไป สายตาแบบนั้นดูก็รู้ว่าอยากจะซัดเขามากแค่ไหน ก็ทำไงได้ล่ะ ตัวเองเล่นตุกติกเองนี่ “มันมองมึงอ่ะ ไม่ใช่จบนี่แม่งมาหาเรื่องมึงนะ ตอนกลางวันก็รอบนึงล่ะ” “นั่นดิ” “ตอนกลางวันนี่หมายความว่าไงคะ” ลูซี่หันมาถามด้วยสีหน้าจริงจัง “ตอนกลางวันพวกผมนัดกินข้าวกันที่โรงอาหารแล้วมีคนในทีมนั้นเขาพูดเหยียดให้พวกเขาได้ยินน่ะครับ” “ให้พี่จัดการให้มั้ยคะ” นั่นไง “มะ-ไม่เป็นไรครับพี่ลูซี่ แค่นี้เอง” ลืมไปว่าลูซี่เป็นสายไฟท์ ถ้าไม่ห้ามไว้เธอคงได้ไปจัดการคนพวกนั้นจริงๆ ปี๊ด~ ปี๊ด~ ปี๊ด~~~~~~ เสียงนกหวีดดังขึ้นเป็นสัญญาณหมดการแข่งขันพร้อมกับเสียงเฮของคนบนสแตนที่ดังจนแสบหู มหาวิทยาลัยวิจิตรศิลป์ทำคะแนนชนะ 8-4 เรียกได้ว่าชนะขาดลอยกันเลยทีเดียว ส่วนคนที่ทำคะแนนก็ไม่ใช่ใครนอกจากติมเพื่อนของเขาเอง แล้วประเด็นคือทำคนเดียวด้วยนะ วิ่งอยู่คนเดียวโดนเล่นอยู่คนเดียวไม่แบ่งใครแต่สุดท้ายก็อดทนไม่ไฟท์กับอีกฝ่ายจนเอาชนะได้ เวลาผ่านไปจนเย็นสรุปวันแรกมหาวิทยาลัยวิจิตรศิลป์ได้เหรียญทองไปกว่า 5 เหรียญ ทั้งฟุตบอล, ยิงธนู, ว่ายน้ำ, วิ่ง 400 เมตรชายและวิ่ง 400 เมตรหญิง ตอนนี้เรากำลังเตรียมตัวเพื่อที่จะกลับบ้าน ทุกคนต่างพากันมายืนรอเพื่อขึ้นรถ แต่ไทม์ดันเกิดปวดห้องน้ำขึ้นมาซะอย่างนั้นก่อนจะหันไปบอกกับเพื่อน “มึง กูปวดห้องน้ำ​อ่ะ ถ้าไปตอนนี้จะทันมั้ยอ่ะ” “ทัน” “งั้นเดี๋ยวกูมานะ” “ให้ไปเป็นเพื่อนมั้ย” ติมหันมาถาม “ไม่ๆ แป็บเดียวเอง” “แน่นะ” “เออ เดี๋ยวมา” พูดจบก็รีบวิ่งออกมาทันที เดินมาเข้าห้องน้ำตรงข้างสนาม ตอนแรกก็จะกะเข้าตรงปากทางเข้านั่นแหละ​ แต่คนมันเยอะมากบวกกับตอนนี้คนก็พึ่งออกมาจากสนามด้วยเลยเลือกมาเข้าที่ด้านข้างดีกว่า​ ขณะที่กำลังจัดการธุระอยู่นั้นก็มีชายสองคนเข้ามาในห้องน้ำ สายตาเหลือบไปมองก็พบว่าทั้งสองคนเป็นนักกีฬาจากทีมมหาลัย T.G.C “แหมๆ ดูสิเราเจอใคร” “เอ~~ถ้าจำไม่ผิดใช่คนที่จะโกนตอนที่มึงไปกระแทกท้องเขาป่ะ” “กระแทกอะไร แค่อุบัติเหตุเอง ฮ่าๆๆๆๆ” “ฮ่าๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะประสานของคนพวกนั้นทำให้เขาอยากจะรีบออกจากที่นี่ทันที เมื่อจัดการธุระเสร็จก็หลบสายตาและเดินเบี่ยงออกเพราะไม่อยากคุยด้วยเดี๋ยวจะมีเรื่อง “เฮ้ย จะไปไหน ยังไม่ได้คุยกันเลย” หนึ่งในพูดด้วยโทนเสียงต่ำพร้อมกับเดินมาบังทาง ส่วนอีกคนก็เดินมาสมทบ ชายที่ต่อยท้องติมใช้มือดันหน้าผากของเขาให้เงยหน้าขึ้นก่อนจะใช้มือนั่นจิกผมพร้อมกับส่ายไปมาจนเจ็บไปหมด “ไม่พูดอะไรหน่อยหรอ ที่ตอนนั้นยังปากแจ๋วอยู่เลยนี่ ห๊ะ?!” “ปล่อยนะ” พยายามแกะมือนั่นออกแต่พอยิ่งแกะมือที่กำผมก็แรงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ไทม์ถึงกับเบ้หน้าออกมาก “ฮ่าๆๆ ปล่อยหรอ อยากให้กูปล่อยก็ก้มกราบกูสิ” พูดจบอีกฝ่ายก็เหวี่ยงไทม์จนของเอวกระเด็นไปกระแทกกับอ่างล้างมืออย่างแรง ไม่พอเขายังใช้เท้าถีบเข้าที่ท้องจนไทม์ถึงกับทรุดลงกับพื้น สองมือกุมท้อง ความจุกแล่นแปร๊บขึ้นมาจนหายใจแทบไม่ออก แม่งเอ้ย! จุกชิบ “โอ๊ย~ ดูทำหน้าเข้าสิ น่าจะจุกน่าดู ให้ช่วยมั้ยล่ะ” “มึงจะช่วยมันยังไงวะฮ่าๆๆๆๆ” ชายคนนั้นเอื้อมมือมาจิกผมอีกครั้งพร้อมกับดึงขึ้นจนไทม์ตัวลอย “ก็…แบบนี้ไง!!” มือนั่นต่อยซ้ำเข้าที่ท้องจากที่ตอนแรกก็จุกแทบหายใจไม่ออกตอนนี้ยิ่งหนักกว่าเดิมอีก ทันทีที่มือนั่นปล่อยผมไทม์ก็ร่วงลงกับพื้นทันที มือที่เคยกุมท้องตอนนี้หมดแรงจนแทบจะขยับไม่ได้ “ทะ-ทำ…บะ-แบบนี้…ทำไม” เค้นแรงเพื่อจะพูดแต่ด้วยความจุกทำให้คำที่ออกมามันเบาจนแทบไม่ได้ยิน “อะไรนะ พูดอะไรไม่ได้ยินเลย” อีกฝ่ายใช้ปลายเท้าชายคางไทม์ให้เงยขึ้น ส่วนอีกคนก็ก้มหน้าลงมาพร้อมกับจิกหัวของเขาแล้วยกขึ้นเพื่อดูสภาพของไทมฺที่ได้แต่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น “ไอ้คนปากแจ๋วเมื่อตอนนั้นมันหายไปไหนกันนะ” เพราะความเจ็บมันทำให้ภาพตรงหน้ามันเบลอมากจนแทบจะมองอะไรไม่เห็น ทำไงดี แบบนี้ผมโดนกระทืบแน่ๆ ทำไงดี… พี่ลูซี่… ปัง!!!!!!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD