“เธอไม่มีอะไรเลย” เสิ่นเฉียวสำนึกผิด เย่ม่อเซินยังคงทำสายตาอย่างเย็นชา คำพูดคำจาราวกับใบมีดอันแหลมคมที่เชือดเฉือนเธอ “ฉันหวังว่าครั้งต่อไป ตอนที่เธอไปคุยงานที่ร้านกาแฟในฐานะผู้ช่วยของฉัน จะไม่ทำให้ฉันต้องขายขี้หน้าอีก” พูดถึงเสื้อผ้าของเธออีกแล้ว เสิ่นเฉียวหน้าซีดลงไปเล็กน้อย “การแต่งตัวสำคัญขนาดนั้นเหรอคุณต้องมาใส่ใจกับเรื่องภาพลักษณ์ขนาดนี้ไหม” “คนคนหนึ่ง ถ้าขนาดพื้นฐานในการแต่งตัวยังทำได้ไม่ดี ถ้าเช่นนั้นก็ไม่จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจถึงข้างในจิตใจของเธออีก” เสิ่นเฉียวเถียงออกไปไม่ได้ เธอชักจะทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ไม่อยากจะเสวนาด้วยแล้วจริง ๆ เสิ่นเฉียวโมโหจนเริ่มทนจะไม่ไหว อยากจะเดินหนีไปให้พ้นๆ แต่เห็นเย่ม่อเซินที่นั่งอยู่บนวีลแชร์แบบนี้แล้วก็อ่อนไหวอย่างห้ามใจไม่ได้ เพราะถ้าเธอเดินจากไปแล้วเขาต้องเจอเรื่องที่ยากลำบากขึ้นมาจะทำอย่างไรล่ะ ดังนั้นจึงทำได้เพียงยืนอยู่กับที่อย่างอดทน ร

