ตอนที่
6
การแข่งขันกับโรงน้ำชาหวัง
หลังจากที่ซูหลิง ได้รับตำราอาหารล้ำค่าจากอาจารย์จาง และได้รับการถ่ายทอดเคล็ดลับการปรุงอาหารโบราณหลายอย่าง ชีวิตของนางก็ก้าวเข้าสู่มิติใหม่
ซูหลิงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการศึกษาตำราและทดลองทำอาหารสูตรใหม่ ๆ ภายใต้การดูแลของอาจารย์จาง กลิ่นหอมของเครื่องเทศและวัตถุดิบแปลกใหม่โชยออกมาจากกระท่อมเล็ก ๆ ของนางทุกวัน สร้างความสนใจให้แก่ชาวบ้านในหมู่บ้านหลีซานเป็นอย่างมาก
ซูเม่ยยังคงเป็นกำลังสำคัญและผู้ช่วยคนแรกของซูหลิง นางเรียนรู้วิธีการเตรียมวัตถุดิบและช่วยงานในครัวอย่างขยันขันแข็ง ส่วนจ้าวเสี่ยวหลี ก็เรียนรู้จากซูหลิงอย่างรวดเร็ว นางคอยช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ในครัวอย่างมีความสุข ทั้งสามสาวราวกับเป็นครอบครัวเดียวกันที่ช่วยเหลือกันและกัน
ชื่อเสียงของซูหลิงไม่เพียงจำกัดอยู่แค่ขนมปิ่งอีกต่อไป นางเริ่มทำอาหารประเภทอื่นออกขายที่ตลาดบ้างเป็นบางวัน เช่น ซุปสมุนไพรบำรุงกำลังหรือบะหมี่ผักป่า ที่ปรุงรสชาติอย่างล้ำลึก แต่ละเมนูล้วนได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลาม ทำให้แผงลอยของซูหลิงคึกคักไปด้วยลูกค้าอยู่เสมอ
ความสำเร็จของซูหลิงเปรียบเสมือนหนามยอกอกที่ทิ่มแทงใจ หวังต้าหง เจ้าของโรงน้ำชาและร้านขายธัญพืชที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน เขาไม่อาจทนดูเด็กสาวกำพร้าที่เพิ่งเข้ามาในตลาดได้ไม่นาน มาแย่งชิงลูกค้าและชื่อเสียงของตนไปได้
“นางเด็กเมื่อวานซืนนั่นทำไมถึงได้บังอาจนัก” หวังต้าหงกระทืบเท้าด้วยความโมโหในโรงน้ำชาของเขา “มันจะมาแย่งลูกค้าของข้าไปไม่ได้”
เขาเรียกหัวหน้าลูกน้องคนสนิทเข้ามา “เจ้าไป ไปกว้านซื้อวัตถุดิบสำคัญในตลาดให้หมด ไม่ว่าจะเป็นผักสด เนื้อสัตว์ หรือแม้แต่เครื่องเทศหายากที่ชาวบ้านใช้ทำอาหาร ให้ซื้อมาให้หมด ข้าจะดูว่าเด็กสาวนั่นจะเอาอะไรมาทำอาหารขาย”
ลูกน้องรับคำสั่งแล้วรีบออกไปปฏิบัติการทันที ไม่นานนักวัตถุดิบสดใหม่ในตลาดก็เริ่มหายากขึ้น ผู้ค้าหลายคนต้องแบกหน้ากลับบ้านมือเปล่า เพราะหวังต้าหงส่งคนไปกว้านซื้อเหมาจนหมด
นอกจากนี้หวังต้าหงยังปล่อย ข่าวลือที่ไม่ดีเกี่ยวกับซูหลิง หวังต้าหงได้ส่งคนสนิทไปปล่อยข่าวลือตามโรงน้ำชาและในตลาดว่า “อาหารของซูหลิงนั้นใช้ส่วนผสมที่แปลกประหลาด บางอย่างอาจจะเป็นสมุนไพรพิษ”บ้างก็ว่า “เด็กสาวคนนั้นน่าสงสัยนัก อยู่ ๆ ก็ทำอาหารอร่อยล้ำได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีฝีมืออะไรเลย” ข่าวลือเหล่านี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว สร้างความคลางแคลงใจให้ชาวบ้านบางส่วน
ซูหลิงเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติเมื่อวัตถุดิบในตลาดหายากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และลูกค้าบางส่วนก็เริ่มแสดงท่าทีลังเลที่จะซื้ออาหารของนาง
“ซูหลิงดูเหมือนหวังต้าหงจะเริ่มเล่นงานเราแล้วนะ” ซูเม่ยกล่าวด้วยสีหน้ากังวล ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินกลับจากตลาดที่วันนี้ได้วัตถุดิบมาน้อยนิด
ซูหลิงพยักหน้า “ข้าก็คิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ เขาคงไม่พอใจที่เราขายดี”
คุณป้าหลี่เดินเข้ามาหาซูหลิงที่แผงลอยด้วยสีหน้าไม่สบายใจ “ซูหลิงน้อย มีข่าวลือแปลก ๆ เกี่ยวกับเจ้าแพร่ไปทั่วตลาด” คุณป้าหลี่เล่าเรื่องข่าวลือที่หวังต้าหงปล่อยออกมาให้ซูหลิงฟังทั้งหมด
ซูหลิงได้ยินก็รู้สึกตกใจและเสียใจเล็กน้อย แต่ก็พยายามตั้งสติ “ข้าไม่เคยใช้สิ่งใดที่เป็นพิษเลยเจ้าค่ะคุณป้า”
“ป้ารู้! ป้าเชื่อใจเจ้า” คุณป้าหลี่กล่าวปลอบใจ “เจ้าไม่ต้องกังวลไปนะหนู คนที่รู้จักเจ้าจริง ๆ จะไม่เชื่อข่าวลือไร้สาระพวกนั้นหรอก”
ซูเม่ยเองก็ให้กำลังใจ “ใช่แล้วซูหลิง อย่าได้ท้อถอยเลยนะ พวกเราจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ”
กำลังใจจากซูเม่ยและคุณป้าหลี่ช่วยให้ซูหลิงเข้มแข็งขึ้น นางรู้ว่าไม่สามารถปล่อยให้หวังต้าหงกลั่นแกล้งได้ตามอำเภอใจ
ซูหลิงกลับมายังกระท่อมพร้อมกับปัญหาเรื่องวัตถุดิบที่กำลังจะหมดนางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ อาจารย์จางฟัง อาจารย์จางนั่งฟังอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะถอนหายใจ
“การกลั่นแกล้งเช่นนี้เป็นเรื่องธรรมดาในโลกการค้า” อาจารย์จางกล่าว “แต่เจ้าไม่ต้องกังวลไป ข้าจะช่วยเจ้า”
อาจารย์จางเริ่มให้คำแนะนำแก่ซูหลิงเกี่ยวกับวิธีการหาวัตถุดิบทางเลือกในป่าลึก ซึ่งเป็นพืชผักและสมุนไพรที่หายากและไม่มีใครรู้จักมาก่อน เขายังสอนวิธีปรุงอาหารที่ใช้วัตถุดิบเหล่านั้นให้มีรสชาติอร่อยและมีคุณประโยชน์
“วัตถุดิบจากป่าลึกเหล่านี้ไม่เพียงแต่หายาก แต่ยังมีสรรพคุณทางยาที่ดีเยี่ยม” อาจารย์จางอธิบาย “ถ้าเจ้าสามารถนำมาปรุงได้อย่างถูกต้อง มันจะสร้างความประหลาดใจให้ผู้คนอย่างแน่นอน”
ซูหลิงและซูเม่ยใช้เวลาหลายวันออกสำรวจป่าลึกตามคำแนะนำของอาจารย์จาง พวกนางพบพืชผักและสมุนไพรแปลก ๆ มากมายที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซูหลิงนำวัตถุดิบเหล่านั้นกลับมาทดลองทำอาหารตามสูตรที่อาจารย์จางสอน และดัดแปลงให้เข้ากับรสชาติที่เธอต้องการ
นอกจากนี้ซูหลิงยังใช้ความรู้จากโลกปัจจุบันในการสร้างสรรค์เมนูใหม่ที่ใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การทำ เส้นบะหมี่จากแป้งข้าวเจ้าผสมแป้งข้าวโพด ที่ให้สัมผัสที่เหนียวนุ่มแตกต่างจากบะหมี่ทั่วไปหรือการทำ ซุปเห็ดป่ารสเผ็ดร้อนที่ใช้เห็ดหลากหลายชนิดและพริกป่าที่หาได้ในท้องถิ่น ซึ่งเป็นรสชาติที่ชาวบ้านไม่คุ้นเคยแต่กลับน่าลิ้มลอง
ขณะที่หวังต้าหงกำลังดำเนินการตามแผนร้ายของตน หลี่จิ่นองค์ชายผู้ปลอมตัว ก็ยังคงสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของซูหลิงอยู่ห่าง ๆ อาเฉิงผู้ติดตามของเขา คอยรายงานข่าวสารทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตลาด รวมถึงแผนการกลั่นแกล้งของหวังต้าหง
“นายน้อยขอรับ ดูเหมือนหวังต้าหงกำลังสร้างปัญหาให้เด็กสาวผู้นั้น” อาเฉิงรายงาน “เขาไปกว้านซื้อวัตถุดิบจนหมดตลาด และยังปล่อยข่าวลือที่ไม่ดีอีกด้วยขอรับ”
หลี่จิ่นรับฟังด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่แววตาของเขาฉายแววครุ่นคิด เขารู้ดีถึงเบื้องหลังของหวังต้าหง ที่เป็นคนของขุนนางฝ่ายตรงข้ามที่เขาไม่ชอบหน้า เขารู้สึกไม่พอใจที่หวังต้าหงกำลังกลั่นแกล้งเด็กสาวผู้บริสุทธิ์เช่นซูหลิง
“ให้คนของเราจับตาดูความเคลื่อนไหวของหวังต้าหงอย่างใกล้ชิด” หลี่จิ่นสั่งอาเฉิง “และถ้าเด็กสาวผู้นั้นต้องการความช่วยเหลือ ให้เข้าไปจัดการปัญหาให้เงียบ ๆ โดยไม่ให้ใครรู้ตัวตนของข้า”
“ขอรับนายน้อย” อาเฉิงรับคำสั่งเขารู้ดีว่าผู้เป็นนายกำลังปกป้องซูหลิงอยู่
ในบางครั้งเมื่อซูหลิงออกไปหาวัตถุดิบในป่าลึก นางไม่รู้เลยว่ามีเงาของอาเฉิงคอยคุ้มกันนางอยู่ห่าง ๆ อาเฉิงเคยช่วยเหลือซูหลิงให้รอดพ้นจากอันตรายเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การไล่สัตว์ป่าที่ดุร้าย หรือการนำทางนางกลับมายังเส้นทางที่ถูกต้อง เมื่อนางพลัดหลงโดยไม่ให้ซูหลิงสังเกตเห็นตัวตนของเขา
วันรุ่งขึ้นซูหลิงกลับมายังตลาดหลีซานอีกครั้งพร้อมกับเมนูใหม่ที่คิดค้นขึ้นมาจากการเรียนรู้กับอาจารย์จางและวัตถุดิบที่หาได้จากป่าลึก นางทำบะหมี่ผักป่าจากแป้งข้าวเจ้าและซุปเห็ดป่ารสเผ็ดร้อน กลิ่นหอมของอาหารทั้งสองเมนูแตกต่างจากที่เคยทำมาและดึงดูดความสนใจของชาวบ้านทันที
หวังต้าหงยืนมองจากโรงน้ำชาของเขาด้วยความประหลาดใจ “เด็กสาวนั่นไปเอาวัตถุดิบมาจากไหนอีก” เขากล่าวอย่างหงุดหงิด
ลูกค้าหลายคนเริ่มเข้ามามุงดูแผงของซูหลิงด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อได้ชิมบะหมี่ผักป่าที่เหนียวนุ่มและซุปเห็ดป่าที่รสชาติเข้มข้น จัดจ้าน ก็ต้องพากันอุทานด้วยความประหลาดใจ
“อร่อยเหลือเชื่อ ข้าไม่เคยกินบะหมี่รสชาติเช่นนี้มาก่อนเลย” “ซุปเห็ดก็หอมเผ็ดร้อน ช่างเป็นรสชาติที่แปลกใหม่และน่าลิ้มลองนัก” “นางไปได้วัตถุดิบวิเศษมาจากที่ใดกัน”
คำชื่นชมและเสียงบอกต่อกันปากต่อปากเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง ข่าวลือเรื่องอาหารของซูหลิงที่ใช้ส่วนผสมพิษก็ถูกกลบด้วยรสชาติอาหารที่ยอดเยี่ยมและไม่เคยมีใครลิ้มลองมาก่อน ชาวบ้านที่เคยลังเลก็เริ่มกลับมาอุดหนุนซูหลิงอีกครั้ง
คุณลุงหวางชาวประมงอาวุโสที่เคยไม่ค่อยเชื่อในฝีมือของซูหลิง ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเข้ามาลองชิมบะหมี่ผักป่าของซูหลิง เมื่อได้ชิมคุณลุงหวางก็พยักหน้าด้วยความพอใจ “ไม่เลว”ไม่เลวเลยจริง ๆ เด็กสาวผู้นี้มีความสามารถที่ไม่ธรรมดา”
แม้แต่คุณป้าเฉิน แม่ค้าขายผักข้าง ๆ ที่เคยบ่นว่าไม่พอใจ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะแอบมาซื้อบะหมี่ของซูหลิงไปทานที่ร้านของนาง
หวังต้าหงเห็นลูกค้าของซูหลิงกลับมาคึกคักอีกครั้ง ก็โมโหจนแทบคลั่ง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมแผนการของเขาจึงไม่เป็นผล ซูหลิงกลับสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ทุกครั้ง
“ฝีมือของนางร้ายกาจนัก” หวังต้าหงกัดฟันกรอด “ดูเหมือนข้าจะต้องใช้แผนการที่หนักหน่วงกว่านี้เสียแล้ว”
เมื่อถึงเวลาเก็บแผงขายของ ซูหลิงพบว่าวันนี้ขายดีกว่าที่เคยเป็นมาเสียอีก เงินที่ได้มามากกว่าที่คิดไว้มากนางรู้สึกเหนื่อยแต่ก็มีความสุขอย่างยิ่ง
“ซูหลิง เจ้าทำสำเร็จแล้ว” ซูเม่ยโอบกอดซูหลิงด้วยความดีใจ “เจ้าเอาชนะหวังต้าหงได้แล้ว”
คุณป้าหลี่ยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ “ใช่แล้วซูหลิงเจ้าพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าฝีมือของเจ้าคือของจริง”
ซูหลิงมองไปยังตะกร้าที่ว่างเปล่า ความสำเร็จในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่เงินทองแต่มันคือการพิสูจน์ตัวเอง การได้เรียนรู้จากอาจารย์จางและการได้รับกำลังใจจากผู้คนรอบข้าง ทำให้นางรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว
ในขณะที่ซูหลิงกำลังเดินกลับกระท่อมพร้อมกับซูเม่ยและจ้าวเสี่ยวหลี นางยังคงรู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมาจากโรงน้ำชาของหวังต้าหง แต่นางก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไป นางรู้ว่ายังมีอุปสรรคอีกมากมายรออยู่เบื้องหน้า แต่ด้วยความสามารถ ความมุ่งมั่น และมิตรภาพที่แข็งแกร่ง นางเชื่อว่านางจะสามารถเอาชนะทุกสิ่งได้
หลี่จิ่นที่นั่งอยู่ในโรงน้ำชาของหวังต้าหง ยังคงจ้องมองซูหลิงจนลับสายตา รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา “เด็กสาวผู้นี้น่าสนใจจริง ๆ” เขารำพึงเบา ๆ อาเฉิงยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นผู้เป็นนายมีสีหน้าเช่นนั้น
การแข่งขันกับหวังต้าหงในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ชื่อเสียงของซูหลิงแข็งแกร่งขึ้น แต่ยังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างซูหลิงกับอาจารย์จาง ซูเม่ย คุณป้าหลี่ รวมถึงความสนใจของหลี่จิ่นที่มีต่อนางแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วย เส้นทางสู่การเป็นยอดเชฟและตำนานรักของซูหลิงกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นและน่าติดตามยิ่งขึ้น