ด้านเหมือนแพรพอเดินมาไกลพอสมควรก็เดินไปยังห้องน้ำเพื่อไปดูความเรียบร้อยของตัวเอง ก่อนจะเดินกลับห้องเรียนไปเรียนต่อ
ทศรรห์เดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ บ้านหลังที่เต็มไปด้วยความทรงจำวัยเด็กของตนกับพ่อและแม่ แต่ตอนนี้มันเหลือแค่เพียงความทรงจำเมื่อพ่อกับแม่แยกกันอยู่ ท่านทั้งสองแยกกัน แต่ก็ยังคงสถานะสามีภรรยากัน แม้ว่าปากพวกท่านทั้งสองจะบอกว่า ‘เลิก’ กัน
“ป๊ายังอยู่สำนักงานอยู่เหรอป้าจิ๊บ” ทศรรห์เดินเข้ามาในบ้านก็ถามแม่บ้านเก่าแก่ทันที
“มาแล้วค่ะคุณฮันเตอร์ ตอนนี้อยู่ในห้องทำงาน ท่าน สส. บอกว่าถ้าคุณฮันเตอร์มาถึงให้ไปหาที่ห้องทำงานค่ะ”
“ครับ ขุน...นายไม่ต้องตามฉันแล้ว ฉันจะไปคุยกับป๊า” ทศรรห์หันไปบอกขุนที่กำลังจะเดินตามตนไปด้วย
“ครับ” แล้วขุนก็เดินแยกตัวไป
ทศรรห์เดินไปทางห้องทำงานของพ่อตนเอง ส่วนป้าจิ๊บ แม่บ้านเก่าแก่ก็เดินไปสั่งเด็กนำน้ำเย็นๆ เข้าไปเสิร์ฟที่ห้องทำงานของท่าน สส.
เมื่อแม่บ้านที่มาเสิร์ฟน้ำออกไป ในห้องทำงานก็เหลือเพียงทศรรห์กับพ่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง ทศวรรษมองลูกชายนั่งเอนตัวพิงพนักโซฟาสำหรับพักผ่อนในห้องทำงานตัวเองด้วยท่าทางสบายก็ปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าตัวเองลุกจากโต๊ะทำงานมานั่งโซฟาตรงข้ามลูกชาย
“เนย์ฝากคำพูดอะไรมาให้ป๊า ฮันเตอร์?” ท่านถามในสิ่งที่ตนเองอยากรู้ทันที
“ป๊าถามงี้เลย?”
“ก็ป๊าอยากรู้เรื่องนี้ที่สุด เร็ว พูดมาว่าเนย์ฝากอะไรมาถึงป๊า ฮันเตอร์”
“ถ้ารู้แล้วป๊าไม่เสียใจนะ”
“ไม่มีอะไรเสียใจเท่าเนย์ขอเลิกกับป๊าและแยกกันอยู่แล้วล่ะฮันเตอร์”
“เหรอครับ แต่ผมว่าเรื่องนี้จะทำให้ป๊าเสียใจกว่าเดิมนะ”
“แล้วมันเรื่องอะไรฮันเตอร์ เร็ว บอกป๊ามา!”
“เนย์ฝากผมมาบอกป๊าว่า ‘ถ้าไม่หย่าจะฟ้องหย่า’ ครับป๊า!”
“แกแกล้งป๊าใช่ไหมฮันเตอร์ เนย์ไม่มีทางพูดแบบนี้หรอก”
“ผมกลัวป๊าไม่เชื่อเลยอัดวิดีโอมาด้วยครับ เดี๋ยวเปิดให้ป๊าดู” แล้วฮันเตอร์ก็ล้วงมือหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อสูทด้านในตัวเองออกมากดเปิดคลิปที่ตนถ่ายไว้มาให้พ่อตนเองดู
‘ถ้าไม่หย่าจะฟ้องหย่า’ ทศวรรษเปิดดูวิดีโอที่ลูกชายถ่ายมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าพร้อมสังเกตสีหน้าท่าทางจริงจังของมาจา แม่ของลูกชายตน
“ไม่จริงน่า แกกับเนย์ต้องแกล้งป๊าแน่นอน”
“นี่ป๊ายังไม่เชื่ออีกเหรอครับ”
“ใช่ แกกับเนย์ต้องวางแผนแกล้งป๊าแน่ หรือว่าเนย์มีคนที่ชอบใหม่แล้วฮันเตอร์?”
“จะไปรู้เหรอครับ ผมอยู่ไทย ป๊าอยู่ไทย เนย์อยู่ฟิลิปปินส์ อีกอย่างไม่แปลกถ้าเนย์จะมีคนใหม่ ก็เนย์อยู่ที่นั่นคนเดียว”
“วิดีโอคอลหาเนย์ซิ ให้ป๊าคุยกับเนย์ ป๊าอยากคุยกับเนย์ อยากให้เนย์พูดต่อหน้าป๊า”
“ได้ครับ” แล้วทศรรห์ก็กดวิดีโอคอลผ่านไลน์หาแม่ของตัวเอง รอไม่นานท่านก็รับสาย
‘ว่าไงฮันเตอร์’ มาจาทักทายลูกชายเป็นภาษาไทยอย่างชินปาก
“ป๊าอยากคุยกับเนย์ครับ” แล้วพ่อของเขาก็โผล่หน้าเข้ากล้องให้แม่ของเขาเห็นทันที
“มาจา ที่คุณฝากฮันเตอร์มาน่ะจริงเหรอ?”
‘เรื่องอะไรคะ?’ มาจาถามสามีกลับพร้อมขมวดคิ้วครุ่นคิดว่าตนฝากคำพูดอะไรไปบอกพ่อของลูก
“ก็เรื่องหย่าไง คุณอยากหย่ากับผมแล้วไปมีสามีใหม่งั้นเหรอมาจา”
‘อ๋อ...เรื่องนี้เอง ใช่ค่ะ ฉันฝากฮันเตอร์ไปบอกคุณเอง’
“ทำไมต้องหย่าด้วย หรือคุณมีคนใหม่มาจา?”
‘เราเลิกกันแล้วนะคุณ อีกอย่างเลิกนานแล้ว ก็ควรจะหย่ากันไหม ส่วนมีคนใหม่ตอนนี้ยังไม่มีค่ะ’
“ไม่มีแล้วทำไมต้องหย่าด้วยมาจา”
‘เราเลิกกันแล้วนะคุณ เราควรหย่ากันตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอคะ’
“ผมไม่หย่า ยังไงผมก็ไม่หย่า คุณอยากฟ้องก็ฟ้องไป ผมไม่หย่า และผมก็จะทำทุกวิถีทางพาคุณกลับมาอยู่เมืองไทยกับผมและฮันเตอร์” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นเดินหนี
ทศรรห์แพลนกล้องไปทางพ่อตัวเองให้แม่ตัวเองดู ก่อนจะกลับกล้องกลับมาหาตัวเองแล้วพูดกับแม่
“ท่าน สส. โกรธแล้วครับเนย์ แค่นี้นะครับ ผมคิดถึงเนย์นะ เดี๋ยวไปหาอีกนะครับ”
‘แล้วเจอกันลูกรัก’
แล้วทศรรห์ก็กดวางสายแม่ทันทีแล้วเก็บโทรศัพท์กลับไปไว้ที่เดิม
“ป๊ายอมแพ้เถอะ นี่ก็พยายามมาหลายปีแล้ว เนย์ก็ยังไม่ใจอ่อนยอมคืนดีกลับมาอยู่ที่ไทยด้วย”
“ป๊าจะไปหาเนย์ที่ฟิลิปปินส์” ทศวรรษหันกลับมาบอกลูกชายแล้วเดินออกไปจากห้องทำงาน
หึหึ
ทศรรห์แค่นขำเบาๆ แล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องทำงานของพ่อตัวเองเพื่อกลับห้องไปดูกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ที่บ้านตนเองที่กรุงเทพฯ เพื่อดูว่าตอนนี้อิ่มหมีทำอะไรอยู่
วันไหนไม่มีเรียนก็ทำงานที่คาเฟ่เต็มวัน และวันนี้เป็นวันหยุด เธอจึงทำงานเต็มวันเพื่อรับค่าแรงรายวันเต็มวัน หลังจากทำงานมาทั้งวันก็เดินกลับหอพักของตัวเองเหมือนทุกวัน แต่ขณะเดินกลับนั้นก็รู้สึกเหมือนโดนสะกดรอยตามจึงรีบเร่งเดินสาวเท้าเร็วๆ เพื่อให้ผ่านตึกร้างน่ากลัวไปเร็วๆ
“วะ...อื้อ” ไม่ทันได้ร้องออกมาก็ถูกจู่โจมกอดอุ้มปิดปากจากด้านหลังดึงลากเข้าไปในตึกร้างเข้ามาในห้องเล็กๆ แคบๆ ของตึก เหมือนแพรพยายามดิ้นรนต่อต้านขัดขืน แต่ก็สู้แรงคนชั่วไม่ไหว
“เห็นผ่านตรงนี้หลายวัน พี่เป็นห่วงคนสวยน่ะ กลัวจะเป็นอันตรายเลยเข้ามาช่วย” เสียงน่าขยะแขยงดังขึ้นข้างหูพร้อมกับเหวี่ยงเธอไปยังพื้นปูนสกปรกเย็นๆ และมือก็ยังจับบีบแขนเล็กไว้ไม่ให้หนี
“แกเป็นใคร?” สาวเจ้าตะโกนถามกลับในความมืดสลัวพร้อมจ้องมองคนเหวี่ยงตัวเองกระแทกกับพื้นปูนสกปรก
“ผัวของน้องสาวไงจ๊ะ?” คนเร่ร่อนเอ่ยตอบกลับพร้อมกับโถมตัวลงไปคร่อมทับและจับล็อกร่างเล็กไว้ใต้ร่างสกปรกของตนเอง
“ปล่อยฉันไปเถอะนะ อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันเป็นเด็กกำพร้า สงสารฉันเถอะ” กลิ่นเหม็นของคนเหนือร่างทำเธอแทบสำลัก เหมือนแพรพยายามดิ้นรนหาทางช่วยเหลือตัวเอง มือข้างที่ว่างก็พยายามผลักไสคนตัวเหม็นสกปรกเหนือร่าง
“ไม่ปล่อย ยังไงวันนี้น้องสาวก็ต้องเป็นเมียพี่” พูดจบคนเร่ร่อนก็ก้มหน้าหมายจะซุกไซ้ซอกคอระหง แต่แล้วก็ถูกถีบกระเด็น
โอ๊ย!
ตุ้บ!
“แกกล้าแตะต้องเด็กของฉันเหรอวะไอ้สวะ! จัดการมัน ขุน” ทศรรห์เห็นตั้งแต่แรกแล้วเลยเฝ้าตามเงียบๆ กับขุนและการ์ดของตัวเอง
“แกเป็นใครวะ?” คนเร่ร่อนยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเองลุกขึ้นพร้อมคำถามและเดินตรงมาหมายจะเอาคืนคนที่ทำร้ายตัวเอง แต่ยังเดินได้ไม่ถึงสามก้าวเดินก็ถูกขุนกับลูกน้องอีกสองคนจับล็อกตัว
“ทำให้ขยะอย่างมันหายไปจากโลกซะ! ให้มันรู้ซะว่าชีวิตไร้ค่าของมันน่ะตายไปก็ไม่มีใครเสียดาย” มาเฟียหนุ่มสั่งขุนแล้วขุนก็รับคำสั่งให้ลูกน้องลากตัวคนเร่ร่อนออกไปจากใต้ตัวตึกร้าง
“ไม่ต้องกลัว ปลอดภัยแล้ว มีฉันอยู่ ใครก็ทำอะไรเธอไม่ได้เหมือน” เมื่อลูกน้องลากขยะสังคมออกไปเหลือแต่เขากับเหมือนแพรอยู่ด้วยกันลำพัง ทศรรห์ก็เดินเข้าไปหาเหมือนแพรที่ลุกนั่งกอดเข่าตัวสั่นเทา
“ทะ...ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่คะ ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะคุณทศรรห์” เธอขอบคุณเขาเสียงสั่นเครือ ก่อนหน้านี้นึกว่าจะถูกข่มขืนและฆ่าทิ้งซะแล้ว
ทศรรห์เพิ่งกลับมาจากนนทบุรี ก่อนหน้านี้โทรหาเหมือนแพรหลายสาย แต่สาวเจ้าไม่ยอมรับสายจึงมาดูว่าเธอทำอะไรถึงไม่รับสายตน พอมาถึงก็เห็นเธอยุ่งกับการทำงานของเธอ พอเธอเลิกงานเดินกลับบ้าน เขาจึงให้ขุนแอบขับรถตามมาเรื่อยๆ โดยรักษาระยะห่างเพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าตัวรู้ตัวว่าโดนติดตาม
“พอดีแวะมาแถวนี้น่ะ” มาเฟียหนุ่มตอบสั้นๆ พร้อมลูบคราบน้ำตาเปื้อนแก้มเนียนทิ้งให้
“ขอบคุณนะคะที่มาแถวนี้ ขอบคุณนะคะคุณทศรรห์”
“ไม่ฟรีหรอกนะเด็กน้อย” เขาตอบสั้นๆ แล้วก็มองรอบๆ ห้องแคบๆ เล็กๆ ของตึกร้าง
“ที่นี่ก็พอได้อยู่นะ” เขาพูดสั้นๆ แล้วก็หันมาสบตาเปียกชื้นน้ำตาของเหมือนแพร
“คะ?” เหมือนแพรขมวดคิ้วงุนงงในคำพูดมาเฟียตรงหน้าตน
“มันจะเอาเธอที่นี่ใช่ไหม งั้นฉันก็จะ ‘เอา’ เธอแทนมันเองเหมือน”