• บทนํา •
ภายในห้องโถงของคฤหาสน์หลังใหญ่ มีร่างเพรียวระหงงดงามอยู่ในชุดเดรสสีดำเข้มนั่งบนเก้าอี้ตัวโต พลันยกแก้วไวน์กระดกด้วยท่าทางใจเย็น
‘เนซีน วอลเล็นคาว์’ คือชื่อเธอ
เธอเป็นผู้หญิงผู้มีความงดงามปานเทพธิดาลงมาจุติ นอกจากนั้นยังเป็นถึงลูกสาวของคาเซอร์ วอลเล็นคาว์ มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ บุคคลที่
ทรงอิทธิพลน่าเกรงขามและครอบครองอำนาจเถื่อนในแผ่นดินมังกร แต่เนซีนก็ต้องพบความเศร้าโศกเสียใจ เพราะบิดาของเธอนั้นถูกลอบสังหาร
ตึง!
แก้วไวน์ใบงามถูกวางลงตรงหน้า เมดสาวจึงทำการรินไวน์สีม่วงเข้มใส่แก้วให้ผู้เป็นเจ้านายของเธอ จากที่เคยเป็นคุณหนู ในตอนนี้ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งมาเฟีย ผู้กุมอำนาจมืดแทนบิดาที่ได้สิ้นลมหายใจไปแล้ว
มือเรียวหยิบแก้วไวน์ขึ้นยกดื่มอีกครั้ง เธอมีสีหน้าเรียบนิ่ง เฉยชา ด้วยนิสัยเธอจึงไม่มีใครสามารถเดาอารมณ์หรือความรู้สึกของผู้หญิง
คนนี้ได้ ถึงแม้วันนี้จะเป็นงานศพของผู้เป็นบิดาก็ตาม
เธอร้องไห้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น...
“คนต่อไปที่พวกมันจะจัดการก็คงเป็นคุณหนู” แม่นมหวงกู๋
หญิงวัยสี่สิบปีเอ่ยกับซงหยวนผู้เป็นสามีของเธอ และเป็นลูกน้องคนสนิทของนายใหญ่คาเซอร์
“ใช่” ซงหยวนรู้ว่ามีคนต้องการล้มล้างตระกูลมาเฟียนี้ และหน้าที่ของผู้จงรักภักดีอย่างเขาคือการดูแลคุณหนูเนซีนให้ปลอดภัย
ถึงจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
“คงจะต้องพาคุณหนูไปหลบที่ไทยก่อน แล้วค่อยรีบหาเบาะแสไอ้พวกคนทรยศ” ซงหยวนกล่าวถึงการตายของผู้เป็นนายครั้งนี้ ทั้งที่มีการคุ้มกันรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี
แต่ก็พลาดท่าเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้ ฉะนั้นมันต้องมีคนในเท่านั้นที่เป็นหนอนบ่อนไส้ หากยังอยู่ที่นี่ ถึงเนซีนจะเป็นมาเฟียมีอำนาจเพียงใด แต่ตราบใดที่ไส้ศึกคือคนในมันก็ไม่ปลอดภัยสำหรับเธออยู่ดี
หากพาไปหลบพักที่ไทย อย่างน้อยก็มีเจ้าสัวศักดิ์ดาที่เป็นสหายรักของคาเซอร์ พวกเขารักและเคารพกันดังญาติพี่น้อง เรียกง่าย ๆ ว่าเจ้าสัวศักดิ์ดาคือญาติเพียงคนเดียวของเนซีนที่เหลืออยู่
เพราะเธอเป็นลูกสาวคนเดียวของคาเซอร์ แม้คาเซอร์จะมี
ภรรยาน้อยและมีลูกด้วยกันถึงสองคน แต่ทว่า... หนึ่งในสองนั้นกลับไม่มีสายเลือดของคาเซอร์อยู่เลย
คนที่เพิ่งรับรู้ความจริงก็คือเนซีน...
ส่วนคนที่มีสายเลือดเดียวกับเธอนั้นได้จบชีวิตลงพร้อมพ่อของเธอไปแล้ว จะเหลือก็เพียงงูพิษที่ปอกลอกสวมเขาให้บิดาเธอมาแสนนาน
ถึงเวลาที่เธอต้องสะสางไอ้คนสารเลวนี่!
“จะอยู่ที่ไหน ถ้าคนจะตายก็จะตายอะนะ” เฟิ่งอวินเดินยิ้มแย้มเข้ามาภายในคฤหาสน์พร้อมเฟิ่งหานแม่ของเขาด้วยท่าทีวางมาด เขาเองก็เป็นลูกชายของคาเซอร์เหมือนกัน แต่ก็แอบโมโหอยู่ไม่น้อยว่าทำไม
ทุกคนถึงเลือกให้เนซีนขึ้นนั่งตำแหน่งมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ รวมถึงพินัยกรรมทั้งหมดถูกยกให้อีกฝ่ายคนเดียว
โดยที่เขากับแม่ไม่ได้อะไรสักอย่าง เรื่องนี้ทำให้เฟิ่งอวินเกลียดชัง
เนซีนมากขึ้นหลายร้อยเท่า
“คุณเฟิ่งไม่ควรพูดแบบนี้นะคะ” แม่นมหวงกู๋เอ่ยขึ้น
“มันก็จริงปะป้า ฉันพูดผิดตรงไหน? หืม?” ปลายเสียงเอ่ยอย่างหาเรื่อง
“เถียงมาสิป้า”
“หึ” เนซีนเหยียดยิ้มมุมปาก ดวงตากลมสงบนิ่งแฝงเร้นความ
ชั่วร้าย พลันร่างเพรียวผุดลุกขึ้นเดินมาหยุดตรงหน้าเฟิ่งหาน ผู้ที่เป็น
เมียน้อยของพ่อเธอ และเฟิ่งอวิน น้องชายต่างมารดา ต่างสายเลือด
อีกด้วย
“มีอะไรกับฉันฮะ? มองหน้าแบบนี้คือ?” เฟิ่งอวินถลาเข้าไปหา
เนซีนหวังหาเรื่อง หากโดนบอดี้การ์ดร่างโตเข้ามากัน
“หมดเวลาของพวกแกสองแม่ลูกแล้ว” เธอเอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่งหากเต็มเปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็น สายตานิ่งดังสายน้ำสบตามองไปที่เฟิ่งหาน ผู้หญิงเจ้าเล่ห์แสนมารยา
เรื่องในวันนี้ที่เธอรับรู้มาก็คือ เฟิ่งอวินไม่เพียงแค่ไม่มีสายเลือดของคุณพ่อ เธอยังรู้อีกว่าผู้หญิงสารเลวคนนี้คือต้นเหตุที่ทำให้แม่เธอต้องฆ่าตัวตาย!
“แกพูดบ้าอะไร!” เฟิ่งหานตอกกลับมา
“ไสหัวออกไปจากบ้านฉัน”
“กล้าดียังไงมาไล่ฉัน!” คราวนี้เฟิ่งหานตวาดเสียงดัง ยัยเด็ก
เมื่อวานซืน คิดว่าได้สมบัติทุกอย่างแล้วจะกล้าดีมาไล่เธอกับลูกงั้นเหรอ!
“จะไปหรือจะตาย” เธอเหยียดรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวออกมา พลันเอื้อมมือไปหยิบเอาปืนจากเอวหนาของบอดี้การ์ดเธอที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ขึ้นเล็งใส่สองแม่ลูก
“หนูซีนจ๊ะ แม่ว่ามีอะไรค่อยๆ คุยกันดีกว่านะจ๊ะ” เฟิ่งหานเปลี่ยนทั้งน้ำเสียงและสีหน้า ในยามนี้ยัยเด็กนี่ต้องไปรับรู้อะไรบางอย่างมาแน่ เพราะปกติเธอเป็นคนไม่สุงสิงกับใคร ไม่ชอบมีเรื่องหรือมีปากเสียง
กับใคร
“หนึ่ง...”
“เนซีน! เป็นบ้าอะไรขึ้นมา ฉันเป็นน้องชายเธอนะเว้ย!” เฟิ่งอวินตวาดอย่างไม่รู้เรื่อง ทั้งยังแค้นขึ้นไปอีกที่ถูกเอ่ยไล่ออกจากบ้าน
“สอง...” เนซีนหาได้สนใจเสียงหมาที่กำลังเห่าหอน
“นี่หนูซีน~” เฟิ่งหานทำใจดีสู้เสือ กล้ายิ้มเดินหน้าเข้าไปหาเธอ
“สาม... เปรี้ยง!”
“โอ๊ย!!!” ร่างของเฟิ่งอวินกระเด็นถอยหลังเล็กน้อยตามแรงยิงจากกระบอกปืนลำสั้นสีดำเงา ก่อนจะล้มลงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดหลังเขาถูกลูกกระสุนฝังเข้าที่หน้าขาหนา
“ลูกแม่!”
“แม่ง ยัยบ้า!” เฟิ่งอวินนอนกุมบาดแผลอาบเลือดอย่างทรมานด้วยความเดือดดาล กรามหนาขบเข้าหากันแน่นแทบหักเพราะความเจ็บปวดที่ไม่เคยได้รับ
“คุณหนูเนซีน...” การกระทำครั้งนี้สร้างความตกใจให้กับทุกคนในที่นี้ไม่น้อย เพราะไม่มีใครเคยเห็นเธอในโหมดร้ายกาจเช่นนี้ แต่จะรู้แค่ว่าเธอเป็นคนเย็นชา ไม่สนใจหรือใส่ใจทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว
“ทำไมแกต้องทำแบบนี้!” เฟิ่งหานเอ่ยด้วยความสั่นกลัวกับคนตรงหน้า หากครานี้เนซีนยกปืนขึ้นเล็งใส่หัวของเฟิ่งหาน สายตาเธอนั้น
มีแต่ความเย็นชา ไร้ความรู้สึก และแน่นอนว่าถ้าเฟิ่งหานไม่ออกไปแต่โดยดี เธอจะเหนี่ยวไกปืนทันที
“ต้องให้ฉันนับอีกรอบไหม...”
“อึก!” เฟิ่งหานกลืนน้ำลายเสียงดัง
“ถ้านับอีก ครั้งนี้จะเป็นที่หัว”
“เอ่อ ฉันว่าคุณหานรีบพาคุณเฟิ่งออกไปก่อนเถอะค่ะ” แม่นมหวงกู๋เอ่ยกับเฟิ่งหานแล้วให้คนมาประคองเฟิ่งอวินออกไป เธอไม่อยากเห็นคุณหนูผู้เป็นที่รักต้องฆ่าใครในบ้านนี้ อีกอย่างผู้หญิงคนนี้ก็เป็นถึงภรรยาน้อยของนายใหญ่คาเซอร์
“ต่อไปนี้อย่าให้ฉันได้เห็นสองแม่ลูกในบ้านนี้เป็นอันเด็ดขาด!” เธอออกคำสั่งเสียงดังพลางทิ้งปืนลงพื้น ก่อนจะกลับไปนั่งจิบไวน์เช่นเดิม