
“จะทำอะไรน่ะ”
“หอมแก้มเมีย”
“ไอ้ฉวยโอกาส! มีสิทธิ์อะไรมาเรียกฉันว่าเมีย ฉันไปเป็นเมียนายเมื่อไหร่กัน!”
“เมื่อคืนไง... จำไม่ได้เหรอที่รัก”
“ปล่อยนะ! แล้วหยุดพูดเพ้อเจ้อได้แล้ว ฉันต้องรีบไปทำงานปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นฉันจะร้องให้คนช่วย!”
“ร้องให้คนช่วยในโรงแรมม่านรูดเนี่ยนะ เธออยากจะลงข่าวหน้าหนึ่งหรือยังไง”
“ข่าวหน้าหนึ่ง! คุณคิดว่าคุณเป็นพระเอกหนางหรือยังไงกันที่จะได้ดังเป็นข่าว!”
คนกำลังต่อว่าไม่รู้สักนิดเลยว่า คนที่หญิงสาวเถียงฉอดๆ อยู่นั่น เป็นถึงทายาทอันหนึ่งของมหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ระดับต้นๆ ของประเทศ อิศวรไม่ได้อธิบาย ชายหนุ่มกลับชอบที่เธอไม่รู้จักเขาและไม่รู้ถึงฐานะ
“แล้วทำไมเธอไม่คิดว่าฉันจะเป็นมหาเศรษฐีบ้างล่ะ เธออาจจะตกถังข้าวสารไปตลอดชาติก็ได้”
“นี่คุณ! ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวนะ ที่เห็นผู้ชายรวยๆ เข้าหน่อย ก็รีบเอาพรหมจรรย์เข้าตะครุบ!”
หญิงสาวน้ำตาเอ่อท้นขึ้นมา เพราะหันไปเห็นหยดเลือดที่ผ้าปูสีขาว อายุเท่านี้ก็พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หมดกันแล้วสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ สิ่งที่คิดว่ามันจะติดตัวเธอไปจนตาย หากหาผู้ชายดีๆ สักคนไม่ได้ แต่วันนี้ทุกอย่างจบลงแล้ว เขาเป็นใคร กล้าดีอย่างไรมาทำลายชีวิตเธอ
“จะร้องไห้ทำไม ฉันจะรับผิดชอบชีวิตของเธอเอง”
“ไม่ต้อง! แล้วก็ปล่อยฉันลงได้แล้ว ไม่อย่างนั้นฉันจะกัดหูคุณ!”

