เป็นเวลาห้าโมงเย็น ทศรรห์ก็นอนเต็มอิ่ม เขาตื่นมาแล้วโทรสั่งให้ขุนนำข้าวมาส่งให้ตนเองที่ห้อง และนำมาเผื่อเหมือนแพรด้วย เขากินอิ่ม คนตัวเล็กบนเตียงก็ตื่นพอดี
“มากินข้าวสิ” ทศรรห์บอกคนที่เพิ่งตื่นและมีอาการมึนงงอยู่บนเตียง
เสียงเย็นชาทำให้เธอหายจากความมึนงงแล้วลุกขึ้นกวาดตามองหาเจ้าของเสียงก็เห็นเขานั่งอยู่บนโซฟา
“คุณ”
“ค่อยพูดหลังกินอิ่มดีกว่า ลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าด้วย หรือจะเดินเปลือยมากินก็ได้นะ” เขาบอกคนตัวเล็กพร้อมจ้องอกอวบของเธอที่หย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงโลก ก็เมื่อเธอลุกขึ้น ผ้าห่มที่ห่มปิดกายก็ตกมากองที่เอวทำให้เห็นสองเต้า
ว้าย!
เธอรีบคว้าผ้าห่มที่กองที่เอวขึ้นมาห่มปิดสองเต้าตนเองทันที
“เห็นหมดแล้วจะร้องทำไม ไม่ใช่แค่เห็นนะ จับ ดูด ขยุ้มขยำก็ทำมาแล้ว แต่งตัวมากินข้าวแล้วคุยกัน”
เหมือนแพรมองดูเขาที่สวมเพียงกางเกงสแล็คตัวเดียวก็แก้มแดงขึ้นมา เมื่อนึกถึงภาพเมื่อคืน แม้จะสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แต่เธอก็จำได้ว่าเมื่อคืนเธอและเขาทำอะไรกันบ้าง
“กี่โมงแล้วคะ?”
“ห้าโมง”
“เช้าเหรอคะ?”
“เย็น”
“ทำไมคุณไม่ปลุกฉันคะ”
“ทำอย่างกับปลุกจะตื่นงั้นแหละ ลุกมาแต่งตัวแล้วมากินข้าวก่อนที่อาหารจะเย็นชืดไม่อร่อย” เขาทานของตัวเองหมดแล้วเหลือแค่จานของเหมือนแพร กับข้าวเป็นเมนูง่ายๆ ข้าวผัดหมูธรรมดา
“คุณหันไปก่อนได้ไหมคะ ฉันจะแต่งตัว”
“อายไม่เข้าเรื่อง” แต่เขาก็ยอมหันหน้าไปมองทางอื่นเพื่อให้เหมือนแพรแต่งตัว
เหมือนแพรมองดูเขาจนแน่ใจแล้วว่าเขาไม่หันมาดูตัวเองแน่นอนก็พาร่างเปลือยตัวเองลุกลงจากเตียง แต่แล้วก็ต้องกุมท้องน้อยร้องครางออกมาเมื่อรู้สึกเจ็บจุกท้องน้อย
ชูว์!
“ไม่เป็นไรเหมือน เธอมันเก่งอยู่แล้ว”
เธอพูดให้กำลังใจตัวเองแล้วยืดตัวยืนตรงแล้วหยิบเสื้อผ้าที่วางข้างหัวเตียงมาใส่ คงเป็นเขานำมาวางไว้ให้แน่นอน และระหว่างแต่งตัวอยู่นั้น เหมือนแพรไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังถูกจ้องมองอยู่ ทุกการเคลื่อนไหวสาวน้อยอยู่ในสายตามาเฟียหนุ่มตลอด เขาหันมามองเธอตั้งแต่ได้ยินเธอร้องครางแล้ว
“เสร็จแล้วก็มากินข้าว”
“แต่ฉันต้องรีบกลับ ป่านนี้ทุกคนคงเป็นห่วงแย่แล้วค่ะ” เธอบอกเขาอย่างอายๆ
“ไหนๆ ก็เป็นห่วงแล้วก็ให้ห่วงไปเถอะ มากินข้าวก่อน อย่าให้เสียของ อีกอย่างเราต้องคุยกัน”
เหมือนแพรเดินมานั่งโซฟาตัวเดียวกับทศรรห์ แต่เลือกนั่งชิดอีกมุมของโซฟา
“หึ! ฉันไม่กินเธอหรอกน่า เมื่อคืนมันเรื่องฉุกเฉินฉันถึงต้องทำแบบนั้น” เขาพูดพร้อมดันจานข้าวผัดหมูไปตรงหน้าเธอ
“ฉันรู้ค่ะ ฉันไม่โทษคุณหรือเอาผิดคุณค่ะ” เธอพูดพร้อมมองจานข้าวผัดหอมๆ ตรงหน้าแล้วกลืนน้ำลาย
“หิวก็กิน จะมานั่งกลืนน้ำลายให้อิ่มรึไง” พูดจบเขาก็หยิบเสื้อเชิ้ตที่วางข้างตัวเองขึ้นมาใส่ให้เรียบร้อย เขาติดกระดุมครบทุกเม็ดต่างจากตอนมาเมื่อสักครู่
“ฉันจะออกไปข้างนอก กินอิ่มแล้วรอฉันที่นี่ เข้าใจไหม”
“คะ”
“เข้าใจไหม?” เขาถามย้ำอีกครั้ง
“ค่ะ”
แล้วทศรรห์ก็เดินเปิดประตูออกไป ส่วนเหมือนแพรก็รีบทานข้าวตรงหน้าตัวเองให้อิ่ม
ด้านทศรรห์พอออกมาก็สั่งการ์ดให้เฝ้าหน้าประตู ห้ามให้เธอหนีเป็นอันขาด ส่วนตัวเองก็ออกไปตรวจดูความเรียบร้อยของไนต์คลับ ก่อนจะเปิดประตูพร้อมล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์ที่สั่นเตือนออกมารับสาย
“ครับป๊า”
‘เมื่อไหร่แกจะกลับบ้านฮันเตอร์?’
“ป๊าคิดถึงผมหรืออยากถามเรื่องเนย์ครับ?” เขาถามคนปลายสายกลับแทนที่จะตอบท่าน
‘อยากรู้เรื่องเนย์ ไม่รู้อยู่นั่นมีผู้ชายมาวอแวเนย์ไหม’
“เนย์สวยขนาดนั้นก็ต้องมีมั่งแหละป๊า ถ้าไม่ติดมีทะเบียนสมรสกับป๊า ป่านนี้มีพ่อเลี้ยงให้ผมไปนานแล้วครับ”
‘กลับมาบ้านเจอดีแน่ฮันเตอร์’
“งั้นไม่กลับไปแล้วนะถ้าแบบนี้ อีกอย่างเนย์ฝากคำพูดมาหาป๊าด้วยนะ”
‘จะมาวันไหน?’
“เดี๋ยวมอบทุนนักศึกษาเสร็จก็กลับครับ”
‘ไม่รู้จะแยกบ้านอยู่ทำไม บ้านที่เมืองนนท์ก็หลังใหญ่โต ไปกลับในกรุงเทพใช่ว่าจะลำบากสักหน่อย’
“ก็มันไม่ส่วนตัวนี่ป๊า ป๊าอยากเล่นการเมือง ผมก็ให้ป๊าเล่นการเมืองแล้วผมมาบริหารโรงแรมมรดกตกทอดของคุณปู่แล้วไงป๊า แค่นี้แหละครับ ยุ่งอยู่” แล้วเขาก็ตัดสายท่านทิ้งไม่รอฟังท่านพูดตอบกลับ
“มาพอดี บุหรี่ ขุน” เขาเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋ากางเกงแล้วก็ขอบุหรี่จากคนสนิทที่เดินมาหาตนพอดี
ขุนล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบซองบุหรี่พร้อมไฟแช็กมาต่อให้เจ้านายของตนเอง
ทศรรห์เดินดูดบุหรี่ดูโซนธรรมดาของไนต์คลับและโซนวีไอพีพร้อมพูดสั่งงานกับขุนไปด้วย
ด้วยคิดว่าให้เวลาคนตัวเล็กมาพอประมาณแล้วจึงเดินกลับมายังห้องเพื่อดูว่าเหมือนแพรทานข้าวเรียบร้อย พอเปิดประตูเข้ามาก็เป็นอย่างที่คิด เด็กสาวทานอิ่มและทานข้าวหมดจานด้วย
“อิ่มแล้วใช่ไหม ถ้าอิ่มแล้วก็ได้เวลาคุยกันแล้วไหม?” เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบจากอีกฝ่ายพร้อมเดินไปทิ้งตัวนั่งลงโซฟาตัวเดียวกับสาวเจ้า ทศรรห์เลือกนั่งชิดมุมโซฟา ด้วยอยากเว้นระยะห่างเพื่อให้เด็กสาวไม่อึดอัดไปมากกว่านี้
“ที่บอกให้ลาออกฉันพูดจริงนะ ไปลาออกซะ ที่นี่ไม่เหมาะกับเด็กอย่างเธอเด็กน้อย” ปากบอกว่าอีกฝ่ายเด็ก แต่เขาน่ะ ดูดสองเต้าเด็กตลอดคืน แถมเต้าก็ใหญ่เกินตัวด้วย
“ค่ะ” เหมือนแพรก็ไม่คิดจะกลับมาทำงานที่นี่อีก เชื่อแล้วว่าที่นี่อันตราย
“เดี๋ยวฉันให้คนพาไปรับเงินแล้วไปส่งที่บ้าน”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับเองได้”
“ฉันไม่ชอบคนขัดคำสั่งฉัน ฉันบอกฉันสั่งก็ทำตามเถอะน่า อีกอย่างไปกับคนของฉันปลอดภัย”
ทำไมต้องเชื่อฟังเขาด้วย แล้วทำไมต้องทำตามที่เขาสั่ง เขาพูดราวกับว่าตัวเองคือเจ้าของที่นี่งั้นแหละ สาวน้อยไม่ปล่อยให้ตัวเองสงสัยนานจึงเอ่ยถาม
“ทำไมฉันต้องเชื่อฟังคุณด้วยคะ?”
“เพราะฉันคือเจ้าของที่นี่ และไม่ใช่แค่ไนต์คลับ แต่ทั้งตึกนี้” ทศรรห์ตอบกลับคนตัวเล็กเสียงเข้มขรึมแล้วพูดต่ออีก
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ไปได้แล้ว คนของฉันรออยู่หน้าห้อง เขาจะพาไปเอาเงินแล้วไปส่งที่บ้าน”
เหมือนแพรไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินว่าเขาคือเจ้าของไนต์คลับ ไม่พอยังเป็นเจ้าของโรงแรมหรูแห่งนี้ด้วย
“คุณคือคุณทศรรห์?”
อืม!
เหมือนแพรรีบลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อรู้ว่าเขาคือใคร เคยแต่ได้ยินชื่อมาเฟียหนุ่ม ทายาทนักการเมือง แต่ไม่เคยเห็นเขาตามข่าวสักครั้ง รู้แต่ว่าเขาไม่ชอบให้ใครถ่ายรูปเขาไปลงข่าว ใครแอบถ่ายหรือลงรูปเขา คนคนนั้นมีชีวิตจบไม่สวย แล้วเธอเล่า เธอ ‘นอน’ กับเขา เขาคงไม่กำจัดเธอหรอกนะ
“ฉันจะปิดปากให้เงียบ จะไม่พูดถึงเรื่องเมื่อคืนค่ะ และมันจะตายไปพร้อมกับฉันแน่นอนค่ะคุณทศรรห์” เหมือนแพรบอกเขา
ทศรรห์เห็นท่าทางหวาดกลัวของสาวน้อยก็ขมวดคิ้วงุนงงและถาม
“พูดอะไรของเธอเหมือน?”
“ก็เรื่องเมื่อคืนไงคะ ฉันจะไม่พูดแน่นอนค่ะ” เธอพูดพร้อมเอามือปิดปากตัวเองยืนยันว่าเรื่องของตนกับเขาในห้องนี้จะไม่มีทางหลุดจากปากเธอแน่นอน
ทศรรห์เผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัว เมื่อรู้และเข้าใจในความหมายสาวน้อยที่พยายามจะสื่อแล้วว่าทำไม
“บอกว่าปลอดภัยไงล่ะ ส่วนใครเขาจะสนใจเรื่องในห้องนี้กัน ไหนบอกกลัวที่บ้านเป็นห่วง ไม่กลับเหรอ”