12.ห่วงใย

1151 Words
ทางด้านเขตแดนผู้เป็นบิดาของแดนชล แดนไตรและนุชธิดาที่กำลังคุยงานกับลูกน้องอยู่ "อืม ตามต่อไป อย่าให้ทางนั้นจับได้ละกัน เดี๋ยวจะโดนยำตี_" หึหึ.. "โห...นาย ให้ผมตามดูก็เสี่ยงพอแล้ว แล้วยังมาให้ผมเสี่ยงตี_อีกเหรอคร้าบ.." "เออ ทำไป คิดว่าเห็นแก่คนตายแล้วกัน" "นั่นดิ" "อืม..ค่าเหนื่อยไปแบ่งกันแล้วแต่นายจะจัดสรร" เขตแดนดันซองสีน้ำตาลให้สไลด์ไปกับโต๊ะทำงานไปยังลูกน้อง "ขอบคุณครับนายใหญ่ แล้วผมจะเอาไปแบ่งพวกมันอย่างเป็นธรรมครับ" "อืม ฝากบอกพวกนั้นด้วยว่าขอบใจมาก ไปได้ล๊ะ" "ครับ สวัสดีครับนาย" หลังจากคุยงานเสร็จชายรูปร่างสูงสันทัดก็เดินออกจากห้องทำงานไป โดยมีสายต่คู่หนึ่งแอบมองอยู่ "จะแอบมองอีกนานมั๊ย? มานี่มะ" เขตแดนเรียกลูกสาวคนสวยหมวยอินเตอร์เข้ามาหาที่โต๊ะทำงานของตน "ป๊า หนูไม่ได้แอบฟัง บังเอิญหม่าม๊าให้มาตามไปชิมแกงหนูเลยขึ้นมาเจอพอดี" นุชธิดาอธิยายไปตามความสัตย์จริง "ป๊าไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย..ม๊ารออยู่ใช่มั๊ย..ปะรีบไปเดี๋ยวมีงอน" "ฮิ่ฮิ่ ใช่ที่สุดคร่า เดี๋ยวนางงอนแล้วเงินในบัตรของป๊าจะหายไปเป็นจำนวนมากโข" "แน่ะ รู้ดีอิก เรานี่จริง ๆ เลย" ว่าแล้วลูกสาวของป๊าก็เดินทั้งลากทั้งจูงมือผู้เป็นบิดามาที่ครัวเพื่อชิมน้ำแกงของคุณนายธิดารัตน์ที่กำลังง่วนอยู่กับการปรุงอาหารให้ทุกคนในครอบครัว @ครัว "หนาย จะให้เฮียชิมแกงอะไร เอามาซิ เดี๋ยวเฮียชิมให้" "อยู่ในหม้อทางโน้นค่ะเฮีย เดี๋ยวมีอันนี้อีกหม้อ แล้วก็จะทำแกงจืดอีกหม้อนึงด้วย แล้วตบท้ายด้วยต้มแป่ะก๊วยเป็นของหวานดีมั๊ยเฮีย" ฝ่ายภรรยาเสนอมีเหรอคนเป็นสามีจะไม่สนอง "ดีคร้าบไทเฮา ไทเฮาทำอะไรให้กินก็ดีหมดแหละคร้าบ" หึ่ "แล้วอร่อยมั๊ยล่ะคะ" "ก็ต้องอร่อยซิคร้าบ กินจนซิกแพ็คหายหมดแล้วเนี่ย" ว่าแล้วก็ลูบท้องตัวเองที่มีพุงออกมานิด ๆ "จะให้เหมือนหนุ่ม ๆ ได้ไงล่ะ ขอให้หลอดเลือดแข็งแรงก็พอ ออกกำลังกายไว้แหละก็ดีแล้ว" ธิดารัตน์เอ่ยแย้งขึ้นแล้วตักแกงจ่อที่ปากของสามีส่วนอีกคนรีบอ้าปากรับอย่างรู้ทางกัน แต่ในระหว่างการพูดคุยหยอกล้อกับภรรยาและลูกสาวอยู่นั้นก็มีสายเรียกเข้าดังขึ้นมาพอดี ตู้ด... (เสียงสายเรียกเข้า) เขตแดนล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพบว่าเป็นเบอร์จากแดนชลลูกชายคนโตจึงรีบบอกภรรยาและลูกเพื่อไปคุยธุระที่คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องสำคัญทันที อุ๊ย! "สายเรียกเข้าจากตาแดนน่ะ เดี๋ยวเฮียขอไปคุยกับลูกก่อนน๊ะ" ว่าแล้วเขตแดนรีบเดินกลับไปที่ห้องทำงานของตน พร้อมกับกดรับสาย เขตแดน: ว่าไงแดน แดนชล: ป๊าครับ ผมได้เรื่องแล้วครับ เขตแดน: ว่ามาลุก ป๊าสะดวกคุย แดนชล: นายดามส่งหลักฐานมาว่าพบหลักฐานของน้าดาวครับว่ามีการเปลี่ยนชื่อตัวและชื่อสกุลครับ เขตแดน: แล้วพบตัวน้าเราหรือยังล่ะ แดนชล: ยังครับ แต่มีเบาะแส เขตแดน: ยังไงลูก แดนชล: คือป๊าจำม้าแคระที่ชื่อแองเจิ้ลของน้าดาวได้มั๊ยครับ เขตแดน: อืม จำได้ แดนชล: ทางเราหาสัตวแพทย์ที่จะมาดูแลยากมาก แต่มีสัตวแพทย์คนเก่าที่เพิ่งลาออกไปที่สามารถเข้าใกล้กับแองเจิ้ลได้โดยไม่มีปฏิกิริยาต่อต้าน เขตแดน: แล้วมันเกี่ยวกันยังไงลุก แดนชล: ก็มีสัตวแพทย์คนใหม่ที่เป็นลูกศิษย์ของสัตวแพทย์คนเก่า และที่สำคัญไปกว่านั้นคือแองเจิ้ลไม่ต่อต้านและดูเหมือนจะติดขนาดชะเง้อมองหาเวลาไม่มาอีกด้วยครับป๊า เขตแดน: อื้อ แปลกอยู่น่ะ แล้วสัตวแพทย์คนใหม่นี่ลูกเต้าเหล่าใครกันล่ะลุก แดนชล: ในใบสมัครระบุ แม่ชื่อพิมพ์ดาว พ่อชื่อ พีรพัฒน์ บำรุงวงศ์ ครับ ที่สำคัญนายแดนพบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัวและชื่อสกุลของ พิมพ์ดาว ชื่อเดิมคือดวงดาวครับป๊า" เขตแดน: ฮ๊า แดนแน่ใจแล้วใช่มั๊ย? แดนชล: ก็ครับ ที่สำคัญสัตวแพทย์คนเก่าเป็นผู้มีพระคุณของแม่ของสัตวแพทย์คนใหม่ครับ เขตแดน: แล้วสัตวแพทย์คนใหม่นี่ชื่ออะไรหรือลูก แดนชล: ชื่อพีระ บำรุงวงศ์ หรือต้นข้าว พี่ชายของใบเตยเพื่อนยัยนุชของเราครับป๊า เขตแดน: ฮ๊า...ป๊าเข้าใจแล้ว ถ้างั้นก็ระวังตัวด้วยนะลูก ดูแลน้องด้วย ทางนี้ยัยนุชกับแม่เราก็ดูแลน้องอย่างดี ถึงเวลาไปเรียนก็ไปด้วยกันถ้าวันไหนไม่ว่างรถที่บ้านก็ไปรับ ไม่ต้องกังวล แดนชล: ครับ ป๊า ขอบคุณป๊ามากทั้งที่เรื่องมันไม่เกี่ยวกับป๊าเลย เขตแดน: ไม่เกี่ยวได้ยังไงล่ะ ในเมื่อพีรวัฒน์คือลูกน้องที่ป๊ารักเหมือนน้องชาย ลูกของน้องชายก็เหมือนลูกป๊าแหละ นี่ลงทุนตั้งนามสกุลใหม่กันเลยเร๊อะ ตั้งใจหนีอะไรกันขนาดนั้นเลยนะ..ฮื้อ..วางสายเถอะ เดี๋ยวป๊าก็วางเหมือนกัน จะสั่งงานลูกน้องหน่อย แดนชล:ครับป๊า สวัสดีครับ ทางด้านสัตวแพทย์หนุ่มต้นข้าว ตู้ด สายเรียกเข้ามารดา ต้นข้าว: ครับแม่ แม่: ต้นข้าว เป็นยังไงบ้างลูก แม่ใจคอไม่ดีเลย แม่ได้ข่าวว่าได้งานใหม่ทำงานที่ฟาร์ม เป็นยังไงบ้างลูก เจ้านายเค้าดีกับลูกมั๊ย ต้นข้าว: ดีมากเลยครับแม่ แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมอยู่ได้ แม่: แล้วน้องล่ะลูก ไม่เห็นมาหาแม่บ้างเลย ต้นข้าว: น้องเรียน อยู่ที่หอพักสุดสัปดาห์ผมจะไปรับกลับบ้านทีครับ (เขาเลือกที่โกหกมารดาเพื่อความสบายใจ) แม่: อ้อ เหรอจ๊ะ พาน้องมาหาแม่บ้างนะแม่คิดถึง ต้นข้าว: ครับแม่ รักแม่ครับ แม่: จ้ะลูก รักลูกนะ ติ๊ด เสียงกดวางสาย ทันใดนั้น หลังจากวางสายจากมารดาได้ไม่กี่นาที ต้นข้าวต้องสะดุ้งตกใจกับเสียงดังกึกก้อง ปัง! ปัง! (เสียงวัตถุโลหะแหวกพุ่งกลางอากาศ) สัตวแพทย์หนุ่มรู้สึกตกใจและกังวลกับเสียงนั่นและทิศทางของเสียงคือคอกม้า ชายหนุ่มนึกห่วงแองเจิ้ลขึ้นมาตะหงิด ๆ รีบรุดไปที่คอกม้าอย่างเร็ว ด้วยอาวุธเพียงไม้พอเหมาะ ๆ มือ และมีไฟฉายส่องทางและเป้สนามคู่ใจซึ่งในนั้นบรรจุยาและวัสดุการแพทย์
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD