ตอนที่ 2 ความจริงที่ได้รับรู้

1865 Words
อัญญาดาวักน้ำล้างหน้า เติมแป้งและลิปสติกเพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา ก่อนจะเดินมุ่งหน้าตรงไปยังห้องทำงานของสามี "สวัสดีค่ะ ได้นัดไว้ไหมคะ" หญิงสาวท่าทางเรียบร้อย หน้าตาสะสวย นั่งแทนที่เลขาคนเก่า แสดงว่าเธอคือเลขาคนใหม่ของภูบดินทร์ อัญญาดาไม่ตอบคำถามก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของชายหนุ่ม "เดี๋ยวค่ะ เข้าไปไม่ได้นะคะ" เมื่อเห็นหญิงสาวร่างสูงโปร่ง ไม่ตอบคำถามเธอ แถมยังถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานของเจ้านายหนุ่ม ทำให้ไปรยารีบตะโกนเรียกไล่หลังเสียงดัง "มีเรื่องอะไรกัน" ภูบดินทร์กำลังนั่งเล่นกับลูกสาวอยู่ ได้ยินเสียงโวยวายของเลขาสาวหน้าห้อง จึงเปิดประตูออกไปดู "คุณภูขา ปายพยายามห้ามแล้วนะคะ แต่เธอไม่ฟังแถมยังเปิดประตูเข้าไปอีกค่ะ" หล่อนรีบฟ้องเจ้าของห้องทันที ทำเอาอัญญาดารู้สึกตงิดในใจ "ไม่เป็นไร นี่อัญญาดาภรรยาฉันเอง" ภูบดินทร์หันมาบอกเลขาสาว พร้อมมองสบตาเธอด้วยความห่วงใยกลัวไปรยารู้สึกไม่ดี ที่อัญญาดามาหาเขาในที่ทำงาน "ขอโทษด้วยนะคะพอดีฉันไม่รู้ค่ะ" หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า พร้อมท่าทางน่าสงสาร "กลับไปทำงานได้แล้ว" เขาพูดตัดบทก่อนจะปิดประตู เดินตามหลังอัญญาดาเข้าไปข้างใน "พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้มาที่นี่ มันไม่ใช่สถานที่เที่ยวเล่นที่นึกอยากจะมาก็มา" ภูบดินทร์ดุภรรยาสาว ยิ่งเห็นท่าทางเศร้าสร้อยของไปรยา เขายิ่งโมโหอัญญาดามากขึ้นเท่าตัว "ทำไมญาดาจะมาไม่ได้คะ? เมื่อก่อนก็มาประจำ แล้วพี่ภูก็เคยบอกว่าชอบที่ญาดามาหา" เธอตัดพ้อสามี ทำไมเขาถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ก่อนหน้านั้นเขาบอกกับเธอว่าสามารถมาได้ตลอดเวลา "ก็นั่นมันเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว แถมยังพาลูกมาด้วยเดี๋ยวก็ติดโควิดจากที่ทำงานพี่อีก ลูกยังเล็กอยู่ด้วย หัดคิดซะบ้างสิ!!" คำพูดร้ายๆ หลุดออกมาจากปากสามี เหมือนคนพูดก็คงไม่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกมา "ค่ะ ญาดาเข้าใจพี่ภูแล้วค่ะ" อัญญาดารับรู้ได้เลยว่า สามีของเธอเปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย "เข้าใจว่ายังไง!!...ญาดาเข้าใจว่ายังไง" เหมือนเริ่มรู้ตัวว่าพูดไม่ดีออกไป น้ำเสียงจึงอ่อนลง "ช่างเถอะค่ะพี่ภู เดี๋ยวญาดาพาลูกกลับเลยก็ได้ค่ะ" หญิงสาวบอกออกไปด้วยความน้อยใจ เขาทำเหมือนไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ที่เธอพาลูกสาวมาหาเขาที่นี่ "มาแล้วก็อยู่ที่นี่แหละ รอกลับพร้อมกันตอนเย็น" ภูบดินทร์รู้สึกผิดที่เผลอพูดแรงกับอัญญาดาออกไป เขาจึงเดินกลับมานั่งทำงานต่อ ปล่อยให้หญิงสาวนั่งเล่นกับลูกสาวบนโซฟา "อุ้ยยย คุณภูขาจะทำอะไรคะ" ไปรยากำลังเดินมาจากแผนกบัญชี ก็โดนมือปริศนาฉุดลากเข้ามาในห้องประชุม เมื่อปรับสายตาให้ชินกับความมืดได้ เธอจึงรู้ว่าเป็นภูบดินทร์เจ้านายหนุ่มนั้นเอง หลังจากภรรยาของเขามาหา ทั้งวันแทบจะไม่ได้คุยกันจนเวลาก็ล่วงเลยมาเกือบถึงเลิกงานแล้ว "วันนี้เมียกับลูกฉันมาหาที่ทำงาน เธอโอเคใช่ไหม" ภูบดินทร์ค่อนข้างห่วงความรู้สึกของเลขาสาวตรงหน้า ความสัมพันธ์ของเขากับเธอตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นจีบกัน ถึงแม้จะมีเมียและลูกอยู่แล้วแต่หลังจากได้พบไปรยา ความอ่อนโยนอ่อนหวานของเธอทำให้เขาไม่สามารถหักห้ามใจได้ "เราควรพอแค่นี้นะคะ ปายไม่อยากยุ่งกับคนมีเมียแล้ว" หญิงสาวร่างบางในชุดเดรสกระโปรงยาว คลุมด้วยเสื้อสูทสีครีม ช้อนสายตามองร่างสูง ทั้งคู่สบตากันภายใต้ความมืดที่มีแสงสว่างจากภายนอกสาดส่องเข้ามาเพียงเล็กน้อย "ฉันขอโทษนะที่ไม่ได้บอกว่ามีครอบครัวแล้ว แต่ให้เวลาฉันหน่อยได้ไหมปาย" ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปจูบกลีบปากเล็กอย่างอดใจไม่ได้ "แต่ปาย..." ภูบดินทร์กดจูบลงอีกครั้งไม่ให้หญิงสาวได้พูดต่อ เขาจูบเธอจนพอใจจึงยอมผละออกจากร่างนุ่มนิ่มของเลขาสาว "ให้เวลาผมหน่อยนะ แล้วผมจะทำให้เรื่องของเราชัดเจนขึ้น" "..." ไปรยาไม่พูดอะไร แต่พยักหน้าให้ชายหนุ่มแทน ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเจ้านายหนุ่มมีภรรยาและลูกอยู่แล้ว ข่าวการแต่งงานของทั้งคู่ออกจะดังเป็นข่าวใหญ่ ในเมื่อเธออยากได้เขา เธอก็ต้องได้ หญิงสาวพอรู้ว่าภูบดินทร์ชอบผู้หญิงเรียบร้อย อ่อนหวาน จึงพยายามทำตัวให้เป็นในแบบที่เขาชอบ อัญญาดาได้ยินเต็มสองรูหู เธอไม่ได้ตั้งใจแอบฟังทั้งคู่คุยกัน หญิงสาวเดินผ่านมาพอดี ความเสียใจทะลักเข้าสู่หัวใจดวงน้อย เธอทำผิดอะไรหนอทำไมต้องมาเจอเรื่องราวแบบนี้ด้วย ภูบดินทร์ลืมไปหรือเปล่าว่าตัวเองแต่งงานมีเมียมีลูกอยู่แล้ว "ฮัลโหลกัสว่างไหม ฉันมีเรื่องสำคัญจะปรึกษา" เมื่อเดินพ้นห้องประชุมมาได้อัญญาดาจึงได้โทรหากัมปนาทหรือกัส เพื่อนสาว LGBTQ คนสนิท 'ว่ามาหญิง' เสียงแหลมสูงดังลอดออกมาจากมือถือราคาแพง "พี่ภูเขานอกใจฉัน เขามีชู้เป็นเลขา ฮือๆๆ" อัญญาดาเหมือนเด็กน้อยกำลังฟ้องพ่อแม่ น้ำตาไหลอาบแก้มนวลเนียน 'หยุดร้องค่ะ หยุดเดี๋ยวนี้ แกจะร้องไห้เป็นคนขี้แพ้แบบนี้ไม่ได้' "แล้วฉันต้องทำยังไงละกัส พี่ภูเขาเปลี่ยนไปมากเลยนะ คงหมดรักฉันแล้วละ" คำพูดของสามียังดังอยู่ในหัว 'งั้นเอางี้ พรุ่งนี้ช่วงบ่ายฉันว่าง แกมาหาฉันที่ร้านกาแฟหน้าสตูดิโอนะ' "แล้วตอนนี้ฉันต้องทำยังไงอะกัส" อัญญาดาพูดเสียงกระซิบเพราะได้ยินเสียงคนเดินตรงมายังจุดที่เธอแอบอยู่บริเวณบันไดหนีไฟ 'ก็ทำตัวตามปกติไปก่อน อย่าให้ผัวสุดหล่อของแกรู้นะ ว่าแกน่ะรู้แล้วว่าเขาแอบมีชู้' ปลายสายจีบปากจีบคอ "ได้ๆ งั้นแค่นี้ก่อนนะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้" อัญญาดาต้องรีบวางสายเมื่อมองจากช่องกระจกของประตูหนีไฟ เห็นได้ว่าภูบดินทร์กำลังเดินจูงมือไปรยามาทางห้องน้ำ ก่อนจะหายเข้าไปในห้องน้ำด้วยกัน หญิงสาวเลยรีบวิ่งกลับไปที่ห้องทำงานของเขา ภูบดินทร์ผลักร่างเล็กเข้าในห้องน้ำ ก่อนจะจู่โจบกดจูบบนปากจิ้มลิ้มอย่างโหยหา สองมือขย้ำหน้าอกอวบอิ่ม กดแก่นกายที่กำลังชี้โด่ภายใต้กางเกงสแล็คสีดำบนโคนขาเล็ก "ไม่เอาค่ะ เดี๋ยวมีคนเข้ามาเจอนะคะคุณภู" ไปรยาพยายามผลักร่างสูงออก แรงเพียงเล็กน้อยไม่สามารถสู้แรงชายหนุ่มได้ "ไม่มีใครเห็นหรอก ชั้นนี้มีแต่ผู้บริหาร" เขาผละออกมาดมตามซอกคอขาว ก่อนจะเลื่อนปากลงไปหาความนุ่มหยุ่นของเต้างาม ก่อนที่มือถือในกระเป๋ากางเกงจะสั่นและส่งเสียงดังลั่น "ฮัลโหล มีอะไร!!" ภรรยาของเขานั่นเองที่โทรเข้ามาขัดจังหวะ "ฮัลโหลพี่ภูอยู่ไหนคะ พอดีไอรีสตื่นขึ้นมาแล้วร้องหาแต่พี่ภูค่ะ อยู่ห้องประชุมไหมคะเดี๋ยวญาดาพาลูกไปหาค่ะ" อัญญาดารีบวิ่งกลับมาที่ห้องแล้วรีบปลุกให้ลูกสาวตัวน้อยตื่น ก่อนจะต่อสายหาผู้เป็นสามี 'รออยู่นั่นแหละ เดี๋ยวพี่กลับไป' สามีตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย อัญญาดายกยิ้มที่มุมปาก เธอคงโทรเข้าไปขัดจังหวะสินะ "รีบมานะคะ ญาดาอยากพาลูกกลับแล้ว" แม้ในใจจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแต่เธอต้องทำเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรตามที่เพื่อนสาวแนะนำ ผลัวะ!! ภูบดินทร์เปิดประตูห้องทำงานเข้ามาอย่างแรง ก่อนจะเดินเลยไปเก็บของที่โต๊ะทำงาน ไม่สนใจอัญญาดากับไอรีสลูกสาวแม้แต่น้อย "พี่ภูจะกลับเลยหรือเปล่าคะ" อัญญาดาเห็นเขาเก็บของก็รีบเก็บในส่วนของเธอและลูกบ้าง "ใช่ หรือญาดาอยากอยู่ที่นี่ละ" ร่างสูงเดินมาอุ้มลูกสาวก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้อัญญาดายืนมองด้วยความน้อยใจ "รอญาดาด้วยค่ะ" สองขาเล็กรีบวิ่งตามสามีหนุ่มโดยมีเลขาสาวเดินเคียงข้างร่างสูง อัญญาดาชะงักก่อนจะสะกดกลั้นความน้อยใจไว้ในอก "ไปนั่งข้างหลังกับลูกสิ" เมื่อเดินมาถึงรถ มือเล็กกำลังจะเปิดประตูข้างคนขับ สามีหนุ่มรีบชิงพูดตัดหน้าทันที "คะ?" อัญญาดาทำหน้างุนงง แต่ก็ยอมเดินมานั่งด้านหลังข้างๆ เป็นคาร์ซีทลูก แต่พอเห็นเขาเปิดประตูให้ผู้หญิงอีกคนขึ้นมา "รับตำแหน่งเป็นคนขับรถให้เลขาด้วยเหรอคะพี่ภู" อัญญาดาทำลายความเงียบแต่กลับเพิ่มไฟโทสะในใจสามีมากขึ้น "อ๋อ พอดีทางเดียวกันคุณภูเห็นปายเป็นผู้หญิงก็เลยอาสาไปส่งค่ะ...งั้นปายขอลงตรงนี้ก็ได้ค่ะ" ไปรยาเริ่มเห็นว่าบรรยากาศในรถเริ่มไม่ดีและเธอได้ยินเสียงภูบดินทร์กัดฟันเสียงดังเหมือนพยายามระงับอารมณ์ จึงขอลงตรงป้ายรถเมล์ข้างหน้า "ไม่เป็นไรครับ ใกล้ถึงแล้ว" ชายหนุ่มยังขับรถต่อไป ก่อนเลี้ยวเข้าคอนโดหรู อัญญาดาได้แต่มองด้วยความสงสัย เขาขับรถมาเหมือนคนชินทาง ไม่ถามเจ้าของห้องสักคำ "ขอบคุณค่ะคุณภู คุณญาดา ขอตัวนะคะ" เมื่อเลขาสาวลงรถไป บรรยากาศในรถกลับมาตึงเครียดเหมือนเดิม ภูบดินทร์ไม่เอ่ยปากพูดกับเธอสักคำ ตาจ้องมองไปที่ถนนเบื้องหน้า ส่วนอัญญาดาก็หันไปมองหน้าลูกน้อยที่กำลังหลับบนคาร์ซีทพลางคิดเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา ปึง!! เสียงคนขับกระแทกประตูปิด ก่อนจะเดินอ้อมมาอุ้มไอรีสที่กำลังหลับเดินเข้าบ้านไปไม่รอเธอเหมือนเดิม น้ำตาเม็ดโตร่วงลงมาไม่ขาดสาย เธอคิดไว้ว่าวันหนึ่งหากภูบดินทร์หมดรักเธอแล้ว เธอจะทำยังไง แต่ไม่เคยคิดเลยว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วขนาดนี้ มือเรียวเล็กปาดน้ำตาออกจากใบหน้าสวย ก่อนจะบรรจงกดแป้งพัฟลงกลบรอยแดง รอยช้ำจากการร้องไห้ หญิงสาวไม่อยากให้ทุกคนรู้ว่าเธอร้องไห้โดยเฉพาะคุณพฤกษ์ พ่อของสามี แต่การกระทำดังกล่าวไม่อาจรอดพ้นสายตาประมุขของบ้านไปได้ ท่านเห็นตั้งแต่รถของลูกชายเลี้ยวเข้ามาในเขตบ้านแล้ว ********************
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD