บทนำ
ท่ามกลางเปลวไฟและเสียงกรีดร้องของเหล่าข้ารับใช้และบรรดาผู้สูงศักดิ์ที่บัดนี้ต่างล้มตายกันไปทีละคนสองคนจากการลงดาบของผู้บุกรุกที่กรูกันเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้คฤหาสน์ที่ครั้งหนึ่งเคยโอ่อ่าสวยงามบัดนี้กลับจมไปด้วยกองเลือดและร่างของผู้คนที่ไร้ลมหายใจ
ท่ามกลางเหล่าปีศาจที่มีรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับมนุษย์กรูกันเข้ามาเป็นกองทัพด้วยอาภรณ์ราวกับกองทัพอัศวินไม่มีผิดเพี้ยน เสียงอาวุธที่ปะทะกันคละเคล้าไปกับเสียงกรีดร้องของผู้แพ้ที่ถูกฆ่าตายไปทีละคนอย่างเลือดเย็น
“เราจัดการพวกที่อยู่ในคฤหาสน์หมดแล้วครับท่าน ทางสะดวกจนถึงห้องรับรองแล้วครับ”
ปีศาจหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่อยู่ในเครื่องแต่งกายภูมิฐานและสง่างามกว่าคนอื่นๆ พยักหน้าให้กับอัศวินคนสนิทที่รายงานสถานการณ์เบื้องต้นให้เขาทราบ ขาเรียวยาวก้าวลงบนพรมสีมอซอโดยมีผ้าคลุมไหล่โบกสะบัดไปตามแรงที่เจ้าตัวก้าวเท้าตรงไปยังเบื้องหน้า
นัยน์ตาสีแดงฉานกวาดตามองไปรอบตัวเพื่อมองหาใครบางคนที่อยู่นอกเหนือจากเป้าหมายในการจับกุมครั้งนี้
เป้าหมายเดิมในการบุกยึดคฤหาสน์ของตระกูลเทรวิสซึ่งเป็นตระกูลขุนนางคือการส่งสัญญาณเตือนให้ราชวงศ์ของอาณาจักรแห่งนี้รู้ตัวว่าพวกเขาเริ่มจะล้ำเส้นมายังดินแดนของพวกเขามากเกินไป แต่ก็นั่นแหละ สำหรับองค์รัชทายาทแห่งดินแดนปีศาจอย่างเขา การกวาดล้างที่เขากำลังทำอยู่เป็นเพียงเป้าหมายรองเท่านั้น
“ท่านนิโคลัสครับ” อัศวินคู่ใจของเขาตรงปรี่เข้ามาอีกครั้งหลังจากผละไปไม่ถึงห้านาที “ทางกองกำลังเสริมของเราพบว่ามีผู้ที่ถูกกักขังอยู่ที่ห้องใต้ดินตามที่มีรายงานมาก่อนหน้านี้จริงๆ ด้วยครับ มีทั้งเด็กแล้วก็ผู้หญิง…”
“เอาคนที่ถูกจับไว้ที่นั่นไปรวมที่ห้องโถงให้หมด”
“รับคำสั่งครับ”
นิโคลัส คิลโลแรนมองลูกน้องคนสนิทที่หายตัวไปต่อหน้าต่อตา เวทมนตร์ที่ใช้ในการเคลื่อนที่นั้นเป็นสิ่งพื้นฐานที่ปีศาจทำได้ แม้จะยากลำบากหน่อยกับสถานที่ที่มาเยือนครั้งแรก แต่ด้วยความที่คนของเขาศึกษาแผนผังของพื้นที่นี้มาแล้วทำให้การหายตัวไปมายังพอทำได้อย่างไม่ยากลำบากนัก ส่วนตัวเขาเองที่ถึงจะทำได้ นิโคลัสก็เลือกที่จะมุ่งหน้าไปยังห้องโถงดังกล่าวด้วยขาสองข้างของเขาอยู่ดี
เพราะว่า...เขามีใครบางคนที่กำลังตามหาอยู่น่ะสิ
คนที่สำคัญมากพอที่จะปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของเขา
นิโคลัสเป็นปีศาจระดับสูงที่มีประสาทสัมผัสไว ดังนั้นเขาจึงรู้สึกตัวแต่แรกแล้วตอนที่ฝีเท้าเล็กๆ ของใครบางคนย่างกรายเข้ามาในบริเวณที่เขาอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก
แต่เขาทำเป็นไม่สนใจ ราวกับว่าเขาไม่ได้รับรู้ความพยายามที่จะหลบหนีของเด็กคนนั้น จนกระทั่งเจ้าตัวเป็นฝ่ายพลาดเองที่หลุดร้องออกมาเพราะเท้าเปลื่อยเปล่าพลาดเหยียบเศษแก้วที่แตกละเอียดบนพื้น
“อ๊ะ อึก”
ตุบ
เสียงร่างนั้นล้มลงกองกับพื้นทำให้นิโคลัสต้องหันหน้ากลับไปมอง ร่างที่กองอยู่บนพื้นคือเด็กชายที่ดูจากภายนอกแล้วน่าจะอายุไม่เกินแปดขวบนั่งน้ำตาซึมด้วยความเจ็บปวดที่แก้วบาดลึกลงไปในอุ้งเท้า
นิโคลัสก้าวเท้าเข้ามาหาเด็กชายอย่างเชื่องช้า มองเสื้อผ้าและเนื้อตัวที่มอมแมมของเจ้าตัวด้วยสายตาที่ไม่บ่งบอกถึงความรู้สึกใดๆ มีแผลและร่องรอยที่ถูกทำร้ายมากมายกระจายอยู่บนร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเด็กตัวน้อย
เด็กชายมีเส้นผมสีบลอนด์ทองและนัยน์ตาสีฟ้าสุกสกาวที่เห็นได้เต็มตายามที่เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา นิโคลัสฉีกยิ้มชั่วร้ายออกมาทันทีเมื่อได้จ้องร่างเล็กที่เนื้อตัวสั่นเทาขึ้นอย่างอดไม่อยู่
ถือว่าทนได้เก่งมากนะที่ไม่วิ่งเตลิดหรือสลบไปเสียก่อน ปกติเวลาที่เขาใช้แรงกดดันมหาศาลขนาดนี้ มักไม่มีมนุษย์คนไหนทนได้ถึงขนาดนี้หรอก
“นาย...ลูฟ วอนเนอร์สินะ”
เด็กชายที่ชื่อว่าลูฟยังคงมองนิโคลัสด้วยแววตาหวาดกลัว แต่คราวนี้มีความสับสนงุนงงปนมาด้วย
“คุณ...รู้จักผมด้วยเหรอครับ”
“หึ” นิโคลัสแค่นเสียงอย่างเย้ยหยัน
ทำไมจะไม่รู้จักล่ะ
ในเมื่อลูฟ วอนเนอร์คือพระเอกของนิยายแฟนตาซีที่เขาเคยอ่านเมื่อชาติก่อน
ส่วนเขา...นิโคลัส คิลโลแรน องค์รัชทายาทที่จะได้สืบทอดและดำรงตำแหน่งของราชาปีศาจในอนาคตอันใกล้
เขาซึ่งเป็นตัวร้ายของนิยายเรื่องนั้นจะโดนพระเอกอย่างหมอนี่ฆ่าในอีกสิบปีหลังจากนี้ยังไงละ เพราะงั้น…
“ไม่มีทางที่ฉันจะไม่รู้จักนายอยู่แล้ว”