bc

ทะลุมิติมาเป็นหญิงตาบอด ยุค 70

book_age4+
453
FOLLOW
3.7K
READ
reincarnation/transmigration
HE
time-travel
love after marriage
fated
heir/heiress
drama
sweet
lies
secrets
rebirth/reborn
like
intro-logo
Blurb

ใครจะคิดว่าเพราะอยากทำความดีช่วยเหลือคนอื่นจะทำให้เธอต้องทะลุมิติมาอยู่ในร่างของหญิงที่แต่งงานแล้ว อีกทั้งสตรีนางนี้ยังตาบอดอีกด้วย อีดทั้งแม่สามีก็ปากร้าย บ้านเดิมก็ร้ายกาจ แล้วเธอจะเอาตัวรอดจากที่นี่ยังไง

chap-preview
Free preview
บทที่ 1 ชีวิตที่แสนวุ่นวายในเมืองหลวง
ยามเช้าเป็นช่วงเวลาที่แสนวุ่นวายและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นจากหลายบ้านในขณะที่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี เสียงนกร้องเบา ๆ ปะปนกับเสียงเครื่องยนต์ที่เริ่มต้นทำงาน ถนนหนทางเต็มไปด้วยรถราที่เริ่มวิ่งขวักไขว่ ยังมีเสียงแตรรถยนต์ที่ดังขึ้นเป็นครั้งคราว เพิ่มความวุ่นวายให้กับบรรยากาศในเมืองหลวงเป็นอย่างยิ่ง แสงแดดแรกของวันเริ่มสาดส่องผ่านตึกสูงระฟ้า ส่องลงมายังถนนหนทางที่เต็มไปด้วยผู้คนและรถยนต์ คนขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างเร่งรีบขับผ่านฝูงชน รถแท็กซี่สีสันสดใสรอรับผู้โดยสารอยู่ริมถนน พ่อค้าแม่ค้าขายอาหารเช้าตามทางเดินเท้า กลิ่นหอมของข้าวเหนียวหมูปิ้งและกาแฟร้อน ๆ ลอยมาในอากาศ นี่จึงทำให้คนที่เดินผ่านต้องหยุดชะงักแล้วหันมามอง และก็มีหลายคนที่แวะซื้ออาหารข้างทางที่อร่อยแต่ราคาไม่แพงนักเพื่อเป็นอาหารเช้าสำหรับตัวเอง เวลาเร่งด่วนแบบนี้ผู้คนต่างพากันรีบร้อนเดินทางไปยังจุดหมายของตนเอง บางคนสวมสูทและถือกระเป๋าเอกสาร บางคนก็สวมเครื่องแบบนักเรียนถือกระเป๋าหนังสือใบใหญ่ ทุกคนมีท่าทีเร่งรีบต่างก็มุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟฟ้าหรือป้ายรถเมล์แล้วแต่ความถนัดและเงินในกระเป๋าของตนเอง เสียงประกาศจากสถานีรถไฟฟ้าดังก้องไปทั่วชานชาลา “ขบวนถัดไปกำลังจะเข้าสู่ชานชาลา” ทันทีที่ได้ยินเสียงประกาศ ผู้โดยสารต่างเร่งรีบมายืนรอที่จุดบริการเพื่อขึ้นรถไฟฟ้าที่แออัดไปด้วยผู้คน “นี่ถ้าไม่คิดว่าใกล้จะสายแล้ว ฉันไม่ขึ้นหรอกนะรถไฟฟ้าเนี่ย แพงก็แพง เงินเดือนก็แค่นี้ ถ้าขึ้นทุกวันเงินไม่เหลือหรอก” เสียงหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินมากับเพื่อนพูดขึ้น “เอาเถอะน่าแค่วันเดียวเอง อย่าขี้เหนียวไปหน่อยเลย ระหว่างเสียเงินขึ้นรถไฟฟ้ากับโดนหักค่ามาสายอะไรจะเยอะกว่ากันเธอลองคิดสิ ไปกันเถอะรถไฟมาแล้ว” เพื่อนของเธอตอบ ก่อนจะดันหลังเพื่อต่อคิวขึ้นรถไฟฟ้าที่มาถึงชานชาลาเรียบร้อยแล้ว เสียงสนทนาของทั้งคู่ดังเข้าหูนลินที่ยืนอยู่ไม่ไกล เธอได้ยินก็อดที่จะสงสารไม่ได้ นั่นเพราะว่าคนเมืองหลวงไม่ได้มีแต่เธอเท่านั้น ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความเร่งรีบและเต็มไปด้วยความกดดัน ซึ่งคนอื่น ๆ ต่างก็เป็นเหมือนกัน จากนั้นจึงก้าวขึ้นรถไฟฟ้าด้วยความเร่งรีบ เพราะเธอจำเป็นต้องไปถึงที่ทำงานก่อนเวลาแปดโมงเช้า รถไฟฟ้าในช่วงเช้ามีคนแน่นไปหมด อย่าว่าแต่จะหาที่นั่งเลย แม้แต่ที่ยืนก็ยังหายาก นลินพยายามหาที่ว่างพอที่จะยืนอย่างมั่นคง เธอทอดสายตาออกไปมองเมืองหลวงที่วุ่นวายผ่านหน้าต่างรถไฟฟ้าที่สะท้อนแสงแดดอ่อน ๆ ทำให้นึกถึงบ้านที่ต่างจังหวัดที่เธอจากมา เลยคิดย้อนไปถึงบทสนทนาระหว่างเธอกับแม่ตอนที่จะมาเรียนที่กรุงเทพ ซึ่งความทรงจำเหล่านั้นยังคงชัดเจนในใจแม้ว่าจะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม “แม่ หนูจะไปกรุงเทพฯ แล้วนะ อีกสองสามวันก็จะเปิดเทอมแล้ว ตอนนี้เพื่อนที่สอบได้ที่เดียวกัน เขาก็ย้ายเข้าไปอยู่หอกันหมดแล้วด้วย” นลินบอกกับแม่ขณะที่กำลังจัดเสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็นใส่กระเป๋า แม่ของเธอยิ้มทั้งน้ำตา พร้อมกับพูดด้วยความดีใจที่ลูกสาวคนนี้กำลังจะมีอนาคตที่ดี “ไปเถอะลูก ไปหาความรู้และอนาคตที่ดี แม่อยู่ทางนี้จะเป็นกำลังใจ ให้ลูกของแม่ฝ่าฟันทุกอย่างจนถึงจุดหมายปลายทาง” “หนูไปอยู่ที่นู่น กว่าจะกลับมาบ้านก็ช่วงปิดเทอม หนูคงคิดถึงแม่แย่เลย” เธอพูดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา แล้วโผเข้าสู่อ้อมกอดของแม่เพื่อหาความอบอุ่น ที่หลังจากนี้เธอไม่สามารถโอบกอดได้ทุกวันอีกแล้ว “แม่ก็จะคิดถึงหนูเหมือนกัน แต่แม่เชื่อว่านลินของแม่จะทำได้ แม่ภูมิใจในตัวลูกเสมอนะ ลูกรัก” สมรโอบกอดลูกสาวด้วยความรักและห่วงใย เธอเองพยายามซึมซับอ้อมกอดนี้ไว้ นั่นเพราะคงอีกนานกว่าจะได้กอดลูกแบบนี้อีก “แล้วแม่ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเงินนะ เดี๋ยวหนูจะเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ไม่ให้แม่ต้องลำบากทำงานหนักหาเงินส่งหนูเรียน” นลินบอกแม่อย่างมั่นใจ สีหน้าของเธอดูมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก เรื่องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย เธอตั้งใจจะทำแบบนั้นจริง ๆ “เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยจะไหวเหรอลูก เดี๋ยวก็เรียนไม่ทันเพื่อนหรอก แม่กับพ่อก็ยังทำงานได้อยู่ แม่กับพ่อส่งลูกเรียนได้ ขอแค่ลูกตั้งใจเรียนให้ดีก็พอ” คนเป็นแม่เองก็ไม่อยากให้ลูกลำบากเช่นกัน นางรู้ว่าการเรียนอย่างเดียวก็เหนื่อยมากแล้ว นี่ลูกสาวยังจะเรียนไปทำงานไปด้วย สมรกลัวว่าลูกสาวจะเหนื่อยเกินไป “ได้สิจ๊ะแม่ คนอื่นเขาก็ทำแบบนี้กันเยอะแยะ แม่ไม่ต้องห่วงหรอก หนูจัดการบริหารเวลาได้ จะไม่ทำให้เสียการเรียนแน่นอนค่ะ” เธอกล่าวย้ำอย่างจริงจังอีกครั้ง หญิงสาวไม่ต้องการให้พ่อกับแม่ต้องลำบากหาเงินส่งเสียเธอเรียน เพราะท่านทั้งสองอายุไม่น้อยแล้ว นลินคือเด็กต่างจังหวัดที่จากบ้านมาไกลเพื่อเล่าเรียนและทำงานเลี้ยงตัวเองไปด้วย เธอเติบโตมาจากครอบครัวที่อบอุ่นแต่ขัดสน และรู้ดีว่าทุกบาททุกสตางค์ที่เธอหามาได้นั้นมีค่าแค่ไหน และทุกหยาดเหงื่อที่หลั่งออกมาเป็นความภาคภูมิใจ ที่เธอสามารถแบ่งเบาภาระครอบครัวได้ นลินพยายามอย่างหนักในทุกวัน เพื่อให้สามารถสร้างอนาคตที่ดีให้กับตัวเองและคนที่เธอรัก เวลาผ่านไปเมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว ด้วยความขยันหมั่นเพียรและความมุ่งมั่นเลยสามารถหางานที่ดีทำได้ หญิงสาวยังคงเลือกที่จะทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ เพราะได้เงินเดือนที่ดีเธอตั้งใจทำงานเพื่อส่งเงินกลับบ้านให้พ่อแม่และน้อง ๆ ที่ยังต้องการการสนับสนุน แม้ว่าการทำงานในเมืองหลวงนั้นไม่ง่าย แต่เธอไม่เคยย่อท้อ ต่อให้จะต้องเผชิญกับความเหนื่อยล้าและความกดดันจากการทำงานแค่ไหนก็ตาม ในใจของหญิงสาวนั้นมีความฝันที่เรียบง่าย เธอหวังไว้ว่าจะทำงานเพื่อเก็บเงินให้ได้สักก้อน แล้วก็จะลาออกจากงานและกลับไปเปิดกิจการเล็ก ๆ ทำที่บ้านเกิด นลินฝันถึงการเปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ หรือร้านขายขนม หญิงสาวนึกภาพที่ทำงานอยู่ในร้านของตัวเอง แค่นี้ก็มีความสุขกับการได้ทำสิ่งที่รัก และสามารถดูแลพ่อแม่ในบั้นปลายชีวิตของพวกท่านได้ หญิงสาวมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะทำความฝันให้เป็นจริง แม้ว่าหนทางอาจจะยาวไกล แต่เธอเชื่อว่าด้วยความพยายามและความตั้งใจ จะสามารถสร้างชีวิตที่ดีและมีความสุขได้ เธอจะไม่หยุดฝันและจะไม่หยุดเดินทางในเส้นทางที่เธอเลือก หญิงสาวนึกย้อนกลับไปถึงเช้าวันหนึ่งที่ทำให้เธออารมณ์เสียไม่หาย ตอนนั้นเธอกำลังทำงานที่แผนกเครื่องสำอางของห้างสรรพสินค้า ลูกค้าคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับทำหน้าตาไม่พอใจและถามถึงผลิตภัณฑ์ที่นลินไม่สามารถหาให้ได้ในตอนนั้นเพราะสินค้าหมดสต๊อก เธอจึงได้พยายามอธิบายอย่างสุภาพ แต่ลูกค้ากลับโวยวายเสียงดัง “เธอเป็นผู้ช่วยผู้จัดการแผนกประสาอะไร ไม่มีความสามารถเลยหรือยังไง แค่นี้ก็ทำไม่ได้” ลูกค้าตะคอกใส่เธอเสียงดังอย่างไม่พอใจ นลินรู้สึกหงุดหงิดและกดดันอย่างมาก แต่ก็ยังพยายามอธิบายอย่างใจเย็น นั่นเพราะไม่อยากถูกตำหนิหรือถูกหักเงินเดือน “ขอโทษค่ะ สินค้าตัวนี้หมดสต๊อก แล้ว แต่ถ้าคุณลูกค้าต้องการจริง ๆ ดิฉันสามารถสั่งมาให้ใหม่ได้ค่ะ” “ไม่ต้องมาอ้างเลย ฉันไม่อยากรอ” ลูกค้าพูดพลางโยนผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในมือใส่นลินด้วยความฉุนเฉียว

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

วิญญาณตามรัก

read
1K
bc

พันธะร้าย..ดวงใจรัก

read
2.1K
bc

เชลยรักท่านอ๋องอำมหิต

read
17.0K
bc

คุณหนูสิบเจ็ดตระกูลเจียง

read
10.6K
bc

แม่หมอแห่งซูโจว

read
7.5K
bc

รักต้นฉบับ(ไม่ลับ)แม่มดมนตรา

read
1K
bc

หยุดหัวใจไม่รักดี

read
4.3K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook