bc

ไต้เงาความลับ

book_age18+
0
FOLLOW
1K
READ
family
HE
curse
drama
city
office/work place
small town
love at the first sight
like
intro-logo
Blurb

ตอนที่ 1 — เงาที่ไม่เคยจางลมยามเช้าจากดอยสุเทพพัดผ่านหน้าต่างไม้บานเก่าของพิพิธภัณฑ์ เสียงใบไม้เสียดกันเบา ๆ คล้ายข้อความกระซิบจากอดีต ข้าวฟ่างยืนอยู่กลางห้องเอกสารลับของพิพิธภัณฑ์เมืองเชียงใหม่ ทั้งห้องเก่าเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองชัดเจน ราวกับทุกสิ่งกำลังรอให้เธอค้นพบบางอย่างที่ไม่ควรแตะต้องบนโต๊ะไม้เก่า กองแฟ้มเอกสารสูงท่วมหัวรอโดนจัดระเบียบ ข้าวฟ่างถอนหายใจเบา ๆ แล้วหยิบแฟ้มหนึ่งขึ้นมาอย่างไร้จุดหมาย—แต่ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปตั้งแต่วินาที่ปลายนิ้วแตะปกแฟ้มนั้น“โครงการพัฒนาเมือง เชียงใหม่ พ.ศ. 2548”ตัวหนังสือสีดำซีดจาง ทว่าแปลกประหลาดจนทำให้เธอหยุดนิ่ง ความรู้สึกเย็นเฉียบแผ่ผ่านแผ่นหลัง เธอเปิดแฟ้มด้วยความลังเล ภายในคือภาพถ่ายขาวดำและรายงานการประชุมที่ล้วน “ถูกลืม” อย่างตั้งใจเธอเลื่อนนิ้วไปที่ภาพชายสองคนยืนอยู่หน้าอาคารไม้หลังหนึ่ง ชายคนซ้ายคือ ลุงประเสริฐ—นามที่ครอบครัวของเธอไม่อยากเอ่ยถึงอีกต่อไปแต่ชายอีกคน… ใบหน้าคมเข้ม ท่าทีภาคภูมิเธอรู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่งข้าวฟ่างขมวดคิ้ว พยายามนึกก่อนเก็บแฟ้มกลับเข้าไปทันทีเหมือนมันเป็นของร้อนแต่ภาพนั้นยังตามหลอกหลอนอยู่ในหัวของเธออย่างไม่ยอมปล่อยมือ---เช้าวันเดียวกัน ณ อาคารไม้เก่ากลางเมืองเชียงใหม่ เสียงตอกค้อนดังระงม ปรัชญ์ยืนเงียบอยู่กลางสาระพัดโครงสร้างที่ถูกถอดออก เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนแขนพับอย่างลวก ๆ เหมือนคนที่ไม่ได้สนใจความเรียบร้อยของตัวเองเท่าไรนักแต่สายตาเขาคมและนิ่งจนยากจะมองข้ามเขาสำรวจเสาไม้ทีละต้น ก่อนหยุดที่สัญลักษณ์รูปดอกไม้สี่กลีบเล็ก ๆ สลักอยู่บนเสาเก่ามันคือสัญลักษณ์เดียวกับที่อยู่บนปกแฟ้มเก่าของพ่อสัญลักษณ์ที่เคยทำให้เขาเชื่อว่า—พ่อไม่ได้หายไปเพราะอุบัติเหตุธรรมดาปรัชญ์ยืนจ้องมันอยู่นาน ราวกับต้องการดึงความจริงออกมาจากเนื้อไม้ก่อนที่เสียงผู้รับเหมาจะเรียกให้เขาตรวจงานต่อแต่ใจของเขาไม่อยู่ที่นี่อีกแล้วมันย้อนกลับไป 20 ปี… วันที่ชายคนหนึ่งหายไปอย่างไร้ร่องรอย---บ่ายวันนั้น ประตูกระจกของพิพิธภัณฑ์เปิดออกพร้อมเสียงกริ่งใส ข้าวฟ่างกำลังจัดนิทรรศการใหม่ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นชายร่างสูงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงประตูเขา—คนในภาพถ่ายคนนั้นเพียงแต่ตอนนี้เขาดูหนุ่มกว่าในภาพมาก ดวงตาเงียบสงบแต่ลึกเกินกว่าที่เธอจะอ่านออกทันที“ขอโทษครับ… ที่นี่ให้บริการข้อมูลอาคารเก่าใช่ไหมครับ?”เสียงทุ้มของเขาทำหัวใจเธอเต้นช้าลงอย่างแปลกประหลาด“ค่ะ ได้ค่ะ… ขอเชิญทางนี้เลยค่ะ”เธอฝืนทำเสียงให้ปกติที่สุด ทั้งที่มือตัวเองเย็นเฉียบเขายื่นมือถือให้เธอดูเป็นภาพอาคารไม้หลังเดียวกับในแฟ้มต้องห้ามนั้นข้าวฟ่างหลุบตาลง เพื่อซ่อนความสั่นไหวเธอรู้ทันทีว่า เขา เกี่ยวพันกับภาพถ่ายนั้นและบางที… เขาอาจเป็นลูกชายของชายในภาพนั้นจริง ๆ“ถ้าต้องการค้นแบบละเอียด ฉันช่วยได้ค่ะ แต่… อาจใช้เวลาหน่อยนะคะ”ข้าวฟ่างฝืนยิ้มปรัชญ์ยิ้มตอบอย่างสุภาพแต่เย็นราวกับเขามีรั้วบางอย่างล้อมหัวใจอยู่ตลอดเวลา“ผมรอได้ครับ ความจริงบางอย่าง… ถึงจะนานแค่ไหนก็ยังสำคัญเสมอ”คำพูดนั้นทำให้ข้าวฟ่างเผลอสะดุ้งเหมือนเขาพูดใส่ใจเธอ—แม้จะยังไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ---คืนนั้น ถนนคนเดินวันอาทิตย์เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและไฟประดับ ข้าวฟ่างเดินถือของฝากหลายถุงอย่างระมัดระวัง ทว่าเด็กน้อยคนหนึ่งวิ่งชนเธอจนเธอเสียหลักและก่อนที่เธอจะล้มลงมือใหญ่ของใครบางคนคว้าแขนเธอไว้ทันเธอเงยหน้าและพบว่าปรัชญ์อยู่ตรงหน้าเธออีกครั้งเขายิ้มบาง ๆ “ดูท่าเราจะเจอกันบ่อยนะครับ”ข้าวฟ่างหน้าแดงโดยไม่รู้ตัว เธอพยักหน้าเบา ๆ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกมานอกอกไม่นานพวกเขาก็เดินเคียงกันบนถนนยามเย็นกินหมูปิ้ง ไอศกรีมมะพร้าว และมองดูศิลปินวาดรูปด้วยกันทุกอย่างเรียบง่ายแต่ชวนให้รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดราวกับเธอรู้จักเขามานานกว่าแค่หนึ่งวันในขณะที่ปรัชญ์เองก็พบว่าตัวเองหัวเราะง่ายกว่าปกติเมื่ออยู่กับเธอหัวใจที่เคยแข็งค่อย ๆ อ่อนตัวลงอย่างที่เขาไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นอีกในชีวิต---ค่ำคืนเดียวกัน หลังจากกลับถึงพิพิธภัณฑ์ ข้าวฟ่างถือคีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไปในห้องเก็บเอกสารอีกครั้งเธอยืนอยู่ท่ามกลางความมืดสลัวเหมือนคนทำผิดเธอเปิดแฟ้มต้องห้ามอย่างช้า ๆภาพใบหน้าของพ่อปรัชญ์ และลุงของเธอยืนเคียงกันถูกแสงไฟนีออนสีซีดสะท้อนลงบนใบหน้าเธอข้าวฟ่างเม้มริมฝีปากแน่นเธอพูดออกมาด้วยเสียงเบากว่าลมหายใจ“ถ้าเขารู้ว่าเรามีส่วนเกี่ยวข้องกัน… เราคงไม่มีวันได้รักกันเลยใช่ไหมคะ…”

chap-preview
Free preview
ไต้เงาความลับ
ลมยามเช้าจากดอยสุเทพพัดผ่านหน้าต่างไม้บานเก่าของพิพิธภัณฑ์ เสียงใบไม้เสียดกันเบา ๆ คล้ายข้อความกระซิบจากอดีต ข้าวฟ่างยืนอยู่กลางห้องเอกสารลับของพิพิธภัณฑ์เมืองเชียงใหม่ ทั้งห้องเก่าเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองชัดเจน ราวกับทุกสิ่งกำลังรอให้เธอค้นพบบางอย่างที่ไม่ควรแตะต้อง บนโต๊ะไม้เก่า กองแฟ้มเอกสารสูงท่วมหัวรอโดนจัดระเบียบ ข้าวฟ่างถอนหายใจเบา ๆ แล้วหยิบแฟ้มหนึ่งขึ้นมาอย่างไร้จุดหมาย—แต่ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปตั้งแต่วินาที่ปลายนิ้วแตะปกแฟ้มนั้น “โครงการพัฒนาเมือง เชียงใหม่ พ.ศ. 2548” ตัวหนังสือสีดำซีดจาง ทว่าแปลกประหลาดจนทำให้เธอหยุดนิ่ง ความรู้สึกเย็นเฉียบแผ่ผ่านแผ่นหลัง เธอเปิดแฟ้มด้วยความลังเล ภายในคือภาพถ่ายขาวดำและรายงานการประชุมที่ล้วน “ถูกลืม” อย่างตั้งใจ เธอเลื่อนนิ้วไปที่ภาพชายสองคนยืนอยู่หน้าอาคารไม้หลังหนึ่ง ชายคนซ้ายคือ ลุงประเสริฐ—นามที่ครอบครัวของเธอไม่อยากเอ่ยถึงอีกต่อไป แต่ชายอีกคน… ใบหน้าคมเข้ม ท่าทีภาคภูมิ เธอรู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง ข้าวฟ่างขมวดคิ้ว พยายามนึก ก่อนเก็บแฟ้มกลับเข้าไปทันทีเหมือนมันเป็นของร้อน แต่ภาพนั้นยังตามหลอกหลอนอยู่ในหัวของเธออย่างไม่ยอมปล่อยมือ --- เช้าวันเดียวกัน ณ อาคารไม้เก่ากลางเมืองเชียงใหม่ เสียงตอกค้อนดังระงม ปรัชญ์ยืนเงียบอยู่กลางสาระพัดโครงสร้างที่ถูกถอดออก เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนแขนพับอย่างลวก ๆ เหมือนคนที่ไม่ได้สนใจความเรียบร้อยของตัวเองเท่าไรนัก แต่สายตาเขาคมและนิ่งจนยากจะมองข้าม เขาสำรวจเสาไม้ทีละต้น ก่อนหยุดที่สัญลักษณ์รูปดอกไม้สี่กลีบเล็ก ๆ สลักอยู่บนเสาเก่า มันคือสัญลักษณ์เดียวกับที่อยู่บนปกแฟ้มเก่าของพ่อ สัญลักษณ์ที่เคยทำให้เขาเชื่อว่า—พ่อไม่ได้หายไปเพราะอุบัติเหตุธรรมดา ปรัชญ์ยืนจ้องมันอยู่นาน ราวกับต้องการดึงความจริงออกมาจากเนื้อไม้ ก่อนที่เสียงผู้รับเหมาจะเรียกให้เขาตรวจงานต่อ แต่ใจของเขาไม่อยู่ที่นี่อีกแล้ว มันย้อนกลับไป 20 ปี… วันที่ชายคนหนึ่งหายไปอย่างไร้ร่องรอย --- บ่ายวันนั้น ประตูกระจกของพิพิธภัณฑ์เปิดออกพร้อมเสียงกริ่งใส ข้าวฟ่างกำลังจัดนิทรรศการใหม่ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นชายร่างสูงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงประตู เขา—คนในภาพถ่ายคนนั้น เพียงแต่ตอนนี้เขาดูหนุ่มกว่าในภาพมาก ดวงตาเงียบสงบแต่ลึกเกินกว่าที่เธอจะอ่านออกทันที “ขอโทษครับ… ที่นี่ให้บริการข้อมูลอาคารเก่าใช่ไหมครับ?” เสียงทุ้มของเขาทำหัวใจเธอเต้นช้าลงอย่างแปลกประหลาด “ค่ะ ได้ค่ะ… ขอเชิญทางนี้เลยค่ะ” เธอฝืนทำเสียงให้ปกติที่สุด ทั้งที่มือตัวเองเย็นเฉียบ เขายื่นมือถือให้เธอดู เป็นภาพอาคารไม้หลังเดียวกับในแฟ้มต้องห้ามนั้น ข้าวฟ่างหลุบตาลง เพื่อซ่อนความสั่นไหว เธอรู้ทันทีว่า เขา เกี่ยวพันกับภาพถ่ายนั้น และบางที… เขาอาจเป็นลูกชายของชายในภาพนั้นจริง ๆ “ถ้าต้องการค้นแบบละเอียด ฉันช่วยได้ค่ะ แต่… อาจใช้เวลาหน่อยนะคะ” ข้าวฟ่างฝืนยิ้ม ปรัชญ์ยิ้มตอบอย่างสุภาพแต่เย็น ราวกับเขามีรั้วบางอย่างล้อมหัวใจอยู่ตลอดเวลา “ผมรอได้ครับ ความจริงบางอย่าง… ถึงจะนานแค่ไหนก็ยังสำคัญเสมอ” คำพูดนั้นทำให้ข้าวฟ่างเผลอสะดุ้ง เหมือนเขาพูดใส่ใจเธอ—แม้จะยังไม่รู้จักกันเลยด้วยซ้ำ --- คืนนั้น ถนนคนเดินวันอาทิตย์เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและไฟประดับ ข้าวฟ่างเดินถือของฝากหลายถุงอย่างระมัดระวัง ทว่าเด็กน้อยคนหนึ่งวิ่งชนเธอจนเธอเสียหลัก และก่อนที่เธอจะล้มลง มือใหญ่ของใครบางคนคว้าแขนเธอไว้ทัน เธอเงยหน้า และพบว่าปรัชญ์อยู่ตรงหน้าเธออีกครั้ง เขายิ้มบาง ๆ “ดูท่าเราจะเจอกันบ่อยนะครับ” ข้าวฟ่างหน้าแดงโดยไม่รู้ตัว เธอพยักหน้าเบา ๆ ทั้งที่หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกมานอกอก ไม่นานพวกเขาก็เดินเคียงกันบนถนนยามเย็น กินหมูปิ้ง ไอศกรีมมะพร้าว และมองดูศิลปินวาดรูปด้วยกัน ทุกอย่างเรียบง่าย แต่ชวนให้รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด ราวกับเธอรู้จักเขามานานกว่าแค่หนึ่งวัน ในขณะที่ปรัชญ์เองก็พบว่าตัวเองหัวเราะง่ายกว่าปกติเมื่ออยู่กับเธอ หัวใจที่เคยแข็งค่อย ๆ อ่อนตัวลง อย่างที่เขาไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นอีกในชีวิต --- ค่ำคืนเดียวกัน หลังจากกลับถึงพิพิธภัณฑ์ ข้าวฟ่างถือคีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไปในห้องเก็บเอกสารอีกครั้ง เธอยืนอยู่ท่ามกลางความมืดสลัวเหมือนคนทำผิด เธอเปิดแฟ้มต้องห้ามอย่างช้า ๆ ภาพใบหน้าของพ่อปรัชญ์ และลุงของเธอยืนเคียงกัน ถูกแสงไฟนีออนสีซีดสะท้อนลงบนใบหน้าเธอ ข้าวฟ่างเม้มริมฝีปากแน่น เธอพูดออกมาด้วยเสียงเบากว่าลมหายใจ “ถ้าเขารู้ว่าเรามีส่วนเกี่ยวข้องกัน… เราคงไม่มีวันได้รักกันเลยใช่ไหมคะ…” น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงบนรูปถ่าย เธอรีบเช็ดออก แต่ซ่อนความปวดลึกไม่อยู่ --- อีกด้านหนึ่งของเมือง ปรัชญ์ยืนมองอาคารเก่าที่กำลังรีโนเวตอยู่ใต้แสงดาว เขาถือเอกสารที่เจอจากโพรงไม้เล็ก ๆ ในมือ ชื่อของพ่อเขาถูกลบออกจากรายชื่อ อย่างจงใจและหยาบคาย “พ่อครับ…” เขาพึมพำ “…ผมจะหาความจริงให้ได้ ไม่ว่าใครจะพยายามปิดมันไว้ก็ตาม” สายตาของเขาแฝงไอความเจ็บปวด แต่มันยังซ่อนบางอย่างไว้ด้วย—ความหวัง ความหวังที่เพิ่งเริ่มจางหายไป เพราะเขาไม่รู้ว่า “ผู้หญิงที่ทำให้หัวใจเขาเต้นอีกครั้ง”… อาจเป็นคนเดียวกับที่ซ่อนความจริงนี้ไว้โดยไม่ตั้งใจ กล้องตัดสลับใบหน้าทั้งคู่ ข้าวฟ่าง—กลัวว่าความจริงจะทำลายความสัมพันธ์ ปรัชญ์—กลัวว่าความจริงจะทำลายหัวใจเขาอีกครั้ง ลมกลางคืนพัดแรงขึ้น เหมือนเมืองกำลังเตือนพวกเขาว่า อดีต… กำลังจะตื่นขึ้นอีกครั้ง เมืองที่เก็บงำคำโกหก เช้าวันถัดมา เมืองเชียงใหม่สว่างไสวด้วยแดดอ่อน ดอกลีลาวดีกำลังร่วงลงเป็นสาย ข้าวฟ่างตื่นจากนอนด้วยความรู้สึกหนักอึ้งราวกับมีหินก้อนใหญ่ทับหัวใจ เธอเอื้อมหยิบแฟ้มนั้นที่ซ่อนไว้ในลิ้นชักลึกที่สุด แต่เพียงแตะมัน เธอก็รีบปิดกลับลงไปอีกครั้ง เหมือนแตะไฟร้อน เธอรู้ว่าต้องบอกเขาสักวัน… แต่วันนี้ยังไม่ใช่วันนั้น เธอถอนหายใจ ก่อนเดินไปเปิดพิพิธภัณฑ์ด้วยรอยยิ้มที่แกล้งทำให้เป็นปกติ ทั้งที่ภายในกลับปั่นป่วนราวพายุฤดูฝน เสียงกริ่งประตูดังขึ้นตั้งแต่เช้า ปรัชญ์ยืนอยู่ตรงนั้น เขามาเช้าเกินคาด—เหมือนตั้งใจ ดวงตาของเขามีประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก ทั้งอบอุ่น ทั้งสับสน และเหมือนกำลังค้นอะไรบางอย่างในตัวเธอโดยไม่รู้ตัว “เช้านี้อากาศดี เลยอยากมาเริ่มงานเร็วหน่อยครับ” เขายิ้มบาง ๆ ข้าวฟ่างตอบยิ้ม แต่หัวใจกลับเต้นเร็วจนเจ็บหน้าอก เธอพยายามไม่สบตานานเกินไป กลัวว่าเขาจะมองทะลุความลับของเธอ “งั้น… เราเริ่มค้นเอกสารกันเลยไหมคะ” เธอพูดเสียงเบากว่าปกติ ปรัชญ์พยักหน้า รอยยิ้มจางหาย กลายเป็นสีหน้าจริงจังตามแบบคนที่อยากได้ความจริงมากกว่าสิ่งใด --- ห้องเก็บเอกสารเงียบสนิท เหลือเพียงเสียงกระดาษพลิกดังเป็นจังหวะ ข้าวฟ่างนั่งฝั่งหนึ่ง ปรัชญ์นั่งอีกฝั่ง แต่ความใกล้ชิดนั้นกลับรู้สึกมากกว่าใกล้ใครมานาน บางครั้งปลายนิ้วของทั้งคู่เกือบสัมผัสกันขณะส่งเอกสาร ข้าวฟ่างจะชะงักเสมอ แต่ปรัชญ์กลับเพียงมองเธอด้วยสายตาหนักแน่นจนต้องรีบเบือนหน้า “คุณ… เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ดูเหมือนกังวล” เขาถามอย่างสุภาพ แต่เสียงต่ำและจริงใจเกินจะหลบเลี่ยง ข้าวฟ่างยิ้มกลบ “แค่กลัวค้นไม่เจอข้อมูลที่คุณต้องการน่ะค่ะ” เขาไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ถามต่อ เพราะในจังหวะนั้น เขาพลิกเจอเอกสารที่ทำให้เลือดในกายเขาเย็นลงทันที รูปถ่ายขาวดำอีกใบ ผู้ชายสองคน พ่อของเขา——และลุงของข้าวฟ่าง มือของเขาเกร็งจนเส้นเลือดปูด ข้าวฟ่างรีบเอื้อมมือไปแตะแฟ้มเพื่อพับมันลง แต่เขาเห็นก่อนที่เธอจะปิด “คุณข้าวฟ่าง…” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปทันที “ทำไมชื่อของคนในรูป… ถึงเป็นญาติคุณ” ข้าวฟ่างเม้มปากแน่น ใจร่วงหล่นเหมือนแก้วแตก เธอพูดไม่ออก เธออยากบอก “ฉันเพิ่งรู้เหมือนกัน” อยากบอกว่า “ฉันกลัวว่าจะเสียคุณไป” แต่ไม่มีคำไหนกล้าออกจากริมฝีปาก ห้องเงียบ—เงียบจนเหมือนโลกหยุดหมุน ปรัชญ์ไม่พูดอะไรอีก เพียงถอนหายใจยาว อารมณ์ปนเจ็บและสับสนวุ่นวายไปหมด “ขอโทษครับ… ผมคงต้องไปก่อนวันนี้” เขาลุกขึ้นช้า ๆ แม้พยายามเก็บสีหน้า แต่ความผิดหวังถูกซ่อนไม่มิด เมื่อประตูปิดลง ข้าวฟ่างทรุดนั่ง หยดน้ำตาตกลงบนพื้นเงียบ ๆ เธอรู้ดี… นี่คือจุดเริ่มต้นของการสูญเสีย --- บ่ายวันนั้น ปรัชญ์เดินลำพังบนทางเดินรถไฟเก่าข้างแม่น้ำปิง ลมแรงจนปกเสื้อสะบัด เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรโกรธ หรือควรเสียใจมากกว่า เขาเปิดรูปที่เพิ่งเจอขึ้นมาดูอีกครั้ง พ่อของเขา——ผู้ชายที่หายไปโดยไม่มีคำอธิบาย และชายอีกคน ที่ครอบครัวข้าวฟ่างปิดเรื่องไว้เกือบยี่สิบปี มันบังเอิญเกินไป หรือความจริงกำลังจะเปิดเผยเสียที ทว่า… ภาพรอยยิ้มของข้าวฟ่างเมื่อคืนยังวนอยู่ในหัว ความอบอุ่นที่เขาเพิ่งสัมผัส ทำให้หัวใจที่แข็งกร้าวของเขาสั่นไหว “ผมอยากเชื่อว่าคุณไม่ได้เกี่ยวข้อง…” เขาพึมพำกับตัวเอง “…แต่ความจริงมันไม่เคยปล่อยผมไป” --- ตกเย็น แสงสีทองจากดอยอินทนนท์สาดผ่านเมืองอย่างอ่อนโยน ข้าวฟ่างยืนมองประตูพิพิธภัณฑ์อย่างสิ้นหวัง เธออยากโทรหาเขา อยากอธิบายทุกอย่าง แต่เขาจะเชื่อได้อย่างไร ในเมื่อเธอเองยังกลัวอดีตนั้นอย่างหมดใจ ตอนที่เธอกำลังจะปิดไฟ เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง ปรัชญ์ยืนอยู่ตรงนั้น เขาไม่ได้ดูโกรธ แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยคำถามที่ลึกจนเธอรู้สึกเหมือนกำลังจะจมน้ำ “วันนี้… ผมเจอหลายอย่างที่รับมือยากไปหน่อย” เขาเริ่มอย่างช้า ๆ “แต่ผมคิดว่าผมควรคุยกับคุณ ก่อนที่ผมจะสรุปอะไรไปเอง” ข้าวฟ่างใจสั่น หยิบชายเสื้อแน่นเพื่อไม่ให้มือสั่นให้เขาเห็น “ฉัน… ไม่ได้ปิดบังเพราะตั้งใจโกหกนะคะ ฉันเพิ่งรู้ว่า…” เสียงเธอสั่น “…ครอบครัวฉันเกี่ยวข้องกับเรื่องที่คุณตามหา” ปรัชญ์เข้าใกล้หนึ่งก้าว สายตาของเขาเจ็บ แต่ยังอ่อนโยนในแบบที่เป็นเฉพาะกับเธอ “แล้วคุณกลัวว่าผมจะเกลียดคุณใช่ไหม” น้ำตาข้าวฟ่างเอ่อ เธอพยักหน้าแทนคำตอบ ปรัชญ์ถอนหายใจยาว ดวงตาเขาอ่อนลงอย่างที่เธอไม่คาดคิด เขาเอื้อมมือเช็ดน้ำตาที่แก้มเธออย่างเผลอตัว “ผมไม่ได้มองคุณเป็นศัตรูนะครับ” เสียงเขาเบา… อ่อน… และมีความรู้สึกมากกว่าที่พูดออกมา “ผมแค่อยากรู้ว่า เรา… จะเดินไปข้างหน้าได้ยังไง ในเมื่ออดีตของเราเกี่ยวพันกันแบบนี้” หัวใจข้าวฟ่างเต้นแรงจนเจ็บ เธอไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร เพราะแม้จะอยากจับมือเขาไว้ แต่เธอก็กลัวว่าอดีตจะพรากเขาไปในที่สุด --- ฉากสุดท้ายของตอนนี้ — ยามค่ำคืนริมแม่น้ำปิง ไฟสะท้อนผิวน้ำเป็นระยิบระยับ ข้าวฟ่างกับปรัชญ์นั่งเงียบบนม้านั่งไม้ตัวเดิม ลมเย็นพัดผ่าน ใบไม้ปลิวร่วงลงบนตักของทั้งคู่ แต่ไม่มีใครกล้าเอื้อมมือไปจับมืออีกฝ่าย แม้ใจจะเรียกร้องอย่างสุดกำลัง เพราะพวกเขารู้ดีว่า ความรักครั้งนี้… อาจกลายเป็นสงครามหัวใจในไม่ช้า เงาแรกของความรัก และเสียงแรกของความลับ แสงเช้าจากริมแม่น้ำปิงทอดผ่านหน้าต่างห้องทำงานของพิพิธภัณฑ์ ข้าวฟ่างยืนมองเงาตัวเองสะท้อนบนกระจก เธอผ่านคืนที่ยาวนานที่สุดคืนหนึ่ง ความรู้สึกผสมปนเปกัน—หวัง, กลัว, อยากบอกความจริง, และอยากให้เขาอยู่ข้างเธอ ทั้งหมดกดทับจนหายใจติดขัด เสียงเคาะประตูเบา ๆ ทำให้เธอสะดุ้ง พอหันไป เธอก็เห็นเขา—ปรัชญ์ เขายืนอยู่นอกประตูด้วยดวงตาอ่อนลงกว่าเมื่อคืน เหมือนคนที่ใช้เวลาทั้งคืนคิด… เกี่ยวกับเธอ “เมื่อคืน… ผมอาจพูดแรงไป” เขาเริ่มช้า ๆ “แต่ผมไม่ได้ต้องการให้คุณกลัวผมหรือกลัวความจริงนะครับ” ข้าวฟ่างพยายามยิ้มทั้งที่หัวใจสั่น “ฉันไม่ได้กลัวคุณค่ะ… แต่ฉันกลัวอดีตนั่นจะทำร้ายคุณอีก” คำพูดนั้นทำปรัชญ์นิ่งไป เหมือนมีบางอย่างในตัวเขาถูกแตะโดนอย่างนุ่มนวลแต่ลึก เขาก้าวเข้ามาใกล้เธอช้า ๆ “งั้น… ผมขออยู่ข้างคุณ แล้วเราหาความจริงไปด้วยกันได้ไหมครับ” ข้าวฟ่างก้มหน้า—และพยักช้า ๆ มันเป็นการพยักที่ทำให้หัวใจเขาสั่นไหว เพราะมันเหมือนเธอกำลังเปิดประตูหัวใจ แม้ยังกลัวว่าข้างในจะมีเงามืดของความจริงอยู่ก็ตาม --- ช่วงสาย ทั้งคู่ลงมือค้นเอกสารอีกครั้ง คราวนี้บรรยากาศต่างไปจากเดิมมาก มือปรัชญ์กับมือข้าวฟ่างเอื้อมหาสิ่งเดียวกันบ่อยขึ้น ไหล่ชนกันพอให้หัวใจสั่น และมีสายตาที่หลบ ๆ ซ่อน ๆ จนทำให้ห้องทั้งห้องเปลี่ยนไปอย่างนุ่มนวล ข้าวฟ่างยื่นแก้วกาแฟร้อนให้เขา มือนิ้วเขาแตะหลังมือเธออย่างไม่ตั้งใจ แต่ทั้งคู่ก็ชะงักเหมือนถูกไฟช็อต ปรัชญ์หัวเราะเบา ๆ “ผมว่า… เราคงง่วงกันทั้งคู่” ข้าวฟ่างหน้าแดง แต่ไม่กล้าสบตา “ค่ะ… อาจจะ…” โมเมนต์หวานเล็ก ๆ ที่ทำให้ใจเต้น แต่ไม่ทันให้รู้สึกนาน— เสียงโทรศัพท์ของหน้าเคาน์เตอร์ดังขึ้น ข้าวฟ่างเดินไปรับ ท่าทีเธอเปลี่ยนทันทีหลังได้ยินเสียงปลายสาย เมื่อเธอหันกลับมา ปรัชญ์เห็นชัดว่าเธอซีดลง “ข้าวฟ่าง?” เขาเอ่ยเรียกอย่างเป็นห่วง เธอกัดปากก่อนตอบ “พี่พิมพ์… กลับมาแล้วค่ะ” พี่สาวที่เธอไม่ได้คุยกันมาหลายเดือน พี่สาวที่เกี่ยวข้องกับอดีตที่ไม่มีใครอยากพูดถึง “เธอบอกว่า…อยากคุยเรื่อง ‘แฟ้มปี 48’ ด้วย” ปรัชญ์ชะงัก เหมือนโลกหยุดหมุนในชั่ววินาทีเดียว --- ตอนบ่าย ข้าวฟ่างพาปรัชญ์ไปที่บ้านไม้เก่าของครอบครัว เธอไม่อยากให้เขาไปคนเดียว ไม่อยากให้เขาต้องเจอกับความจริงที่บ้านเธอเก็บซ่อนโดยลำพัง บ้านเงียบราวถูกทิ้งร้าง ใบไม้สะสมเต็มเฉลียง และอากาศอบอ้าวราวกับมีความลับขังอยู่ในกำแพงเก่า ประตูเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นผู้หญิงรูปร่างสง่าในชุดสีเข้ม ดวงตาคมแต่ซ่อนความรู้สึกไว้เหมือนเงาที่ห้ามเข้าใกล้ พิมพ์ลดา—พี่สาวของข้าวฟ่าง เธอมองปรัชญ์เพียงเสี้ยววินาที และรอยยิ้มก็จางทันที “คุณคือ…ลูกชายของเขาใช่ไหมคะ” น้ำเสียงเรียบ แต่แฝงแรงกดดันลึก ปรัชญ์พยักหน้า “ครับ ผมมาหาความจริงเรื่องพ่อผม” พิมพ์ลดาหัวเราะเบา ๆ หัวเราะที่ไม่มีความสุขแม้แต่น้อย “ความจริงงั้นเหรอ… บางทีคุณอาจไม่ได้อยากฟังมันจริง ๆ หรอกค่ะ” ข้าวฟ่างขมวดคิ้ว “พี่พิมพ์… อย่าพูดแบบนั้นสิคะ” แต่พิมพ์ลดามองน้องสาวอย่างคาดโทษ เหมือนเธอรู้ดีว่าเรื่องนี้อันตรายเกินกว่าข้าวฟ่างจะเข้าใจ เธอวางแฟ้มเก่าอีกใบลงบนโต๊ะ หนากว่าใบแรกที่ข้าวฟ่างเคยเห็นหลายเท่า “ถ้าคุณจะขุดอดีต… ก็ต้องรู้ว่ามันมีราคาที่ต้องจ่ายนะคะ” ปรัชญ์จ้องแฟ้มนั้นด้วยหัวใจเต้นแรง ข้าวฟ่างยื่นมือไปจับมือเขาโดยไม่รู้ตัว เขาหันมามองเธอ ดวงตาอ่อนลงในพริบตา เขากำมือเธอคืนเบา ๆ — เป็นครั้งแรกที่เขาเอื้อมไปหาเธอก่อน ความหวานซ่อนอยู่ในความกลัว เป็นความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกลางความลับอันหนักหน่วง และก่อนที่ใครจะเปิดแฟ้ม— เสียงประตูบ้านเปิดออกแรง ราวกับลมทั้งเมืองพัดเข้ามาพร้อมกัน ผู้ชายร่างสูง ใบหน้าคม มองทั้งสามคนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเก่าที่ฝังลึกมาเป็นสิบปี ปรัชญ์ลุกขึ้นทันที “คุณคือ…” แต่เขาไม่ทันพูดจบ ชายคนนั้นเดินเข้ามา ชี้หน้าปรัชญ์ตรง ๆ “แก…เหมือนเขามากเกินไปแล้วนะ” ข้าวฟ่างหน้าชา พิมพ์ลดานิ่งราวกับคาดไว้แล้ว ปรัชญ์พูดเสียงต่ำ “คุณเป็นใครครับ” ชายคนนั้นยิ้มเย็น “ฉันคือคนที่อยู่ในรูปใบที่สาม—คนที่ถูกลบชื่อออกไปจากทุกแฟ้ม เพราะความจริงมันน่าเกลียดเกินกว่าจะเปิดเผย” ข้าวฟ่างตัวแข็ง พิมพ์ลดาสูดลมหายใจลึก ส่วนปรัชญ์… กำมือแน่นจนข้อนิ้วขาว “ฉันมีเรื่องที่ต้องบอกแก—ลูกชายของ ‘เขา’” ชายปริศนาพูดเสียงต่ำ “และเชื่อฉันเถอะ… มันจะทำให้แกไม่มีวันเชื่อใจใครในบ้านหลังนี้ได้อีก” ภาพตัดที่ใบหน้าข้าวฟ่าง เธอซีดลงทันที ราวกับรู้ว่าความลับที่เธอกลัวที่สุด… กำลังจะถูกเปิดโปง ใกล้เกินห้ามใจ ลมเย็นจากสวนหลังบ้านพัดผ่านช่องหน้าต่าง ไม้เก่าดังลั่นเหมือนเสียงเตือนจากอดีต ข้าวฟ่างยืนนิ่งหลังเผชิญเหตุการณ์ที่เหมือนพายุรุนแรงเมื่อครู่ เธอยังรู้สึกถึงแรงสั่นที่ฝังแน่นในอก เหตุการณ์นั้น…ชายปริศนาคนนั้น…คำพูดของเขา…ทุกอย่างหนักเกินสำหรับลมหายใจเดียว ปรัชญ์เองยืนแข็งเหมือนหิน เขาไม่พูด แต่ดวงตาเข้มลึกของเขากำลังเดือด เหมือนคำพูดของชายแปลกหน้าลากเขากลับสู่ความมืดที่เขาหนีมาทั้งชีวิต พิมพ์ลดาออกไปคุยกับชายปริศนานอกบ้าน ทิ้งเพียงความเงียบระหว่างข้าวฟ่างกับปรัชญ์ไว้ในห้องไม้เก่า ๆ ที่เหมือนจะปิดล้อมทั้งสองไว้ด้วยความจริงที่ยังพูดไม่ออก ข้าวฟ่างมองเขาอย่างไม่รู้จะเริ่มตรงไหน เธอกลัว เขาเจ็บ เธอกลัว เขาจะหายไปจากชีวิตเธอ และที่น่ากลัวที่สุด—เธอกลัวหัวใจตัวเองจะเลือกเขามากกว่าความปลอดภัย “ปรัชญ์…” เสียงเธอเบาจนเกือบลอยไปกับลม “ฉันไม่รู้ว่าเขาพูดถึงอะไร แต่ฉัน—” เขาหันมามองทันที สายตาเขาลึกจนเธอรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปทั้งหัวใจ แต่แววตาเขาไม่โกรธ ไม่เกลียด มันเต็มไปด้วยความเจ็บปนสับสน…และความอ่อนไหวที่เขาไม่เคยแสดงออกให้ใครเห็นมาก่อน “คุณไม่ต้องอธิบายหรอกครับ” เสียงเขานุ่มกว่าเดิม “ผมรู้ว่าคุณไม่ใช่คนที่จะทำให้ผมเจ็บ” ในจังหวะนั้น หัวใจข้าวฟ่างเหมือนถูกบีบ ความอุ่นกระจายจากกลางอกขึ้นสู่ใบหน้า “แต่ผม…” ปรัชญ์สูดหายใจ “ผมไม่รู้จะเชื่อใครดีแล้ว” ข้าวฟ่างเดินเข้าไปใกล้เขาช้า ๆ ระยะห่างเหลือเพียงช่วงแขน กลิ่นโทนไม้จากเสื้อเขาลอยแตะจมูก—กลิ่นที่จะคุ้นขึ้นทุกครั้งที่เธอคิดถึงเขา เธอเงยหน้ามองเข้าไปในดวงตาเขา “งั้น…เชื่อฉันก็ได้ค่ะ” เสียงเธอสั่น แต่มั่นคง “ฉันอยู่ข้างคุณนะปรัชญ์ ไม่ว่าอะไรก็ตาม” ประโยคนี้—เรียบง่าย แต่เป็นเหมือนคำสาบานเงียบ ๆ ที่สั่นลึกมากกว่าที่เธอคิด ปรัชญ์หลุบตาลง เหมือนกำลังต่อสู้บางอย่างในอก ก่อนที่เสียงฝนปรอยเบา ๆ จะเริ่มดังขึ้นนอกบ้าน ราวกับเมืองเชียงใหม่กำลังหายใจตามพวกเขา เธอขยับเข้าไปอีกเพียงก้าวเดียว ตอนนี้เธอใกล้เขามากจนได้ยินจังหวะหัวใจที่เต้นแรง แรงมาก…ร้อนมาก…เหมือนเขาพยายามกดมันไว้ทุกครั้งที่อยู่ใกล้เธอ “ข้าวฟ่าง…” เขาเอ่ยชื่อเธอเบา ๆ น้ำเสียงนั้นทำเธอขนลุกไปทั้งแขน เพราะมันอ่อนโยน…เกินกว่าที่เขาเคยให้ใคร เขายื่นมือขึ้นช้า ๆ ลูบเส้นผมที่เคลียแก้มเธอออกด้านหลัง ปลายนิ้วเขาแตะผิวเธอเบาเหมือนไม่กล้า แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนถูกจุดไฟไปทั้งตัว “คุณช่วยผม…มากกว่าที่คุณคิดนะครับ” เสียงเขาแผ่วอุ่น แต่สั่นเล็กน้อย “และผม—พยายามห้ามไม่ให้รู้สึกแบบนี้…” ประโยคยังไม่ทันจบ ข้าวฟ่างก็หลุบตาลง แก้มแดง หัวใจเต้นแรงจนลมหายใจติดขัด เธอไม่ได้พูดอะไร เพราะรู้ดีว่า "แบบนี้" หมายถึงอะไร เขากลืนน้ำลาย แล้วพูดต่อ—เบากว่าเดิม “แต่ผมห้ามไม่ได้จริง ๆ” เธอเงยหน้าขึ้นทันที เหมือนมีใครเปิดหน้าต่างให้ลมหัวใจพัดเข้ามาเต็มแรง สายตาพวกเขาประสานกันใกล้เกินไป ใกล้จนหายใจของเขากับเธอผสมกัน เธอรู้ว่าไม่ควร เขาก็รู้ว่ามันอันตราย เพราะความจริงของอดีตอาจทำลายทุกอย่าง แต่หัวใจ…ไม่เคยฟังเหตุผล ฝนเริ่มตกแรงขึ้น เสียงดังกลบโลกภายนอกหมดสิ้น เหลือเพียงลมหายใจสองคนในบ้านไม้เก่า เขายกมือสัมผัสแก้มเธออีกครั้ง—คราวนี้หนักแน่นกว่าเดิม ข้าวฟ่างหลับตา ไม่ถอย ไม่หนี และในที่สุด เขาก็โน้มตัวลงมา ช้า ๆ เหมือนลังเลระหว่างกลัวและต้องการ ปลายจมูกเขาแตะแก้มเธอเบา ๆ ก่อน เป็นสัมผัสที่ละมุนจนเวลาหยุด ก่อนเขาจะกระซิบใกล้ใบหูเธอ “ผมไม่ควรรู้สึกแบบนี้… แต่ผมรู้สึกกับคุณจริง ๆ” ข้าวฟ่างสะท้าน น้ำตาที่สะสมมานานคลอขึ้นที่ขอบตา ไม่ใช่เพราะเศร้า แต่เพราะหัวใจเธอปล่อยเขาเข้าไปลึกเกินไปแล้ว เธอจับชายแขนเสื้อเขาเบา ๆ พิงหน้าผากกับอกเขา เสียงหัวใจเขาดังชัดราวกับรายงานความรู้สึกทั้งหมดโดยไม่ต้องพูด “ฉันก็เหมือนกันค่ะ…” เธอพูดเบาเหมือนคำสารภาพ “…ฉันพยายามห้าม แต่ห้ามไม่ได้เลย” ปรัชญ์หลับตา กอดเธอแน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป หรือกลัวว่าความจริงที่จะเจอ…จะพรากเธอไปในวันหนึ่ง พวกเขายืนนิ่งในอ้อมกอดกันท่ามกลางเสียงฝน เป็นช่วงเวลาที่ทั้งหวาน ทั้งเจ็บ เพราะเป็นรักที่เกิดขึ้นในที่ที่ไม่ควรเกิด แต่ก็ไม่มีใครถอนตัวได้อีกแล้ว ประตูด้านนอกเปิดดัง ปึง! พิมพ์ลดาเดินกลับเข้ามาพร้อมสีหน้าเคร่ง และชายปริศนาเดินตามมา ทั้งคู่ชะงัก—เมื่อเห็นภาพตรงหน้า อ้อมกอด ความใกล้ชิด และความหวานที่ทั้งคู่ไม่อาจปฏิเสธได้ พิมพ์ลดามองข้าวฟ่างด้วยสายตาผสมความตกใจและกังวล ส่วนชายปริศนา…ยิ้มบาง ยิ้มแบบคนที่รู้ว่า ความรักนี้จะเจ็บยิ่งกว่าที่ใครคิด “ผมว่า…คุณสองคนควรมาฟังสิ่งที่ผมกำลังจะเล่า” เขาพูดช้า ๆ “เพราะมันจะเปลี่ยนทุกอย่างระหว่างคุณสองคน…ตั้งแต่วันนี้ไป” เสียงฝนหยุดลงทันที เหมือนเมืองทั้งเมืองกำลังเงี่ยหูฟังความจริงที่จะทำให้หัวใจพวกเขาพัง หรือ…เป็นอิสระในที่สุด

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

Secretly Rejected My Alpha Mate

read
36.2K
bc

Claimed by my Brother’s Best Friends

read
822.5K
bc

His Unavailable Wife: Sir, You've Lost Me

read
10.8K
bc

The Luna He Rejected (Extended version)

read
617.6K
bc

The Lone Alpha

read
125.7K
bc

Bad Boy Biker

read
8.8K
bc

The CEO'S Plaything

read
19.6K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook