EP. 01
EP. 01
เสียงวิ่งไล่ลงบันไดตึงตังของคนสองคน และเสียงทะเลาะตวาดแหว ทำเอาประมุขของบ้านที่นั่งจิบกาแฟตอนเช้าอย่างอารมณ์ดีแทบสำลัก ต้องรีบวางถ้วยลุกขึ้นไปห้ามทัพแทบไม่ทัน คิดไว้ไม่มีผิดสักนิด ว่าต้องมีเรื่องให้ปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน
“นี่มันอะไรกันอีก!” บารมีใช้เสียงเข้าข่ม ทำเอาสองสาวที่ยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่ต้องชะงัก รายหนึ่งก็ลูกรัก รายหนึ่งก็เมียหลง พากันวิ่งกรูกันเข้ามากอดแขนซ้ายขวา ประสานเสียงกันฟ้องจนบารมีต้องกุมขมับ
“ก็คุณพี่ดูลูกสาวคุณพี่สิคะ ออกอาการก้าวร้าวใช้ไม่ได้ ทั้งที่น้องก็แค่จะเปลี่ยนภาพครอบครัวใหม่ ก็คนไม่อยู่แล้วยังจะเก็บไว้ทำซากอะไรก็ไม่รู้”
“แต่นี่มันรูปแม่ของฉัน เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องด้วยซ้ำ เธอก็แค่ผู้หญิงคนใหม่ อีกประเดี๋ยวคุณพ่อก็เบื่อ” นารีนาถเถียงกลับปากคอสั่น พลางยื้อแย่งกรอบรูปในมือแม่เลี้ยงหน้าอกไซส์คัพซีมากอดไว้แน่น
“นี่คงยังไม่รู้อะไรใช่ไหม...” ศศิมาเหยียดยิ้มฝีปากยิ้มเยาะ พลางส่งสายตาไปมองสามีวัยคราวพ่ออย่างหาพรรคพวก
“อย่างคุณพี่น่ะหรือจะเบื่อฉัน ไม่มีวันแน่!”
คนพูดส่งสายตาวิบวับอย่างท้าทาย พลางเอนศีรษะซบไซ้ท่อนแขนสามี ทำให้นารีนาถมองอย่างหวาดหวั่นว่าจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น สายตาหวาดกลัวยิ่งทำให้คนมองเป็นต่อ ศศิมา... มารดาเลี้ยงของนารีนาถ เจ้าหล่อนเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ได้เพียงอาทิตย์เดียว แต่สำหรับนารีนาถมันเหมือนยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์ ทำเอาบ้านหลังน้อยที่เคยสงบสุขแทบร้อนเป็นไฟ
“รู้ไหมว่าทำไม...” ยิ่งเป็นต่อ ยิ่งต้องรุกหนัก
“เธอไม่รู้สินะว่าคุณพี่กับฉัน เราได้ไปจดทะเบียนสมรสกับมาแล้วเมื่อวานนี่เอง”
“ไม่จริง!”
นารีนาถตกใจจนแทบจะซวนเซ เธอน้ำตาคลอ แต่บิดาก็ไม่ได้ปฏิเสธ มีเพียงรอยยิ้มจากแม่เลี้ยงนมโตเหยียดส่งให้เธออย่างเยาะเย้ย
“ทำไมคะคุณพ่อ ทำไมคุณพ่อต้องเอาผู้หญิงคนนี้มาอยู่ในบ้านของเรา นี่มันบ้านของแม่หนูนานะคะ ทำไมคะ!”
หญิงสาวเอ่ยถามทั้งน้ำตา ยืนจ้องมองบุพการีราวกับคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน สองมือน้อยเขย่าแขนพ่อพลางร้องถาม ทว่าก็ไม่ได้คำตอบ นอกจากใบหน้าเรียบเฉยที่ไม่ปรายมองมายังเธอแม้แค่เพียงหางตา
แม่ของนารีนาถทิ้งเธอไปตั้งแต่เธอยังเล็กๆ หญิงสาวแทบจะจำหน้าแม่ไม่ได้ด้วยซ้ำ ถ้าไม่เห็นรูปถ่ายที่ตั้งโชว์ไว้เต็มบ้าน หญิงสาวมีเพียงบิดาเป็นที่พึ่งพิง แม้ว่าท่านจะไม่ใช่ผู้ชายอบอุ่นเหมือนพ่อคนอื่นๆ แต่เธอก็รักท่าน สองพ่อลูกมีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย จนกระทั่งผู้หญิงคนนี้ก้าวมาเข้ามาในบ้าน ทุกๆ อย่างก็เปลี่ยนไป จากที่พ่อเคยห่วงใยเธอ ดูแลเธอ ท่านกลับหลงเมียจนแทบจะไม่ชายตาแลลูก ไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นพูดอะไร ท่านก็เชื่อเสียหมด ทำเหมือนกับว่านารีนาถไม่อยู่ในสายตาท่านด้วยซ้ำ
“โตแล้วก็อย่าทำตัวเป็นเด็กอมมือหวงพ่อหน่อยเลยน่า หัดอยู่กับปัจจุบันเสียบ้างสิ แม่เธอน่ะทิ้งเธอไปตั้งชาติแล้ว ไม่รู้ป่านนี้ไปผุดไปเกิดอยู่ที่หลุมไหน จะยังไปไยดีอีกทำไม รูปพวกนี้เก็บไว้ก็รกบ้าน เอาไปทิ้งให้หมดน่ะดีแล้ว”
ศศิมากวาดมือทีเดียว บรรดากรอบรูปที่ตั้งวางบนหลังตู้โชว์ก็ร่วงกราวลงพื้น ทำเอานารีนาถเบิกตากว้าง โกรธจนปากคอสั่น
“อย่ามายุ่งกับรูปแม่ฉันนะ!”
นารีนาถถลาเข้าไปเก็บกรอบรูปที่ตกลงบนพื้นรูปแล้วรูปเล่า ก่อนจะแนบอกไว้น้ำตาไหลพราก ดูเหมือนทั้งพ่อและแม่เลี้ยงจะไม่ได้ไยดีหรือสงสารเธอเลยแม้แต่น้อย
“ผู้หญิงชั้นต่ำอย่างเธอ อย่าคิดจะมาเทียบเท่ากับแม่ของฉัน!”
“คุณพี่คะดูลูกสาวคุณพี่สิคะ! ก้าวร้าวไม่มีใครเกิน ศศิไม่ยอมนะคะ!”
ศศิมาแหวลั่น พลางกระทืบเท้าปึงปัง กอดแขนสามีดิ้นเร่าหวังให้ช่วยจัดการลูกเลี้ยงตัวแสบที่บังอาจดูถูก
“ฉันได้ยินมาว่าผู้หญิงคนใหม่ของคุณพ่อ...”
คนพูดปรายตามองไปยังแม่เลี้ยงสาว ที่อายุอานามห่างจากเธอไม่ถึงสามปี เธอเบ้ปากยามกวาดสายตาไล่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แสนอ่อนใจกับการแต่งตัวที่แทบจะเปลือยกายอยู่รอมร่อ ทั้งเสื้อยืดฟิตเปรี๊ยะที่คว้านลึกจวนเจียนถึงยอดถันเต็มทน กางเกงนั่นก็ช่างกระไร สั้นเต่อแทบจะไม่เกินคืบมือเสียด้วยซ้ำ ยิ่งศศิมาเห็นสายตาดูถูก ก็ยิ่งเต้นเร่าๆ เหมือนโดนน้ำร้อนลวก
“อาบน้ำโชว์ล้างรถอยู่ที่งานมอเตอร์โชว์ไม่ใช่เหรอ”
ศศิมาโกรธจัด เพราะนางลูกเลี้ยงตัวดีจี้ถูกจุด อดีตของเธอไม่ต่างอะไรกับโสเภณีราคาถูก ที่แอ่นอกโชว์เต้าล่อหนุ่มกลัดมันให้หลงปรนเปรอ เปย์เงินแลกเซ็กส์ชั่วคราวค้างคืนตามแต่ปรารถนา คนโกรธกรุ่นยากจะเก็บอาการเอาไว้ได้ สองมือรวบกำเข้าหากันพลางขบกรามกรอด ก้าวเท้าอาดๆ หมายจะตบแม่ลูกเลี้ยงปากเปราะเสียให้หายแค้น ติดที่ว่าสามียืนก้างกั้นห้ามไว้เสียก่อน
“พอๆๆ พอกันเสียที!”
บารมีถึงกับกุมขมับ เขาแทบจะไม่ได้ทำการทำงาน เพราะต้องคอยมาห้ามทัพลูกเลี้ยงแม่เลี้ยง ช่วงนี้นารีนาถปิดเทอมพอดี หญิงสาวเพิ่งจบมัธยมศึกษาปีที่หก กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย ทำให้ทั้งคู่ต้องพบเจอกันทุกวัน