
“พี่ไออุ่น…”
“รู้จักฉันได้ยังไง”
หลังจากอารามความตกใจหายไปจากแววตาก็กล้าที่จะหันมามองจ้องหน้าชายหนุ่มมากขึ้น เพราะตอนแรกที่เกิดอุบัติเหตุไม่คิดด้วยซ้ำว่าคนที่อยู่ในรถคือไออุ่น ในใจแอบโกรธเขาอยู่ไม่น้อยแต่พอถูกอุ้มขึ้นไปแนบอกความโกรธที่ยังค้างอยู่ในใจน้อยนิดก็หายไปเสียสนิท ครั้งแรกที่เลิฟยูได้สัมผัสอกแกร่งแน่นหนั่นแบบแนบชิด
“วันนั้นหนูถามพี่พนักงานหน้าล็อบบี้โรงแรมค่ะ”
“…” ไออุ่นปรายตามองเจ้าของคำตอบด้วยแววตานิ่งสนิทจนน่าขนลุก
“จะ…จอดรถทำไมคะ” จู่ๆ เขาก็ตีไฟเลี้ยวจอดรถข้างถนนกะทันหัน คำถามที่ส่งทอดออกไปได้เพียงความเงียบตอบกลับมา ตอนนี้เธอรู้สึกหวั่นใจเพราะเดาไม่ออกเลยว่าไออุ่นคิดอะไรอยู่ “อ๊ะ!” ความคิดเมื่อครู่พลันกระเจิดกระเจิงด้วยเพราะชายหนุ่มเอี้ยวตัวมาคร่อมตัวเธอไว้จนสัมผัสถึงลมหายใจร้อนที่เจือด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ เป่ารดเรือนแก้มเธอถี่ๆ ทุกอย่างรอบกายราวกับหยุดเคลื่อนไหวเมื่อได้สบตากับเขาตรงๆ ในระยะประชิด
“สิ่งที่เธอกำลังทำอยู่เลิกซะ”
“ทำอะไรเหรอ” หัวคิ้วเธอชนกันทันทีที่เขาเอ่ยประโยคนั้น เธอทำอะไรให้ไม่พอใจตอนไหนกันถึงได้พูดอะไรเพี้ยนๆ แบบนั้นออกมา
“เธอตามฉันมาตั้งแต่โรงแรม”
“…” หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ “ไม่ได้ตามนะคะ”
“หึ!” ปลายนิ้วชี้เชยคางมนขึ้นเล็กน้อย “แต่เธอพยายามเอาตัวเองมาอยู่ในสายตาฉัน แบบนี้ไม่เรียกตามเหรอ” หญิงสาวทำหน้ามุ่ยแล้วปัดมือไออุ่นออก
“ก็หนูเรียนอยู่มหา’ลัยเดียวกับพี่นี่คะ ไปไหนมาไหนก็ต้องเจอกันเป็นธรรมดา”
“แต่ฉันว่ามันไม่ธรรมดา”
“หน้าตาพี่ก็ดีนะ หล่อมากด้วยแต่เสียอย่างเดียวหลงตัวเองไปหน่อย” ไออุ่นแสยะยิ้มให้กับความเย่อหยิ่งของหญิงสาวที่กล้าได้กล้าเสียต่อกรกับเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว
“หึ!” ริมฝีปากหยักกดยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะขับรถพาเลิฟยูไปทำแผลที่โรงพยาบาล
‘ความเย็นชาของเขาทำหัวใจฉันทำงานหนักอย่างน่าประหลาด จังหวะที่เขาหันมอง จังหวะที่เขาเอื้อนเอ่ย…หัวใจยิ่งเต้นแรงอย่างหนักเหมือนฉันกำลังตกหลุมรักเขา…’
“หนูชื่อเลิฟยูนะคะ” หญิงสาวแนะนำตัวผ่านน้ำเสียงสดใสพร้อมรอยยิ้มหวานที่มุมปาก
“…”
“เลิฟยูที่แปลว่า…รักคุณ”

