ทิวไผ่เจ้าขา ตอนที่ 1
คาร์เทอร์โฮเทล
นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก คาร์เทอร์โฮเทล โรงแรมหรูระดับห้าดาวกลางใจเมือง เจ้าของโรงแรมคือ ดีล คาร์เทอร์ นักธุรกิจวัยกลางคน เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงระดับต้น ๆ ของเอเชีย แม้ว่าจะมีอายุใกล้จะแตะห้าสิบแต่ด้วยใบหน้าอันหล่อเหลา จึงทำให้ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ดูแก่ตามวัยแม้แต่นิดเดียว
แต่ที่สร้างความสนใจแก่พวกนักข่าว และเหล่าซุบซิบคนดัง กลับไม่ใช่เรื่องที่ดีล คาร์เทอร์ยังไม่มีครอบครัวและยังใช้ชีวิตตามวิถีชายโสด แต่ที่นักข่าวให้ความสนใจคือเรื่องที่ดีล คาร์เทอร์ แอบมีครอบครัวอย่างลับ ๆ หรือบางข่าวก็ว่าดีล คาร์เทอร์แอบไปทำผู้หญิงท้องแล้วไม่ยอมรับผิดชอบ บ้างก็ว่าแอบเล่นชู้กับเมียนักธุรกิจด้วยกัน แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ไม่ได้รับความกระจ่างแจ้ง เพราะดีล คาร์เทอร์ไม่เคยเปิดเผยและไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย ไม่ว่านักข่าวจะพยายามขุดคุ้ยมากเท่าใด แต่ทุกอย่างก็จบลงที่ความว่างเปล่า
แน่นอนว่างานเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ของบริษัทคาร์เทอร์กรุ๊ป ย่อมมีเหล่านักธุรกิจและเหล่าผู้มีอิทธิพลคนดังมาร่วมงานอย่างมากหน้าหลายตา และที่ขาดไม่ได้ก็คงจะไม่พ้นแขกคนสำคัญและยังเป็นเพื่อนสนิทของเจ้าของงานอย่าง ทะเล วัชรสกุลกิจ
ทันทีที่ทะเล วัชรสกุลกิจ และ ปลายฟ้า วัชรสกุลกิจ เดินเคียงคู่เข้ามาภายในงาน ทุกคนที่อยู่ภายในงานต่างให้ความสนใจ ช่างภาพและนักข่าวรีบเข้าไปรุมล้อมเพื่อสัมภาษ์และบันทึกภาพกันรัว ๆ เรียกได้ว่าไม่บ่อยนักที่จะเห็นคนทั้งคู่ออกงานร่วมกัน
เมื่อเห็นเพื่อนสนิทเข้ามาภายในงาน เจ้าของงานรีบออกไปต้อนรับทันที
"ไงเพื่อน ฉันคิดว่าแกจะไม่มาซะแล้ว" ดีลเอ่ยทักทายเพื่อนสนิทอย่างเป็นกันเอง
"งานเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ของเพื่อนทั้งที ฉันจะไม่มาร่วมยินดีได้ยังไง"
"สวัสดีครับคุณปลายฟ้า รู้สึกเป็นเกียรติจังเลยนะครับที่คุณมาร่วมงานในคืนนี้ด้วย" ไม่พูดเปล่า ดีลยังยื่นมือออกไปเพื่อที่จะจับมือกับปลายฟ้าเพื่อเป็นการทักทาย
"สวัสดีครับคุณดีล" ปลายฟ้าเหลือบตามองมาที่ทะเลเล็กน้อยเพื่อเป็นการขออนุญาต ซึ่งทะเลก็พยักหน้าให้กับภรรยาของตนเพื่ออนุญาต
แต่แทนที่ดีลจะรีบปล่อยมือของปลายฟ้าแต่กลับใช้หัวแม่มือสัมผัสที่นิ้วหัวแม่มือของปลายฟ้าเบา ๆ เมื่อรับรู้ได้ถึงอะไรบ้างอย่าง ปลายฟ้ารีบดึงมือกลับทันที การกระทำของคนทั้งคู่อยู่ในสายตาของทะเลทุกอย่าง
เมื่อเห็นว่ามือของภรรยาเป็นอิสระจากคนตรงหน้า ทะเลไม่รอช้ารีบสอดนิ้วมือของตนกับมือของปลายฟ้าทันที
"ฉันว่าเราเข้าไปข้างในกันดีกว่า งานใกล้จะเริ่มแล้ว" ดีลเอ่ยปากชวนเพื่อนสนิทของตนเข้าไปในงาน แต่สายตากลับจดจ้องมาที่ภรรยาของเพื่อนตาเป็นประกาย โดยที่ไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าเพื่อนของตนจะรู้สึกยังไง ทะเลที่เห็นแบบนั้นก็ปล่อยมือของปลายฟ้าให้เป็นอิสระ
ปลายฟ้าที่ถูกสามีดึงมือออกจากมือของตนก็เงยหน้าขึ้นสบตากับสามีด้วยความสงสัย ทะเลไม่ได้พูด แต่เลือกที่จะสอดแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามไว้ที่เอวของปลายฟ้าแทนคำตอบ
เมื่อถูกสามีโอบเอวจนแทบจะฝังร่างทั้งร่างเข้าไปในตัวของสามี ปลายฟ้าจึงส่งยิ้มให้ทะเลเล็กน้อย และทะเลเองก็ส่งยิ้มให้กับปลายฟ้าเช่นกัน
ดีลที่ยืนดูการกระทำของเพื่อนสนิทอย่างทะเลกับปลายฟ้าก็ได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่ก็ยังทำอะไรมากไม่ได้ อีกไม่นานเกินรอ อีกแค่ไม่กี่อึดใจ คนที่ยืนเคียงข้างปลายฟ้าจะต้องเป็นตนเท่านั้น
เมื่อคิดได้ดังนั้นก็เผลอแสยะยิ้มร้ายออกมา จนคนที่มองทุกการกระทำของดีล อย่างทะเลถึงกับหัวคิ้วกระตุกกับรอยยิ้มไม่ชอบมาพากลของเพื่อนของตน แต่ก็เลือกที่จะเก็บความคิดเหล่านั้นเอาไว้ และเดินตามดีลเข้าไปในงานทันที
อีกมุมหนึ่งของงานกลับมีชายผู้หนึ่งยืนมองผู้คนภายในงานด้วยสายตาเรียบนิ่ง แม้ว่าใบหน้าจะหล่อเหลาราวเทพบุตร แต่กลับไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้ความหล่อเหลานั้นเปรียบเสมือนมัจจุราชที่พร้อมจะกระชากวิญญาณของใครบางคนได้ทุกเวลาเช่นกัน
ทันทีที่เห็นเหยื่อที่ตนจ้องจะขย้ำเดินเข้ามาภายในงาน ริมฝีปากสวยได้รูปก็ยกขึ้นแสยะยิ้มร้ายจนดูน่ากลัว
มุมที่เด็กหนุ่มยืนอยู่สามารถมองเห็นบรรยากาศภายในงานได้เป็นอย่างดี และแน่นอนว่าทุกการกระทำของคนที่อยู่ภายในงาน รวมถึงการกระทำของทั้งสามคนเมื่อสักครู่ก็อยู่ในสายตาของตนด้วยเช่นกัน
ทิวไผ่ มองดูทุกการกระทำของคนที่ตนเกลียดด้วยแววตาที่เรียบนิ่ง แต่ในความเรียบนิ่งนั้นมันเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความเกลียดชัง
เจ้าของงานอาจจะคิดว่านี่คือวันเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ของคาร์เทอร์กรุ๊ป แต่เชื่อเถอะว่ามันจะไม่ใช่แค่งานเปิดตัวสินค้าอย่างเดียว แต่มันจะเป็นวันเปิดโปงความชั่วของมันด้วยเช่นกัน
ความแค้นและความอัปยศที่ตนต้องทนแบกรับมานับสิบปี มันจะต้องจบลงในวันนี้ จบสิ้นกันสักที
ทันทีที่เจ้าของงานขึ้นไปกล่าวเปิดงาน ทิวไผ่จึงเดินออกมาจากมุมของตนทันที แต่ยัง ยังไม่ถึงเวลา ตนจะรอให้มันเผยความเลวของมันออกมาให้มากกว่านี้ก่อน พอถึงตอนนั้น ตนจะเป็นคนเดินเข้าไปปิดเกมนี้เอง
"วันนี้ผมรู้สึกเป็นเกียรติมาก ๆ เลยนะครับ ที่คุณปลายฟ้าภรรยาของเพื่อนสนิทของผมได้ให้เกียรติมาร่วมงานในค่ำคืนนี้ด้วย" ดีลที่กล่าวเปิดงานเสร็จก็กล่าวขอบคุณภรรยาของเพื่อนออกสื่ออย่างไม่เกรงกลัวสามีของเธอที่ยืนโอบเอวภรรยาของตนไม่ห่างเลยสักนิด
และแน่นอนว่าหลังจากที่พูดจบเหล่านักข่าวและผู้ที่มาร่วมงานต่างให้ความสนใจในความสัมพันธ์ของคนทั้งสามคนไม่น้อย ก่อนจะพากับซุบซิบจนเสียงเริ่มจะดังอื้ออึงไปหมด
ทะเลที่ได้ยินแบบนั้นก็กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดขึ้นปูดโปนเต็มแขนจนปลายฟ้าต้องสวมกอดสามีของตนเอาไว้เพื่อเรียกสติของทะเลไม่ให้หลงไปกับคำพูดของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิท
อีกฝั่งหนึ่งของงาน ทิวไผ่ที่ได้ยินแบบนั้นก็แสยะยิ้มอย่างสมเพชกับคำพูดชวนให้อ้วกนั่น ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ในสายตาของทิวไผ่ ผู้ชายคนนี้มันทั้งน่ารังเกียจและน่าขยะแขยงยิ่งกว่าของเน่าเสียซะอีก
"ในเมื่อคุณปลายฟ้าอุตส่าห์มาร่วมเป็นเกียรติในค่ำคืนนี้ ผมซึ่งเป็นเจ้าของงาน ขออนุญาตเชิญคุณปลายฟ้าขึ้นมากล่าวอะไรสักเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเป็นเกียรติให้ผมหน่อยได้มั้ยครับ" แม้จะรับรู้ได้ถึงสายตาและอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่นของเพื่อนสนิทอย่างทะเล แต่มีหรือที่คนอย่างดีลจะยอมแพ้อะไรง่าย ๆ และนี่ก็คือหนึ่งในแผนการของตน เพราะทันทีที่ปลายฟ้าเดินออกมาจากทะเล มือปืนที่รอซุ่มยิงจากตึกตรงข้ามจะลงมือทันที
ปลายฟ้าเมื่อถูกดีลเอ่ยปากพูดออกไปแบบนั้นก็เงยหน้าขึ้นสบตากับสามีเล็กน้อยเพื่อเป็นการขออนุญาตอีกครั้ง ซึ่งทะเลมีทีท่าลังเลเล็กน้อย แต่เพราะเชื่อใจในสายตาที่หนักแน่นของปลายฟ้า จึงจำต้องพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อเป็นการอนุญาตให้ปลายฟ้าได้ทำตามคำเชื้อเชิญของดีล
"เฮียใจเย็น ๆ นะ เชื่อใจปลาย ไม่ว่าเขาจะพูดหรือจะทำอะไร ปลายจะทำให้เขาได้รู้ ว่าปลายรักได้แค่เฮียคนเดียว" เมื่อเห็นสายตาที่วูบไหวของทะเล ปลายฟ้าก็เลือกที่จะกระซิบข้างหูของทะเลเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน ก่อนที่มือเรียวจะบีบกระชับที่มือหยาบกร้านของทะเลเบา ๆ เพื่อปลอบให้ผู้เป็นสามีได้ใจเย็นลงมาบ้าง
"เฮียรอเธออยู่ตรงนี้นะ ถ้าเกิดอะไรขึ้น รีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด คนของเฮียจะเข้าไปถึงตัวเธอได้ไวกว่าเฮีย กลับไปรอเฮียที่บ้าน ไม่ต้องเป็นห่วงเฮีย เฮียสัญญาว่าจะกลับไปหาเธอกับลูกอย่างปลอดภัย" เมื่อพูดจบก็ดึงปลายฟ้าเข้ามากอดก่อนจะจุ๊บที่หน้าผากมนเพื่อเป็นการยืนยันว่าตนจะกลับไปหาลูกและเมียตามสัญญา
ปลายฟ้าลอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะผละตัวออกจากผู้เป็นสามี และเดินตามหลังพนักงานในโรงแรมไปยังด้านหน้าทันที
ทางด้านเจ้าของงานเมื่อเห็นว่าทะเลยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียวก็ส่งสัญญาณให้ลูกน้องของตนลงมือตามแผนการทันที
และแน่นอนว่าหลังจากที่ดีลส่งสัญญาณให้กับคนของตน ทุกอย่างก็เป็นไปตามแผนที่ดีลได้วางเอาไว้
ปัง !!
กรี๊ดดดด !!
หลังจากเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด บรรดาแขกเหรื่อ และผู้ที่มาร่วมงานต่างพากันวิ่งหนีเพื่อเอาตัวรอดจนชุลมุนวุ่นวายไปหมด และแน่นอนว่าเจ้าของงานรีบวิ่งมาที่ปลายฟ้าทันที แต่ก็ช้ากว่าคนของทะเล
"เฮีย" ปลายฟ้าที่เดินไปได้ไม่ไกลรีบกุลีกุจอจะวิ่งกลับไปหาทะเล แต่ก็ถูกเดย์ลูกน้องของทะเลคว้าตัวเอาไว้ซะก่อน
"คุณปลายฟ้าไปกับผม"
เดย์พูดพร้อมกับอุ้มปลายฟ้าขึ้นพาดบ่าและพาออกไปจากงานทันที โดยมีคนของทะเลคอยคุ้มกันไม่ห่าง
"ปล่อย !!.. ปลายจะไปหาเฮีย ปล่อยเซ่!!"
"นายให้ผมพาคุณปลายฟ้ากลับไปรอที่บ้าน ผมต้องทำตามคำสั่งของนายครับ" เมื่อภรรยาของผู้เป็นนายไม่ยอมให้ความร่วมมือ เดย์จึงจำเป็นต้องใช้ไม้ตายขั้นเด็ดขาด นั่นก็คือการเอาผ้าที่มียาสลบอ่อน ๆ ปิดที่ปากและจมูกของปลายฟ้า และชั่วอึดใจ ปลายฟ้าก็แน่นิ่งไม่ได้สติอยู่ในอ้อมแขนของเดย์
เมื่อปลายฟ้าสิ้นฤทธิ์ เดย์และลูกน้องอีกสี่ห้าคนรีบพาปลายฟ้ากลับไปยังบ้านของเจ้านายทันที เพราะถ้าขืนมัวชักช้าไปกว่านี้ คนของดีลอาจจะรู้ตัวและตามมาทันก็ได้
แต่เหมือนทุกอย่างจะง่ายไปหมดเพราะตลอดทางแม้จะมีคนของดีลตามมา แต่ก็ถูกลูกน้องของใครสักคนคอยสกัดกั้นเอาไว้ได้ตลอด ถ้าให้เดาก็คงไม่พ้นลูกน้องของนายใหญ่อย่างดาวเหนือ
และแน่นอนว่าถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูดาวเหนือ นายของตนที่อยู่ภายในงานคงได้รับการดูแลจากดาวเหนือแล้วเช่นกัน
ภายในงาน หลังจากที่สิ้นสุดเสียงปืน ร่างของชายคนหนึ่งที่ตอนนี้ชุ่มไปด้วยเลือด กำลังนอนหายใจรวยรินอยู่ที่พื้น
"ทิวไผ่!!" หมอต้นไม้ที่มาร่วมงานนี้แทนป๊าของตน ถึงกลับเหงื่อกาฬแตก มือไม้สั่นไปหมด เพราะไม่คิดว่าคนที่ถูกยิงจะเป็นน้องชายของตน
"ม..มึงมาที่นี่ทำไม" แม้ว่าร่างกายจวนเจียนจะหมดแรง แต่ทิวไผ่ยังถามพี่ชายของตนเสียงขุ่น
"มึงทำใจดี ๆ ไว้นะ กูจะช่วยมึงเอง" ต้นไม้ไม่รอช้ารีบโทรเร่งรถโรง'บาลและทำการปฐมพยาบาลให้กับทิวไผ่ทันที
แต่ด้วยความที่ตนเป็นหมอประจำห้องผ่าตัด ตนรู้ดีว่าอาการของทิวไผ่ตอนนี้ไม่สู้ดีนัก แต่แล้วยังไงล่ะ ตนเป็นหมอจะปล่อยให้น้องชายของตัวเองตายไปต่อหน้าต่อตาได้ยังไง
"ม...มึงไม่ต้องช่วยกู กู..อึก กูรู้ตัวเองดี.." พูดยังไม่ทันจบประโยค ทิวไผ่ก็อาเจียนออกมาลิ่มเลือดแดงฉานเต็มตัวต้นไม้ไปหมด
"มึงต้องไม่ตาย มึงต้องรอด มึงได้ยินกูมั้ย ฮึก ทิวไผ่ มึงต้องรอด" หมอต้นไม้กอดน้องชายตัวเองไว้ในอกด้วยมือที่สั่นเทา สองตาพร่าเบลอไปด้วยคราบน้ำตา แม้ว่าร่างกายของทิวไผ่จะชุ่มไปด้วยเลือด แต่คนเป็นพี่ชายกลับไม่ได้คิดจะรังเกียจเลยแม้แต่น้อย
ไม่มีอีกแล้วคราบของคุณหมอที่เคยมีสติและใจเย็นกับทุกสถานการณ์ตรงหน้า ไม่มีแล้วความสุขุมและเยือกเย็น ในสมองตอนนี้มันเต็มไปด้วยความกลัว กลัวแบบที่ไม่เคยกลัวมาก่อน
"ไอ้เด็กโง่ !!.. แกทำแบบนี้ทำไม เอาตัวเองมาตายแทนพวกมันทำไม!!" ดีลที่ถูกดาวเหนือและทะเลตามไปลากตัวมาได้ก็ถึงกับทรุดตัวลงไปที่พื้นอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก แม้ว่าคำพูดที่เปล่งออกไปจะแข็งกร้าว แต่แววตากลับวูบไหวไปด้วยน้ำตา
ใครจะเชื่อว่าคนอย่างดีล คาร์เทอร์จะร้องไห้เพราะเด็กหนุ่มที่นอนหายใจรวยรินอยู่ตรงหน้า
"หึ กูเคยเตือนมึงแล้วไง อึก.. แต่.. แต่มึงไม่ฟังกูเอง" ทิวไผ่ร้องหึอยู่ในลำคอและพยายามเคร้นเสียงออกมาเพื่อตรอกย้ำคนตรงหน้าในสิ่งที่ตนเคยพูดเอาไว้เมื่อหลายเดือนก่อน
"ทำไมวะ!! ทำไมต้องปกป้องพวกมันด้วย!! ฉันเป็นพ่อของแก..แกต้องปกป้องฉันถึงจะถูก!!" เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและชิงชังของทิวไผ่ ดีลก็ระเบิดอารมณ์ของตนออกมาเช่นกัน
คำพูดของดีลทำให้ทะเลกับดาวเหนือชะงักไปชั่วอึดใจ พร้อมกับตั้งคำถามเอาไว้ในใจอีกมากมาย
ทิวไผ่เป็นลูกของดีล ?
"พ่อ... หึ เพราะว่ากูไม่อยากมีพ่ออย่างมึงไง กูถึงได้ยอมตายซะยังจะ อึก ดีกว่าที่จะต้องมีเลือดชั่ว ๆ ของมึงอยู่ในร่างกายของ...กู!!" ทิวไผ่กะอักออกมาเป็นลิ่มเลือดแดงฉานจนแทบจะพูดไม่เป็นภาษาแต่ก็พยายามเคร้นเสียงที่ตอนนี้เริ่มจะแหบพร่าเพื่อตรอกย้ำความรู้สึกของตนที่ต้องทนเก็บมันเอาไว้เป็นเวลาหลายปี
"พอแล้ว ฮึก พอแล้วไม่ต้องพูดแล้ว" ต้นไม้ที่กอดทิวไผ่เอาไว้ในอกพยายามห้ามไม่ให้ทิวไผ่พูด เพราะถ้าลิ่มเลือดเข้าไปอุดหลอดลม นั่นหมายความว่าโอกาสรอดของทิวไผ่เท่ากับศูนย์
"กู..อึก...กูฝากขอโทษ.. ขอโทษแม่กับป๊าด้วย..." ทันทีที่พูดจบทิวไผ่ก็แน่นิ่งไปในอ้อมกอดของผู้เป็นพี่ชาย
"ไม่!! มึงต้องไม่เป็นอะไร มึงต้องรอด มึงต้องกลับมาอยู่กับกู...ทิวไผ่กลับมา..!!"
เมื่อร่างของคนตรงหน้านอนแน่นิ่งไม่ไหวติง ดีลทิ้งตัวนั่งลงที่พื้นอย่างคนพ่ายแพ้
ใช่!!
ตอนนี้ตนแพ้แล้ว ถึงแม้ว่าทิวไผ่จะเป็นลูกที่เกิดมาจากความเลวระยำของตน แต่ทันทีที่รู้ว่าทิวไผ่คือเลือดเนื้อเชื้อไขของตน ตอนนั้นทั้งตื่นเต้น ทั้งดีใจ ถึงแม้จะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะไม่ยอมให้ตนได้ใช้สิทธิ์ของความเป็นพ่อของลูก แต่ตนก็รู้สึกขอบคุณที่อย่างน้อยผู้หญิงคนนั้นยังเลือกที่จะพูดความจริง ว่าตนคือพ่อของทิวไผ่
ตลอดเวลาสิบปีที่รู้ว่าทิวไผ่เป็นลูก ตนพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะทำให้ทิวไผ่ยกโทษให้ตน และให้โอกาสตนได้ทำหน้าที่ของพ่อบ้าง แต่นอกจากทิวไผ่จะไม่ให้โอกาสแล้ว เขายังเลือกที่จะจบทุกอย่างลงด้วยมือของผู้ที่เป็นคนทำให้เขาได้เกิดมา
ดีลคือคนที่ทำให้ทิวไผ่ได้เกิดมา
และ
คือคนคนเดียวกับคนที่พรากลมหายใจของทิวไผ่ไป
ทุกอย่างมันจบลงแล้วจริง ๆ
เกมนี้มันจบลงแล้ว จบไปพร้อมกับ
ลมหายใจเฮือกสุดท้าย
ของ
"ทิวไผ่"