ทศรรห์เปิดอ่านแฟ้มเด็กนักเรียนที่จะได้รับทุนการศึกษาเรียนต่อมหาวิทยาลัยแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นรูปนักเรียนของเด็กที่ตนเคยเจอเมื่อสัปดาห์ก่อน แม้จะเจอกันแค่ครั้งเดียวครู่เดียว แต่ใบหน้าสวยจิ้มลิ้มไร้เดียงสานั่นทำให้เขาจำได้ไม่ลืม
“เด็กกำพร้า” มุมปากหนายกยิ้มเล็กน้อยแล้วก็ต้องละความสนใจจากประวัติเด็กทุนของตนเองมาสนใจเจ้าลูกสาวของตนเองที่กำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาบนตักตนเอง
“อย่าดื้อสิอิ่มหมี เห็นไหม ป๊ายุ่งอยู่ฮึ” เขาวางแฟ้มประวัติเหมือนแพรในมือลงบนโต๊ะแล้วก้มหน้าลงไปอุ้มอิ่มหมีวรนุช (เหี้ย) ที่เขาเก็บมันมาเลี้ยง เมื่อห้าปีก่อน เขากำลังขับรถกลับบ้านแล้วบังเอิญเจอมันข้ามถนน แถมขามันเจ็บ ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาสงสารมันเก็บมันขึ้นรถแล้วพาไปรักษาและนำมันมาเลี้ยงจนถึงทุกวันนี้
“ไม่ได้อาบน้ำกี่วันแล้วเนี่ยอิ่มหมี ทำไมเหม็นสาบแบบนี้อิ่มหมี” เขาพูดไม่จริงจังนักกับเจ้าอิ่มหมี ลูกรักของตนเองและเหมือนมันจะเข้าใจก็ครางอืออาตอบแล้วซบหน้ากับไหล่ของพ่อมันอย่างอ้อนๆ
“ไม่ต้องมาซบไหล่ป๊าเลยนะ เดี๋ยวป๊าพาไปส่งห้องนอน พรุ่งนี้ป๊าจะให้คนอาบน้ำให้หนู เข้าใจไหมอิ่มหมี” เขาพูดพร้อมกับอุ้มอิ่มหมีที่ซบไหล่ตัวเองพาเดินออกจากห้องทำงานตัวเองออกไปเพื่อพามันไปยังห้องนอนส่วนตัวของมันที่เป็นห้องมีสระน้ำส่วนตัว
“คุณฮันเตอร์...”
“ฉันพาอิ่มหมีกลับห้อง มีไรค่อยคุย” เสียงเข้มพูดแทรกไม่รอให้ขุนพูดจบความ
ขุนมองตามเจ้านายของตน นี่หรือคือทายาทของนักการเมืองขาใหญ่นนทบุรีจริงๆ เหรอ นี่คือมาเฟียหน้านิ่งที่ไปไหนมาไหนมีลูกน้องตามเป็นขบวนเป็นสิบคนงั้นเหรอ แต่ตอนนี้ทศรรห์กำลังอุ้มสัตว์เลี้ยงสุดประหลาดของเขาไปยังห้องส่วนตัวหลังบ้านพร้อมสระน้ำส่วนตัว นี่คือสัตว์เลี้ยงจริงๆ งั้นเหรอ แม้จะเห็นภาพนี้บ่อย แต่ขุนก็ไม่ชินตาสักทีกับภาพเจ้านายอุ้มตัวเงินตัวทอง
หลังจากส่งลูกสาวอิ่มหมีเสร็จก็กลับมาห้องทำงานตัวเองก็เห็นขุนนั่งรออยู่ในห้องทำงาน
“มีอะไร?” เขาเดินไปทิ้งตัวนั่งยังที่เดิมที่นั่งก่อนหน้านี้
“ท่าน สส. อยากให้คุณฮันเตอร์กลับบ้านเมืองนนท์ครับ”
“คงอยากรู้เรื่องเนย์น่ะสิ” เขาตอบกลับสั้นๆ พร้อมยิ้มมุมปาก
“เดี๋ยวจัดการเรื่องมอบทุนนักศึกษาเสร็จ ฉันค่อยกลับ”
“ครับ คุณฮันเตอร์”
“คืนนี้ฉันจะไปไนต์คลับ นายกับทุกคนไม่ต้องตาม ฉันจะไปคนเดียว”
“แต่ว่า...”
“ฉันดูแลตัวเองได้ อีกอย่างนั่นก็ไนต์คลับฉัน ใครมันจะกล้ามาทำร้ายฉันในที่ของฉัน ขุน”
“ครับ คุณฮันเตอร์” เมื่อหมดธุระ ขุนคนสนิทก็ออกไปจากห้องทำงานปล่อยให้เจ้าของห้องนั่งอยู่คนเดียว
ทศรรห์ดึงลิ้นชักโต๊ะทำงานของตัวเองออกมาก็เห็นกิ๊บโบว์ติดผมผู้หญิงก็หยิบขึ้นมาแล้วนึกถึงสาวน้อยหน้าสวยหวานในชุดนักศึกษาที่ได้ทุนการศึกษาจากตนเองแล้วก็ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“เดี๋ยวแกก็ได้กลับคืนสู่เจ้าของแก” เขาพึมพำจบก็เก็บไว้ที่เดิมราวกับว่ามันเป็นของสำคัญ แม้แต่ตัวมาเฟียหนุ่มเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ทำไมต้องจดจำใบหน้าสวยจิ้มลิ้มพริ้มเพราได้ และยังเก็บของสิ่งนี้ไว้อีก เมื่อเก็บไว้แล้วก็ลุกขึ้นเต็มความสูงเดินออกจากห้องทำงานเพื่อกลับห้องตัวเองไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่ เพราะกลิ่นตัวอิ่มหมี ลูกสาวของเขาติดตัวจนเริ่มจะทนกลิ่นเหม็นคาวเหม็นสาบเจ้าลูกสาวไม่ไหวตอนนี้
แม้จะได้ทุนการศึกษา ค่าเทอม ค่าครองชีพรายเดือนให้ แต่เหมือนแพรก็ยังต้องทำงาน เพราะเธอต้องช่วยเหลือพ่อครูแม่ครูที่บ้านเด็กกำพร้าที่ตนเองโตมา แม้ว่าพ่อแม่แท้ๆ ไม่ต้องการ แต่บ้านกำพร้าหลังนี้อบอุ่นกับเธอเสมอ ทำให้เธอมีพี่มีน้องที่คอยรักใส่ใจกัน
“หนูไปดูห้องวีไอพีศูนย์เจ็ดด้วยนะ พอดีคุณฮันเตอร์จะเข้ามา ไปเช็กอีกทีนะว่าสะอาดเรียบร้อยไหม” ผู้จัดการไนต์คลับสุดหรูที่อยู่ชั้นสูงสุดของโรงแรมหรูกลางกรุงห้าดาวของตระกูลทรัพย์สกุลเอ่ยบอก
“ค่ะพี่” สาวน้อยที่เพิ่งอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ได้หนึ่งสัปดาห์ก็เข้ามาสมัครเป็นพนักงานทำความสะอาดไนต์คลับหรูแห่งนี้ ด้วยที่ทราบมาว่าที่นี่รายได้ดีและจ่ายเงินวันต่อวันสำหรับพนักงานทำความสะอาด เธอจึงเลือกมาทำงานที่นี่ และโชคดีมากที่ผู้จัดการใจดีและเห็นใจเด็กกำพร้าอย่างเธอถึงได้รับเข้าทำงานที่แห่งนี้
เหมือนแพรเข็นรถทำความสะอาดประจำตำแหน่งตัวเองตั้งแต่วันแรกที่มาทำงานที่นี่จนวันนี้ก็ได้สี่วันไปยังห้องวีไอพีตามคำสั่งของผู้จัดการ เข็นรถเข็นทำความสะอาดมาหยุดหน้าห้องวีไอพีที่ผู้จัดการแจ้งก็เปิดผลักประตูเข้าไปพร้อมเข็นรถทำความสะอาดเข้าไป
ปึก!
เธอปิดประตูห้องแล้วเริ่มเช็ดความเรียบร้อยทำความสะอาดอีกรอบเพื่อความสบายใจและเพื่อให้ลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการห้องนี้ประทับใจ ห้องวีไอพีห้องนี้กว้างมาก มีทั้งชุดโซฟาสำหรับนั่งเล่นปรับนอนได้ มีเตียงนอน มีห้องน้ำในตัว ดูๆ ไปแล้วเหมือนห้องพักของโรงแรมมากกว่าห้องวีไอพีในไนต์คลับ แต่คงเป็นเพราะว่าไนต์คลับนี้อยู่ชั้นสูงสุดของโรงแรมเลยมีการทำห้องแบบโรงแรมก็ได้ เพราะเจ้าของคือคนเดียวกันกับโรงแรม
ขณะที่เด็กสาวกำลังวุ่นวายสนใจกับการทำความสะอาดอยู่นั้นก็มีคนเปิดผลักประตูเข้ามาในห้อง เหมือนแพรไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องคนเดียว แต่มีชายร่างสูงใหญ่เกือบเจ็ดฟุต ผมสกินเฮด เสื้อเชิ้ตสีดำติดกระดุมสองเม็ดเปิดเปลือยหน้าอกอวดรอยสักรูปกางเขนกลางร่องอกหนาบึกบึนตนเองยืนล้วงกระเป๋ากางเกงมองดูคนที่กำลังก้มๆ เงยๆ เช็ดโซฟาตรงหน้าตน
“นี่ยังไม่สะอาดอีกเหรอ” หลังจากกวาดสายตามองจนทั่วห้องก็เห็นว่าห้องสะอาดดีหมดจดก็เอ่ยถามคนที่คุกเข่ากับพื้นพรมเช็ดถูทำความสะอาดโซฟาตรงหน้าตน
เหมือนแพรหยุดมือที่กำลังเช็ดถูทำความสะอาดโซฟาสีดำเงยหน้าเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวกลับมาด้านหลังเพื่อจะเอ่ยตอบ
“ขอโทษนะคะที่ทำให้ลูกค้าไม่พอใจ เดี๋ยวฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” สาวน้อยก้มหน้าเอ่ยพร้อมยกมือขอโทษ
น้ำเสียงคุ้นหูนัก แม้จะได้ยินแค่ครั้งเดียวเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ก็ทำให้เขาจดจำได้ดีว่าน้ำเสียงหวานแผ่วเบานี้คือน้ำเสียงของเด็กสาวในชุดนักศึกษา พอจ้องมองดูเค้าโครงหน้าคนที่ก้มหน้าและรูปร่างแล้วก็คุ้นนัก
“เงยหน้า”
“คะ” เหมือนแพรเงยหน้าตามคำสั่งดุดันแม้จะหวาดกลัวเจ้าของน้ำเสียงที่ได้ยิน พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าเป็นผู้ชายที่ตนเองเคยเจอ
“คะ...คุณคนนั้น” เธอจำเขาได้ในทันที เพราะเขาไม่เหมือนกับผู้ชายทั่วไป แม้จะเจอแค่ครั้งเดียว แต่ก็จำได้ แล้วสาวน้อยก็มองสำรวจร่างสูงตรงหน้า วันนี้เขาแตกต่างจากวันนั้น เสื้อที่แหวกอกจนเห็นรอยสัก และเขาใส่จิวหูด้วย เขาต่างจากวันนั้นที่เธอชนเขา
“เด็กน้อย ทำไมมาทำงานที่นี่?” เขาถามพร้อมเดินไปทิ้งตัวนั่งลงโซฟาที่เธอเช็ดถูก่อนหน้านี้ แล้วยกขาขึ้นไขว่ห้างมองจ้องแผ่นหลังเล็กคนที่นั่งคุกเข่ากับพื้นหันหลังให้ตนเอง
“ฉันไม่ชอบคนหันหลังให้ฉัน หันหน้ามา”
“คะ...ค่ะ” แล้วเหมือนแพรก็รีบขยับตัวหันหน้าไปหาเจ้าของเสียงเยือกเย็น
“บอกมาสิ ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้?” เขาถามอีกครั้ง
“คือฉันมาทำงานเป็นคนทำความสะอาดที่นี่ค่ะ” เธอตอบโดยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย
“รู้ไหมว่าที่นี่เป็นยังไง”
“รู้ค่ะ คือไนต์คลับ”
“แล้วยังไงอีก” ยังคงโทนเสียงเยือกเย็นเหมือนเดิม ตาก็เอาแต่จ้องคนตัวเล็กในชุดพนักงานทำความสะอาดของไนต์คลับตนเอง
เหมือนแพรรับรู้ได้ถึงความเยือกเย็นจากสายตาคู่คมดุดันคนตรงหน้าจึงไม่กล้าเงยหน้าขึ้นพูดตอบอีกฝ่าย
“แล้วยังไงอีก?” เขาถามซ้ำอีกครั้ง