INTRO + ตอนที่ 1 ไม่คิดถึงใจคนรอ

1611 Words
INTRO ขณะที่เธอรักอย่างบริสุทธิ์ใจ เขากลับเหยียบย่ำหัวใจจนแหลกไม่เหลือชิ้นดี "แนนเคยอยู่ในสายตาพี่บ้างไหม หรือแนนมีค่าแค่ตอนขึ้นเตียง" "มันก็เหมาะกับเด็กใจแตกแบบเธอแล้วไม่ใช่เหรอ?" อดีตเคยรัก เคยเอ็นดู ทว่าวันนี้ ทั้งเกลียด ทั้งชัง อยากให้แม่งฉิบหายกันทั้งโคตร! คะแนนใช้ชีวิตอยู่กับการต่อสู้ดิ้นรนให้ตัวเองมีชีวิตดี ๆ หลุดพ้นจากคนอุบาทว์สักที สงครามใช้ชีวิตอยู่เพื่อรอวันแก้แค้น รอให้มันฉิบหายกันทั้งโคตร   ตอนที่ 1 ไม่คิดถึงใจคนรอ เคยโกรธเกลียดใครมาก ๆ ไหม? ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด จนพานเกลียดมันทั้งตระกูล ในหัวมีแต่ความคิดที่อยากให้พวกมันฉิบหาย ฉิบหายเหมือนอย่างที่เขากำลังเป็นตอนนี้ "นาย อธิคุณ สกุลชาติ นักโทษชั้นดี มายืนเป็นหัวแถว" เสียงผู้คุมดังกึกก้องท่ามกลางผู้คนครึ่งร้อย ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าชีวิตคนอย่างเขามันเส็งเคร็งมากแค่ไหน อธิคุณ สกุลชาติ เป็นชื่อที่พ่อกับแม่ตั้งใจตั้งให้ เดิมทีเขาไม่รู้ความหมายของมันหรอก แทบไม่ใส่ใจด้วยซ้ำ จนเมื่อโตขึ้น.. 'มีความดียิ่ง' มันดี มันยิ่ง ตรงไหน? ก็แค่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง ที่กิน เที่ยว เล่น ผลาญเงินพ่อแม่ไปวัน ๆ ไม่แคล้วโดนพ่อด่าตามหลังทุกครั้งที่ถอยรถออกจากโรงจอดรถ ครอบครัวค่อนข้างมีฐานะ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมรดกตกทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย พ่อแม่เลยได้รับเต็ม ๆ สุดท้ายก็ไม่แคล้วต้องยกให้เขาที่เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของบ้าน อธิคุณเคยคิดอยากช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ด้วยการเที่ยวน้อยลง ผลาญเงินให้น้อยหน่อย มาช่วยงานพ่อแม่มากขึ้น ทั้งที่ปกติก็ช่วยบ้างไม่ช่วยบ้างตามประสาวัยรุ่นห้าว ๆ ที่อายุเพิ่งจะขึ้นเลขสอง ในขณะที่พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทิศทางที่ดี บุคคลไม่หวังดีที่จ้องแต่จะทำลาย ก็ทำลายชีวิตเขาจนหมดสิ้น อธิคุณกลายเป็นผู้ต้องหาคดีเมาแล้วขับทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย.. "เฮ้ย! มึงเหม่ออะไรวะ" มือหนักตบลงบนบ่าเรียกสติสงครามที่เผลอเหม่อคิดถึงเรื่องวันวาน ให้หวนกลับมาจดจ่อกับปัจจุบัน สงคราม เป็นชื่อเล่น ชื่อที่พ่อแม่ เพื่อน ๆ พี่น้องใช้เรียกกัน หรือบางทีก็เรียกสั้น ๆ ว่า คราม "ไม่ ๆ" ครามหันกลับไปตอบเพื่อนนักโทษที่ค่อนข้างสนิท เป็นนักโทษชั้นดีเหมือนกัน มันตบบ่าพยักหน้าชี้ไปด้านนอกประตูเรือนจำบอกให้ตั้งสติแล้วจดจ่อกับโลกภายนอกตอนนี้ก่อน "วันนี้ไอ้บิวจะหนี" "ฮะ?" หันไปฮะเพราะไม่เชื่อว่าเพื่อนอีกคนจะมีความคิดแบบนี้ ทั้งที่อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าก็จะพ้นโทษแล้ว เผลอ ๆ มีอภัยโทษมาอาจจะได้ปล่อยตัวเร็วกว่าเดิม "แม่มันทรุดว่ะ อาการหนักอยู่โรงพยาบาล มันบอกจะไปดูใจ" "ปรึกษาพี่เอ็มยัง?" พี่เอ็มเป็นผู้คุมที่ดูแลพวกเขาตั้งแต่ย้ายมาอยู่ในเรือนจำใหม่ ๆ ไม่รู้เพราะนิสัยหรืออะไรที่ทำให้ถูกชะตา พวกเขาเลยเป็นหนึ่งในนั้นที่ได้รับอภิสิทธิ์นอกเหนือจากคนอื่น ๆ ความไม่เสมอภาคมีทุกที่ แม้ในสถานที่ที่ไม่ควรก็ยังมี.. "คุยแล้วมั้ง กูก็จนปัญญาจะพูด" "ทำไมไม่ขอโทรวะ?" "ถ้าแค่โทรแล้วหายห่วง หายคิดถึง มันจะหนีไปหาเหรอ มันมีแม่คนเดียวนะเว้ย" มอสพูดเสียงแผ่ว กระซิบกระซาบกับครามอยู่สองคน ยอมรับว่าเป็นกังวล แต่ก็ไม่รู้จะช่วยเพื่อนยังไง เราต่างก็ตกอยู่ในสถานที่จองจำเดียวกัน แค่ต่างคนต่างวาระ ต่างทำผิด "คุยดี ๆ ก่อน ไม่นานก็หลุดแล้ว" หลุดจากรั้วคอนกรีตเสริมด้วยเหล็กสูงหลายเมตร สงครามเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนดี เขาเองก็เคยผ่านเหตุการณ์นั้นมาเหมือนกัน วันนี้ทางเรือนจำมีกิจกรรมให้นักโทษจิตอาสาออกมาร่วมทำความดี ก็ไม่เชิงว่าเป็นนักโทษจิตอาสา เพราะส่วนใหญ่เบื้องบนจะเลือกมาแล้วมากกว่าว่าใครบ้างที่สมควรออกมานอกสถานกักกัน หนึ่งในนั้นมีสงคราม บิวและมอส นักโทษชั้นดีที่จะได้รับอิสรภาพเร็ว ๆ นี้ สนามกีฬาชุมชนบัวหลวง ครามมองภาพเศษขยะหลังจัดกีฬาชุมชนไปเมื่อสองวันก่อนอย่างคนหมดแรง แค่คิดว่าต้องกวาด ต้องเก็บ ต้องช่วยตัดหญ้า กูก็ท้อรอแล้ว "เยอะฉิบหาย แดกแล้วทำไมไม่เก็บวะ!" มอสสบถอย่างหัวเสีย มองภาพตรงหน้าแข้งขาอ่อนแรง วันนี้เรือนจำอนุญาตให้ออกมาได้แค่สิบห้าคน แต่เมื่อเทียบกับพื้นที่ไม่รู้กี่ไร่กับกองขยะ เศษใบไม้ แทบวูบ "เดี๋ยวแยกย้ายกระจายทำเป็นจุด วันนี้มีนักศึกษาจิตอาสามาร่วมกิจกรรมทำความดีกับเราด้วย" เอ็มประกาศผ่านโทรโข่ง ก่อนจะยกโทรโข่งที่จ่อปากพูดปาว ๆ ออก แล้วพูดออกเสียงแทน "ขอความร่วมมืออย่าก่อจลาจลหรืออาชญากรรม น้อง ๆ นักศึกษาน่ารักกูรู้ แต่พวกมึงช่วยเก็บไว้ในใจ ไม่ต้องแซว ไม่ต้องหยอก ปล่อยให้น้องไปมีอนาคตดี ๆ เข้าใจไหม?" "โห นาน ๆ ทีก็ไม่ได้เลยเหรอครับ" หนึ่งในสิบห้าคนยกมือแย้งขึ้น "พวกมึงจะทำให้น้องกลัว ถ้าน้องกลัว พวกมึงคงได้เก็บกวาดกันเองสมใจอยากแน่ จะเอาแบบนั้นใช่ไหม?" ทุกคนส่ายหน้า แน่นอนว่าไม่มีใครอยากจะเหนื่อยฉิบหาย กลับห้องนอนไปก็สลบหรอก "กูพูด เพราะพวกมึงคุยรู้เรื่อง ทำความเข้าใจกันด้วย แต่ถ้าอยากจะอยู่กับกูยาว ๆ ก็แล้วแต่" เอ็มพูดทิ้งท้าย ก่อนจะชี้ไปตามทิศทางที่ตกลงกับทางมหา'ลัยไว้ โดยฝั่งที่นักโทษต้องรับผิดชอบจะเป็นพวกงานหนัก เช่นแบกหาม ย้ายของ บางส่วนก็เก็บกวาด ตัดหญ้า ตัดกิ่งไม้ สงครามยืนฟังนิ่งไม่สะทกสะท้านด้วยที่อยู่ในจุดที่ต้องรับฟังคำสั่ง เลยมีหน้าที่แค่รับฟังและทำตามเท่านั้น ที่เหลือก็สุดแล้วแต่ ชีวิตเลือกเหี้ยอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เพราะถ้าเลือกได้คงไม่มาอยู่ในสถานที่แบบนี้หรอก "ไอ้บิว มากับกู" แค่นี้ก็เข้าใจความหมายของพี่เอ็มแล้ว "เดี๋ยวกูฝากมึงสองคนดูคนอื่น ๆ ด้วย อย่าให้มันแซวนักศึกษา กูไม่อยากมีปัญหา" เอ็มกำชับกับครามและมอส รอจนทั้งสองรับปาก จึงเดินขนาบข้างนักโทษรุ่นน้องออกไปทำธุระ "ไม่ให้ก่อจลาจล ไม่ให้ก่ออาชญากรรม แต่มึงดูนักศึกษากลุ่มนั้นดิ" มอสชี้ไปยังกลุ่มนักศึกษากลุ่มแรกที่ลงจากรถมหา'ลัย "อีกนิดจะเห็นแก้มก้นอยู่แล้ว อย่างเอา" "ก็อย่าไปมอง" ครามพูดไม่สนใจ แค่มันหันหลังให้ ทำหน้าที่ของตัวเองแค่นี้ก็จบ จะไปอะไรมาก "มึงไม่มองเพราะไม่ชอบผู้หญิงเหรอ?" "..." หันมองค้อนไอ้มอสที่ยืนลูบปลายคางหื่น ๆ มองน้องนักศึกษา เขาจำต้องกระชากเสื้อดับฝันมันแล้วโยนเศษใบไม้ใส่หน้าให้มันตื่นแล้วตั้งสติ "สัด!" "มึงมีหน้าที่อะไร ลืมแล้วเหรอ" "นาน ๆ ได้เห็นที ขอมองหน่อยไม่ได้หรือไง?" "มึงมองนานไป" เขากวาดเศษใบไม้บนพื้นสนามครึ่งถังขยะแล้ว มันยังไม่หันกลับมาสนใจงาน ต้องให้พูดไหม? "ขออีกแป๊บ" "งั้นมึงก็กวาดไปคนเดียว" พูดแล้วกระแทกไม้กวาดใส่มือมัน ก้าวขาเร็ว ๆ ไปทางห้องน้ำรวม ในห้องน้ำมีประตูห้องหนึ่งปิดอยู่ มีเสียงเปิดน้ำ ให้สันนิษฐานคงจะมีคนใช้ห้องน้ำอยู่ สงครามเลยยืนรออยู่ด้านนอกแทนการเข้าไปใช้ร่วม เพราะดูจากชุดที่ใส่อยู่ตอนนี้ ใครไม่รังเกียจก็ให้มันรู้กันไป นอกจากกินนอน ทำงานในฐานะนักโทษ ออกไปทำกิจกรรมทำความดี จิตอาสา ยังต้องอดทนต่อสายตาผู้คนที่มองมา ไม่รู้หรอก มองเพราะอะไร หรือกำลังด่าในใจก็ไม่รู้เหมือนกัน ทว่าในใจลึก ๆ กลับรู้ดี เพราะสายตาเกือบทุกคู่ที่มองมานั้น รังเกียจเดียดฉันท์แน่นอน อาจเพราะชุดที่ใส่ โซ่ที่เคยตรวน หรือกำไลอีเอ็มก็ไม่อาจรู้ได้ "อะ!" เสียงตกใจดังขึ้นหลังจากล้างมือ ก้าวขาออกจากห้องน้ำ แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อคนที่ยืนอยู่นอกห้องน้ำหน้าตาคุ้น ๆ "พี่คราม! พี่คราม พี่? พี่ใช่ไหม? พี่คราม" หญิงสาวยิงคำถามรัว ชี้ตามเนื้อตัว ใบหน้าหล่อเหลาอย่างไม่เชื่อสายตา "?" ครามเพียงแค่มองสำรวจร่างเล็กตรงหน้า ไม่ได้ตอบกลับหรือแสดงท่าทีดีอกดีใจเหมือนอย่างที่อีกคนกำลังแสดง "จำแนนไม่ได้เหรอ? คะแนนไง น้องคะแนนอะ" "เสร็จแล้วก็ไป" เขาไม่สนใจ พูดปัดให้จบ ๆ แล้วเดินเข้าห้องน้ำ ล้างมือ ล้างหน้า คลายความเหนียวเหนอะหนะจากเหงื่อที่ไหลชุ่มเพราะแดดประเทศไทย "พี่ไม่ติดต่อมาเลย" "..." "หายไปแบบนี้ ไม่คิดจะบอกกันหน่อยเหรอ" "อะไร?" "พี่ทำแบบนี้ไม่คิดถึงใจคนรอบ้างหรือไง" "..."  
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD