บทที่ 1.1 พี่ชายข้างบ้าน
ร่างอรชรอ้อนแอ้นที่สวมชุดนักเรียนมัธยมปลาย กับกระโปรงจีบรอบสีแดงสดวิ่งตึงๆ ลงมาจากชั้นสองของบ้านทาวน์โฮมที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่เกิด เธอยกสองแขนรวบผมลวกๆ ก่อนใช้ยางที่คล้องข้อมือน้อยมัดสองทบ ดึงริบบิ้นที่ปากคาบไว้มาผูกผมอีกทีเป็นอันว่าเสร็จ
“ไอ้จา จะกินไหมเนี่ยข้าวอะ”
เสียงห้าวใหญ่ตะโกนเรียกน้องสาวที่ชอบนอนตื่นสายเป็นประจำ พานให้เจ้าของชื่อเร่งความเร็วมาที่โต๊ะกินข้าวที่มีพ่อ แม่ และพี่ชายจอมกวนประสาทนั่งรออยู่แล้ว ทุกคนมองสำรวจหญิงสาวตั้งแต่หัวจดเท้า รอยยิ้มค่อยๆ ผุดพรายบนใบหน้าของเดือนผู้เป็นมารดา อีกทั้งสายตาของท่านยังทอประกายไปด้วยความปลาบปลื้มใจ ยามมองบุตรสาวที่สวยขึ้นทุกวันๆ หากสองหนุ่มที่นั่งโต๊ะเดียวกันไม่เห็นด้วย
“จา ถ้าพรุ่งนี้สายอีกพ่อไม่รอนะลูก”
สีดาหน้างอเง้าแต่ก็ไม่เถียงกลับ เลือกที่จะเดินมานั่งกินข้าวผัดเงียบๆ ในขณะที่พี่ชายมองอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ และเหมือนหญิงสาวจะรู้ตัวว่ามีสายตาไม่พึงประสงค์มองมา เธอจึงเงยหน้าขึ้นจากจานข้าว
“มองอะไร” สีดาเงยหน้าถามคนที่นั่งข้างๆ
“มองปอบ แม่ดูสิ! ไอ้จากินยังกับปอบลง ปากนี่มันแผล็บเหมือนไอ้ทาโร่เลย”
รามฤทธิ์หัวเราะลั่น นึกสะใจที่ได้เปรียบเทียบน้องสาวเหมือนสุนัขที่ตนเลี้ยงไว้ หากคนถูกกล่าวหาไม่สนุกด้วยแม้แต่น้อย สีดากัดฟันแน่นพลางกำช้อนข้าวด้วยความโมโห
“พี่นี่มันปากทาโร่จริงๆ”
สีดาค้อนชายหนุ่มข้างกาย วางช้อนส้อมรวบเข้าด้วยกันบนจานข้าว แล้วดื่มน้ำเย็นจนหมดแก้ว ก่อนลุกจากเก้าอี้คว้าได้กระเป๋านักเรียนก็เดินออกจากบ้าน ท่ามกลางความตกใจของสมาชิกที่เหลือ โดยเฉพาะรามฤทธิ์
“พ่อ จาไปเองนะ” ความอึ้งเหือดหายไปเมื่อเสียงใสตะโกนกลับเข้ามา บิดาได้สติรีบตอบรับทันที
“เออ ไปดีๆ นะลูก”
คราวนี้มารดาถึงกับหลุดหัวเราะบ้าง นางสะใจที่ลูกชายถูกลูกสาวตอกกลับมาจนหน้าหงาย รวมถึงบิดาด้วย รายนั้นยิ้มไม่หุบก่อนพูดเตือนสติลูกคนโต
“หยุดว่าน้องสักทีเถอะเจ้าเดี่ยว จามันโตเป็นสาวแล้ว ไปว่ามันมากๆ เดี๋ยวก็เกิดเรื่องหรอก”
“โห่พ่อ ต่อให้มันโตจนแก่ ไอ้จามันก็เป็นน้องผมนะ หยอกนิดหยอกหน่อยไม่ได้เลย ย้อนเอาย้อนเอา ไอ้น้องปากร้าย” รามฤทธิ์หัวเสีย ก่อนลงมือกินมื้อเช้าต่อเงียบๆ
“ไอ้ได้น่ะได้ แต่ต่อไปจามันคงไม่ย้อนกลับมาแค่ปากเจ้าทาโร่หรอก แม่ว่ามันคงมีสัตว์อย่างอื่นตามมาด้วยแหงๆ”
หลังจากสวมรองเท้าเสร็จ สีดาก็เดินมาลูบหัวสุนัขตัวโปรดที่นั่งรอส่งเธอไปโรงเรียนอยู่หน้าบ้านเหมือนทุกๆ วัน เจ้าทาโร่เป็นสุนัขพันธุ์โกลเดนริทรีฟเวอร์ (Golden Retriever) เพศผู้ทรงสง่า มิหนำซ้ำมันยังแสนรู้และฉลาดอ้อนเป็นที่หนึ่ง พานให้สมาชิกในบ้านหลงรักกันทุกคน
“พี่ไปก่อนนะทาโร่ ตอนเย็นจะซื้อไก่ย่างมาฝาก อย่าออกไปแอ๊วสาวที่ไหนล่ะ”
สีดาลูบหัวเจ้าทาโร่สุนัขวัย 14 ปีก่อนเดินมาเปิดน้ำ จับสายยางล้างมือทั้งสองข้างจนสะอาดในขณะที่ทาโร่ก็ยังเดินตามระยะประชิด มันชอบป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ เจ้าของมาตั้งแต่เด็ก
“พี่เดี่ยวออกมาเมื่อไหร่ฝากกัดขาด้วยนะ”
หลังจากร่ำลาสุนัขตัวโปรดเป็นที่เรียบร้อย สีดาก็เปิดรั้วเดินออกจากบ้านด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก เธอเดินผ่านหน้าบ้านหลังหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกับบ้านของเธอ เห็นชายหนุ่มมาดขรึมกำลังดึงผ้าคลุมรถออกจึงรีบซอยเท้าด้วยความไวเพื่อต้องการหนีเขา
‘ถ้าพี่แดนเห็นเข้ามีหวังได้ไปส่งที่โรงเรียนแน่เลย’
ธเนศ สอนสุภาพ หนุ่มข้างบ้านวัย 37 ปี ที่มีดีกรีเป็นถึงอาจารย์สอนมหาวิทยาลัย เขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้เข้าปีที่ 11 แล้ว และค่อนข้างสนิทกับครอบครัวของสีดาทุกคน โดยเฉพาะบิดาของหญิงสาว รายนั้นรักชายหนุ่มเสมือนพี่น้องคลานตามกันมาก็ว่าได้
‘มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน’ คำๆ นี้ใช้ได้จริงกับทั้งสองครอบครัว ก็เมื่อปีที่แล้วบ้านของสีดาเกิดปัญหาใหญ่ เพราะพ่อไปเซ็นค้ำประกันรถให้เพื่อนที่ทำงาน แล้วจู่ๆ รายนั้นเกิดหนีหายไม่จ่ายค่างวด แถมยังไม่คืนรถจนมีหมายศาลมาที่บ้าน เร่งรัดให้จ่ายเงินแทนทั้งหมด รวมดอกเบี้ยด้วยก็ประมาณล้านกว่าบาท
ซึ่งตอนนั้นทางบ้านมีเงินเก็บไม่ถึงล้าน ขาดอีกหลายแสนบาท ซึ่งส่วนที่ขาดนั้นก็ได้ธเนศยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ แถมยังหาทนายมือดีขอผ่อนผันหนี้สินให้ถูกลงถ้าจะจ่ายทั้งหมดพร้อมจบคดีอย่างรวดเร็ว ซึ่งทุกอย่างก็ผ่านไปได้อย่างสวยงามจากความช่วยเหลือของธเนศ หลังจากนั้นมาเขาก็กลายเป็นสมาชิกในครอบครัวสมานันท์ไปโดยไม่มีข้อกังขา
ทุกเย็นหลังเลิกงานแม่จะสั่งให้สีดานำกับข้าวไปให้ครอบครัวของธเนศ และทุกวันศุกร์ชายหนุ่มจะเดินมานั่งคุยกับพ่อพร้อมกับสังสรรค์ตามประสาลูกผู้ชาย โดยที่พี่ ‘พุก’ ภรรยาคนสวยของพี่แดนจะเดินมาตามกลับบ้านตอนเที่ยงคืนตรง
ด้วยนิสัยจู้จี้ของธเนศ ทำให้สีดาไม่ชอบอยู่ใกล้เขาสักเท่าไหร่ ชายหนุ่มเป็นคน ‘ดุ’ ซ้ำยังเอาจริงเอาจังกับทุกเรื่องในชีวิต เรียกได้ว่ามีลักษณะนิสัยต่างจากเธอทุกประการ และด้วยเหตุนี้เองทำให้สีดาพยายามหลีกหนีไปให้ไกลๆ เขา แต่ก็ทำได้แค่พยายาม เพราะเรื่องจริงคือเรามักบังเอิญเจอกันหน้าหมู่บ้านเสมอ และเขาก็ชอบชวนเธอขึ้นรถกลับบ้านด้วยกัน ในขณะที่เธอปฏิเสธจนเสียงแหบแห้งแต่สุดท้ายก็ต้องยอมไปกับเขาเพราะไม่งั้นพี่แดนจะฟ้องพ่อ ซึ่งเขาก็ทำอย่างนั้นจริงๆ ไม่ใช่แค่คำขู่ให้กลัวเล่นๆ