เดือนประดับร้องทักทันทีที่เด็กหญิงผมม้าโผล่หน้าเข้าไปในร้าน
แก้วตายกมือไหว้ ซีก็ไหว้แม่แทบจะพร้อมกัน เป็นกิจวัตรที่ทั้งสองทำเป็นประจำตอนเช้าก่อนไปเรียนและตอนเย็นหลังเลิกเรียน
“แม่เดือนงานเยอะเลยเหรอจ๊ะ” แก้วตามองเห็นชุดผ้าไหมหลายสีแขวนอยู่บนราว
“นิดหน่อยจ้ะ ชุดของหนูแก้วเสร็จแล้วนะลูก เดี๋ยวแม่เดือนไปหยิบมาให้ดู”
“ตรงไหนคะ เดี๋ยวแก้วหยิบเองก็ได้ค่ะ”
“ตรงตู้นั้น”
“เดี๋ยวหยิบให้”
ซีที่เดินเข้าไปตักน้ำเย็นจากกระติกดื่มแก้กระหายและตักมาให้แก้วตาด้วยเป็นคนอาสาไปหยิบชุดมาให้ซะเอง เขาเห็นมันตั้งแต่ที่แม่เริ่มตัดแบบจึงจำได้ดีว่าเป็นชุดไหน
“ขอบใจนะซี” เด็กหญิงตบหลังเพื่อนปับ ๆ อย่างขอบใจ
“ผ้าตัวนี้นิ่มมาก ใส่แล้วไม่ร้อนด้วยนะ ไปลองสวมดูเร็ว แม่เดือนจะได้ดูให้ว่าต้องแก้ตรงไหนไหม แต่ข้างหลังแม่เดือนทำเป็นเชือกผูกไว้นะ เผื่อหนูแก้วตัวโตขึ้นอีกก็ยังใส่ได้”
“ขอบคุณมากจ้ะแม่เดือน แก้วรักแม่เดือนที่สุดเลย”
แก้วตาโผเข้าไปกอดอีกฝ่ายอย่างอ้อน ๆ เป็นสิ่งที่เธอชอบทำมาตั้งแต่เด็กแล้ว
“ขี้อ้อนจริง นี่ถ้ามีแฟนคงอ้อนแฟนเก่งน่าดู ว่าไหมซี”
“แฟนเฟินอะไรแม่ เรายังเรียนไม่จบมอสามเลยนะ” ซีรีบเบรก ยื่นชุดให้เพื่อนจนเกือบทิ่มหน้าใส “ไปลองชุดไป”
“โอเค”
แก้วตาไม่ได้คิดอะไรมาก ซีเองก็เป็นคนขี้แกล้งเก่งคนหนึ่งเหมือนกัน เธอโดนประจำ แต่ไปพูดให้ใครฟังคงไม่มีใครเชื่อ รายนี้ชอบแกล้งเงียบ
ทว่า ยังไม่มีใครได้ขยับไปไหน เดือนประดับเสียการทรงตัว หน้าเธอคะมำจนต้องคว้าจับข้าวของที่อยู่ใกล้มือ และโชคดีที่แก้วตาหันมาเห็นและคว้าตัวเอาไว้ทัน
“แม่เดือน!”
“แม่! เป็นอะไร! แม่” ซีเข้ามาจับแขนอีกข้าง
“สงสัยพักผ่อนน้อยน่ะซี แม่ว่าแก้วรีบไปลองชุดดูเถอะ”
“ค่ะแม่เดือน”
ครั้นแก้วตาปล่อยแขนอีกฝ่าย คนมีอายุมากกว่ากลับทำท่าจะตัวอ่อนล้มลงบนพื้น พานทำให้เด็กหนุ่มจะล้มลงไปด้วย แก้วตารีบถลากลับมาช่วยประคอง
“แม่เดือน!”
“แม่!!! เป็นไรหรือเปล่า”
“เราไปบอกพ่อให้ ป่านนี้น่าจะกลับมาจากสวนแล้วมั้ง”
“ไม่ต้องหรอกแก้ว เดี๋ยวช่วยหยิบยาดมให้แม่หน่อย อยู่ในกล่องตรงจักรนั่นน่ะ”
“จ้ะ แม่เดือน”
แก้วตารีบตรงไปที่โต๊ะจักรเย็บผ้าหากล่องยาที่ว่า ซีรีบประคองแม่ไปนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวยาว ใจเต้นตุ้มต่อมไม่เป็นจังหวะ
“แม่ไม่เป็นไรจริงนะ”
“ฮื่อ คงเพราะพักผ่อนน้อย ได้นอนสักงีบก็คงหายแล้วล่ะ”
“เดี๋ยวซีพาแม่ไปที่ห้องนะ”
“ก็ดี”
ซีประคองแม่ตรงไปยังห้องนอนซึ่งอยู่ชั้นล่างเหมือนกัน ก่อนแก้วตาจะตามเข้าไปเอายาดมไปให้พร้อมกับแก้วน้ำละลายยาหอม
“ขอบใจมากนะลูก พากันออกไปลองชุดดูเถอะ ซีช่วยดูให้แก้วด้วยนะลูก ไว้แม่จะดูให้อีกที”
เดือนประดับลูบหัวเด็กสาวอย่างเอ็นดู ส่งเสียงนุ่มนวลบอก ด้วยไม่อยากให้ลูกชายและเด็กสาวที่เธอรักเหมือนลูกต้องมากังวลใจกับตัวเอง
“แม่นอนพักก่อน วันนี้ซีทำกับข้าวเอง”
“จ้ะ”
“ไปเถอะแก้ว”
เด็กหนุ่มรอให้เด็กสาวเดินออกจากห้องก่อน เขาช่วยปิดประตูให้แม่ได้นอนพัก เดินไปหยิบชุดส่งให้เพื่อนรัก ซึ่งแก้วตารับไปด้วยสีหน้ากังวล ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเหมือนตอนเลิกโรงเรียนด้วยเป็นห่วงเดือนประดับ คนที่เธอรักเสมือนแม่
“ชุดพอดีไม่ต้องแก้ตรงไหนเลย แล้วก็สวยมากด้วยล่ะ”
“ชุดสวยแล้วไม่ดีใจเหรอ ทำหน้าแบบนั้น”
“ก็แม่เดือนไม่สบาย เราดีใจไม่ออกหรอก เดี๋ยวเราเอาชุดกลับบ้านเลยนะ แล้วนายไม่ต้องทำกับข้าวหรอก เราทำมาให้จะได้บอกพ่อด้วย”
“อือ”
ซีตั้งใจจะเดินไปส่งแต่แก้วตาห้ามไว้ สั่งให้เขาอยู่เป็นเพื่อนแม่ เพราะบ้านไม่ได้ไกลกันมากมายอะไร
หลังเด็กสาวกลับไป ซีไปอาบน้ำเปลี่ยนจากชุดนักเรียนเป็นชุดอยู่บ้านก่อนออกมานั่งตรงม้านั่งหน้าบ้านจุดที่ใกล้ห้องแม่มากที่สุดเผื่อว่าแม่จะเรียกหา ระหว่างนั้นก็หยิบหนังสือเรียนมาอ่านฆ่าเวลาไปด้วย
แก้วตากลับมาที่บ้านพร้อมด้วยโกศลที่ถือตะกร้าใส่หม้อข้าวและหม้อแกงมาด้วย เด็กสาวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว โกศลก็เช่นกัน
“แม่เป็นไงบ้าง”
“นอนหลับอยู่ครับพ่อโก ช่วงหลังมานี่แม่ไม่สบายบ่อย ไปหาหมออนามัยได้ยามากินแต่ไม่หายสักที”
“ก็แม่เราโหมงานทั้งวันทั้งคืนพักผ่อนน้อยก็แบบนี้แหละ ไปเรียกแม่มากินข้าวไป พ่อโกทำแกงไก่ใส่ฟักกำลังร้อน ๆ”
“งั้นแก้วไปหยิบจานก่อนนะจ๊ะพ่อ”
เด็กหญิงรีบเดินเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมถ้วยจานและน้ำฝนชื่นใจจากโอ่งดิน
เด็กชายกำลังจะลุก ประตูห้องนอนของผู้เป็นแม่เปิดออกมาพอดี เดือนประดับส่งยิ้มเนือยให้ชายหนุ่มรุ่นพี่ที่ดูแลกันมาเกือบเก้าปี
“เลยต้องรบกวนพี่เลย”
“ไม่รบกวนอะไรเลย ดีขึ้นไหม ถ้ายังไงพรุ่งนี้พี่พาไปหาหมอโรง’บาลในเมือง”
“ไม่เป็นไรหรอกพี่ วันก่อนเดือนเพิ่งไปมาน่ะ”
“แม่ไปตอนไหน”
“ตอนที่ซีไปโรงเรียนไงลูก ไปช่วยแก้วหยิบถ้วยหยิบจานมาไปจะได้กินข้าวกัน”
“ครับแม่”
มื้อเย็นนั้น โกศลและลูกสาวอยู่ทานข้าวด้วยกัน เดือนประดับเปิดทีวีดูข่าวสารบ้านเมืองไปด้วย
“พ่อจ๋า คืนนี้แก้วนอนที่นี่ได้ไหม แก้วเป็นห่วงแม่เดือนจ้ะ” หลังกินข้าวเสร็จเก็บจานชามไปช่วยกันล้างกับซีแล้ว แก้วตาเริ่มอ้อนขอพ่อ