16 : แนะนำเพื่อนใหม่

2454 Words
หลังจากที่ทะเลาะกันอยู่หลายชั่วโมงอิฐก็ลากแตงกวาให้ไปรอเขาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องของเขาและไปมหา’ลัยพร้อมกัน แตงกวาที่โดนบังคับก็นั่งหน้ามุ่ยตลอดการเดินทาง แถมก่อนถึงมหา’ลัยเขายังพาเธอแวะกินข้าวเช้าทั้งที่เธอบอกว่าเธอไม่อยากกินเพราะเธอยังมีอาการแฮงค์จากเมื่อคืนอยู่ แต่อิฐกลับไม่สนใจและบังคับให้เธอกินข้าวเป็นเพื่อนเขาด้วย... แตงกวาให้อิฐจอดรถส่งเธอที่ด้านหน้ามหา’ลัยเพราะเธอไม่อยากให้ใครเห็นว่าเธอมากับเขา เขาเองก็ทำตามที่เธอบอกเพราะเขาเองก็ไม่อยากให้สาวๆ ของเขาเห็นว่าเขามากับเธอเหมือนกัน แต่ก่อนที่แตงกวาจะลงจากรถอิฐกลับรั้งข้อมือเล็กของเธอไว้ พร้อมกับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเธอ พลางความรู้สึกบางอย่างก็แล่นเข้ามาและเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม “แตงกวา” “คะ?” “เรื่องเมื่อคืน... เธอรู้สึกดีหรือเปล่า” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามออกไปราบเรียบ ทั้งที่ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเขาจะอยากรู้ไปทำไมเพราะที่ผ่านมาเขาเองก็ไม่เคยถามใครหรือรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน... ความรู้สึกที่เขาเองก็อธิบายไม่ถูก แตงกวาหันมามองสบตากับอิฐก่อนที่เธอจะตอบเขาออกไปตามความรู้สึกของตัวเอง แต่คำตอบของเธอกลับทำเอาคนฟังอย่างอิฐถึงกับนิ่งไป “ไม่มีผู้หญิงคนไหนจะรู้สึกดีที่ได้มีอะไรกับผู้ชายที่มั่วกับผู้หญิงไปทั่วอย่างพี่หรอกนะ” “แล้วถ้าฉันเลิกมั่วกับผู้หญิงคนอื่น.... เธอก็จะรู้สึกดีที่มีอะไรกับฉันใช่ไหม” “..............” แตงกว่านิ่งไปกับคำพูดของเขา เธอจ้องมองหน้าเขานิ่ง อิฐเองก็ไม่ต่างกันเพราะเขาแทบจะกลั้นหายใจเพื่อรอฟังคำตอบจากเธอเลยทีเดียว “ไม่ค่ะ...” พูดจบเธอก็เดินลงจากรถของเขาไป อิฐมองตามหลังแตงกวาไปจนลับตาพลางดันลิ้นที่กระพุ้งแก้มของตัวเองอย่างใช้ความคิด และไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้รู้สึกเหมือนผิดหวังกับคำตอบของเธอ แตงกวาเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เขาลงทุนหาเหตุผลในการเข้าใกล้เธอ เพราะปกติจะมีแต่ผู้หญิงที่เสนอตัวเพื่อให้ได้เข้าใกล้เขาเองมากกว่า แต่กับแตงกวามันไม่ใช่เลยเพราะยิ่งนับวันเธอยิ่งทำให้เขาสูญเสียความเป็นตัวเองเข้าไปทุกที เธอกำลังทำให้เขา....ใจเต้นแรงอย่างไม่รู้สาเหตุ แต่ก่อนที่จะคิดฟุ้งซ่านไปไกลเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นและหน้าจอก็โชว์เบอร์ที่เขาคุ้นเคย “ว่าไงครับน้องเบล” เบล สาวสวยคณะนิเทศฯ ปีหนึ่ง ที่อิฐเพิ่งจะจีบติดเมื่อไม่นานมานี้และเธอก็ดูเหมือนจะติดเขาเอามากๆ ด้วย แม้ว่าอิฐจะพยายามตีตัวออกห่างโดยไม่ให้ความสำคัญกับเธอมากนักแต่เจ้าหล่อนกลับพยายามเข้าใกล้เขาจนบางทีเขาเองก็รู้สึกอึดอัด “(พี่อิฐมามหา’ลัยแล้วเหรอคะ เห็นเพื่อนเบลบอกว่าเห็นรถพี่อิฐขับเข้ามา แต่ว่า... มีผู้หญิงนั่งมาด้วย... ใครเหรอคะ?)” “ครับ วันนี้พี่มีเรียนส่ายๆ น่ะครับ... เดี๋ยวพี่ไปเรียนก่อนนะครับ ไว้คุยกันนะ” “(เดี๋ยวสิคะ พี่อิฐยังไม่ตอบเบลเลยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร)” “เพื่อนน่ะครับ” “(เพื่อนแน่นะคะ?)” “ครับ... เพื่อน” “(งั้นก็แล้วไปค่ะ... ถ้างั้นเย็นนี้เราไปทานข้าวเย็นด้วยกันนะคะ เราไม่ได้ไปกินข้าวด้วยกันนานแล้ว... เบลคิดถึงพี่อิฐนะคะ)” “ครับ แล้วเจอกันตอนเย็นนะครับ” อิฐวางสายจากเบลก่อนที่เขาจะเลี้ยวรถเข้าไปจอดหน้าตึกคณะของตัวเอง....... แตงกวาหลังจากที่ลงจากรถของอิฐมาได้เธอก็เดินจ้ำอ้าวมายังตึกคณะของตัวเองทันที ก่อนที่จะสอดส่ายสายตามองหาเพื่อนรักอีกสองคนไปด้วย ก่อนที่เธอจะเห็นน้ำหวานเพื่อนรักนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินอยู่ใต้ตึก “น้ำหวาน... แกมานานหรือยัง” เท้าเล็กก้าวเดินเข้าไปหยุดยืนข้างๆ เพื่อนรัก “อ้าวเมิง...มาแล้วเหรอ กรูมาสักพักแล้ว... แล้วเมิงเป็นไงบ้างเนี้ยเมื่อคืนเมาหลับคาโต๊ะไปเลย” “แฮงค์น่ะสิถามได้ ปวดหัวเหมือนโลกหมุนอ่ะเมิง” แตงกวาว่าพลางทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ น้ำหวานไปด้วย พร้อมกับยกมือขึ้นนวดขมับของตัวเองเบาๆ ก่อนที่สายตาของเธอจะเหลือบไปเห็นบางอย่างที่ต้นคอของเพื่อนรัก “คอเมิงไปโดนอะไรมา? ทำไมมันแดงๆ อ่ะ” “ห๊ะ? อ้อ...เออ... แมลงกัดน่ะ แล้วกรูเกามันก็เลยแดง... ไม่มีอะไรหรอก” น้ำหวานว่าพลางยกมือขึ้นกระชับปกคอเสื้อนักศึกษาแล้วลูบต้นคอของตัวเองเบาๆ แตงกวาก็พยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่เพื่อนพูด ก่อนที่เธอจะเลิกสนใจน้ำหวาน และในขณะที่สองสาวนั่งคุยกันอยู่นั้นรุ่นพี่ของพวกเธอก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับหญิงสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง ก่อนที่จะแนะนำว่าเป็นนักศึกษาที่ย้ายมาใหม่เป็นกรณีพิเศษและฝากฝั่งเธอไว้กับแตงกวาและน้ำหวานเพราะเรียนเอกเดียวกัน “สวัสดีนะ... เราชื่อเจนนี่” เจนนี่ยิ้มทักทายแตงกวากับน้ำหวานด้วยความเป็นมิตร สองสาวเองก็ยิ้มตอบกลับเธอ “หวัดดีจ้ะ เราน้ำหวาน ส่วนนี่แตงกวา...” ทั้งสามคนนั่งคุยกันและทำความรู้จักกันจึงได้รู้ว่าเจนนี่ย้ายมาจากมหาลัยแห่งหนึ่งและที่ได้เข้ามากลางเทอมแบบนี้ก็เพราะว่าเธอเป็นหลานสาวของอาจารย์ท่านหนึ่ง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาและแตงกวาเองก็ไม่ได้อยากรู้ ในขณะที่น้ำหวานกับเจนนี่พูดคุยกันอยู่แตงกวาก็ขอตัวออกไปซื้อน้ำที่ซุ้มน้ำข้างตึก แต่ในขณะที่เธอกำลังซื้อน้ำอยู่นั้นเสียงของผู้หญิงกลุ่มที่นั่งอยู่แถวนั้นก็ดังขึ้นและบทสนทนาของพวกเธอก็ทำให้แตงกวาต้องหยุดฟังทันที “เบล มึงกับพี่อิฐไปถึงไหนแล้ววะ? เมื่ออาทิตย์ก่อนเห็นเขาชวนมึงไปเที่ยวทะเลไม่ใช่เหรอ?” “ก็ใช่.... แต่เขาดันเทกรูน่ะสิ พอกินข้าวเย็นเสร็จก็บอกให้กรูกลับก่อนเลย ส่วนเขาต้องไปหาเพื่อนเพราะเพื่อนมีปัญหา กรูนี่เซ็งเลย... นี่ถ้าไม่ติดว่าหล่อ รวย สายเปย์นะ กรูจะไม่ทนเลยคร้า” “แหม.... อย่างมึงแคร์ด้วยเหรอ... เออๆ ได้ข่าวว่าเพื่อนพี่เขาก็หล่อๆ ทุกคนเลยไม่ใช่เหรอ ทำไมมึงไม่ลองเปลี่ยนเป้าหมายวะ?” “ไอ้หล่อน่ะหล่อจริง แต่พวกเขาเข้าถึงยากจะตาย พี่คิมหันต์น่ะหล่อแต่โคตรเงียบ ส่วนพี่อาร์มก็กระล่อนไปเรื่อยอ่ะ ส่วนคนสุดท้ายพี่ธาม.... รายนั้นโคตรหล่อแต่ได้ข่าวมาว่าเพิ่งจะมีประเด็นกับพี่ลูกหว้าบัญชีวะ ได้ข่าวว่าพี่ลูกหว้าไปยุ่งกับแฟนเขาก็เลยโดนเขาจัดการจะยับเลย ตอนนี้พี่ลูกหว้าเลยไม่กล้าตื้อเขาอีกเลย” “พี่ธามมีแฟนแล้วเหรอวะ เสียดายอ่ะ.... กรูเล็งเขาอยู่ด้วย” “ก็เออสิ” “ว่าแต่เรื่องที่กรูบอกมึงเมื่อเช้าอ่ะว่าไง? ที่พี่อิฐมากับผู้หญิงอ่ะ” “กรูถามเขาแล้ว เขาบอกว่าเพื่อน” “แล้วมึงก็เชื่อ?” “ก็กรูไม่ได้เห็นกับตานี่ เอาไว้กรูเจอจังๆ กับตัวแล้วค่อยว่ากัน” “คร้า... หลงเขาหัวปักหัวปำนะมึงอ่ะ” “ก็เขางานดีนี่หวา ไม่ให้หลงไงไหว” ผู้หญิงกลุ่มนั้นพูดคุยกันไปหัวเราะกันไป แตงกวาพอซื้อน้ำเสร็จเธอก็รีบหมุนตัวเดินกลับเข้าไปหาเพื่อนทันทีเพราะถ้าขืนอยู่นานก็กลัวว่าเธอคนนั้นจะจำเธอได้ เมื่อเช้านี้เธออุตส่าห์ลงจากรถของเขาตั้งแต่หน้ามหา’ลัยแต่ยังมีคนเห็นเธอซะได้ บ้าจริง!! แตงกวาเดินกลับเข้ามานั่งกับน้ำหวานและเจนนี่ได้ไม่นานเพื่อนรักอีกคนของเธอก็เดินเข้ามา อายตาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะของพวกเธอพร้อมกับคิ้วเรียวที่มุ่นเข้าหากัน “ใครวะ??” “อ้าวเมิง! มาแล้วเหรอ นี่เจนนี่ ... เจนนี่ นี่ยัยอายตา” น้ำหวานเป็นคนแนะนำเพื่อนใหม่ให้อายตาได้รู้จัก “เจนนี่ค่ะ... พอดีเราย้ายมาจากที่อื่นน่ะ ยังไม่รู้จักใครรุ่นพี่ก็เลยพามาแนะนำให้รู้จักกับแตงกวาแล้วก็น้ำหวานน่ะ” “อ๋อจร้า.. ยินดีที่ได้รู้จักนะ” อายตาส่งยิ้มหวานให้เจนนี่ก่อนที่เธอจะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ กับน้ำหวาน จากนั้นสี่สาวก็นั่งคุยกันถามไถ่เรื่องนู่นเรื่องนี้ไปเรื่อยจนถึงเวลาเรียนก็พากันไปเรียนตามปกติ... วันนี้แตงกวาและเพื่อนๆ มีเรียนแค่วิชาเดียว แต่เป็นวิชาเดียวที่ลากยาวหลายชั่วโมงตั้งแต่บ่ายโมงจนถึงสี่โมงเย็นเลย “โอ้ยยยย .... ปวดหัว เมิงงง...พาไปหาอะไรกินหน่อยดิตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย” แตงกวาที่เดินลงมาจากตึกเรียนพร้อมกับพวกเพื่อนๆ โอดครวญในแบบที่เธอชอบทำ แล้วเอาหัวไปซบกับไหล่ของอายตา อายตาเองก็ขำกับท่าทางของเธอ แต่จะบอกว่าไม่ได้กินอะไรเลยก็คงจะไม่ใช่ เพราะเมื่อเช้าอิฐบังคับให้เธอกินข้าวกับเขา แต่ด้วยอาการของคนแฮงค์เลยทำให้กินอะไรไม่ค่อยลง “พวกเมิง ไปนั่งเป็นเพื่อนกรูที่สนามบอลตึกวิศวะหน่อยดิ” อายตาที่เดินคู่กับแตงกวามานั้นก้มลงมองโทรศัพท์มือถือของตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนๆ แล้วเอ่ยขอร้องแกมบังคับออกมา แตงกวาที่ได้ยินแบบนั้นก็หน้าเหว่อขึ้นมาทันที เพราะถ้าต้องไปที่นั่นก็คงหนีไม่พ้นต้องเจออิฐอีกอย่างแน่นอน ซึ่งเธอไม่อยากเจอเขา “ไปทำไมวะ?” เป็นน้ำหวานที่เอ่ยถามอายตาออกไป “ก็พี่ธามน่ะสิ ให้ไปนั่งรอเขาเล่นบอลกับเพื่อน” “อ้อ... ได้ดิ กรูเองก็ว่าง” น้ำหวานตอบตกลงแล้วหันไปถามความเห็นของเจนนี่และแตงกวา “พวกเมิงว่าไง?” “ได้สิ เจนนี่เองก็อยากไปนะ” “แล้วเมิงอ่ะแตงกวา ว่างหรือเปล่า?” น้ำหวานมองหน้าแตงกวาพร้อมกับเลิกคิ้วสูง แล้วจะให้เธอทำยังไงได้หละ ถึงเธอจะไม่อยากเจอเขาแต่เพื่อนของเธอก็สำคัญ “เออๆ ไปก็ได้” แตงกวาตอบตกลง จากนั้นทั้งหมดก็พากันเดินไปนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินข้างซุ้มน้ำที่อยู่ติดกับสนามฟุตบอล “อ่า...ชื่นใจ” แตงกวายกถ้วยมาม่าขึ้นซดน้ำก่อนจะทำหน้าฟิน เพราะตอนนี้พวกเธอพากันมานั่งอยู่ที่ข้างสนามฟุตบอลใกล้ๆ กับตึกวิศวะแล้ว “เบาๆ เมิงเดี๋ยวก็หกหมดหรอก” น้ำหวานดุเธอไปยกหนึ่ง “นี่เมื่อคืนคงหนักมากสินะถึงได้แฮงค์ขนาดนี้อ่ะ” เจนนี่ว่าพลางยิ้มๆ มองหน้าของแตงกวาไปด้วย “สุดๆ ไปเลยหละ... จากนี้พักยาวๆ เลยคร้า” แตงกวาว่าพลางส่ายหัวไปมา แล้วพวกเพื่อนก็พากันหัวเราะท่าทางของเธอ ในขณะที่สี่สาวนั่งคุยกับอยู่นั้น สายตาของแตงกวาก็เหลือบไปเห็นอิฐที่กำลังวิ่งอยู่กลางสนามและเขาเองก็หันมามองเธอด้วยเหมือนกัน และก็เป็นเธอเองที่หลบสายตาของเขา ก่อนจะหันมาสนใจเพื่อนของเธอต่อ ไม่รู้ทำไมช่วงนี้เวลามองหน้าเขาแล้วเธอรู้สึกแปลกๆ... ....................................... กลางสนามฟุตบอล.... “มองเหี้ยอะไรของมึงไอ้อิฐ?” อาร์มที่อยู่ทีมเดียวกับอิฐสังเกตุเห็นเพื่อนรักเอาแต่มองไปยังข้างสนาม เขาเลยมองตามสายตาของเพื่อนไปบ้าง ก่อนจะเห็นว่าอะไรคือเป้าหมายของสายตาของอิฐ “นั่นมันพวกอายตานี่หว่า มาทำไรกันวะ?” อาร์มย่นคิ้วเข้าหากันด้วยความสงสัย ก่อนที่นาทีต่อมาความสงสัยของเขาจะคลี่คลายลงเพราะเห็นธามธาวินวิ่งตรงไปทางสาวๆ แล้วยืนคุยกับพวกเธอครู่หนึ่ง ก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งกลับเข้ามาในสนามอีกครั้งในสภาพที่ไม่สวมเสื้อ และจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงโห่ร้องแซวจากเพื่อนคนอื่นๆ ที่ดังก้องไปทั้งสนาม “ไอ้เหี้ยธามเสือสาวที่ไหนฝากรอยเล็บเต็มหลังมึงเลยวะ” “เสือธามกลับมาแล้วโวยยยย!” “มึงนี่มันร้ายไอ้สัส!” “วู่ๆๆ !!” เสียงโห่แซวดังไปทั่วบริเวณก่อนที่อิฐและอาร์มจะมองหน้ากันแล้วหลุดยิ้มออกมา “ทีนี้มึงรู้ยังว่าสาวๆ มาทำไม” อิฐว่าพลางยกยิ้มไปด้วย แต่แล้วความคิดบางอย่างก็ฉายวาบเข้ามาในสมองของเขา เพราะเมื่อคืนเขาเองก็ผ่านสงครามมาไม่ต่างจากธามธาวินสักเท่าไร ถ้าเขาถอดเสื้อออกก็คงมีสภาพไม่ต่างจากเพื่อนรักเลย เพราะแตงกวาเองก็ฝากรอยเล็บไว้เต็มหลังเขาไปหมดเหมือนกัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าของอิฐก่อนที่เขาจะมองตรงไปยังแตงกวาที่นั่งพูดคุยอยู่กับกลุ่มเพื่อนของเธอ “ยิ้มเหี้ยไรของมึง?” อาร์มเอ่ยถามออกมาเพราะอิฐเอาแต่ยิ้มกรุ้มกริ่มโดยไม่มีสาเหตุ “เรื่องของกู” อิฐตอบกลับไปแค่นั้น ก่อนจะวิ่งไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ จากนั้นเกมส์กีฬาก็เริ่มต้นอีกครั้ง........... หลังจากเกมส์กีฬาจบลงนักบอลก็แยกกันกลับบ้าน อิฐและเพื่อนพากันเดินไปร่วมวงกับสาวๆ ที่นั่งรออยู่ข้างสนามโดยมีธามธาวินเดินไปนั่งเบียดกับอายตา และสองคนผัวเมียป้ายแดงก็เริ่มจะทะเลาะกัน แต่อิฐไม่ได้สนใจมากนัก เขาเอาแต่มองแตงกวาไม่เลิกและดูเหมือนเธอเองก็จะรู้ตัวว่าถูกมองแต่เธอไม่ได้สนใจเขาแต่กลับแนะนำเพื่อนใหม่ที่ชื่อเจนนี่ให้พวกเขารู้จักแทน....
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD