หลังจากที่ทะเลาะกันอยู่หลายชั่วโมงอิฐก็ลากแตงกวาให้ไปรอเขาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องของเขาและไปมหา’ลัยพร้อมกัน แตงกวาที่โดนบังคับก็นั่งหน้ามุ่ยตลอดการเดินทาง แถมก่อนถึงมหา’ลัยเขายังพาเธอแวะกินข้าวเช้าทั้งที่เธอบอกว่าเธอไม่อยากกินเพราะเธอยังมีอาการแฮงค์จากเมื่อคืนอยู่ แต่อิฐกลับไม่สนใจและบังคับให้เธอกินข้าวเป็นเพื่อนเขาด้วย...
แตงกวาให้อิฐจอดรถส่งเธอที่ด้านหน้ามหา’ลัยเพราะเธอไม่อยากให้ใครเห็นว่าเธอมากับเขา เขาเองก็ทำตามที่เธอบอกเพราะเขาเองก็ไม่อยากให้สาวๆ ของเขาเห็นว่าเขามากับเธอเหมือนกัน แต่ก่อนที่แตงกวาจะลงจากรถอิฐกลับรั้งข้อมือเล็กของเธอไว้ พร้อมกับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเธอ พลางความรู้สึกบางอย่างก็แล่นเข้ามาและเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม
“แตงกวา”
“คะ?”
“เรื่องเมื่อคืน... เธอรู้สึกดีหรือเปล่า” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามออกไปราบเรียบ ทั้งที่ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเขาจะอยากรู้ไปทำไมเพราะที่ผ่านมาเขาเองก็ไม่เคยถามใครหรือรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน... ความรู้สึกที่เขาเองก็อธิบายไม่ถูก
แตงกวาหันมามองสบตากับอิฐก่อนที่เธอจะตอบเขาออกไปตามความรู้สึกของตัวเอง แต่คำตอบของเธอกลับทำเอาคนฟังอย่างอิฐถึงกับนิ่งไป
“ไม่มีผู้หญิงคนไหนจะรู้สึกดีที่ได้มีอะไรกับผู้ชายที่มั่วกับผู้หญิงไปทั่วอย่างพี่หรอกนะ”
“แล้วถ้าฉันเลิกมั่วกับผู้หญิงคนอื่น.... เธอก็จะรู้สึกดีที่มีอะไรกับฉันใช่ไหม”
“..............” แตงกว่านิ่งไปกับคำพูดของเขา เธอจ้องมองหน้าเขานิ่ง อิฐเองก็ไม่ต่างกันเพราะเขาแทบจะกลั้นหายใจเพื่อรอฟังคำตอบจากเธอเลยทีเดียว
“ไม่ค่ะ...”
พูดจบเธอก็เดินลงจากรถของเขาไป อิฐมองตามหลังแตงกวาไปจนลับตาพลางดันลิ้นที่กระพุ้งแก้มของตัวเองอย่างใช้ความคิด และไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้รู้สึกเหมือนผิดหวังกับคำตอบของเธอ แตงกวาเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เขาลงทุนหาเหตุผลในการเข้าใกล้เธอ เพราะปกติจะมีแต่ผู้หญิงที่เสนอตัวเพื่อให้ได้เข้าใกล้เขาเองมากกว่า แต่กับแตงกวามันไม่ใช่เลยเพราะยิ่งนับวันเธอยิ่งทำให้เขาสูญเสียความเป็นตัวเองเข้าไปทุกที เธอกำลังทำให้เขา....ใจเต้นแรงอย่างไม่รู้สาเหตุ แต่ก่อนที่จะคิดฟุ้งซ่านไปไกลเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นและหน้าจอก็โชว์เบอร์ที่เขาคุ้นเคย
“ว่าไงครับน้องเบล” เบล สาวสวยคณะนิเทศฯ ปีหนึ่ง ที่อิฐเพิ่งจะจีบติดเมื่อไม่นานมานี้และเธอก็ดูเหมือนจะติดเขาเอามากๆ ด้วย แม้ว่าอิฐจะพยายามตีตัวออกห่างโดยไม่ให้ความสำคัญกับเธอมากนักแต่เจ้าหล่อนกลับพยายามเข้าใกล้เขาจนบางทีเขาเองก็รู้สึกอึดอัด
“(พี่อิฐมามหา’ลัยแล้วเหรอคะ เห็นเพื่อนเบลบอกว่าเห็นรถพี่อิฐขับเข้ามา แต่ว่า... มีผู้หญิงนั่งมาด้วย... ใครเหรอคะ?)”
“ครับ วันนี้พี่มีเรียนส่ายๆ น่ะครับ... เดี๋ยวพี่ไปเรียนก่อนนะครับ ไว้คุยกันนะ”
“(เดี๋ยวสิคะ พี่อิฐยังไม่ตอบเบลเลยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร)”
“เพื่อนน่ะครับ”
“(เพื่อนแน่นะคะ?)”
“ครับ... เพื่อน”
“(งั้นก็แล้วไปค่ะ... ถ้างั้นเย็นนี้เราไปทานข้าวเย็นด้วยกันนะคะ เราไม่ได้ไปกินข้าวด้วยกันนานแล้ว... เบลคิดถึงพี่อิฐนะคะ)”
“ครับ แล้วเจอกันตอนเย็นนะครับ”
อิฐวางสายจากเบลก่อนที่เขาจะเลี้ยวรถเข้าไปจอดหน้าตึกคณะของตัวเอง.......
แตงกวาหลังจากที่ลงจากรถของอิฐมาได้เธอก็เดินจ้ำอ้าวมายังตึกคณะของตัวเองทันที ก่อนที่จะสอดส่ายสายตามองหาเพื่อนรักอีกสองคนไปด้วย ก่อนที่เธอจะเห็นน้ำหวานเพื่อนรักนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินอยู่ใต้ตึก
“น้ำหวาน... แกมานานหรือยัง” เท้าเล็กก้าวเดินเข้าไปหยุดยืนข้างๆ เพื่อนรัก
“อ้าวเมิง...มาแล้วเหรอ กรูมาสักพักแล้ว... แล้วเมิงเป็นไงบ้างเนี้ยเมื่อคืนเมาหลับคาโต๊ะไปเลย”
“แฮงค์น่ะสิถามได้ ปวดหัวเหมือนโลกหมุนอ่ะเมิง” แตงกวาว่าพลางทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ น้ำหวานไปด้วย พร้อมกับยกมือขึ้นนวดขมับของตัวเองเบาๆ ก่อนที่สายตาของเธอจะเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ต้นคอของเพื่อนรัก
“คอเมิงไปโดนอะไรมา? ทำไมมันแดงๆ อ่ะ”
“ห๊ะ? อ้อ...เออ... แมลงกัดน่ะ แล้วกรูเกามันก็เลยแดง... ไม่มีอะไรหรอก” น้ำหวานว่าพลางยกมือขึ้นกระชับปกคอเสื้อนักศึกษาแล้วลูบต้นคอของตัวเองเบาๆ แตงกวาก็พยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่เพื่อนพูด ก่อนที่เธอจะเลิกสนใจน้ำหวาน
และในขณะที่สองสาวนั่งคุยกันอยู่นั้นรุ่นพี่ของพวกเธอก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับหญิงสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง ก่อนที่จะแนะนำว่าเป็นนักศึกษาที่ย้ายมาใหม่เป็นกรณีพิเศษและฝากฝั่งเธอไว้กับแตงกวาและน้ำหวานเพราะเรียนเอกเดียวกัน
“สวัสดีนะ... เราชื่อเจนนี่” เจนนี่ยิ้มทักทายแตงกวากับน้ำหวานด้วยความเป็นมิตร สองสาวเองก็ยิ้มตอบกลับเธอ
“หวัดดีจ้ะ เราน้ำหวาน ส่วนนี่แตงกวา...”
ทั้งสามคนนั่งคุยกันและทำความรู้จักกันจึงได้รู้ว่าเจนนี่ย้ายมาจากมหาลัยแห่งหนึ่งและที่ได้เข้ามากลางเทอมแบบนี้ก็เพราะว่าเธอเป็นหลานสาวของอาจารย์ท่านหนึ่ง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาและแตงกวาเองก็ไม่ได้อยากรู้ ในขณะที่น้ำหวานกับเจนนี่พูดคุยกันอยู่แตงกวาก็ขอตัวออกไปซื้อน้ำที่ซุ้มน้ำข้างตึก แต่ในขณะที่เธอกำลังซื้อน้ำอยู่นั้นเสียงของผู้หญิงกลุ่มที่นั่งอยู่แถวนั้นก็ดังขึ้นและบทสนทนาของพวกเธอก็ทำให้แตงกวาต้องหยุดฟังทันที
“เบล มึงกับพี่อิฐไปถึงไหนแล้ววะ? เมื่ออาทิตย์ก่อนเห็นเขาชวนมึงไปเที่ยวทะเลไม่ใช่เหรอ?”
“ก็ใช่.... แต่เขาดันเทกรูน่ะสิ พอกินข้าวเย็นเสร็จก็บอกให้กรูกลับก่อนเลย ส่วนเขาต้องไปหาเพื่อนเพราะเพื่อนมีปัญหา กรูนี่เซ็งเลย... นี่ถ้าไม่ติดว่าหล่อ รวย สายเปย์นะ กรูจะไม่ทนเลยคร้า”
“แหม.... อย่างมึงแคร์ด้วยเหรอ... เออๆ ได้ข่าวว่าเพื่อนพี่เขาก็หล่อๆ ทุกคนเลยไม่ใช่เหรอ ทำไมมึงไม่ลองเปลี่ยนเป้าหมายวะ?”
“ไอ้หล่อน่ะหล่อจริง แต่พวกเขาเข้าถึงยากจะตาย พี่คิมหันต์น่ะหล่อแต่โคตรเงียบ ส่วนพี่อาร์มก็กระล่อนไปเรื่อยอ่ะ ส่วนคนสุดท้ายพี่ธาม.... รายนั้นโคตรหล่อแต่ได้ข่าวมาว่าเพิ่งจะมีประเด็นกับพี่ลูกหว้าบัญชีวะ ได้ข่าวว่าพี่ลูกหว้าไปยุ่งกับแฟนเขาก็เลยโดนเขาจัดการจะยับเลย ตอนนี้พี่ลูกหว้าเลยไม่กล้าตื้อเขาอีกเลย”
“พี่ธามมีแฟนแล้วเหรอวะ เสียดายอ่ะ.... กรูเล็งเขาอยู่ด้วย”
“ก็เออสิ”
“ว่าแต่เรื่องที่กรูบอกมึงเมื่อเช้าอ่ะว่าไง? ที่พี่อิฐมากับผู้หญิงอ่ะ”
“กรูถามเขาแล้ว เขาบอกว่าเพื่อน”
“แล้วมึงก็เชื่อ?”
“ก็กรูไม่ได้เห็นกับตานี่ เอาไว้กรูเจอจังๆ กับตัวแล้วค่อยว่ากัน”
“คร้า... หลงเขาหัวปักหัวปำนะมึงอ่ะ”
“ก็เขางานดีนี่หวา ไม่ให้หลงไงไหว”
ผู้หญิงกลุ่มนั้นพูดคุยกันไปหัวเราะกันไป แตงกวาพอซื้อน้ำเสร็จเธอก็รีบหมุนตัวเดินกลับเข้าไปหาเพื่อนทันทีเพราะถ้าขืนอยู่นานก็กลัวว่าเธอคนนั้นจะจำเธอได้ เมื่อเช้านี้เธออุตส่าห์ลงจากรถของเขาตั้งแต่หน้ามหา’ลัยแต่ยังมีคนเห็นเธอซะได้ บ้าจริง!!
แตงกวาเดินกลับเข้ามานั่งกับน้ำหวานและเจนนี่ได้ไม่นานเพื่อนรักอีกคนของเธอก็เดินเข้ามา อายตาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะของพวกเธอพร้อมกับคิ้วเรียวที่มุ่นเข้าหากัน
“ใครวะ??”
“อ้าวเมิง! มาแล้วเหรอ นี่เจนนี่ ... เจนนี่ นี่ยัยอายตา” น้ำหวานเป็นคนแนะนำเพื่อนใหม่ให้อายตาได้รู้จัก
“เจนนี่ค่ะ... พอดีเราย้ายมาจากที่อื่นน่ะ ยังไม่รู้จักใครรุ่นพี่ก็เลยพามาแนะนำให้รู้จักกับแตงกวาแล้วก็น้ำหวานน่ะ”
“อ๋อจร้า.. ยินดีที่ได้รู้จักนะ” อายตาส่งยิ้มหวานให้เจนนี่ก่อนที่เธอจะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ กับน้ำหวาน จากนั้นสี่สาวก็นั่งคุยกันถามไถ่เรื่องนู่นเรื่องนี้ไปเรื่อยจนถึงเวลาเรียนก็พากันไปเรียนตามปกติ...
วันนี้แตงกวาและเพื่อนๆ มีเรียนแค่วิชาเดียว แต่เป็นวิชาเดียวที่ลากยาวหลายชั่วโมงตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงสี่โมงเย็นเลย
“โอ้ยยยย .... ปวดหัว เมิงงง...พาไปหาอะไรกินหน่อยดิตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย” แตงกวาที่เดินลงมาจากตึกเรียนพร้อมกับพวกเพื่อนๆ โอดครวญในแบบที่เธอชอบทำ แล้วเอาหัวไปซบกับไหล่ของอายตา อายตาเองก็ขำกับท่าทางของเธอ แต่จะบอกว่าไม่ได้กินอะไรเลยก็คงจะไม่ใช่ เพราะเมื่อเช้าอิฐบังคับให้เธอกินข้าวกับเขา แต่ด้วยอาการของคนแฮงค์เลยทำให้กินอะไรไม่ค่อยลง
“พวกเมิง ไปนั่งเป็นเพื่อนกรูที่สนามบอลตึกวิศวะหน่อยดิ”
อายตาที่เดินคู่กับแตงกวามานั้นก้มลงมองโทรศัพท์มือถือของตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนๆ แล้วเอ่ยขอร้องแกมบังคับออกมา แตงกวาที่ได้ยินแบบนั้นก็หน้าเหว่อขึ้นมาทันที เพราะถ้าต้องไปที่นั่นก็คงหนีไม่พ้นต้องเจออิฐอีกอย่างแน่นอน ซึ่งเธอไม่อยากเจอเขา
“ไปทำไมวะ?” เป็นน้ำหวานที่เอ่ยถามอายตาออกไป
“ก็พี่ธามน่ะสิ ให้ไปนั่งรอเขาเล่นบอลกับเพื่อน”
“อ้อ... ได้ดิ กรูเองก็ว่าง” น้ำหวานตอบตกลงแล้วหันไปถามความเห็นของเจนนี่และแตงกวา
“พวกเมิงว่าไง?”
“ได้สิ เจนนี่เองก็อยากไปนะ”
“แล้วเมิงอ่ะแตงกวา ว่างหรือเปล่า?” น้ำหวานมองหน้าแตงกวาพร้อมกับเลิกคิ้วสูง แล้วจะให้เธอทำยังไงได้หละ ถึงเธอจะไม่อยากเจอเขาแต่เพื่อนของเธอก็สำคัญ
“เออๆ ไปก็ได้” แตงกวาตอบตกลง จากนั้นทั้งหมดก็พากันเดินไปนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินข้างซุ้มน้ำที่อยู่ติดกับสนามฟุตบอล
“อ่า...ชื่นใจ” แตงกวายกถ้วยมาม่าขึ้นซดน้ำก่อนจะทำหน้าฟิน เพราะตอนนี้พวกเธอพากันมานั่งอยู่ที่ข้างสนามฟุตบอลใกล้ๆ กับตึกวิศวะแล้ว
“เบาๆ เมิงเดี๋ยวก็หกหมดหรอก” น้ำหวานดุเธอไปยกหนึ่ง
“นี่เมื่อคืนคงหนักมากสินะถึงได้แฮงค์ขนาดนี้อ่ะ” เจนนี่ว่าพลางยิ้มๆ มองหน้าของแตงกวาไปด้วย
“สุดๆ ไปเลยหละ... จากนี้พักยาวๆ เลยคร้า” แตงกวาว่าพลางส่ายหัวไปมา แล้วพวกเพื่อนก็พากันหัวเราะท่าทางของเธอ
ในขณะที่สี่สาวนั่งคุยกับอยู่นั้น สายตาของแตงกวาก็เหลือบไปเห็นอิฐที่กำลังวิ่งอยู่กลางสนามและเขาเองก็หันมามองเธอด้วยเหมือนกัน และก็เป็นเธอเองที่หลบสายตาของเขา ก่อนจะหันมาสนใจเพื่อนของเธอต่อ ไม่รู้ทำไมช่วงนี้เวลามองหน้าเขาแล้วเธอรู้สึกแปลกๆ...
.......................................
กลางสนามฟุตบอล....
“มองเหี้ยอะไรของมึงไอ้อิฐ?” อาร์มที่อยู่ทีมเดียวกับอิฐสังเกตุเห็นเพื่อนรักเอาแต่มองไปยังข้างสนาม เขาเลยมองตามสายตาของเพื่อนไปบ้าง ก่อนจะเห็นว่าอะไรคือเป้าหมายของสายตาของอิฐ
“นั่นมันพวกอายตานี่หว่า มาทำไรกันวะ?” อาร์มย่นคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย ก่อนที่นาทีต่อมาความสงสัยของเขาจะคลี่คลายลงเพราะเห็นธามธาวินวิ่งตรงไปทางสาวๆ แล้วยืนคุยกับพวกเธอครู่หนึ่ง ก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งกลับเข้ามาในสนามอีกครั้งในสภาพที่ไม่สวมเสื้อ และจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงโห่ร้องแซวจากเพื่อนคนอื่นๆ ที่ดังก้องไปทั้งสนาม
“ไอ้เหี้ยธามเสือสาวที่ไหนฝากรอยเล็บเต็มหลังมึงเลยวะ”
“เสือธามกลับมาแล้วโวยยยย!”
“มึงนี่มันร้ายไอ้สัส!”
“วู่ๆๆ !!”
เสียงโห่แซวดังไปทั่วบริเวณก่อนที่อิฐและอาร์มจะมองหน้ากันแล้วหลุดยิ้มออกมา
“ทีนี้มึงรู้ยังว่าสาวๆ มาทำไม” อิฐว่าพลางยกยิ้มไปด้วย แต่แล้วความคิดบางอย่างก็ฉายวาบเข้ามาในสมองของเขา เพราะเมื่อคืนเขาเองก็ผ่านสงครามมาไม่ต่างจากธามธาวินสักเท่าไร ถ้าเขาถอดเสื้อออกก็คงมีสภาพไม่ต่างจากเพื่อนรักเลย เพราะแตงกวาเองก็ฝากรอยเล็บไว้เต็มหลังเขาไปหมดเหมือนกัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าของอิฐก่อนที่เขาจะมองตรงไปยังแตงกวาที่นั่งพูดคุยอยู่กับกลุ่มเพื่อนของเธอ
“ยิ้มเหี้ยไรของมึง?” อาร์มเอ่ยถามออกมาเพราะอิฐเอาแต่ยิ้มกรุ้มกริ่มโดยไม่มีสาเหตุ
“เรื่องของกู” อิฐตอบกลับไปแค่นั้น ก่อนจะวิ่งไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ จากนั้นเกมส์กีฬาก็เริ่มต้นอีกครั้ง...........
หลังจากเกมส์กีฬาจบลงนักบอลก็แยกกันกลับบ้าน อิฐและเพื่อนพากันเดินไปร่วมวงกับสาวๆ ที่นั่งรออยู่ข้างสนามโดยมีธามธาวินเดินไปนั่งเบียดกับอายตา และสองคนผัวเมียป้ายแดงก็เริ่มจะทะเลาะกัน แต่อิฐไม่ได้สนใจมากนัก เขาเอาแต่มองแตงกวาไม่เลิกและดูเหมือนเธอเองก็จะรู้ตัวว่าถูกมองแต่เธอไม่ได้สนใจเขาแต่กลับแนะนำเพื่อนใหม่ที่ชื่อเจนนี่ให้พวกเขารู้จักแทน....