'10' / 2

2166 Words
มาถึงบ้านไทม์ก็เดินตรงไปที่โต๊ะกินข้าวพบว่ากับข้าวถูกจัดเตรียมไว้แล้ว “กับข้าวเยอะเหมือนกันนะเนี่ย” พูดไปก็เอาน้ำแข็งในถุงเทใส่กระติกน้ำแข็งบนโต๊ะไปพลาง “สร้อยสวยดีนะคะ” เสียงทุ้มต่ำที่ด้านหลังคอให้ไทม์ขนเกรียวไปทั้งตัว หันขวับไปหาต้นตอที่อยู่ด้านหลังพบว่าเป็นลูซี่ที่กำลังยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ “พ-พี่ลูซี่ทำอะไรน่ะครับ” “หืม? ก็เห็นสร้อยเราสวยดี ก็แค่ดูเฉยๆ เองค่ะ ทำไมหรอ หรือเขินพี่” เธอยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์อีกครั้ง “ล-แล้วทำไมไม่มาดูข้างหน้าดีๆล่ะครับ จะไปดูที่ด้านหลังทำไม” “ก็ดูข้างหลังมันเร้าใจมากกว่านี่คะ” ร-เร้าใจหรอ มันหมายความว่ายังไงล่ะนั่น “เอาล่ะเด็กๆ มาทานข้าวได้แล้ว” แม่พูดพลางนั่งลงที่เก้าอี้โต๊ะกินข้าว ก่อนที่ไทม์จะนั่งตามที่ข้างแม่ส่วนลูซี่ก็นั่งที่ฝั่งตรงข้ามของเขา ระหว่างทานข้าวพวกเขาก็คุยกันกินไป ทั้งเรื่องสัพเพเหระหรือเรื่องที่มหาวิทยาลัยก็แล้วแต่ “จะว่าได้ข่าวว่าคุณแม่ขายน้ำพริกกากหมูด้วยใช่มั้ยคะ” “ใช่แล้วจ๊ะ ว่าแต่หนูรู้ได้ยังไงล่ะเนี่ย” “พอดีหนูได้ยินมาจากคนรู้จักน่ะค่ะ” เธอเหลือบมองไทม์ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปคุยกับแม่ต่อ “คุณแม่หนูก็ชอบน้ำพริกกากหมูนะคะ เขาก็เลยฝากมาถามวันที่ขายน่ะค่ะ” “แม่ขายทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ ทางเพจกับแอปพลิเคชั่นเดริเวอร์รี่น่ะค่ะ” “แบบนี้ออเดอร์ก็คงเยอะสินะคะ” แม่ยกยิ้มน้อยๆ “มันก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้นหรอกจ๊ะ” สลับมองคนทั้งสองที่พูดคุยกันอย่างถูกคออย่างไม่น่าเหลือเชื่อ แต่ก็นะ แบบนี้ก็ดีแล้ว ทานกันไปได้ชั่วโมงกว่าในที่สุดเราก็ทานกันจนหมด “เดี๋ยวหนูช่วยนะคะ” “ขอบคุณจ๊ะ” แม่กับลูซี่ช่วยกันยกจานชามเข้าไปในครัว “ไทม์ ยกถุงขยะไปทิ้งข้างนอกให้แม่หน่อยสิ” “คร้าบ” หันไปเก็บขยะใส่ถุงดำก่อนจะเดินออกไปทิ้งที่หน้าบ้าน “อ่าว นั้นน้องไทม์นี่” หันไปตามเสียงต้นตอพบว่าเป็นพี่แอนพี่ข้างบ้านนี่เอง “สวัสดีครับพี่แอน วันนี้พี่หยุดหรอครับ” พี่แอนทำงานเป็นสตาฟในค่ายเพลงชื่อดัง ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะทำงานตำแหน่งผู้ช่วยสไตลิสต์ด้วย “ใช่ สองอาทิตย์ที่แล้วพี่ทำงานไม่ได้หยุดเลย เหนื่อยแทบแย่เลยล่ะ” “ฮ่าๆ อย่างนั้นหรอครับ” ระหว่างที่คุยกันอยู่จู่ๆ ก็รู้สึกพลังงานแปลกๆ จากในบ้าน ค่อยๆ หันไปมองก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าลูซี่กำลังจ้องมองมาทางนี้ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “นั่นใครหรอไทม์” พี่แอนยื่นหน้าเข้ามาในรั้วพร้อมกับมองเข้าไปในบ้าน “อ๋อ นั่นพี่ลูซี่น่ะครับ เธอเป็นรุ่นพี่ที่สนิทที่มหาวิทยาลัยน่ะครับ” “อ๋อ สวยซะด้วยนะนั่น” “แหะๆ” “แอน รดน้ำเสร็จยังลูก มาช่วยแม่ทำขนมหน่อย” เสียงป้ากิ่งดังออกมาจากในบ้าน “ค่า” “งั้นพี่ไปก่อนนะ” พี่แอนหันมาโบกมือลาก่อนจะวิ่งเข้าบ้านไป “เพื่อนข้างบ้านหรอคะ” ลูซี่เดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มหวาน แต่ทำไมกลับรู้สึกขนลุกแปลกๆ ยังไงก็ไม่แฮะ “เอ่อ…ใช่ครับ” “เห~ เป็นคนที่น่าสนใจดีนี่” เธอยิ้มแล้วเบนสายตามองบ้านข้างๆ ส่วนไทม์ก็ได้แต่มองเธออย่างไม่เข้าใจ “อะไรน่าสนใจหรอครับ ผมงง” เธอหัวเราะออกมาเล็กน้อยพร้อมกับสาวเท้าเดินตรงมาทางเขาก่อนจะเอามือไพ่หลัง ลูซี่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเห็นดวงตาสีสวยของเธอได้อย่างชัดเจน “มะ-มีอะไรหรอครับ” ถามเธอกลับไปปด้วยน้ำเสียงสั่น ไม่ใช่กลัวอะไรนะ แต่มันแค่รู้สึกแปลกเฉยๆ จะว่ายังไงดีล่ะ คือตอนนี้ใจเขาเต้นไม่หยุดเลย กลัวหรอ? กังวลหรอ? ไม่ใช่สิ ความรู้สึกนี้มัน เหมือนจะเป็นเขินมากกว่า “พี่แค่อยากมองใกล้ๆ เฉยๆ” คำตอบของเธอเล่นทำเอาผมงง “มองใกล้ๆ ทำไมหรอครับ หรือที่หน้าของผมมันมีอะไรติดอยู่” “จะว่ามีก็มีค่ะ” “เอ๋? จริงหรอครับ” พูดพลางเอามือจับหน้าเพื่อสำรวจแต่ไม่ว่าจะหายังไงก็หาไม่เจอ อยู่ไหนล่ะไอ้ที่ติดหน้านั่นน่ะ เธอยกยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับถอยใบหน้าออกไป “หึ ก็ความน่ารักไงล่ะ ที่ติดอยู่ที่หน้าของเรา” “เอ๊ะ??!!” จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนใบหน้าเห่าร้อนไม่พอยังเหมือนว่าร่างกายจะระเบิดเลย “หึ คุณแม่ทำบัวลอยไว้รีบเข้าไปกินนะคะ เดี๋ยวมันจะเย็นชืดหมด” เธอเดินเข้าไปพลางผิวปากไปด้วยอย่างอารมณ์ดีทิ้งให้ไทม์ยืนหน้าแดงอยู่ที่เดิม มองแผ่นหลังที่ค่อยๆ เดินเข้าไปในบ้านด้วยความรู้สึกปั่นป่วนท้องไปหมดก่อนจะยกมือปิดหน้าบดบังความเขินไม่ให้ใครเห็น โอ๊ย!! เขิน!! เขินไปหมด!! เขินจนพูดไม่ออกเลย ฮือ~~ “ฮือ~~” พยายามสูดหายใจเข้าเพื่อตั้งสติก่อนจะเดินเข้ามาในบ้านตรงมายังที่โซนห้องรับแขกพบว่ามีถ้วยบัวลอย 1 ถ้วยวางไว้อยู่ก่อนแล้วพร้อมกับลูซี่และแม่ที่นั่งกินอยู่พลางพูดคุยไปพลาง ไทม์นั่งลงที่โซฟาตัวเล็กก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบถ้วยบัวลอยขึ้นมาตักกินพลางเหลือบตามมองรุ่นพี่สาวอย่างหวาดหวั่น “จะว่าไปคุณแม่คะ หนูมีเรื่องจะขออนุญาตคุณแม่น่ะค่ะ” “ขออนุญาตเรื่องอะไรหรอจ๊ะ” “หนูจะขออนุญาตจีบลูกชายคุณแม่น่ะค่ะ” พรู่ด!!!!! บัวลอยที่กินเข้าไปพ่นพรูดออกมาทันที จ-จีบหรอ!!! ไทม์รีบวางถ้วยบัวลอยกับโต๊ะทันที “ด-เดี๋ยวก่อนครับ! ที่จะจีบคือ…หมายความว่าไงครับ” “ตายแล้ว พูดจริงหรอเนี่ย” หนุเหมือนเสียงทักท้วงของไทม์จะไม่มเป็นผล “หนูพูดจริงค่ะ” เหมือนคนทั้งสองคนจะไม่ได้ยินที่ผมพูด “หนูชอบไทม์ค่ะ ชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเลยค่ะ” คำตอบของเธอทำผมช็อค ชอบหรอ เธอบอกว่าชอบเขาอย่างนั้นหรอ จริงดิ เรื่องจริงดิ ฝันแน่ๆ เรื่องนี้แค่ฝันแน่ๆ “แม่ดีใจนะ ที่ไทม์มีคนชอบถึงขนาดนี้น่ะ” “น้องทั้งใจดีกับคนอื่น เป็นคนอ่อนโยน ถึงแม้บางครั้งน้องจะดูซุ่มซ่ามเทอะทะไปหน่อยก็เถอะ แต่น้องก็น่ารักน่านะคะ” เธอหัวเราะพร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ สรุปเขาชมหรือเขาว่ากันแน่เนี่ย งง “ว่าแต่ที่จะจีบลูกชายแม่เนี่ย จริงหรอจ๊ะ” “จริงค่ะ หนูเลยมาขออนุญาตคุณแม่เนี่ยแหละค่ะ” “แม่ไฟเขียวเลยจ๊ะ” “แค่ก!!!” คำตอบของแม่ทำเอาเขาถึงกับสำลักลายทันที “แต่ยังไงก็จีบกันแบบระวังๆ หน่อยนะจ๊ะ เพราะไทม์เขาค่อนข้างขี้เขินน่ะ แม่กลัวว่าถ้าน้องเขินมากๆ เดี๋ยวจะซุ่มซ่ามจนเจ็บตัวน่ะจ๊ะ ฮ่าๆๆๆ” ไอ้จีบกันระวังๆ นี่มันหมายความว่ายังไงกันเนี่ย แล้วไอ้ที่ว่าขี้เขินเนี่ยคืออะไรเนี่ย เขินมากหรอ หรือยังไง “ไม่ต้องห่วงค่ะคุณแม่ หนูจะทะนุถนอมน้องอย่างดีเลยค่ะ” “ได้ยินแบบนี้แม่ก็โล่งใจ ยังไงก็สู้ๆ นะจ๊ะ” “ขอบคุณค่ะ” เสียงกดกริ่งจากหน้าบ้านทำให้ทุกคนต่างละหันไปมอง “โอ๊ะ ป้านาจะมานะ พวกหนูนั่งทำความรู้จักกันไปนะ เดี๋ยวแม่ไปหาป้านาก่อน” พูดจบแม่ก็รีบลุกและเดินออกไปทิ้งเขาให้อยู่กับลูซี่อยู่เพียง 2 คน บรรยากาศภายในห้องรับแขกเงียบสงบได้ยินแต่เพียงเสียงของพัดลมแอร์กับเสียงทีวีที่เปิดคลอไว้เบาๆ มือเรียวยกถ้วยบัวลอยขึ้นมาซดพลางเหลือบมองรุ่นพี่สาวที่นั่งทานบัวบอยอย่างเงียบๆ ก่อนจะหลบสายตาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายรู้ทันว่าเขากำลังแอบมองอยู่ “สงสัยหรอคะ ว่าทำไมพี่ถึงชอบเรา” ประโยคของเธอทำเอาเขาสะดุ้งเฮือกราวกับรู้ความคิด “พ-พี่ลูซี่รู้ได้ยังไงครับ” “ก็เพราะหัวใจของเราเชื่อมต่อกันยังไงคะ ไม่ว่าไทม์จคิดอะไรพี่ก็รู้หมดนั่นแหละค่ะ” “พรูด!!!!! แค่กๆๆ” น้ำกะทิที่ซดไปก็พ่นพรูดออกมาอีกครั้งก่อนจะหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาและจัดการเช็ดน้ำกะทิที่เปรอะเปื้อนทั้งที่โต๊ะและขากางเกง เธอพูดอะไรของเธอน่ะ เขาเขินจนร้อนออกหูแล้วนะ!!! “หน้าแดงเชียว เขินหรอคะ” ลูซี่ลุกขึ้นก่อนจะตรงมาเท้าแขนที่พนักแขนโซฟาผมแล้วก้มหน้ามาใกล้จนหน้าผากเกือบชิดกัน “ป-เปล่านะครับ คือ-คือ…ผม” “พ-พี่ลูซี่จะทำอะไรน่ะครับ​ เดี๋ยว​ก็แม่​เห็น​หรอก” ปากสั่น​ ใจสั่นตุ๊บๆ​ สติจะหลุดหมดแล้ว​นะ “ก็เราน่ารักจนพี่อดใจไม่ไหวนี่คะ” “พี่ลูซี่แกล้งผมอ่ะ” “เขาไม่ได้เรียกว่า​แกล้ง​ เขาเรียกว่าอ่อยค่ะ” อ่อยหรอ! พูดเล่น​ ลูซี่พูดเล่นแน่ๆ​ เขาคงแค่แกล้งเราแน่ๆ​… เนาะ พยามคิดแบบนั้นในใจแต่ดูเหมือนว่า​จะไม่ได้ผล​ เธอวิสาสะถอดแว่นเปิดผมที่บดบังหน้าผากก่อนจะก้มเอาหน้าผากแตะกันจนเห็นดีเทลของใบหน้าแม้จะไม่ชัด​ “หน้าแดงเชียว​ ไข้ขึ้น​หรอเนี่ย” จู่ๆ ก็​รู้สึก​เหมือนได้ยินเสียงระเบิด​ออกหูพร้อมกับ​เสียงฉ่าที่ดังออกมา “มะ… ผ-ผม…” ถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว “ป-ป่าวนะครับ ผม…ผม ไม่ได้เขินนะ!!” “หืม…” เธอก็ยกยิ้มมุมปากราวกับกำลังสนุก “เสียงดังอะไรกันน่ะลูก ดังออกไปหน้าบ้านเลย” เสียงของแม่ดังออกมาจากด้านหน้าบ้าน “คือ-คือ ป่าวครับ คือ-แค่เล่นกันเฉยๆ” พยายามคุมเสียงที่สั่นจากความเขินก่อนจะตอบกลับแม่ไป ถ้าแม่รู้เขาโดนล้อแน่ๆ ไม่เอาๆ จะให้แม่รู้ไม่ได้เด้ดขาด เสียงครืดดังจากที่ไหนสักแห่งพวกเขาหันไปมองพบว่าเป็นมือถือของลูซี่ที่ชาร์จแบตเอาไว้บนโต๊ะ เธอเดินไปรับโทรศัพท์แล้วพูดคุยกับคนในสายอยู่ครู่ก่อนจะวางไป “ดูเหมือนจะต้องกลับก่อน คงอยู่เล่นกับไทม์ต่อไม่ได้แล้วสิ เสียดายจัง” เธอหันมามองพร้อมกับทำท่าทางเสียดาย ดีแล้วครับ เขาไม่อยากเขินจนเป็นลมตายคาห้องรับแขก “ถ้างั้นพี่ขอตัวกลับก่อนนะคะ เอาไว้วันหลัง…” เธอเดินเข้ามาหาผมก่อนจะก้มลงมาจนหน้าเกือบชิดพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่โคตรจะเซ็กซี่ “พี่จะมาเล่นด้วยใหม่นะคะ” “อึก…ครับ” “อ่าว หนูลูซี่จะกลับแล้วหรอลูก” แม่เดินมาทักพร้อมกับถือตะกร้าใส่ขนมมาด้วย “ค่ะ พอดีมีธุระต้องไปจัดการน่ะค่ะ ขอโทษนะคะที่ไม่สามารถอยู่ถึงเย็นได้” “ไม่เป็นไรจ๊ะ แค่นี้เอง” “ถ้างั้นหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ ไว้จะแวะมาใหม่นะคะ แล้วก็ขอบคุณสำหรับอาหารนะคะ สวัสดีค่ะคุณแม่” “จ๊า งั้นเดินทางกลับดีๆ นะ ไทม์ไปส่งพี่หน่อยสิลูก” “คร้าบ” เดินออกมาส่งลูซี่ที่รถบริเวณที่จอดหน้าประตู “พี่ลูซี่ ไว้คราวหน้ามาเที่ยวที่บ้านอีกนะครับ” “พูดแบบนี้เชิญชวนหรอคะ หรือว่า…จะถูกใจพี่ซะแล้ว” เธอหันมาพร้อมกับทำหน้าเจ้าเล่ห์ “ป-ป่าวนะครับ คือ…ก็แบบ ก็แค่เห็นพี่ลูซี่สนิทกับแม่ก็เลย อยากชวนมาน่ะครับ” “แค่นั้นเองหรอคะ เฮ้อ~ เสียดายจัง” “ง่ะ” เธอถอนหายใจพร้อมกับทำหน้าเสียดาย “หึ พี่ล้อเล่นค่ะ งั้นไว้ว่างๆพี่จะมาเที่ยวนะคะ” “ครับ” “งั้น ไว้เจอกันนะคะ” ริมฝีปากนุ่มแตะลงบนแก้มข้างขวาเบาๆ “กลับก่อนนะคะ” เสียงเครื่องยนต์ค่อยๆ ห่างออกไปจนไม่ยินแล้ว ทิ้งให้ไทม์ยืนช็อคค้างอยู่ที่เดิม “อะ-” ไม่ไหว แบบนี้ไม่ไหวแน่ ปุ้ง! เหมือนได้ยินเสียงระเบิดดังปุ้งออกจากหู อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นปรี๊ดเนื้อในอกเต้นถี่เหมือนจะหลุดออกมาก่อนที่สติจะเลือนลางและดับไปเหลือเพียงแค่เสียงของแม่ที่ตะโกนดังออกมาเท่านั้น “ตายแล้วไทม์ เป็นอะไรน่ะลูกทำไมถึงไปนอนหน้าบ้านแบบนั้น หรือว่าจะเขินจนน็อคไปแล้ว ไทม์! ไทม์!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD