“ยี้..ไอ้พี่ทัพพ์บ้าปล่อยน้องเลยนะ .” ลักษิกาแกะมือพี่ชายออกทำท่ารังเกียจจนคนเป็นพี่หมั่นไส้ยกมือขึ้นดีดหน้าผาก
“เวอร์ไปแล้วยัยลักษ์ เดี๋ยวก็ไม่เลี้ยงข้าวหรอก.”
“ไม่ได้สิ ลักษ์ถ่อสังขารมาจากรังสิตเชียวนะ แล้วคืนนี้ลักษ์จะไปนอนที่เพนท์เฮ้าส์พี่ทัพพ์ด้วยห้ามพาสาวๆไปนอนนะ” น้องสาวห้ามพี่ชายแม้จะรู้ว่าทวิภาคไม่เคยพาผู้หญิงขึ้นเพนท์เฮ้าส์ของเขานอกจากเพื่อนผู้ชายกลุ่มพี่บิ๊กเบิ้มเท่านั้น
“ก็มีแต่ไอ้พวกนั้นแหละ พวกมันจะไปงานวันเกิดตาด้วยนะ” เสียงห้าวบอกน้องสาวแต่สายตาก็มองหาของขวัญที่เหมาะกับตากำนันของเขา
“พี่ทัพพ์จะซื้ออะไรให้ตากำนันคะ” คนเป็นน้องก็ยังคิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรให้ตาดี
“ไม่รู้สิ เพราะตาก็มีหมดแล้ว ที่จริงพี่สั่งนาฬิกาไว้ให้ตาตั้งแต่ปีที่แล้วนะ ทางบริษัทบอกว่าอีกสองเดือนถึงจะได้ของ ก็เลยวันเกิดตาไปแล้ว ตอนนี้ลักษ์ช่วยพี่เลือกหน่อยสิ นาฬิกาค่อยเอาให้ทีหลังก็ได้” ปี่ที่แล้วชายหนุ่มไปเรียนซัมเมอร์ที่อังกฤษ์และไปเที่ยวสวิตก็ถูกใจนาฬิกายี่ห้อดังเขาก็ขอใช้สิทธ์ของพ่อจองนาฬิกาให้ตาหากไม่ใช่แมมเบอร์การ์ดที่ซื้อนาฬิกายี่ห้อนี้ก็จองไม่ได้เพราะรุ่นลิมิเต็ดจะผลิตน้อยที่เขาสั่งให้ตาก็เกือบสามล้านไม่รู้ว่าตาจะชอบหรือด่าก็ไม่รู้ ทัพพ์ใช้เงินเก็บของตัวเองที่เล่นหุ้นมาซื้อให้ท่าน
“ลักษ์ก็ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะซื้อให้ตา เราเดินดูก่อนมั้ยคะ” สองพี่น้องเดินดูของในแผนกชายได้หนึ่งรอบก่อนลักษิกาจะซื้อเสื้อเชิ้ตลายตาหมากรุกที่ตาชอบใส่ทั้งเจ็ดสีตามวันส่วนทัพพ์ซื้อกางเกงยีนส์ยี่ห้อดังให้ตาเจ็ดตัวเข้าชุดกับน้องสาวหลังจากโทรไปถามไซร์เสื้อกางเกงของตากับพี่ตุ๋ย
เมื่อได้ของแล้วสองพี่น้องก็ไปกินอาหารเย็นที่ร้านอาหารปิ้งย่างเกหลีกันอย่าอิ่มแปล้ก่อนจะขับรถตามกันไปที่เพนท์เฮ้าส์ของทวิภาค
“โอ้ย,อิ่มจัง” ร่างเล็กลงจากรถแล้วลูบพุงตัวเองที่กินเข้าไปอย่างกับยัดจนท้องแทบแตก
“สมน้ำหน้า พี่บอกแล้วว่าอย่าสั่งเยอะแล้วเป็นไงล่ะเสียดายของ จุกมั้ย..” ชายหนุ่มบ่นน้องสาวที่เสียดายของกินจนเกือบหมดจนต้องมาคร่ำครวญว่าอิ่มจัดจนจุก
“ก็สั่งมาแล้วอ่ะ พี่ทัพพ์นั่นแหละไม่ช่วยน้อง” สองพี่น้องเดินเถียงกันเข้าไปในลิฟต์พนักงานกับ รปภ ที่นี่รู้ว่าลักษิกาเป็นน้องสาวของทวิภาคที่ได้แจ้งเคาน์เตอร์ไว้ว่าให้ขึ้นไปเพนท์เฮ้าส์ของเขาได้และมีเพื่อนๆเท่านั้นตอนนี้ยกเลิกไปหนึ่งคนคือ กิติภพที่เขาสั่งเด็ดขาดว่าไม่ให้ขึ้นไปที่ห้องของเขา
“ไอ้ทัพพ์..”
“อ้าว,ไอ้น้ำ มาได้ยังไงวะ” ร่างสูงหยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนเรียกไม่เห็นมันบอกเลยว่าจะมาหาเขา
“ไปไหนมาวะกูมารอตั้งนาน” ชนาทิปพูดกับเพื่อนแล้วรับไหว้น้องสาวของเพื่อนที่นานๆจะเจอกันสักที
“พอดีกูไปซื้อของขวัญวันเกิดให้ตาน่ะ แล้วมึงมีอะไรถึงมานั่งรอกู”
“ก็กูเบื่ออ่ะ เลยจะมาชวนมึงดื่มน่ะสิ นี่กูเตรียมมาแล้ว.” ชนาทิปชูถุงพลาสติกสีน้ำตาลเข้มมีโลโก้ของวิสกี้ชื่อดังติดอยู่และไม่ได้มีแค่ขวดเดียวแต่มีถึงสี่ขวด
“เฮ้ย,ไอ้น้ำมึงจะกินหรืออาบวะ” เจ้าของห้องเห็นเพื่อหิ้ววิสกี้มาตั้งสี่ขวดมันจะดื่มยังไงไหว
“กูหยิบของป๋ามาน่ะสิ ขี่เกียจหยิบมาบ่อยๆเลยเอามาทีเดียวเลย” ชนาทิปตอบเพื่อนก่อนจะเดินตามกันไปที่ลิฟต์
“อ้อ. มึงกับยัยลักษ์ขึ้นห้องไปก่อนนะ เอ้ะ ไม่ดีกว่า มึงไปซื้อกับแกล้มกับกู แล้วให้ยัยลักษ์เอาถุงนี่ขึ้นไปก่อน ไหวมั้ยลักษ์” ทวิภาคถามน้องสาวและมองถุงวิสกี้
“ไหวค่ะพี่ทัพพ์.”
“ฝากด้วยนะครับน้องลักษ์” หนุ่มหล่อหน้าใสลูกชายนักธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นำเข้ารายใหญ่ของประเทศมีตัวแทนจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าและร้ายขายปลีกขายส่งทุกจังหวัดมีราคาถูกจนราคาแพงสำหรับคนมีอันจะกินและยังผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลมและเรื่องดื่มชูกำลังอีกมากมายส่งขายทั้งในและต่างประเทศจนติดอันดับเศรษฐีเมืองไทยและเอเชียและมีลูกหลายคนชนาทิปเป็นลูกชายคนสุดท้องในบรรดาพี่สาวสองคนพี่ชายสองคน
“ค่ะ” ลักษิการับถุงกระดาษจากเพื่อนพี่ชายแล้วเดินเข้าลิฟต์ขึ้นไปเพนท์เฮ้าส์สูงสามสิบห้าชั้นและเพนท์เฮ้าส์ของพี่ชายที่ชั้นยี่สิบเก้าที่ทั้งชั้นมีแค่สองห้องออกจากลิฟต์ก็เดินไปฝั่งซ้ายก็เป็นเพนท์เฮ้าส์ของทวิภาคส่วนฝั่งขวาก็เป็นของนักธุรกิจชาวต่างชาติซึ่งนานๆมาที
“คิดถูกคิดผิดกันเนี่ยเราที่มานอนห้องพี่ทัพพ์” สาวร่างเล็กกดรหัสห้องของพี่ชายแล้วเดินบ่นเข้าไปในห้องวางถุงวิสกี้ลงบนโต้ะอาหาร เพนท์เฮ้าส์ของทัพพ์มีสองชั้น เหมือนบ้านสองชั้นแต่ชั้นบนมีสองห้องนอนใหญ่และระเบียงนั่งเล่น ชั้นล่างมีห้องรับแขกกว้าง มีเก้าอีโซฟาวางตามมุมตามจุดที่เจ้าของอยากวางตรงไหนก็วางเป็นห้องเอนกประสงค์ที่ใช้ต้อนรับเพื่อนๆที่มาดื่มและเป็นที่นอนของเพื่อนๆเวลาเมา มีห้องกินข้าวห้องครัวที่คนที่บ้านของพ่อจะทำอาหารมาให้ซื้อของกินมาใส่ตู้เย็นให้และมาทำความสะอาดในทุกสองวันมีห้องฟิตเนสเปิดประตูออกไปก็เป็นสระว่ายน้ำมีบาร์เครื่องดื่มและสนามหญ้าอกว้างประมาณสี่เมตรจากขอบสระไปถึงราวกั้น
“ตู้ดดๆๆ..”
“ใบพลูโทรมาได้จังหวะพอดี”
“พอดีอะไรเหรอยะเด็กเทพ.”
“ก็ลักษ์กำลังนั่งเหงาอยู่คนเดียวน่ะสิ.”
“อะไรกันยัยลักษ์แกไปอยู่กรุงเทพคนเดียวจนเกือบจะเรียนจบแล้วนะ ยังไม่ชินอีกเหรอ” ปากก็ว่าเพื่อนทั้งที่เธออยู่หอแค่ห้าวันยังเหงาเลย
“ไม่ใช่อย่างนั้น พอดีวันนี้ลักษ์เรียนเสร็จนักพี่ทัพพ์ไว้มาซื้อของขวัญวัดเกิดตาด้วยกันแล้วพรุ่งนี้ลักษ์ไม่มีเรียนก็เลยค้างที่ห้องพี่ะทัพพ์น่ะสิ.”
“อ้าว,แล้วพี่ชายแกอยู่จะเหงาทำไมล่ะ”
“ก็อยู่ แต่เพื่อนเขามากินหล้าน่ะสิ ลักษ์กะจะมาว่ายน้ำเล่นสักหน่อยอดเลย” ลักษิกาบอกเพื่อนเพราะเธอตั้งใจจะมาว่ายน้ำเล่นให้ฉ่ำปอดโดยที่ไม่มีใครมองสักหน่อย
“ก็ให้พวกเขาดื่มไปแกก็ว่ายน้ำของแกไปไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย”
“แกไม่เคยเห็นห้องพี่ทัพพ์น่ะสิก็ที่พวกเขานั่งดื่มกันมันอยู่ติดกับสระน้ำเลยนี่เห็นมั้ยแล้วแกจะให้ลักษ์ใส่บิกินี่เล่นน้ำโชว์เขาหรือไง.” ร่างเล็กก็ลุกขึ้นจากโซฟาสลับใช้กล้องหน้าเดินไปที่บาร์และสระน้ำให้เพื่อนรักดู
“มันจะยากอะไรยัยลักษ์แกก็จีบสักคนสิจะได้หมดเรื่อง ทีนี้แกก็ไม่เหงาแล้ว คริๆๆ” อัยยายุให้ลักษิกาจีบเพื่อนพี่ชาย
“ไม่เอาอ่ะ เพื่อนพี่ทัพพ์แต่ละคนนี่เสือร้ายทั้งนั้นลักษ์ไม่อยากเป็นเหยื่อ ไม่อยากคุยเรื่องของเพื่อนพี่ทัพพ์แล้ว ว่าแต่แกเถอะใบพลูจะกลับไปงานวันเกิดตากำนันมั้ย” ปกติอัยยาจะไม่พลาดงานวันเกิดตากำนันที่จัดเลี้ยงคนงานในฟาร์ม ทัพพ์พญา ทุกปี
“ไปสิอาทิตย์หน้าพลูไม่มีเรียนเพราะพรุ่งนี้จะเข้ากรุงเทพพร้อมกับอาจารย์และเพื่อนอีกสิบคนไปดูงานที่โครงการสวนจิตรฯสองวัน พลูจะไปนอนกับแกที่คอนโดน่ะ”
“ได้สิแกมากี่โมง พรุ่งนี้ลักษ์ไม่มีเรียนจะแวะไปรับ”
“น่าจะเสร็จสี่โมงเย็นนะ แต่พลูไปเองได้น่า นั่งแท็กซี่ขึ้นทางด่วนไปแป้ปเดียวเอง” เธอเคยมากรุงเทพแต่ไม่บ่อยและเคยไปค้างที่คอนโดของเพื่อนสามสี่ครั้งเมื่อต้องมาดูงานหรือทำกิจกรรมกับมหาวิทยาลัยอื่น”
“ไม่เป็นไรหรอกแก พรุ่งนี้ลักษ์จะว่ายน้ำรอแกละกัน.”
“ขอบใจจ้า.”
“แกอยากมาว่ายน้ำที่เพนท์เฮ้าส์พี่ทัพพ์มั้ยใบพลู.”
“ไม่อ่ะ เชิญแกตามสบายเถอะย่ะ..”
“เดี๋ยวนะสงสัยพี่ทัพพ์กับเพื่อนจะมาแล้วแกอยากเห็นเพื่อพี่ทัพพ์มั้ยล่ะ..” ลักษิกาบอกเพื่อนแล้วขยิบตาใส่ก่อนจะสลับกล้องไปทางประตูให้อัยยาเห็นพี่ชายกับเพื่อนที่เพิ่มมาอีกหนึ่งและหิ้วของกินมาพะรุงพะรัง
“เฮ้ย,ไม่เอายัยลักษ์แค่นี้นะ พรุ่งนี้พลูจะโทรหา..”
“เดี๋ยวสิใบพลู ยัยใบพลู..” ลักษิกาเรียกเพื่อนแล้วยิ้มขำก่อนจะมองพี่ชายกับเพื่อนที่มองเธอ “เอ่อ, ไม่มีอะไรค่ะ พอดีลักษ์คุยกับเพื่อนค่ะสวัสดีค่ะพี่ดิษย์ แห่ะๆ..” หญิงสาวไหว้เพื่อนพี่ชายที่สนิทกันดีเพราะเรียนโรงเรียนเดียวกันจนจบมัธยมก่อนดิษย์จะเข้าเรียนต่อมหาลัยเดียวกับพี่ชาย
“หวัดดีลักษ์ ไม่เจอกันนานยังตัวเท่าเดิมเลยนะเรา.” ดิษย์ล้อน้องสาวเพื่อนอย่างคุ้นเคยกันเพราะตอนทวิภาคย้ายเข้ามาเรียนมอ.สี่ในกรุงเทพแต่ดิษย์ยังเรียนโรงเรียนเดิมและลักษิกาก็เข้าโรงเรียนเดียวกันเขาก็ช่วยดูแลน้องสาวเพื่อนตามที่ทวิภาคได้ขอไว้จึงทำให้สนิทกันดีรวมทั้งอัยด้วย
“ลักษ์สูงตั้งร้อยหกห้านะพี่ดิษย์ ไม่ได้เตี้ยเลย ตัวเองนั่นแหละเกิดมาสูงเอง แล้วซื้ออะไรมากันบ้างอ่ะพี่ทัพพ์.” ลักษิกาถามพี่ชายกับเพื่อน
“หลายอย่าเอาไปใส่จานให้หน่อยสิมีผลไม้ขอลักษ์ด้วยนะ..”
“ได้ค่ะคุณพี่ชาย.” เสียงใสพูดลากเสียงแล้วเดินไปในห้องครัวที่ดิษย์กับชนาทิปหิ้วไปวาง
“เมื่อกี้พี่ได้ยินว่าลักษ์คุยกับใบพลูอยู่ใช่ป่ะ แล้วเป็นยังไงบ้างล่ะ” ดิษย์ยืนป้วนเปี้ยนในครัวคุยกับลักษิกา
“ยัยใบพลูน่ะเหรอคะ สบายสิคะเห็นว่าพรุ่งนี้จะมาดูงานกับมหาลัยแล้วจะไปนอนที่คอนโดลักษ์ค่ะ”
“ใครจะมาดูงานนะลักษ์” ทวิภาคถามน้องสาวหลังได้ยินชื่อของอัยยา
“ใบพลูค่ะพี่ทัพพ์ พรุ่งนี้ชีจะมาดูงานที่สวนจิตรฯสองวันก็เลยจะไปนอนกับลักษ์ที่คอนโดค่ะ” คนเป็นน้องตอบพี่ชายและมองอย่างสงสัยสำหรับดิษย์เธอไม่ได้สงสัยอะไรเพราะเขาชอบใบพูลตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้วแต่เพื่อนของเธอก็นับถือเป็นพี่เท่านั้น
“มาดูงานที่สวนจิตรฯแล้วจะไปพักที่รังสิตนี่นะ คิดได้ยังไงมันไกลนะลักษ์ เอาอย่างนี้สิให้ใบพลูมาพักที่เพนท์เฮ้าส์พี่กับลักษ์สิ พรุ่งนี้เราไม่มีเรียนไม่ใช่เหรอ” ทวิภาคบอกน้องสาวด้วยความหวังดีเพราะเรื่องแค่นี้เอง อัยยาช่วยดูแลตาช่วยงานตาตั้งเยอะเขาตอบแทนหญิงสาวแค่นี้จะเป็นไรไป
“พี่ทัพพ์/ไอ้ทัพพ์..” ดิษย์กับน้องสาวเรียกทวิภาคพร้อมกัน
“อะไร, ฉันก็แค่อยากตอบแทนใบพลูนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง ลักษ์ก็รู้ดีไม่ใช่เหรอว่าใบพลูช่วยงานตาและดูแลตาทุกครั้งที่กลับบ้านน่ะ”
“ค่ะ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ลักษ์ค่อยบอกใบพลูนะคะ เอ้า.พี่ดิษย์ยกจานเม็ดมะม่วงหิมพานต์กับ ถั่วทอดกรอบไปก่อนเลยค่ะ" เหญิงสาวบอกเพื่อนพี่ชายแล้วทัพพ์ก้หยิบจาน ยำกุ้งสด กุ้งแช่น้ำปลา หอยนางรมทรงเครื่องออกไปส่วนผลไม้ของเธอก็ที่เก็บเข้าตู้เย็นก
“ลักษ์ไม่มาดื่มด้วยกันหน่อยเหรอ.” ดิษญ์ชวนน้องสาวเพื่อน
“เชิญตามสบายค่ะ ลักษ์อิ่มมาก ขอตัวไปอาบน้ำนอนดูซีรี่ย์เกาหลีก่อนนะคะ..” ลักษิกาตอบดิษย์แล้วเดินขึ้นไปชั้นสองที่เป็นห้องนอนใหญ่ทั้งสองห้องและเธอก็เข้าห้องที่ว่างเพื่ออาบน้ำแล้วนอนดูซีรี่ย์ให้สบายอารมณ์ดีกว่า
ส่วนทวิภาคกับเพื่อนก็นั่งดื่มกันไปคุยกันไปเพราะมากันครบ ซึ่งเดือนหนึ่งพวกเพื่อนจะมาดื่มที่เพนท์เฮ้าส์ของเขาอาทิตญละครั้งหรือบากทีมีรายงานอะไรที่ต้องทำก็จับกลุ่มกันมาที่นี่เป็นส่วนใหญ่เพราะสะดวกทุกอย่าง
“ตู้มมมๆ..” ดิษย์กับอดิสรถอดเสื้อผ้าเหลือแต่กางเกงในตัวเดียวแล้วกระโดดลงสระจนน้ำกระจาย
“น้องสาวแกมีแฟนหรือยังวะทัพพ์.” ชนาทิปถามเพื่อน
“ถามทำไม มึงจะจีบยัยลักษ์เหรอ เสียใจมึงไม่ผ่านเครื่องสแกนของกูว่ะ” คนเป็นพี่สกัดดาวรุ่งเพื่อนไม่ให้จีบน้องสาวเพราะชนาทิปเจ้าชู้เปลี่ยนผู้หญิงยังกับเปลี่ยนเสื้อผ้าต่างจากเขาที่คบเป็นคนพอเบื่อก็เลิกกันไปเพราะเขาไม่มีอะไรจะทุ่มให้ผู้หญิงนอกจากความสุขและของขวัญเล็กๆน้อยๆพอไม่ได้อะไรผู้หญิงก็จากไปหาที่เกาะใหม่
“ไม่ๆ กูถามดูเฉยๆ ก็เห็นมาตั้งนานแล้วยังไม่เคยเห็นควงใครเลยนี่นา..” ชนาทิปตอบเพื่อนทั้งที่ในใจอยากรู้แทบแย่แต่ไอ้พี่ชายขี้หวงมองเขม่นเขาอยู่ถ้าไม่ถามก็ไม่รู้ฉะนั้นเขาจึงถาม
“น้องกูยังเด็กอยู่เลยจะมีแฟนได้ยังไงวะ”
“มหาลัยปีสองแล้วนะไอ้ทัพพ์ ทีมึงยังไปฟันรุ่นน้องปีสองเลยกูเห็นมึงบอกว่าเด็กเลย” คนเป็นเพื่อนแย้งเพราะครั้งหนึ่งทวิภาคดันไปฟันเด็กปีสองเพราะคิดว่ารุ่นเดียวกันเพราะเธอแต่งตัวจัดจ้านเหลือเกิน
“นั่นกูดูผิดไป ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อยดีนะที่ยัยหนั่นอยู่วัยเลยคุกมาแล้ว ไม่งั้นกูคงจะจำไปอีกนนานเลยว่ะ หุๆ.” คิดแล้วก็ทั้งขำทั้งเคืองยัยเด็กคนนั้นแต่ก็ทำเอาเขาหมดแรงไปเหมือนกันไม่คิดว่าอายุแค่นี้แต่ประสบการณ์เรื่องเซ็กซ์นี่สุดยอดจริงๆๆ
ทวิภาคดื่มกับเพื่อนและเล่นน้ำกันจนเหนื่อยก็ทยอยไปอาบน้ำที่ห้องของเขาพวกนั้นก็หยิบฉวยเสื้อผ้าเขามาใส่ยังกับเป็นเจ้าของห้องส่วนกางเกงในที่เขาซื้อติดตู้ไว้เป็นโหลๆสำหรับเพื่อนเพราะเขาทนให้พวกมันใส่ตัวเก่ากลับบ้านบางครั้งถึงกับใส่ไปเรียนทั้งวันไม่ไหว แล้วทุกคนก็หอบหมอนผ้าห่มหาที่ที่นอนตามมุมต่างๆในห้องรับแขกที่มีโซฟาเบดวางอยู่ก็ถูกสี่หนุ่มจับจองรวมทั้งเจ้าขางบ้านที่ยึดตัวใหญ่กลางห้อง
เช้าวันนี้หนุ่มๆทุกคนก็ออกไปเรียนกันแต่เช้าส่วนลักษิกาก็หลับอุตุอยู่ในห้องอย่างสบายเพราะวันนี้ไม่มีเรียนและได้พักสมอง จึงไม่รู้ว่าแม่บ้านมาทำความสะอาดบ้านพร้อมกับซักผ้าให้เจ้านายแต่พวกเขารู้ว่าน้องสาวเจ้านายน้อยนอนอยู่จึงจัดอาหารเช้าไว้ให้แต่เก้าโมงแล้วยังไม่ลงมา
“นังแจงขึ้นไปปลุกคุณหนูลักษ์หน่อยสิ อาหารเช้าเย็นชืดหมดแล้ว” อ้วนบอกเด็กสาวที่มาช่วยงานเธอที่เพนท์เฮ้าของเจ้านายน้อยตลอด
“ค่ะพี่อ้วน” แจงหันหลังขึ้นไปชั้นบนทันทีแต่ลักษิกาตื่นแล้วกำลังเดินออกมาจากห้อง สวัสดีค่คุณหนูลักษ์”
“สวัสดีจ้ะแจง มาแต่เช้าเลยนะ”
“เช้าที่ไหนคะคุณหนูลักษ์ นี่เกือบสิบโมงแล้วนะคะ”
“จริงเหรอ มิน่าล่ะลักษ์ถึงหิวตะหงิดๆ.”
“พี่อ้วนให้แจงมาปลุกคุณหนูลักษ์ไปกินข้าวเช้าค่ะ..”
“งั้นไปกันเลย ลักษ์หิว..” ลักษิกาก็ลงไปกินอาหารอิ่มแล้วก็ไปนั่งดูทีวีจนเที่ยงก็เปลี่ยนชุกบิกินี่ลงไปว่ายน้ำและให้แจงถ่ายรูปให้อัพลงไอจีก่อนจะว่ายน้ำจนเมื่อยก็ขึ้นจากสระไปอาบน้ำแล้วมากินอาหารกลางวันเวลาบ่ายสองโมงอ้วนกับแจงก็กลับบ้านเพราะงานเสร็จแล้วจึงเหลือลักษิกาอยู่คนเดียวก่อนจะรับโทรศัพท์ของอัยยาที่บอกว่าเสร็จงานแล้วเธอก็ออกไปรับเพื่อนแต่ยังไม่ได้บอกเพื่อนว่าคืนนี้ค้างที่เพนท์เฮ้าส์ของพี่ชาย
“ปริ้นๆๆ..”
“ใบพลูทางนี้จ้า..” ลักษิกาบีบแตรแล้วเรียกเพื่อนที่นั่งรอเธออยู่ป้ายรถเมล์ อัยยาเห็นรถเต่าสีเหลืองมะนาวจอดอยู่จึงลุกเดินไปขึ้นรถ
“ขอบใจมากนะลักษ์.” วันนี้เธอดูงานเสร็จตอนบ่ายสามโมงก็โทรหาเพื่อนตามที่ได้นัดไว้าว่าเสร็จงานแล้วเธอจะโทรบอก
“เล็กน้อยน่าแก แต่ว่าแกต้องมาดูงานอีกวันหนึ่งใช่ป่ะ”
“ฮื่อ. พรุ่งนี้อีกวันแล้วพลูจะกลับบ้านอยู่จนเสร็จงานวันเกิดตากำนันแล้วค่อยไปมหาลัยช่วงนี้อาจารย์กำลังยุ่งกับการประชุมจะจัดงานเกษตรร่วมกับจังหวัดน่ะ พลูก็เลยสบายเพราะมาดูงานก่อน..”
“คืออย่างนี้นะใบพลู พี่ทัพพ์บอกว่าให้แกไปนอนที่เพนท์เฮ้าของเขา...."
“ไม่ๆ พลูจะไปนอนคอนโดของแกนะลักษ์” อัยยาแย้งเพื่อนที่ยังพูดไม่จบจะให้เธอไปนอนเพนท์เฮ้าส์ของทัพพ์ได้ยังไงในเมื่อไม่ได้สนิทกันและเขายังเป็นผู้ชายอีกด้วย
“นี่ยัยใบพลู ใครจะปล่อยให้แกไปนอนที่เพนท์เฮ้าส์พี่ทัพพ์กันสองต่อสองยะ ลักษ์ก็ค้างด้วย พรุ่งนี้ลักษ์ไปส่งแกที่สวนจิตฯแล้วไปเรียน พอเรียนเสร็จก็มารับแกไปนอนคอนโด โอเคมั้ย..” ลักษิกาถามเพื่อนและหันไปมองหน้าขณะรถติดไฟแดง
“ไปพักที่คอนโดแกเลยไม่ได้เหรอลักษ์ พลูเกรงใจพี่ชายกอ่ะ.” ก็ไอ้ครั้งสุดท้ายที่เจอกัน ทัพพ์ก็ทำให้เธออายจนรอานัสเอามาล้อทุกครั้งที่เจอกันแล้วเธอจะมองหน้าเขาได้ยังไงกันล่ะ อัยยามองเพื่อนอย่างขอร้อง
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก พี่ทัพพ์เขาก็อยากช่วยเหลือแกบ้างเพราะแกช่วยงานตาดูแลตาแค่นี้จิ๊บๆน่า แกอย่าคิดมากเลยแค่คืนเดียวเองแต่ลักษ์บอกพี่ทัพพ์แล้วว่าวันนี้ห้ามให้เพื่อนมาดื่มที่ห้อง..” ลักษิกาบอกเพื่อนเพราะรู้ว่าอัยยาเกรงใจพี่ชาย
“ก็ได้จ้ะ..” อัยาพูดเสียงอ่อยนอนก็นอนแค่คืนเดียวเอง
“เดี๋ยวลักษ์จะดูตารางเรียนก่อน อาจลากลับบ้านพร้อมแกก็ได้” เธอไม่ได้กลับบ้านมาสองอาทิตย์เพราะเรียนหนักจึงขี้เกียรติขับรถแต่อาทิตย์นี้ต้องกลับเพราะเป็นวันเกิดตากำนัน
“ดีสิ พลูจะได้สบายมีคนขับรถให้นั่ง” หญิงสาวบอกเพื่อนแล้วยิ้ม
“ด้วยความยินดีค่าคุณนายใบพลู” สองสาวใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็ถึงเพนท์เฮ้าส์ของทวิภาคที่ตั้งอยู่ย่านสาธรติดแม่น้ำเจ้าพระยา
“ที่นี่เหรอลักษ์.” อัยยาเงยหน้ามองตึกสูงเมื่อเพื่อนขับรถเข้าไปจอดหน้าคอนโดหรูที่มีหลังคาใส่กันแดดกันฝนสำหรับลูกค้าหรือเพื่อนของเจ้าของห้องพักส่วนที่จอดของเจ้าของห้องอยู่ใต้ตึก
“อื่อ.ทำไมเหรอแก.” ลักษิกาลงจากรถแล้วกดรีโมทล็อครถ
“เปล่าๆ คือมันหรูหรามากนะต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะซื้อเพนท์เฮ้าส์ในตึกนี้ได้” อัยยามองดูความหรูหราของคอนโดหรูตั้งแต่ประตูทางเข้าและเจ้าหน้าที่สาวสวยที่มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าเพราะแต่งชุดนักศึกษาและมากับน้องสาวของเจ้าของ เพนท์เฮ้าส์สุดหรูราคาแพงที่สามรถซื้อคฤหาสน์หลังงามได้เพราะทั้งชั้นมีแค่สองห้องที่จัดเต็มชนิดที่ไม่ต้องไปเล่นรวมกับคนอื่นในส่วนของคอนโดเพราะเพนท์เฮ้าส์หรูเพราะมีทุกอย่างในห้องครบถ้วน สองสาวเข้าลิฟต์ไปลักษิกาก็กดชั้นยี่สิบเก้า
“พี่ทัพพ์อยู่ชั้นยี่สิบเก้าเหรอแก.”
“ใช่.”
“ตึกมีกี่ชั้น..”
“สามสิบห้าชั้น.”
“ติ้ง.”
“มาสิใบพลู.” ลักษิกาจับมือเพื่อนเดินไปฝั่งซ้ายมือก็กดรหัสจนเสียงดังติ้ดเธอก็ผลักประตูเข้าไปในห้องมองจนอัยยาเดินตามเข้ามจึงปิดประตู
“สวยมากเลยแก” อัยยาเดินไปใกล้กระจกมองออกไปก็เห็นตึกโรงแรม คอนโดสูงมากมายและมองไปอีกฝั่งจากมุมสูงก็เห็นแม่น้ำเจ้าพระยาคดเคี้ยวยาวไปไกลลิบๆ "ถ้ากลางคืนน่าจะสวยกว่านี้นะแก"อัยยาพูดกัยเพื่อนเพราะตอนนี้เพิ่งห้าโมงเย็นพระอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำใกล้จะตก