ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ตอนนี้น้ำฟ้ากำลังยืนเคาะประตูที่ห้องทำงานของพี่ชายตัวเองอยู่ แต่หญิงสาวเคาะตั้งนานแล้วก็ไม่เห็นมีคนมาเปิดประตูให้เลย น้ำฟ้าจึงคิดที่จะเปิดเข้าไปดูข้างใน แต่ก็เปิดเข้าไปไม่ได้เพราะห้องมันล็อกมาจากข้างในหญิงสาวจึงเพิ่มแรงเคาะประตูให้แรงขึ้นจนทำให้ร่างสองร่างที่นอนกกกอดกันกลมอยู่ที่พื้นพรมในห้องรู้สึกตัว
“อื้อ! ใครวะ! มารบกวนเวลาคนจะหลับจะนอน” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์ที่รู้สึกตัวก่อนอลินชาพึมพำออกมาด้วยความรำคาญเสียงที่ดังอยู่หน้าห้อง
“พี่ชายอยู่ในห้องทำงานรึเปล่าคะ?” น้ำฟ้าร้องตะโกนถามเข้ามาในห้องทำงานหลาย ๆ ครั้งติดต่อกันจนทำให้พ่อเลี้ยงหนุ่มได้สติ
“เฮ้ย! ซวยแล้วกู...ถ้าหากยัยน้องมาเห็นมีหวังโดนดีแน่เลยกู” เขาสบถออกมาด้วยความลืมตัว พร้อมกับปลุกคนในอ้อมกอดให้ตื่นขึ้นมาแต่งตัวและไปซ่อน “อลิน ๆ ๆ ตื่นได้แล้ว”
เขาเขย่าอลินชาแรงเท่าไรอลินชาก็ไม่รู้สึกตัวจนเขาต้องเก็บเสื้อผ้าของหญิงสาวที่เขาฉีกขาดไปก่อนหน้านั้นมาใส่ให้เธอ แล้วนำหญิงสาวไปนั่งผิงที่ข้างตู้หนังสือเพื่อที่น้องสาวของเขาจะได้ไม่สังเกตเห็นเธอในสภาพนี้ เมื่อคิดว่าจัดการกับอลินชาเรียบร้อยแล้ว เขาจึงหันมาจัดการกับตัวเองพอคิดว่าเรียบร้อยดูไม่มีพิรุธแล้วเขาจึงเดินไปเปิดประตูให้น้องสาวของเขาเข้ามา
“มีอะไรน้ำฟ้า ถึงได้มาเคาะห้องทำงานพี่ซะดังเลย?”
“ทำไมเปิดช้าจังคะ? น้ำฟ้ามาเคาะตั้งนานแล้วด้วยแต่พี่ชายก็ไม่มาเปิดสักทีจนน้ำฟ้าคิดว่าไม่มีคนอยู่ซะแล้ว” พอเห็นพี่ชายโผล่หน้าออกมาหญิงก็ซักทันที
“คือพี่เข้าห้องน้ำอยู่จ้ะ เลยมาเปิดให้ช้า ว่าแต่ว่าน้ำฟ้ามาหาพี่มีอะไรรึเปล่า?” กว่าเขาจะคิดหาคำโกหกน้องสาวได้ก็นานอยู่เอาการ
“ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะแค่น้ำฟ้าไม่เห็นพี่ทั้งวันเลยคิดถึง ว่าแต่พี่ชายจะไม่ชวนน้องเข้าไปคุยในห้องทำงานหน่อยเหรอคะ?” น้ำฟ้ารอให้พี่ชายชวนเข้าไปคุยกันในห้องทำงานตั้งแต่ทีแรกที่คุยกัน แต่รอแล้วพี่ชายเธอก็ไม่ชวนสักที จนต้องได้เอ่ยปากขอเข้าไปเอง
“พี่ลืมไปเลย งั้นก็เข้ามาเลย ว่าแต่เราเถอะคิดถึงพี่จริงรึเปล่า หรือว่าที่ตามหาพี่แบบนี้เพราะกลัวว่าพี่จะไปหาวารีในเมืองใช่ไหม?” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์พูดไปมองไปทางที่เขาพาอลินชาไปซ่อนอยู่ด้วยความกังวลว่าน้องสาวจะรู้ และอีกอย่างเขาก็รู้ทันน้องสาวของเขาดีว่าไม่ชอบให้เขาไปยุ่งกับวารีเท่าไร จึงได้คอยตามหาเขาแบบนี้ทุกวันตั้งแต่ปิดเรียนกลับมาอยู่บ้านครั้งนี้
“แฮะ ๆ พี่ชายรู้ทันน้ำฟ้าอีกแล้วนะ ว่าแต่พี่ชายมองอะไรคะถึงได้ชอบมองไปทางนั้นบ่อยนัก หรือว่าซ่อนอะไรไว้?” เพราะตั้งแต่ที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของพี่ชายเธอ ๆ ก็สังเกตเห็นพิรุธของพี่ชายเธอก่อนที่จะเดินมานั่งที่โซฟา และตอนที่เดินผ่านโต๊ะทำงานของอลินชาหญิงสาวก็สังเกตเห็นว่าของที่โต๊ะทำงานของอลินชาหล่นกระจัดกระจายทั่วพื้นไปหมด แสดงว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ ๆ และเธอต้องรู้ให้ได้
“มะ...ไม่...มี...นี่...จ๊ะ...” ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นนักโทษทำผิดมาอย่างไรไม่รู้ ก็ตอนนี้น้องสาวของเขาจ้องเขาไม่กะพริบตาเลย และยังมองไปทางที่เขาซ่อนอลินชาไว้อีกเขาล่ะยิ่งกลัวว่าอลินชาจะตื่นขึ้นมาตอนนี้จริง ๆ
ถ้าตื่นขึ้นมามีหวังความลับแตกแน่ ๆ ไอ้พิพัฒน์เอ๊ย...
“พี่พูดแบบนี้แสดงว่ามีแน่ ๆ และพี่ก็นั่งลงได้แล้วน้ำฟ้าปวดคอแล้วนะ จะให้น้ำฟ้าแหงนหน้าคุยกับพี่แบบนี้ไปอีกนานเท่าไร”
พ่อเลี้ยงพิพัฒน์รีบนั่งลงตามที่น้องสาวบอกทันที ยิ่งพ่อเลี้ยงพิพัฒน์พูดมากเท่าไรพิรุธก็ยิ่งมีเยอะมากขึ้นเท่านั้น จนน้ำฟ้าเริ่มจะจับใจความได้แล้ว
“ไม่มี!"
“พี่ตอบเสียงสูงแบบนี้แสดงว่าต้องมี” น้ำฟ้าไม่ล้มเลิกที่จะซักพี่ชายของตัวเอง “แล้วอลินเพื่อนน้ำฟ้ากลับเรือนพิกุลแล้วเหรอคะ น้ำฟ้าถึงไม่เห็นเลย?” น้ำฟ้าเรียกอลินชาแบบสนิทสนม ก็ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วที่อลินชาเข้ามาอยู่หญิงสาวและอลินชาได้พูดคุยถูกคอกันแถมยังอายุเท่ากันจึงทำให้ทั้งสองสาวเป็นเพื่อนสนิทกันได้ไม่ยาก
“กลับไปตั้งแต่บ่ายแล้วจ้ะ น้ำฟ้า พี่ว่าเราไปทานข้าวกันดีกว่านี่มันก็ค่ำแล้วนะ” พร้อมกับยกแขนขึ้นมาดูนาฬิกาที่ข้อมือของตัวเอง
“น้ำฟ้ายังไม่หิวเลยค่ะ น้ำฟ้าว่าเรานั่งคุยกันสักพักก่อนนะคะ” ยิ่งเห็นพิรุธของพี่ชายมากขึ้นเท่าไรน้ำฟ้าก็ยิ่งอยากอยู่ในห้องนี้ให้นานขึ้น “ว่าแต่ทำไมห้องทำงานพี่เละแบบนี้ และโต๊ะทำงานของอลินด้วยทำไมของบนโต๊ะหล่นอยู่เต็มพื้นห้องไปหมด ทำยังกับมีสงครามเกิดขึ้นก่อนที่น้ำฟ้าจะมายังไงยังงั้นแหละ?”
“กะ...ก็...พี่อารมณ์ไม่ดีเลยทำลายข้าวของเละแบบที่น้ำฟ้าเห็นไง” ยิ่งพูดยิ่งมีพิรุธจนเขาอยากจะหายตัวไปจากห้องทำงานแล้วในตอนนี้ และถ้าไม่พูดเลยก็จะยิ่งมีพิรุธเข้าไปใหญ่ เขาจึงจำต้องตอบคำถามน้องสาวของเขาไป
“ถ้างั้นน้ำฟ้าไม่ถามพี่แล้ว น้ำฟ้าไปเอาหนังสือที่ตู้หนังสือมาอ่านดีกว่า” น้ำฟ้ากำลังจะลุกเดินไปที่ตู้หนังสือที่พี่ชายเธอชอบมองตลอดเวลาที่คุยกัน แต่ก็ยังไม่ทันเดินไปถึง หญิงสาวก็รู้สึกถึงแรงกระชากที่แขนซะก่อน
“น้ำฟ้าเดี๋ยวพี่ไปเอาให้” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์รีบกระชากแขนของน้ำฟ้าอย่างรวดเร็ว เมื่อรู้ว่าน้ำฟ้าจะไปที่ตู้หนังสือเขาจึงรับอาสาจะไปเอาให้
“พี่จะรู้ได้ไงว่าน้ำฟ้าจะอ่านเล่มไหน? และพี่ก็ปล่อยแขนน้ำฟ้าได้แล้ว น้ำฟ้าเจ็บ” ดูสิ ทำถึงขนาดนี้แสดงว่าต้องมีอะไรที่ตู้หนังสือแน่ ๆ
“พี่ขอโทษน้ำฟ้า” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์ยอมปล่อยมือออกจากแขนน้ำฟ้า แต่ก็ยังยืนขวางทางน้ำฟ้ากลัวว่าน้องสาวจะเดินไปที่ตู้หนังสือ
“ทำไมพี่ไม่หลบไปคะ ก็น้ำฟ้าบอกแล้วไงว่าจะไปเอาหนังสือมาอ่านเล่น”
“อย่าอ่านเลยน้ำฟ้า หนังสือพี่มีแต่หนังสือโบราณ” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์พยายามหาเหตุผลมาขัดขวางไม่ให้น้องสาวของตัวเองไปที่ตู้หนังสือ โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนที่นอนซ่อนอยู่ที่ข้างตู้หนังสือนั้นกำลังจะตื่นขึ้นมาสร้างความวุ่นวายให้กับเขาในไม่ช้านี้
“แต่น้ำฟ้าจะอ่าน...” น้ำฟ้าพูดยังไม่ทันจบประโยคดีแท้ ๆ ก็มีเสียงของคนที่ถูกนำไปซ่อนข้างตู้หนังสือดังขึ้นมาเสียก่อน
“ช่วยด้วยค่ะ ๆ ตุ๊กแก ฮือ...ฮือ...ฮือ...”
อลินชาตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง พอตื่นมาก็เจอตุ๊กแกหญิงสาวเลยร้องขอความช่วยเหลือด้วยความหวาดกลัว
“ชะ...ช่วย...ฉันด้วยค่ะใครก็ได้ช่วยฉันที” เธอร้องออกมาอีกครั้งด้วยความกลัว
น้ำฟ้าไม่รอให้ความสงสัยของตัวเองต้องรอนานหญิงสาวก็รีบผลักพี่ชายออกให้พ้นทางเพื่อที่จะเดินไปดูว่าเสียงที่ดังออกมาจากทางตู้หนังสือนั้นเป็นเสียงของใครกันแน่ พอมาถึงตู้หนังสือและเดินไปดูข้างตู้หนังสือหญิงสาวก็เห็นสภาพของอลินชาที่นั่งกอดเข่าตัวสั่นน้ำตานองหน้าไปหมด และยังเสื้อผ้าที่อลินชา เพื่อนใหม่ของเธอใส่อยู่ในตอนนี้มันแทบจะดูไม่ได้เลย
“ซวยแล้วกู!” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์สบถออกมาด้วยความลืมตัวเมื่อเดินตามน้องสาวมาที่ตู้หนังสือ
“ฮือ...ฮือ...ฮือ...ช่วยอลินด้วยน้ำฟ้า อลินกลัว ฮือ...ฮือ...ฮือ...” เมื่อเห็นน้ำฟ้าอลินชาก็โผล่เข้ากอดน้ำฟ้าทันทีจนลืมคิดไปว่าน้ำฟ้าจะรู้เรื่องที่เธอโดนพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ข่มเหงเอา
“ขวัญเอ๋ยขวัญมาอลิน อย่ากลัวเลยน้ำฟ้ามาช่วยแล้ว” น้ำฟ้ากอดปลอบอลินชาด้วยความรู้สึกผิดแทนพี่ชายที่ทำแบบนี้กับอลินชา และน้ำฟ้าก็ไม่ลืมที่จะหันมาคาดโทษพี่ชายตัวดีของตัวเอง เพราะแค่สภาพของอลินชาแค่นี้เธอก็พอจะเดาออกแล้วว่าเรื่องมันเป็นอย่างไรก่อนที่จะประคองอลินชาไปนั่งที่โซฟาที่เธอนั่งอยู่ก่อนหน้านี้
“น้ำฟ้าช่วยพาอลินออกไปจากที่นี่และไร่นี้ที ฮือ...ฮือ...ฮือ...”
เมื่อมานั่งที่โซฟาอลินชาก็เอ่ยขอให้น้ำฟ้าช่วยเธอและตอนนี้น้ำตาของเธอก็ไหลออกมาเรื่อย ๆ เหมือนกับสายน้ำที่ไหลไม่หยุด จนทำให้พ่อเลี้ยงพิพัฒน์ที่เห็นอลินชาในตอนนี้พูดไม่ออกเลย ยิ่งเห็นน้ำตาของอลินชาเขาก็ยิ่งรู้สึกเจ็บตรงกลางใจมากขึ้นเท่านั้น
“ได้อลิน เดี๋ยวน้ำฟ้าจะพากลับบ้านเอง แต่ก่อนที่จะไป น้ำฟ้าว่าอลินน่าจะเปลี่ยนชุดก่อนนะ อีกอย่างตอนนี้มันก็มืดค่ำแล้วด้วย แต่ถึงจะมืดค่ำยังไง น้ำฟ้าก็จะให้ลุงชมพาน้ำฟ้าไปส่งอลินที่บ้านอยู่ดี” น้ำฟ้าอยากจะฆ่าพี่ชายของตัวเองนักที่ทำให้อลินชาเจ็บช้ำไปหมดทั้งร่างกาย ยิ่งรอยฟกช้ำบริเวณซอกคอของอลินชานั้นมันยิ่งทำให้เธอโกรธพี่ชายของเธอมากขึ้นกว่าเดิม
“ไม่! พี่ไม่ให้น้ำฟ้าพาอลินกลับบ้าน เพราะอลินยังใช้หนี้พี่ไม่หมดเลย” พ่อเลี้ยงพิพัฒน์ตวาดออกมาเสียงดังจนทำให้น้ำฟ้ารู้สึกกลัวพี่ชายของตัวเองขึ้นมาอีกคน ส่วนอลินชานั้นเอาแต่ร้องไห้ไม่พูดไม่จาอะไรเลย
“พี่อย่ามาตวาดใส่น้ำฟ้าแบบนี้นะ น้ำฟ้าไม่ชอบ” ถึงจะรู้สึกกลัวอยู่บ้างแต่น้ำฟ้าก็อยากจะเอาชนะอยู่ดีจึงทำใจดีสู้เสือตวาดกลับ
“น้ำฟ้าพี่ว่าเราออกไปจากห้องทำงานพี่ได้แล้ว พี่มีเรื่องจะคุยกับอลินสองต่อสอง”
พ่อเลี้ยงพิพัฒน์เอ่ยปากไล่น้ำฟ้าออกจากห้องไปแบบที่น้ำฟ้าไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าพี่ชายของตัวเองจะกล้าไล่ตัวเองแบบนี้ เพราะทุกครั้งพี่ชายเธอมักจะตามใจเธอและเอาใจเธอเสมอ แต่พอมาตอนนี้สิเปลี่ยนไปยังกับคนละคนเลย แต่ถ้าการเปลี่ยนไปในครั้งนี้ของพี่ชายมันเกิดจากความรักหญิงสาวก็จะดีใจมาก โดยเฉพาะผู้หญิงที่พี่ชายเธอรักนั้นเป็นอลินชาด้วยแล้วเธอยิ่งดีใจใหญ่เลย
“น้ำฟ้าจะไปก็ได้ แต่พี่ต้องสัญญานะว่าจะไม่ทำร้ายอลิน” เอ่ยเสร็จน้ำฟ้าก็ผละออกจากอลินชาเพื่อที่จะเดินออกไปจากห้องตามที่พี่ชายเธอไล่ แต่น้ำฟ้าก็ยังไปไม่ถึงประตู อลินชาก็ร้องเรียกเธอไว้ก่อน
“น้ำฟ้า! อลินขอบคุณน้ำฟ้านะ ไม่ต้องห่วงอลินนะ อลินดูแลตัวเองได้” อลินชารู้แล้วว่าเธอควรจะเข้มแข็ง ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เธอจะถือว่ามันเป็นฝันร้ายในชีวิตที่เผอิญฝันถึงเท่านั้น
น้ำฟ้าหันมาส่งยิ้มหวานให้กับอลินชาด้วยความนับถือที่เห็นอลินชากลับมาเข้มแข็งขึ้นเพียงแค่เวลาไม่นานเท่านั้น
“จ้ะ...อลิน” แล้วน้ำฟ้าก็เดินหายลับออกไปจากห้อง