บทที่7

1090 Words
“เจียวมิ่ง เรื่องที่ฉันสั่ง นายจัดการหรือยัง” “จัดการแล้วครับคุณชายใหญ่” “ดี!! เย็นนี่ฉันจะสั่งสอนพวกมันเอง” เสียงเข้มโพล่งขึ้น ดวงตาทอประกายกล้าอย่างโหดเหี้ยม เมื่อนึกถึงพวกคนพาลที่ใส่ร้ายโรงงานผลิตของเขา ช่วงที่คุณปู่ล้มป่วย #โกดังร้างแห่งหนึ่ง “ปล่อยกู พวกมึงเป็นใครจับตัวกูมาทำไม!” คนที่ถูกมัดแขนไขว้หลัง พร้อมผ้าสีดำปิดตา ทว่า เสียงร้องตะโกนด่าทอก็ยังไม่หยุด เขาเป็นนักเลงหางแถว ที่ว่าจ้างให้คนเข้าไปผสมเครื่องดื่มในโรงงาน จนล็อตนั้นไม่สามารถส่งออกได้แถมยังเสียหายหลายล้านบาท เมื่อก่อน เป็นผู้จัดการโรงงาน แต่เพราะติดการพนันจนโงหัวไม่ขึ้น เรื่องฉ้อโกงจึงเกิด เมื่อถูกจับได้จึงถูกดำเนินคดี แถมถูกไล่ออก และนั่นทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก ตึก ตึก เสียงฝีเท้าหนักกระแทกลงพื้น ชายคนนั้นเงียบเสียงก่อนจะเงี่ยหูฟัง แม้ว่าดวงตาถูกปิดสนิท แต่ก็พอเดาได้ว่าใครเป็นคนจับเขามา พรึ่บ วินาทีที่ผ้าปิดตาเปิดออก ใบหน้าหล่อคม ความสูงราวร้อยเก้าสิบ ยืนเด่นเป็นสง่า ทว่าสีหน้าดันเฉยชาไร้ความรู้สึก “คุณตงหยาง ปล่อยผมไปเถอะครับ ผมขอโทษ” “ตอนนี้ คิดขอโทษไม่สายไปหน่อยเหรอ เรื่องที่แกทำมันทำให้ฉันเสียเวลา เสียเงินไปเท่าไหร่” เขาสะกิดลูกน้องให้แก้เชือกที่ผู้พันธนาการไว้ จนหลุดพ้น ชายคนนั้นคลานเข่าเข้ามาพร้อมกอดขาเขาแน่น รู้ถึงชะตากรรมของตัวเองที่กำลังจะเกิดขึ้น “ผมผิดไปแล้ว ผมคิดน้อย ปล่อยผมไปเถอะ ถือซะว่าเห็นแกผลงานที่ผมเคยทำให้บริษัทคุณ” “อย่างงั้นเหรอ” เขาตอบกลับมาก็จริง แต่แววตาที่มองมานั่น มันไม่ได้สร้างความสงสารแม้แต่น้อย แต่กลับฉายแววโหดเหี้ยม เกรี้ยวกราดมากกว่า “ผมจะไม่ทำอีก จะให้ผมชดใช้ยังไงก็ได้ แต่ไว้ชีวิตผมด้วยครับ ผมขอร้อง” “ชดใช้งั้นเหรอ ให้ไว้ชีวิตด้วย” เขาพยักพเยิดหน้าพลางยิ้มมุมปาก ถดถอยขาออกจากอ้อมกอดของชายคนนั้น ก่อนที่จะสั่งลูกน้องคนสนิท “เจียวมิ่ง เอาของมา” ตัวสั่นงันงก ดวงตาแดงก่ำ มองตามคำสั่งของคนเป็นนาย ชายหนุ่มวัยเพียงสามสิบ มองตามแผ่นหลังของคนสนิททายาทตระกูลดัง เจียวมิ่งถือมีดคล้ายดาบยาวเข้ามาในห้องมืด เพียงสายตาของคนที่นั่งคุกเข่ามองเห็นเขาก็ปล่อยโหอย่างไม่คิดอาย พร้อมก้มคำนับขอชีวิตอยู่หลายรอบ แต่สิ่งที่ได้จากปากมาเฟียหนุ่มก็คือ “ฉันไม่ฆ่าแกหรอก” คำพูดนั้น เหมือนจะสร้างรอยยิ้มให้กับคนที่ร้องขอชีวิต ขณะที่ตัวเขาเองเอื้อมมือไปถือดาบ แล้วทอดสายตามองเงาตัวเองที่สะท้อนในนั้น พร้อมความคมกริบของดาบด้วย “แต่...มือที่แกทำผิด กับลิ้นที่สั่งคนอื่น ฉันขอนะ” เขาพูดแต่สีหน้านิ่งมาก ไม่แสดงออกใดๆ ด้วยซ้ำราวกับว่าไม่รู้สึกรู้สากับเรื่องที่ตัวเองจะกระทำจากนี้ “คุณหยาง....ผมขอร้อง อย่า อร้างง” เสียงร้องโหยหวนครั้งสุดท้าย เมื่อบอดี้การ์ดจำนวนหนึ่ง เขามาจับตัวเขาไว้ พร้อมกับ กดมือลงพื้น ให้ตงหยางได้กระทำตามใจ มิหนำซ้ำ ลิ้นที่อยู่ในโพล่งปากก็ถูกเฉือนทิ้ง บริเวณนั้นเต็มไปด้วยเลือดสีสดที่ไหลเต็มพื้น ก่อนที่เขาจะสั่งลูกน้องให้จับชายคนนั้นไปโยนทิ้ง จะเป็นหรือตาย เขาก็ไม่สน จัดการเสี้ยนหนามไปแล้วหนึ่ง ก็เดินกลับมาที่รถด้วยท่าทางนิ่งเฉยกับเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดไปก่อนหน้า “จะกลับบ้านเลยไหมครับ” เสียงที่ดูจะเกรงใจเอ่ยถามด้วยความถ่อมตน เจียวมิ่ง ทำงานกับตงหยางมาหลายปี แค่เขาส่งสายตาเจียวมิ่งก็รู้ความในใจของเจ้านายแล้ว “อืม” เป็นคำตอบสั้นๆ ที่คลออยู่ในลำคอเกร็ง เมื่อผู้เป็นนายพูดแบบนั้น ตัวเขาก็รีบสาวเท้าแทรกร่างไปที่ฝั่งคนขับ ส่วนรถบอดี้การ์ดคันอื่น ก็ขับตามมาทีหลัง ชายหนุ่มหลับตานิ่ง เหมือนนั่งทำสมาธิ ไม่มีใครเดาได้ว่าภายในหัวของเขานั้นคิดอะไรอยู่ รถหรูวิ่งเข้ามาในตัวคฤหาสน์ อาณาเขตที่กว้างขวางแห่งนี้ ประดับไปด้วยโคมไฟจนทอแสงสว่างไปโดยทั่ว เมื่อรถจอดสนิท ก็ลืมตาขึ้นทันที “ถึงแล้วครับนาย” “อืม” ก็ยังตอบสั้นเหมือนเดิม เมื่อเจียวมิ่งเดินมาเปิดประตูให้ ตัวเขาก็หย่อนเท้าลงมาแตะที่พื้น จากนั้นก็มองเข้าไปในตัวตึกใหญ่ เวลานี่สองทุ่มนิดๆ ตามเวลาของเมืองนั้น ภายในห้องก็คงมีใบหน้าสวยนอนรออยู่แล้ว ตงหยางไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงสาวเท้าเข้าไปในตัวบ้าน พร้อมทั้งเร่งขึ้นไปที่ชั้นสอง มุ่งหน้ามาที่ห้องนอนของตัวเอง เพียงแค่เปิดประตูเข้ามาเท่านั้น “.....” ว่างเปล่าไร้เงาของซิงเหยียน “หายหัวไปไหนของเธอ!” เส้นเลือดตรงขมับโปนปูดบ่งบอกถึงความโกรธที่สุมอยู่ในอก เขาถอดเสื้อสูทสีเข้มแล้วเหวี่ยงลงที่นอน ก่อนจะคลายเนกไท ออกแล้วเดินออกมาจากห้อง อาณาจักรบ้านหลังใหญ่ มีหลายมุมของบ้าน ตอนนี้ไม่รู้ว่าซิงเหยียนหลบไปอยู่มุมไหน ฮ่า ฮ่า เสียงหัวเราะชอบใจ ของตงฉิน เมื่อเล่าเรื่องราวของวันนี้ให้ซิงเหยียนได้ฟัง “พี่ฉินมันตลกขนาดนั้นเลยเหรอ” “เธอว่ามันตลกไหม” “จะตลกได้อย่างไรคะ น่าสงสารออก เธอเดินชนประตูกระจกนะ แน่นอนว่ามันต้องเจ็บ พี่เห็นแทนที่พี่จะช่วย แต่ดันไปยืนหัวเราะเธอ เป็นฉันก็คงอาย” เรื่องเล่าของตงฉิน ไม่ได้สร้างเสียงหัวเราะให้ซิงเหยียนก็จริง แต่ในความสนิทที่เคยเป็นแบบนี้ ทุกครั้งที่มีเรื่องอะไร ตงฉินจะเอามาเล่าให้น้องฟังเสมอ อายุของทุกคู่ห่างกันแค่สองปี ตอนนี้ซิงเหยียนยี่สิบสอง ส่วนตงฉินยี่สิบสี่ เขาทั้งคู่ก็ดูเหมือนจะไม่มีใครเปลี่ยนเลย เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก อีหยางโหดมากกก ว่าแต่เหยียนเหยียนจะโดนอะไรไหม🥺
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD