bc

เล่ห์รักประธานหนุ่ม

book_age18+
185
FOLLOW
1.7K
READ
love-triangle
HE
love after marriage
age gap
forced
opposites attract
playboy
kickass heroine
heir/heiress
drama
sweet
lighthearted
kicking
city
office/work place
childhood crush
disappearance
rejected
friends with benefits
addiction
assistant
like
intro-logo
Blurb

“สิบปีในฐานะเลขาคู่ใจ ฉันทำทุกอย่างเพื่อเขา แต่เขากลับมองว่าฉันเป็นแค่ 'ผู้ช่วย' ที่ไม่มีวันสำคัญไปกว่านั้น...”

เมื่อ นารา ตัดสินใจลาออกเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ เธอกลับไม่คิดว่า อคิน ประธานหนุ่มที่เธอเคยคิดว่าไร้หัวใจ จะใช้เล่ห์เหลี่ยมทุกอย่างเพื่อรั้งเธอไว้

"คุณนารา ผมไม่มีวันปล่อยคุณไป ไม่ว่าจะในฐานะเลขา...หรืออะไรก็ตามที่มากกว่านั้น"

จากความสัมพันธ์ที่แสนธรรมดา กลับกลายเป็นเกมส์รักที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาและความเร่าร้อน เธอจะหนีไปจากเล่ห์ร้ายของเขาได้หรือไม่? หรือสุดท้าย...จะพ่ายแพ้หัวใจตัวเอง?

chap-preview
Free preview
ฉันขอลาออกค่ะ
นาราเดินเข้าสำนักงานด้วยความมุ่งมั่น ใบลาออกในมือสั่นเล็กน้อย แต่แววตาของเธอแน่วแน่ เธอหยุดอยู่หน้าห้องของอคิน ผู้ชายที่เธอเคยชื่นชมในความสามารถ แต่กลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนติดอยู่ในกรงขังแห่งความคาดหวัง เธอสูดลมหายใจลึกก่อนจะเคาะประตู "เข้ามา" เสียงเรียบนิ่งของอคินดังขึ้น นาราก้าวเข้าไปในห้อง เธอวางใบลาออกลงบนโต๊ะด้วยมือที่มั่นคง แต่ในใจกลับเต้นรัว เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฉันมานี่เพื่อแจ้งให้คุณทราบว่า ฉันจะลาออกจากงานค่ะ” ดวงตาของอคินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย แต่เพียงชั่ววินาที ก่อนที่ความสงบนิ่งจะกลับมาปกคลุมใบหน้าของเขาอีกครั้ง “ทำไม” คำถามสั้นๆ แต่เต็มไปด้วยน้ำเสียงคาดคั้น นาราอธิบายถึงเหตุผลของเธอ ความต้องการที่จะหลุดพ้นจากกรอบชีวิตเดิมๆ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่มีเขาเป็นเงาอยู่เบื้องหลัง เธอเล่าด้วยความจริงใจแต่ไม่สะทกสะท้าน แม้จะรู้ดีว่าอคินมักไม่ยอมปล่อยให้สิ่งที่เขาต้องการหลุดมือไปง่ายๆ ดวงตาคมกริบของอคินมองตรงมาที่เธอราวกับจะทะลุเข้าไปในจิตใจ ความโกรธที่คุกรุ่นปะปนกับความสับสนปรากฏชัดเจน แม้ว่าเขาจะพยายามเก็บอารมณ์ให้เรียบเฉย “คุณคิดว่าการเดินออกไปจากชีวิตผมมันง่ายขนาดนั้นเหรอ” “ฉันไม่ได้คิดว่ามันง่าย” นาราตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “แต่ฉันคิดว่ามันจำเป็น” อคินหัวเราะในลำคอเบาๆ ราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน เขาโน้มตัวไปข้างหน้า ใบหน้าของเขาใกล้กับเธอมากขึ้น “ถ้าคุณอยากออกจากชีวิตผมจริงๆ... ลองดูว่าคุณจะทำได้ไหม” คำพูดของเขาทำให้นาราใจหายวาบ แต่เธอเลือกที่จะไม่ตอบโต้ เธอหันหลังและเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมา แต่ลึกลงไปเธอรู้ดีว่า การปลดปล่อยตัวเองจากเงาของผู้ชายคนนี้จะไม่ใช่เรื่องง่าย และเธอจะต้องเผชิญหน้ากับเกมของเขาในไม่ช้า ขณะที่เธอปิดประตู อคินมองตามหลังเธอด้วยสายตานิ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหมายเลขอย่างมั่นคง “มาเจอกันหน่อย ฉันมีเรื่องที่ต้องจัดการ” เขาพูดสั้นๆ ก่อนจะวางสายลง แผนการรั้งเธอไว้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว... เมื่อเธอออกจากห้องนั้น นารารู้สึกเหมือนกำลังเข้าสู่สงครามที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน ส่วนอคิน…เขาเพียงนั่งลงในความเงียบ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดหมายเลขหนึ่งอย่างมั่นคง เขามีแผน และเขาจะไม่ปล่อยให้นาราหลุดมือไปง่ายๆ แน่นอน เสื้อเชิ้ตสีขาวที่คอปกเริ่มเหลืองจากการใช้งานหนัก และกระโปรงทรงสอบสีดำที่เธอใส่มาตลอดสิบปีดูธรรมดาเหมือนเธอเอง เธอไม่ใช่คนที่โดดเด่นในสายตาใครๆ ด้วยผมที่มัดรวบแบบลวกๆ และแว่นตาหนาเตอะที่บดบังใบหน้าหวานละมุน แต่แท้จริงแล้ว ใบหน้าของนาราไม่ได้ธรรมดาเหมือนลุคภายนอก ดวงตากลมโต ใบหน้ารูปไข่ และริมฝีปากบางสีชมพูธรรมชาติ ทำให้คนที่มองเห็นความงามที่แท้จริงของเธออาจต้องเหลียวหลัง หากเพียงแต่เธอมีเวลาให้ตัวเองมากกว่านี้ สิบปีที่ผ่านมาในฐานะเลขาคนสนิทของอคิน ผู้ชายที่เธอเคยชื่นชมในความสามารถ แต่กลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นนักโทษในกรงขังแห่งความคาดหวัง งานหนักเกินหน้าที่ เธอคอยดูแลเขาทุกอย่าง ตั้งแต่ตารางงานจนถึงเรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรจะเกี่ยวข้องกับงาน เธอใช้ชีวิตวนเวียนอยู่กับคำสั่งของเขา ทั้งเสียงโทรศัพท์กลางดึกที่ไม่รู้จบ และปัญหาจุกจิกที่เขามักโยนใส่เธอ จนกระทั่งวันหนึ่ง ร่างกายของเธอส่งสัญญาณเตือน หลังจากล้มลงในออฟฟิศและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หมอบอกว่าความเครียดสะสมและการพักผ่อนไม่เพียงพอกำลังกัดกินสุขภาพของเธอ นารามองตัวเองในกระจกที่โรงพยาบาล ใบหน้าหมองคล้ำและดวงตาที่ไร้ชีวิตชีวาทำให้เธอรู้ว่า สิบปีที่ผ่านมาชีวิตเธอไม่ใช่ของเธออีกต่อไป เธอตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะจบทุกอย่าง เมื่อประตูห้องทำงานปิดลง นาราเดินออกมาด้วยความรู้สึกโล่งใจ แต่ก็ปนเปื้อนไปด้วยความหนักอึ้งในใจ เธอไม่กล้าหันกลับไปมองห้องนั้นอีก ราวกับว่าถ้ามองกลับไป เธออาจจะล้มเลิกสิ่งที่เพิ่งตัดสินใจทำลงไป ความเงียบในโถงสำนักงานเหมือนถูกขยายเสียงให้ดังขึ้น เพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ในมุมต่างๆ หยุดมือจากคีย์บอร์ดและแฟ้มงาน หันมามองเธออย่างตกใจและสงสัย มิน เพื่อนสนิทที่นั่งโต๊ะข้างๆ เธอ ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของนารา “นารา! เกิดอะไรขึ้น?” มินถามพลางเดินเข้ามาหา น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วง ดวงตาเธอจับจ้องเพื่อนรักที่ดูเหนื่อยล้าเกินกว่าจะทนได้อีก นาราพยายามยิ้มแต่ก็ฝืนออกมาเพียงเล็กน้อย “ไม่มีอะไรหรอกมิน ฉันแค่...ทำสิ่งที่ควรทำมานานแล้ว” มินหยุดนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะเบิกตากว้าง “อย่าบอกนะว่าเธอ…” “ใช่ ฉันยื่นลาออก” นาราตอบเสียงเบา คำพูดนั้นเหมือนทำให้ทั้งห้องเงียบลง ทุกคนหยุดงานและหันมามองเธอ บางคนกระซิบกัน บางคนจ้องอย่างไม่เชื่อสายตา “อะไรนะ? นี่เธอลาออกจริงๆ เหรอ? แต่ทำไมล่ะ? เธอทำงานที่นี่มาตั้งนาน…” มินถามรัว น้ำเสียงแสดงความตกใจอย่างชัดเจน นาราเม้มริมฝีปากก่อนตอบ “มิน ฉันเหนื่อยแล้ว...สิบปีที่ผ่านมา ฉันไม่เหลืออะไรเลย ไม่แม้แต่จะมีชีวิตเป็นของตัวเอง ฉันต้องไปต่อ...ไปหาทางของตัวเอง” เสียงของเธอไม่ได้ดังมาก แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้เพื่อนร่วมงานที่แอบฟังพากันก้มหน้าลงกลับไปทำงาน บรรยากาศยังคงเงียบงัน มินจับมือเธอไว้แน่น “แต่เธอจะทำยังไงต่อไป? อคิน...เขาจะยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เหรอ? เธอรู้จักเขาดีกว่าฉันไม่ใช่เหรอ?” คำถามนั้นเหมือนแทงเข้ามาในใจของนารา เธอสูดลมหายใจลึกก่อนจะตอบ “ไม่รู้สิ แต่ฉันไม่สนอีกแล้ว มิน ครั้งนี้ฉันต้องทำเพื่อตัวเอง” เสียงของเธอทำให้มินนิ่งไป เธอมองเพื่อนด้วยสายตาที่ปนเปื้อนไปด้วยความเศร้า “ฉันจะคิดถึงเธอมากเลยนารา...แต่ฉันเข้าใจ” คำพูดนั้นทำให้นารารู้สึกจุกในอก เธอจับมือของมินตอบ “ฉันก็จะคิดถึงเธอเหมือนกัน ขอบคุณนะที่อยู่ข้างฉันเสมอ” มินพยักหน้า แต่แววตาเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง เธอเอ่ยออกมาในที่สุด “ระวังตัวนะ ฉันไม่ไว้ใจอคินเลย เขาไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้กับอะไรง่ายๆ” นารายิ้มบางๆ ก่อนจะเดินต่อไป เสียงรองเท้าส้นเตี้ยของเธอดังก้องในโถงทางเดิน รู้สึกเหมือนเป็นการบอกลาโลกเดิมของเธอที่อยู่ในกรงตลอดสิบปี เพื่อนร่วมงานหลายคนส่งสายตาอำลามาให้ บางคนถึงกับลุกขึ้นมายืนใกล้โต๊ะของเธอ เพื่อส่งคำถามที่เธอไม่สามารถตอบได้ทั้งหมด “นารา เธอจะไปไหนต่อ?” “แน่ใจเหรอที่ลาออก? งานแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ นะ” “เธอจะไม่เสียใจทีหลังใช่ไหม?” นาราเพียงยิ้มรับคำถามเหล่านั้น เธอรู้ดีว่าพวกเขาไม่ได้เข้าใจทั้งหมด แต่เธอไม่โกรธเลย เธอพูดเพียงว่า “ขอบคุณนะทุกคน ฉันต้องไปแล้ว” เมื่อเดินออกจากออฟฟิศจนพ้นประตูใหญ่ หัวใจของเธอเหมือนปลดล็อกออกจากโซ่ตรวนที่เธอใส่ไว้เองมาเนิ่นนาน แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยความยากลำบากที่เธอต้องเผชิญ ไม่ใช่แค่การเริ่มต้นใหม่ แต่ยังต้องเผชิญกับเกมของอคิน ที่เธอรู้ดีว่าเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น... .............................. ในย่านใจกลางเมืองที่หรูหรา แสงไฟจากตึกสูงสะท้อนลงบนกระจกหน้ารถคันสีดำของอคินที่ขับเคลื่อนไปตามถนน เขามองตรงไปข้างหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่ในใจเต็มไปด้วยความคิดมากมาย ดนตรีคลาสสิกเบาๆ ที่เปิดอยู่ในรถไม่ได้ช่วยให้เขาสงบลงเลย เสียงไวโอลินที่ควรจะบรรเทาความตึงเครียด กลับดูเหมือนจะตอกย้ำความรู้สึกบางอย่างในใจเขา ไม่นานนัก รถคันหรูจอดสนิทหน้าร้านอาหารในย่านที่คนธรรมดาแทบไม่มีโอกาสก้าวเข้าไป อคินก้าวลงจากรถอย่างสง่างามในชุดสูทสีเทาเข้มที่เข้ากับบุคลิกทรงอำนาจของเขา เขาเดินเข้าไปในร้านโดยมีพนักงานต้อนรับก้มศีรษะทักทายด้วยความนอบน้อม ขณะที่เสียงดนตรีเปียโนบรรเลงเบาๆ ทั่วห้องอาหาร ในห้องส่วนตัวที่ถูกจองไว้อย่างพิถีพิถัน ชายคนหนึ่งนั่งรออยู่แล้ว พีระ ทนายความและคนสนิทของอคิน ในชุดสูทเรียบง่าย แต่ดวงตาที่หลังแว่นไร้กรอบกลับบ่งบอกถึงความฉลาดและความสุขุม พีระกำลังอ่านเอกสารในมืออย่างตั้งใจ แต่ทันทีที่เห็นอคินเดินเข้ามา เขาวางเอกสารลงและลุกขึ้นยืนเพื่อทักทาย “เกิดอะไรขึ้นครับ คุณอคิน?” พีระถาม น้ำเสียงของเขาสุภาพแต่เจือด้วยความสงสัย อคินนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่แววตาคมกริบของเขากลับฉายแววบางอย่างที่ยากจะอ่าน เขาหยิบเอกสารใบลาออกของนาราออกจากกระเป๋าเอกสาร วางลงบนโต๊ะตรงหน้าพีระ “เธอยื่นลาออก” คำพูดนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนเรียบนิ่ง แต่จริงๆ แล้วมันเต็มไปด้วยความไม่พอใจและความหงุดหงิดที่ซ่อนอยู่ พีระเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาอ่านใจคนของเขาหยุดมองที่อคิน “เธอ… หมายถึง คุณนารา?” “ใช่” อคินตอบสั้นๆ ก่อนจะขยับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มือข้างหนึ่งวางบนโต๊ะในท่าทางที่ดูเหมือนผ่อนคลาย แต่จริงๆ แล้วนิ้วของเขากำลังเคาะเบาๆ ราวกับสะท้อนความคิดที่วิ่งวนอยู่ในหัว “แล้วคุณจะทำยังไงครับ?” พีระถามต่อ น้ำเสียงของเขาฟังดูเหมือนเป็นคำถามธรรมดา แต่ในใจกลับรู้ดีว่าเจ้านายของเขาไม่มีทางปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆ อคินมองเอกสารบนโต๊ะด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความลังเล แต่ในที่สุดก็เปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว “ปล่อยเธอไปไม่ได้” เขาพูด น้ำเสียงนั้นหนักแน่น แต่กลับแฝงความรู้สึกบางอย่างที่แม้แต่เขาเองก็ยังไม่เข้าใจ พีระขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถามต่อ “เพราะเธอเป็นคนที่คุณไว้ใจที่สุด... หรือมีอะไรมากกว่านั้นครับ?” คำถามนั้นทำให้อคินเงียบไปชั่วครู่ เขาหันมามองพีระ ดวงตาคมจ้องลึกลงไปเหมือนกำลังค้นหาคำตอบในตัวเอง “ฉันไม่รู้... แต่ที่ฉันรู้คือ เธอสำคัญกับฉันมากกว่าที่ฉันคิด” พีระพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะพูด “ถ้าอย่างนั้น คุณอยากให้ผมจัดการอะไรครับ?” อคินหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบ “เธอต้องกลับมา ฉันไม่สนว่าเธอจะรู้สึกยังไง เธอเป็นคนเดียวที่ฉันไว้ใจได้ ฉันจะทำให้เธอรู้ว่า การออกจากชีวิตฉันมันไม่ง่าย” พีระนั่งฟังด้วยสีหน้าสงบนิ่ง แต่ในใจกลับรู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างอคินกับนาราอาจไม่ใช่แค่เรื่องของงานอีกต่อไป เขาพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ผมจะดูแลเรื่องนี้ให้ครับ” อคินลุกขึ้นจากเก้าอี้ ขยับสูทของเขาให้เข้าที่ “ฉันไม่อยากให้เธอรู้สึกว่าเธอมีทางเลือก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นแต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น เมื่อเขาเดินออกจากห้อง พีระมองตามด้วยสายตาครุ่นคิด เขารู้ดีว่าเรื่องนี้จะไม่ง่าย และเขาเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ความรู้สึกของอคินต่อเลขาสาวที่อยู่ด้วยกันมาสิบปีนั้นลึกซึ้งกว่าที่ตัวอคินเองจะยอมรับหรือไม่...

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.8K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.1K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
2.5K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.9K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
3.3K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook