ตอนที่19 เผชิญหน้า
"รีบดื่ม รีบเข้านอน ตอนนี้ดึกมากแล้ว" เสียงของเขาราบเรียบ ไม่สูงไม่ต่ำ แล้วก็หันกลับไปสนใจเอกสารในมือราวกับไม่เห็นเธออีก ญารินเม้มปากแน่น เท้าเล็กรีบสาวตรงไปยังเคาน์เตอร์ครัวเล็ก ๆ ที่อยู่ถัดจากห้องรับแขก
"อีตาบ้านี่ดึก ๆ ดื่น ๆ ทำไมถึงยังทำงานอยู่อีก แล้วห้องตัวเองมีทำไมไม่นั่งทำอยู่ในนั้น จะออกมานั่งทำอยู่ข้างนอกทำไม" เสียงเล็กบ่นพึมพำขณะกำลังรอไมโครเวฟทำงาน
"หรือฉันควรอุ่นเผื่อเขาดีไหม เดี๋ยวจะหาว่าไม่มีน้ำใจอีก" เธอยืนต่อรองกับเสียงในหัวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วหยิบนมออกจากตู้เย็น เทใส่แก้วอีกใบ อุ่นใหม่อีกครั้ง
"นมค่ะ ฉันอุ่นมาเผื่อ" เสียงเรียบเอ่ยพร้อมวางแก้วนมลงบนโต๊ะ ไม่รอคำตอบ ไม่รอคำขอบคุณ ร่างบางก็หมุนตัวเดินกลับเข้าห้องทันที
ญารินนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงกว้าง นมอุ่น ๆ ก็ไม่ช่วยให้เธอนอนหลับได้ ภาพของคนที่นั่งทำงานอยู่ด้านนอกนั่นกลับกลายเป็นภาพซ้ำที่ไล่ไม่พ้น เธอพลิกตัวไปมาอยู่นานจนตัดสินใจลุกขึ้นมาปรับอุณหภูมิในห้องให้เย็นลงอีกหน่อย หรี่ไฟลงจนเหลือเพียงแสงนวลอ่อน บางทีความเย็นอาจช่วยให้ร่างกายผลิตเมลาโทนินได้มากขึ้น
ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปเมื่อไหร่ จนกระทั่ง...
ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!
มือเรียวควานหานาฬิกาปลุกโดยไม่ลืมตา รู้สึกเหมือนเพิ่งหลับไปได้ไม่กี่ชั่วโมง เธอยังอยากซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มต่ออีกหน่อย แต่เพราะหน้าที่ทำให้ต้องฝืนลุกขึ้นจากเตียง
ไม่นาน ญารินก็ปรากฏตัวอีกครั้งในชุดเดรสเกาะอกสีฟ้า กระโปรงสั้นเหนือเข่า สวมสูทเข้าชุด ผมดำสลวยถูกดัดเป็นลอนหลวม ๆ เพิ่มเสน่ห์ให้ใบหน้าเรียวสวย วันนี้เธอตั้งใจแต่งหน้าให้ดูมั่นใจยิ่งขึ้นกว่าทุกวัน
“นึกว่าจะต้องให้ไปปลุกบนเตียง” เสียงเรียบของอคิณดังขึ้นทันทีที่เธอก้าวออกจากห้อง สายตาคมนิ่งแต่มองตรงจนเธอรู้สึกได้
"ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันเป็นคนรักษาเวลา"
“รีบทานมื้อเช้า เราเหลือเวลาแค่สามสิบนาที” เขาเหลือบตามองอีกครั้ง มุมปากยกขึ้นนิดหนึ่ง
“แค่พรีเซนต์งาน ต้องแต่งตัวสวยขนาดนี้เลยเหรอ”
“แน่นอนค่ะ ลูกค้าจะได้รู้ว่าเราให้เกียรติเขา การแต่งกายให้เหมาะสมคือมารยาทขั้นพื้นฐาน”
“คณิณมันมองการณ์ไกลจริง ๆ ที่เลือกคุณมาเป็นเลขา มีเลขาสวยก็ได้เปรียบคู่แข่ง จะได้คะแนนพิศวาสเพิ่ม” น้ำเสียงราบเรียบฟังดูปกติ แต่คนฟังไม่ได้คิดอย่างนั้น ใบหน้าเรียวสวยหันกลับไปมอง แฝงความไม่พอใจในแววตา
“เลิกมองผู้หญิงเป็นแบบนั้นเถอะค่ะ การเป็นผู้หญิงไม่ได้หมายความว่ามีดีแค่รูปลักษณ์” น้ำเสียงราบเรียบ แต่ทุกคำชัดเจน
“เพราะถ้าผู้หญิงคนนั้นทั้งสวยและมีสมอง เธอจะเป็นภัยต่อคนที่ประเมินเธอต่ำเกินไป” อคิณนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ก็จริงอย่างที่คุณว่า...แค่เกิดมาสวยก็ชนะไปครึ่งทาง ยิ่งสวยและเก่งด้วยก็ยิ่งน่ากลัว”
“ถึงเราไม่สามารถเลือกพ่อแม่ต้องหล่อและสวยได้ แต่เราเลือกได้ว่าเราจะเติบโตไปเป็นคนโง่หรือคนฉลาดได้ค่ะ” เธอตอบเรียบ ๆ จังหวะนั้นก็มีสายโทรเข้าพอดี
ครืด ครืด ครืด
‘ค่ะ คุณคณิน’ เธอหมุนตัวเดินไปคุยโทรศัพท์ตรงระเบียง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ กับความหงุดหงิดที่เธอสร้างขึ้นในใจเขา
“ผู้หญิงคนนี้ สมแล้วที่เติบโตที่เมืองนอก เป็นคนที่กล้าที่จะตอบโต้ในแบบของตัวเอง น่าสนใจจริง ๆ” อคิณอดชื่นชมหญิงสาวไม่ได้ ญารินเป็นผู้หญิงคนแรกที่กล้าตอบโต้เขากลับตรงไปตรงมาแบบนี้ ไม่กลัวเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
‘ได้ค่ะ จะทำให้เต็มที่ค่ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ’ เสียงหวานตอบกลับขณะเดินกลับเข้ามาในห้อง ก่อนจะกดวางสายไป เธอเดินมาหย่อนสะโพกลงนั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับชายหนุ่ม
ชั้น 10
ห้องประชุมขนาดใหญ่ของโรงแรมเห็นวิวทะเลทอดตัวไปสุดลูกหูลูกตา แสงแดดส่องผ่านม่านกันยูวีสีขาวเข้ามา
ตึก ตึก ตึก
เสียงรองเท้าหนังกับเสียงของรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อน อคิณและญารินเปิดประตูเข้าไปในห้อง ทั้งสองมาในนามของบริษัท ONE GROUPเพื่อเสนอแผนโครงการรีสอร์ตหรูให้กับกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ในครั้งนี้
อีกฝั่งของโต๊ะชายวัยหกสิบต้น ๆ ในสูทสีเข้มกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ก่อนแล้ว พร้อมเลขาคู่กายที่จัดเอกสารอย่างขะมักเขม้น
“เนวิน ภัทรกานต์” เจ้าของ Navin Group คู่แข่งทางธุรกิจที่คร่ำหวอดในวงการบริษัทออกแบบและก่อสร้างแบบครบวงจร
เพียงแค่ประตูห้องประชุมเปิดออก ดวงตาคมของเนวินก็เลื่อนมาทางผู้มาใหม่ ยกยิ้มมุมปากอย่างคนที่ชำนาญการอ่านสีหน้าคน
“คุณอคิณ...เจอกันอีกแล้วนะครับ” น้ำเสียงของเขานุ่มกล่าวทักทายอย่างเป็นมิตร แต่คนฟังรู้ดีว่านั่นเป็นเพียงมิตรภาพจอมปลอมที่อีกฝ่ายกำลังสร้างขึ้น
“ครับ” อคิณยิ้มบาง ตอบอย่างมีมารยาท
ญารินยืนอยู่ด้านหลังชายหนุ่มเล็กน้อย มือประคองแฟ้มเอกสารแน่น ความสงบที่เธอเคยมีเริ่มสั่นไหวตั้งแต่เห็นหน้าอีกฝ่าย ชายสูงวัยที่ครั้งหนึ่งเธอเคยเรียกว่า “ลุงเนวิน” ด้วยความคุ้นเคยในวัยเด็ก
ตอนนั้นเขายังเป็นเพื่อนรักของพ่อ แต่วันนี้ เขากลับนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเธอในฐานะคู่แข่งเรื่องงาน และในฐานะความสัมพันธ์ส่วนตัวเขาคือศัตรูที่เธอต้องการล้างแค้น
เนวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อสายตาปะทะกับหญิงสาวข้างอคิณ ดวงตาเขาวูบไหวคล้ายจำอะไรบางอย่างได้ ก่อนจะรีบกลับมานิ่งเรียบ
“แล้วคุณผู้หญิงคนนั้นคือ…ไม่คิดจะแนะนำให้ผมรู้จักหน่อยเหรอครับ” เขาถามพลางทอดมอง สายตาที่มองญารินเริ่มฉายแววหยาบคายเชิงชู้สาว
“คุณญารินครับ…ผู้ช่วยของผม” ญารินยิ้มสุภาพ นอบน้อมแต่แววตาไม่หลบ
“สวัสดีค่ะ ฉันญารินค่ะ” ขาเรียวยาวขยับขึ้นไปหนึ่งก้าว พร้อมรอยยิ้มและกล่าวทักทายอย่างสุภาพ
“สวัสดีครับ คุณญาริน ผมรู้สึกคุ้นหน้าคุณมากเลยนะครับ เหมือนเราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า” เขายิ้มกลับมา เสียงหัวเราะเบา ๆ หลุดออกมาอย่างเป็นมิตร ดวงตาของเนวินคู่นั้นจ้องมองเธอจนดูจะไร้มารยาท ญารินเพียงยิ้มบาง รักษามารยาทไว้เต็มที่
“คุณเนวินน่าจะจำคนผิดแล้วล่ะค่ะ ฉันพึ่งกลับมาเมืองไทยแค่ประมาณ 1 สัปดาห์เองค่ะ” ปลายนิ้วเธอกำเอกสารแน่นโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นแรงขณะรับรู้ถึงแรงมองที่ยังไม่ละไปจากใบหน้าเธอ
อคิณเหลือบตามองทั้งสอง แววตาเยียบเย็นกว่าทุกครั้งที่ญารินเคยเห็น
“คุณเนวินไม่เคยเจอเธอหรอกครับ เธอโตที่เมืองนอกไม่ได้กลับมาเมืองไทยหลายสิบปีแล้วครับ ถ้าคุณเนวินเคยเจอเธอจริง ๆ น่าจะเป็นตอนเด็กล่ะมั้งครับ” เขาเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ ชัดเจน ตั้งใจจะตัดบทสนทนาในทันที แต่ดูเหมือนคำพูดนั้นจะกระทบญารินจนเธอรู้สึกร้อนวูบวาบบนใบหน้า
ญารินสูดลมหายใจลึก พยายามควบคุมสติ ก่อนเดินตามหลังอคิณไปนั่งตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเนวิน ทุกก้าวของเธอสั่นเล็กน้อย
"สวัสดีทุกท่านครับ" ณรงค์เดช เจ้าของโครงการโรงแรมและรีสอร์ตหลายแห่งทางภาคใต้กล่าวทักทายทันทีที่เดินเข้ามาในห้องประชุม
"เชิญเริ่มได้เลยครับ" เลขาวัยสามสิบปลาย ๆ กล่าวขึ้น
เป็นบริษัท Navin Group เป็นฝ่ายนำเสนอก่อน หลังจากนั้นประมาณยี่สิบนาทีก็ถึงคิวของ ONE Group
ภาพจำลองโครงการรีสอร์ตหรูริมทะเลที่ปรากฏบนจอขนาดใหญ่ อคิณเป็นคนเปิดนำเสนอด้วยน้ำเสียงเรียบสุขุม ทุกถ้อยคำที่เอ่ยชัดถ้อยและมั่นใจอย่างมืออาชีพ จนมาถึงคอนเซ็ปต์การออกแบบ แนวคิด “Luxury Retreat by Nature การพักผ่อนอันหรูหราท่ามกลางธรรมชาติ” ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมโมเดิร์นเข้ากับความอ่อนโยนของธรรมชาติ อคิณยกหน้าที่นี้ให้ญารินเป็นคนนำเสนอ เสียงของเธอนุ่มและมั่นใจจนดึงสายตาทุกคู่ในห้องให้จับอยู่ที่เธอเพียงคนเดียว
เนวินมองหญิงสาวตรงหน้าไม่วางตา ดวงตาคมใต้กรอบหน้าเข้ม ทำให้เขานึกใครบางคน ลักษณะท่าทาง การพูด มีหลาย ๆ อย่างคล้ายกันมาก จนความคิดบางอย่างแว็ปเข้ามาในหัว
‘เด็กคนนี้เหมือนเจตรินมากจริง ๆ แต่เขาก็ไม่ได้ข่าวครอบครัวของเจตรินอีกเลยตั้งแต่เสร็จสิ้นงานศพเมื่อสิบห้าปีก่อน’
“ผมชอบคอนเซ็ปต์นี้มากเลยครับ คุณญารินนำเสนอได้เข้าใจง่ายและมองเห็นภาพมากครับ แต่อย่างไรก็ตามเราก็ต้องสอบถามความคิดเห็นของหุ้นส่วนเราก่อนว่าต้องการแบบไหน วันนี้ขอบคุณ คุณอคิณและคุณเนวินมากนะครับ ไว้ทางเราได้ข้อสรุปเมื่อไหร่จะรีบแจ้งให้ทราบครับ ทั้งสองบริษัทออกแบบได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ ขอบคุณที่ทำงานหนักครั้งนี้ครับ” หนึ่งในหุ้นส่วนกล่าวชื่นชมญาริน ญารินยิ้มตอบรับเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งหมดเก็บของเตรียมจะออกจากห้องนี้ไป
“ทำงานเก่งขนาดนี้ ต้องได้พักบ้างนะครับ” เนวินพูดขึ้นขณะเดินเข้ามาหยุดข้างหญิงสาวในระยะแทบจะไหล่ชนกัน
“วันนี้ผมมีแพลนจะไปล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก อยากชวนคุณไปด้วยกัน ผมมีเรือส่วนตัวจอดอยู่ที่อ่าวปอ” ห้องประชุมเงียบลงชั่วขณะ สายตาเข้มของอคิณมองไปยังทั้งสอง ฉายแววไม่พอใจ