INTRO + ตอนที่ 1 ไม่คิดถึงใจคนรอ
INTRO
ขณะที่เธอรักอย่างบริสุทธิ์ใจ เขากลับเหยียบย่ำหัวใจจนแหลกไม่เหลือชิ้นดี
"แนนเคยอยู่ในสายตาพี่บ้างไหม หรือแนนมีค่าแค่ตอนขึ้นเตียง"
"มันก็เหมาะกับเด็กใจแตกแบบเธอแล้วไม่ใช่เหรอ?"
อดีตเคยรัก เคยเอ็นดู ทว่าวันนี้ ทั้งเกลียด ทั้งชัง อยากให้แม่งฉิบหายกันทั้งโคตร!
คะแนนใช้ชีวิตอยู่กับการต่อสู้ดิ้นรนให้ตัวเองมีชีวิตดี ๆ หลุดพ้นจากคนอุบาทว์สักที
สงครามใช้ชีวิตอยู่เพื่อรอวันแก้แค้น รอให้มันฉิบหายกันทั้งโคตร
ตอนที่ 1 ไม่คิดถึงใจคนรอ
เคยโกรธเกลียดใครมาก ๆ ไหม? ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด จนพานเกลียดมันทั้งตระกูล ในหัวมีแต่ความคิดที่อยากให้พวกมันฉิบหาย ฉิบหายเหมือนอย่างที่เขากำลังเป็นตอนนี้
"นาย อธิคุณ สกุลชาติ นักโทษชั้นดี มายืนเป็นหัวแถว"
เสียงผู้คุมดังกึกก้องท่ามกลางผู้คนครึ่งร้อย ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าชีวิตคนอย่างเขามันเส็งเคร็งมากแค่ไหน
อธิคุณ สกุลชาติ เป็นชื่อที่พ่อกับแม่ตั้งใจตั้งให้ เดิมทีเขาไม่รู้ความหมายของมันหรอก แทบไม่ใส่ใจด้วยซ้ำ จนเมื่อโตขึ้น..
'มีความดียิ่ง' มันดี มันยิ่ง ตรงไหน? ก็แค่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง ที่กิน เที่ยว เล่น ผลาญเงินพ่อแม่ไปวัน ๆ ไม่แคล้วโดนพ่อด่าตามหลังทุกครั้งที่ถอยรถออกจากโรงจอดรถ
ครอบครัวค่อนข้างมีฐานะ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมรดกตกทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย พ่อแม่เลยได้รับเต็ม ๆ สุดท้ายก็ไม่แคล้วต้องยกให้เขาที่เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของบ้าน
อธิคุณเคยคิดอยากช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ด้วยการเที่ยวน้อยลง ผลาญเงินให้น้อยหน่อย มาช่วยงานพ่อแม่มากขึ้น ทั้งที่ปกติก็ช่วยบ้างไม่ช่วยบ้างตามประสาวัยรุ่นห้าว ๆ ที่อายุเพิ่งจะขึ้นเลขสอง
ในขณะที่พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทิศทางที่ดี บุคคลไม่หวังดีที่จ้องแต่จะทำลาย ก็ทำลายชีวิตเขาจนหมดสิ้น
อธิคุณกลายเป็นผู้ต้องหาคดีเมาแล้วขับทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย..
"เฮ้ย! มึงเหม่ออะไรวะ"
มือหนักตบลงบนบ่าเรียกสติสงครามที่เผลอเหม่อคิดถึงเรื่องวันวาน ให้หวนกลับมาจดจ่อกับปัจจุบัน
สงคราม เป็นชื่อเล่น ชื่อที่พ่อแม่ เพื่อน ๆ พี่น้องใช้เรียกกัน หรือบางทีก็เรียกสั้น ๆ ว่า คราม
"ไม่ ๆ" ครามหันกลับไปตอบเพื่อนนักโทษที่ค่อนข้างสนิท เป็นนักโทษชั้นดีเหมือนกัน มันตบบ่าพยักหน้าชี้ไปด้านนอกประตูเรือนจำบอกให้ตั้งสติแล้วจดจ่อกับโลกภายนอกตอนนี้ก่อน
"วันนี้ไอ้บิวจะหนี"
"ฮะ?" หันไปฮะเพราะไม่เชื่อว่าเพื่อนอีกคนจะมีความคิดแบบนี้ ทั้งที่อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะพ้นโทษแล้ว เผลอ ๆ มีอภัยโทษมาอาจจะได้ปล่อยตัวเร็วกว่าเดิม
"แม่มันทรุดว่ะ อาการหนักอยู่โรงพยาบาล มันบอกจะไปดูใจ"
"ปรึกษาพี่เอ็มยัง?" พี่เอ็มเป็นผู้คุมที่ดูแลพวกเขาตั้งแต่ย้ายมาอยู่ในเรือนจำใหม่ ๆ ไม่รู้เพราะนิสัยหรืออะไรที่ทำให้ถูกชะตา พวกเขาเลยเป็นหนึ่งในนั้นที่ได้รับอภิสิทธิ์นอกเหนือจากคนอื่น ๆ
ความไม่เสมอภาคมีทุกที่ แม้ในสถานที่ที่ไม่ควรก็ยังมี..
"คุยแล้วมั้ง กูก็จนปัญญาจะพูด"
"ทำไมไม่ขอโทรวะ?"
"ถ้าแค่โทรแล้วหายห่วง หายคิดถึง มันจะหนีไปหาเหรอ มันมีแม่คนเดียวนะเว้ย" มอสพูดเสียงแผ่ว กระซิบกระซาบกับครามอยู่สองคน ยอมรับว่าเป็นกังวล แต่ก็ไม่รู้จะช่วยเพื่อนยังไง เราต่างก็ตกอยู่ในสถานที่จองจำเดียวกัน แค่ต่างคนต่างวาระ ต่างทำผิด
"คุยดี ๆ ก่อน ไม่นานก็หลุดแล้ว" หลุดจากรั้วคอนกรีตเสริมด้วยเหล็กสูงหลายเมตร
สงครามเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนดี เขาเองก็เคยผ่านเหตุการณ์นั้นมาเหมือนกัน
วันนี้ทางเรือนจำมีกิจกรรมให้นักโทษจิตอาสาออกมาร่วมทำความดี ก็ไม่เชิงว่าเป็นนักโทษจิตอาสา เพราะส่วนใหญ่เบื้องบนจะเลือกมาแล้วมากกว่าว่าใครบ้างที่สมควรออกมานอกสถานกักกัน
หนึ่งในนั้นมีสงคราม บิวและมอส นักโทษชั้นดีที่จะได้รับอิสรภาพเร็ว ๆ นี้
สนามกีฬาชุมชนบัวหลวง
ครามมองภาพเศษขยะหลังจัดกีฬาชุมชนไปเมื่อสองวันก่อนอย่างคนหมดแรง แค่คิดว่าต้องกวาด ต้องเก็บ ต้องช่วยตัดหญ้า กูก็ท้อรอแล้ว
"เยอะฉิบหาย แดกแล้วทำไมไม่เก็บวะ!" มอสสบถอย่างหัวเสีย มองภาพตรงหน้าแข้งขาอ่อนแรง
วันนี้เรือนจำอนุญาตให้ออกมาได้แค่สิบห้าคน แต่เมื่อเทียบกับพื้นที่ไม่รู้กี่ไร่กับกองขยะ เศษใบไม้ แทบวูบ
"เดี๋ยวแยกย้ายกระจายทำเป็นจุด วันนี้มีนักศึกษาจิตอาสามาร่วมกิจกรรมทำความดีกับเราด้วย" เอ็มประกาศผ่านโทรโข่ง ก่อนจะยกโทรโข่งที่จ่อปากพูดปาว ๆ ออก แล้วพูดออกเสียงแทน
"ขอความร่วมมืออย่าก่อจลาจลหรืออาชญากรรม น้อง ๆ นักศึกษาน่ารักกูรู้ แต่พวกมึงช่วยเก็บไว้ในใจ ไม่ต้องแซว ไม่ต้องหยอก ปล่อยให้น้องไปมีอนาคตดี ๆ เข้าใจไหม?"
"โห นาน ๆ ทีก็ไม่ได้เลยเหรอครับ" หนึ่งในสิบห้าคนยกมือแย้งขึ้น
"พวกมึงจะทำให้น้องกลัว ถ้าน้องกลัว พวกมึงคงได้เก็บกวาดกันเองสมใจอยากแน่ จะเอาแบบนั้นใช่ไหม?" ทุกคนส่ายหน้า แน่นอนว่าไม่มีใครอยากจะเหนื่อยฉิบหาย กลับห้องนอนไปก็สลบหรอก
"กูพูด เพราะพวกมึงคุยรู้เรื่อง ทำความเข้าใจกันด้วย แต่ถ้าอยากจะอยู่กับกูยาว ๆ ก็แล้วแต่" เอ็มพูดทิ้งท้าย ก่อนจะชี้ไปตามทิศทางที่ตกลงกับทางมหา'ลัยไว้ โดยฝั่งที่นักโทษต้องรับผิดชอบจะเป็นพวกงานหนัก เช่นแบกหาม ย้ายของ บางส่วนก็เก็บกวาด ตัดหญ้า ตัดกิ่งไม้
สงครามยืนฟังนิ่งไม่สะทกสะท้านด้วยที่อยู่ในจุดที่ต้องรับฟังคำสั่ง เลยมีหน้าที่แค่รับฟังและทำตามเท่านั้น ที่เหลือก็สุดแล้วแต่ ชีวิตเลือกเหี้ยอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เพราะถ้าเลือกได้คงไม่มาอยู่ในสถานที่แบบนี้หรอก
"ไอ้บิว มากับกู"
แค่นี้ก็เข้าใจความหมายของพี่เอ็มแล้ว
"เดี๋ยวกูฝากมึงสองคนดูคนอื่น ๆ ด้วย อย่าให้มันแซวนักศึกษา กูไม่อยากมีปัญหา" เอ็มกำชับกับครามและมอส รอจนทั้งสองรับปาก จึงเดินขนาบข้างนักโทษรุ่นน้องออกไปทำธุระ
"ไม่ให้ก่อจลาจล ไม่ให้ก่ออาชญากรรม แต่มึงดูนักศึกษากลุ่มนั้นดิ" มอสชี้ไปยังกลุ่มนักศึกษากลุ่มแรกที่ลงจากรถมหา'ลัย
"อีกนิดจะเห็นแก้มก้นอยู่แล้ว อย่างเอา"
"ก็อย่าไปมอง" ครามพูดไม่สนใจ แค่มันหันหลังให้ ทำหน้าที่ของตัวเองแค่นี้ก็จบ จะไปอะไรมาก
"มึงไม่มองเพราะไม่ชอบผู้หญิงเหรอ?"
"..." หันมองค้อนไอ้มอสที่ยืนลูบปลายคางหื่น ๆ มองน้องนักศึกษา เขาจำต้องกระชากเสื้อดับฝันมันแล้วโยนเศษใบไม้ใส่หน้าให้มันตื่นแล้วตั้งสติ
"สัด!"
"มึงมีหน้าที่อะไร ลืมแล้วเหรอ"
"นาน ๆ ได้เห็นที ขอมองหน่อยไม่ได้หรือไง?"
"มึงมองนานไป" เขากวาดเศษใบไม้บนพื้นสนามครึ่งถังขยะแล้ว มันยังไม่หันกลับมาสนใจงาน ต้องให้พูดไหม?
"ขออีกแป๊บ"
"งั้นมึงก็กวาดไปคนเดียว" พูดแล้วกระแทกไม้กวาดใส่มือมัน ก้าวขาเร็ว ๆ ไปทางห้องน้ำรวม
ในห้องน้ำมีประตูห้องหนึ่งปิดอยู่ มีเสียงเปิดน้ำ ให้สันนิษฐานคงจะมีคนใช้ห้องน้ำอยู่ สงครามเลยยืนรออยู่ด้านนอกแทนการเข้าไปใช้ร่วม เพราะดูจากชุดที่ใส่อยู่ตอนนี้ ใครไม่รังเกียจก็ให้มันรู้กันไป
นอกจากกินนอน ทำงานในฐานะนักโทษ ออกไปทำกิจกรรมทำความดี จิตอาสา ยังต้องอดทนต่อสายตาผู้คนที่มองมา ไม่รู้หรอก มองเพราะอะไร หรือกำลังด่าในใจก็ไม่รู้เหมือนกัน ทว่าในใจลึก ๆ กลับรู้ดี เพราะสายตาเกือบทุกคู่ที่มองมานั้น รังเกียจเดียดฉันท์แน่นอน
อาจเพราะชุดที่ใส่ โซ่ที่เคยตรวน หรือกำไลอีเอ็มก็ไม่อาจรู้ได้
"อะ!" เสียงตกใจดังขึ้นหลังจากล้างมือ ก้าวขาออกจากห้องน้ำ แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อคนที่ยืนอยู่นอกห้องน้ำหน้าตาคุ้น ๆ
"พี่คราม! พี่คราม พี่? พี่ใช่ไหม? พี่คราม" หญิงสาวยิงคำถามรัว ชี้ตามเนื้อตัว ใบหน้าหล่อเหลาอย่างไม่เชื่อสายตา
"?" ครามเพียงแค่มองสำรวจร่างเล็กตรงหน้า ไม่ได้ตอบกลับหรือแสดงท่าทีดีอกดีใจเหมือนอย่างที่อีกคนกำลังแสดง
"จำแนนไม่ได้เหรอ? คะแนนไง น้องคะแนนอะ"
"เสร็จแล้วก็ไป" เขาไม่สนใจ พูดปัดให้จบ ๆ แล้วเดินเข้าห้องน้ำ ล้างมือ ล้างหน้า คลายความเหนียวเหนอะหนะจากเหงื่อที่ไหลชุ่มเพราะแดดประเทศไทย
"พี่ไม่ติดต่อมาเลย"
"..."
"หายไปแบบนี้ ไม่คิดจะบอกกันหน่อยเหรอ"
"อะไร?"
"พี่ทำแบบนี้ไม่คิดถึงใจคนรอบ้างหรือไง"
"..."