โตเป็นสาว

1906 Words
. . 11ปีผ่านไป.... . สาวสวยหอบสัมภาระมากมายลงจากรถสองแถวก่อนจะพยายามลากกระเป๋าต่างๆ ของตัวเองเดินผ่านตลาดมายังบ้านไม้หลังสวยที่คุ้นเคย ร่างเล็กอรชรของเธอไม่เหมาะกับกระเป๋าใบใหญ่เลย ระหว่างเดินผ่านตลาดก็มีแม่ค้าพ่อค้ามองตามเธอเป็นแถว ไม่มีใครจำเธอได้ ใบหลิวแบกกระเป๋าของเธอหยุดยืนอยู่หน้าบ้านไม้ที่อยู่ตรงกลางระหว่างบ้านสามหลังติดกัน เธอเดินเข้าบ้านพร้อมกับวางกระเป๋าลงบนโต๊ะกินข้าวตัวใหญ่ที่คุ้นเคย ก่อนจะเดินเข้าไปห้องครัวหลังบ้านก็เห็นผู้เป็นแม่กำลังทำกับข้าวอยู่ หญิงสาวเดินเข้าไปสวมกอดผู้เป็นแม่อย่างดีใจ "อุ๊ย! ...เจ้าหลิว มาทำไมไม่บอกแม่" "คิดถึงจังเลย" "เป็นไงมาไงล่ะลูก วันนี้ไม่ทำงานหรอ ไม่ใช่วันหยุดสักหน่อย" "ว่าจะมาอยู่ดูแลแม่ยาวๆ" "เฮ้อ...ออกจากงานอีกแล้วใช่ไหมเรา" ผู้เป็นแม่ละจากอาหารตรงหน้าพร้อมกับถอนหายใจ ใบหลิวมองดูแม่ของตนที่แก่ชราลงมากกว่าเมื่อก่อน ถึงเธอจะแวะมาบ่อยครั้งแต่ก็ไม่ได้อยู่นาน ตลอด1ปีที่ผ่านมาหลังจากเรียนจบเธอก็เปลี่ยนงานเป็นว่าเล่น ทำเอาผู้เป็นแม่ถึงกับเอือมระอากับลูกสาวคนนี้ ใบหลิวไม่ได้ตอบคำถามแม่แต่อย่างใด ยังคงทำหน้าออดอ้อนแม่ของเธอเหมือนลูกหมา แต่ก็ยังไม่วายโดนแม่ดุอยู่ดี "โตเป็นสาวขนาดนี้แล้ว 25แล้วนะหลิว ทำงานไม่เป็นหลักเป็นแหล่งสักที แม่ละกลุ้ม" "นี่ไง หลิวจะมาช่วยแม่เปิดร้านบ้านสวนเล็กๆ ที่หน้าบ้านเรานี่ไงแม่ ธุรกิจของเราดีที่สุดแล้ว" "ทุนจากไหนล่ะลูก หลิวทำงานลุ่มๆ ดอนๆ แบบนี้ แล้วดูแต่งตัวเข้าสิ เดรสอะไรสั้นขนาดนี้" แม่รวีมองดูลูกสาวของเธอแต่งตัวสุดเฉี่ยวกับเดรสแขนกุดสั้นสีแดงเลือดหมูพร้อมด้วยรองเท้าส้นสูงประมาณ2นิ้วรัดข้อเท้า เธอโตเป็นสาวสวยหุ่นอรชรน่าโดนฉุดจนผู้เป็นแม่ถึงกับต้องกังวล "หลิวมีเงินเก็บอยู่นะ จะเอามาทำทุนแล้วเราจะเปิดร้านของเราไงแม่" "ไอ้เปิดร้านน่ะแม่ไม่ว่า แต่แม่ดูแลร้านเองได้ เพราะยังมีน้าๆ ช่วย เราจะต้องไปทำงานเอาเงินมาหมุน ไม่งั้นร้านไม่รอดแน่ แม่พอมีเงินที่บิลลี่และหลิวส่งมาให้ทุกเดือนอยู่ จะเอามาทำทุนก็ได้" ใบหลิวยิ้มอย่างดีใจก่อนจะพยักหน้า สองแม่ลูกตกลงพร้อมใจกันลงทุนเปิดร้านข้าวเล็กๆ ที่มีโต๊ะนั่งทานในร้าน 15โต๊ะ มีเครื่องดื่มและขนมน่ารักๆ ขาย สองคนแม่ลูกและบรรดาน้าๆ ก็มาช่วยกันทุกวัน น้ากมลชอบทำเบเกอรี่จึงได้อบขนมมาขายที่ร้านด้วย ส่วนน้านุชกับน้าภัทรก็ชอบทำน้ำสมุนไพร จึงเป็นเมนูเครื่องดื่มของร้าน แม่รวีเป็นคนทำอาหารเอง ทุกคนตกลงกันได้แล้วจึงช่วยกันต่อเติมบ้านให้เป็นร้าน แต่ก็ไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรมากนักจึงใช้เวลาไม่มาก สองอาทิตย์ร้านก็เสร็จสมบูรณ์ และเปิดขาย ใบหลิวมีหน้าที่ทำป้ายโฆษณาแล้วนำไปแจกคนในตลาด พ่อค้าแม่ค้าเลยจำได้ว่านี่คือลูกสาวของป้ารวีที่ขายข้าวแกง จึงช่วยกันแจกจ่ายใบปลิวของเธอ และไม่พลาดที่จะมีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เดินเข้ามาขอใบปลิวจากเธอเอง บ้างก็เทียวจีบที่ร้านไม่ว่างเว้น ทำเอาร้านที่พึ่งเปิดใหม่ก็คึกคักเป็นพิเศษ ใครที่ได้มาทานแล้วก็ติดใจในรสชาติอาหาร จึงเริ่มมีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ หลังจากเปิดได้เป็นเดือนลูกสาวตัวต้นคิดเปิดร้านก็ไม่เคยจะตื่นเช้ามาช่วยแม่เปิดร้านเลย กว่าจะตื่นก็ปาไปเที่ยงช่วงที่ลูกค้ากำลังเข้าพอดี แม่รวีก็เรียกและบ่นเธอไม่เว้นวัน แต่ก็ยังคงตามใจลูกสาวไม่เปลี่ยน ที่เธอตื่นสายเพราะออกไปเที่ยวกลางคืนทุกคืนไม่พัก ผู้เป็นถึงกับเอือมระอากับลูกสาวที่ไม่เอาไหน แม่รวีแค่อยากให้ลูกมีอนาคตที่ดีกว่านี้ แต่ใบหลิวกลับไม่ได้สนใจเพราะเธอคิดจะอยู่ติดแม่ที่แก่ชราลงทุกวันเพียงเท่านั้น "เจ้าหลิว! ตื่นได้แล้ว! แม่เรียกตั้งแต่เที่ยง นี่จะบ่ายแล้วยังไม่ลุกจากที่นอนอีก" "โห่แม่...ขออีกแปปนึง" "ไม่แปปแล้ว อาบน้ำอาบท่าแต่งตัวไปช่วยข้างล่าง เดี๋ยวพี่บิลกับเพื่อนๆ เขาจะมา ไม่อายบ้างหรือไง อะอายกับลูกแก้วก็มาถึงแล้ว มีแต่แกเนี่ยที่นอนอืดอยู่บนที่นอนอยู่เลย" ผู้เป็นแม่เดินเข้าไปตีลูกสาวที่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยความมันเขี้ยว ทำเอาใบหลิวต้องเด้งตัวลุกขึ้นมาด้วยสภาพหัวฟู กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้งจนแม่รวีได้กลิ่น "เอาแต่เที่ยวกลางคืนกินเหล้ายา ดูสิเนี่ย กลิ่นที่หึ่งเชียว เป็นสาวเป็นนางทำไมทำตัวแบบนี้ แล้วชาตินี้แกจะได้แต่งงานไหม..." "โอ้ยๆ ไปอาบน้ำแล้ว" แม่รวีบ่นลูกสาวตัวเองพร้อมหยิกเข้าไปที่ต้นแขนขาวเนียนของเธอ ไม่ทันที่แม่จะได้พูดจบหญิงสาวก็วิ่งเข้าห้องน้ำหนีแม่ของตนที่กำลังโมโห ใบหลิวล้างหน้าล้างตาตัวเองพร้อมกับบ่นอุบคนเดียวในห้องน้ำ "ใครอยากจะแต่งงานกัน อยู่กับแม่สบายสุดแล้ว" "เดี๋ยวเหอะ!...แม่ได้ยินนะนังลูกคนนี้...คิดจะเกาะแม่ไปจนตายเลยรึไง" เสียงตะโกนจากข้างนอกทำเอาใบหลิวถึงกับต้องเงียบ แม้เธอจะหงุดหงิดที่แม่ไล่เธอไปทำงานบ้างล่ะ หาสามีดีๆ บ้างล่ะ แต่เธอไม่ได้คิดจะไปอยู่ดี เพราะเธอคิดที่จะอยู่ดูแลแม่และอยู่เป็นเพื่อนแม่ที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว ท่าทีของเธออาจจะดื้อไปสักหน่อยแต่ไม่เคยที่เธอจะไม่กลับบ้านไม่ว่าจะไปเที่ยวไหนก็ตาม และไม่มีเรื่องผู้ชายมาให้แม่ได้เป็นกังวลเลยสักครั้งตั้งแต่สมัยเรียนจนจบและทำงาน "เสียงดังโวยวายอะไรกันเนี่ยแม่รวี" "นั่นสิคะ แล้วพี่ใบไปไหนหรอ?" อะอายถามผู้เป็นแม่แท้ๆ ของตนตามด้วยลูกแก้วที่ถามหาใบหลิว ตั้งแต่พวกเธอมายังไม่เห็นหน้าผู้เป็นพี่สาวเลย แม่รวีไม่ตอบได้แต่ส่ายหัวไปมาก่อนจะเข้าไปทำออร์เดอร์ต่อ ส่วนอะอายและลูกแก้วก็ช่วยกันไปเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มที่โต๊ะ เพราะสองสาวสวยอยู่แล้วจึงไม่แปลกที่ลูกค้าหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่จะมองตามกันเป็นแถว บ้างก็หยอดบ้างก็จีบบ้างก็จับไม้จับมือ แต่อะอายเอาตัวรอดได้อยู่แล้วส่วนลูกแก้วออกจะอ่อนหวานเรียบร้อยดูไร้เดียงสาจึงไม่รู้จะปฏิเสธยังไง "คือ...คุณลูกค้าคะ ช่วยมือฉันด้วยค่ะ..." "จับนิดจับหน่อยจะเป็นไรล่ะครับ ถือว่าเอนเตอร์เทรนลูกค้า" "เอ่อ...คือว่า..." ลูกแก้วพยายามดึงมือของตัวเองกลับแต่ลูกค้าหนุ่มวัยรุ่นไม่ยอมปล่อย แม้ว่าเธอจะพยายามบอกปัดกับเขาเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล พอดีกับที่บิลลี่และเพื่อนๆ ของเขามาเห็นพอดี บิลลี่ทำท่าจะเข้าไปด้วยความหัวเสีย แต่ปาร์คดันเดินเข้าไปก่อนพร้อมจับมือของชายหนุ่มที่กำลังลูบไล้มือของลูกแก้วอยู่ ชายหนุ่มคนนั้นหันมามองปาร์คอย่างหัวเสีย แต่เขาไม่ได้สะทกสะท้านอะไร "ยุ่งไรด้วยวะ..." "ขอโทษนะครับ ทำแบบนี้ในที่สาธารณะคงไม่เหมาะสมเท่าไหร่ และอีกอย่างที่นี่เป็นร้านข้าวไม่ใช่ร้านเหล้า ไม่มีเด็กเอ็นช่วยปล่อยมือจากน้องผู้หญิงด้วย...หรือจะให้ผมโทรแจ้งตำรวจ" "พี่ปาร์ค..." ชายหนุ่มยอมปล่อยมือจากลูกแก้วอย่างหัวเสีย ก่อนจะรีบลุกไปจ่ายค่าอาหารเพราะโดนกายและออดี้ดักไว้ แล้วรีบขับรถออกไป ลูกแก้วมองปาร์คที่ไม่ได้เจอกันนานด้วยความดีใจ ลูกแก้วที่อยู่ในชุดเอี๊ยมสีชมพูเสื้อคอปด้านในสีขาวถักเปียหลวมๆ พร้อมด้วยโบสีชมพูอ่อนทำให้เธอดูน่ารักน่าทะนุถนอมไม่หยอก สายตาที่เธอมองปาร์คได้เปลี่ยนไปเพราะเนื่องจากโตขึ้น ลูกแก้วกลับรู้สึกชอบปาร์คมากขึ้นไปอีกเมื่อเขาเป็นคนช่วยเหลือเธอ แต่ตรงข้ามกับปาร์คโดยสิ้นเชิง เขาดูเป็นผู้ใหญ่และหล่อขึ้นแบบสุขุมมีเสน่ห์น่าหลงใหล แต่เขามองลูกแก้วเหมือนน้องสาวดังเดิม "ขอบคุณค่ะพี่ปาร์ค" "ครับ" "ไอ้ปาร์ค ห้ามกูทำไมวะ" -บิลลี่ "ถ้าไอ้ปาร์คให้มึงเข้าไป ร้านได้พังพอดี" -กาย "พอเป็นเรื่องน้องสาวมึงแม่งชอบใจร้อน" -ออดี้ เพื่อนๆของบิลลี่ตอบแทนปาร์ค ก่อนที่ทุกคนจะเข้าไปสวัสดีแม่รวีและพวกน้าๆ อะอายเองก็เข้ามาสวัสดีพวกพี่ๆ พร้อมกับกระโดดกอดพี่ชายตนอย่างสนิทสนม เพราะช่วงเวลาที่เธอทำงานมาเธอก็ได้แวะเวียนไปหาพวกพี่ๆ บ่อยๆ ที่ทำงานของเธออยู่ใกล้ๆบ้านที่พวกซื้ออยู่ อะอายก็มีหน้าที่การงานที่ดี จบคณะบริหารเอกภาษาอังกฤษ และได้มีโอกาสไปเรียนที่อังกฤษ1ปีโดยโครงการของมหาวิทยาลัย ส่วนค่าใช้จ่ายที่เธอได้ไปเรียนนั้น มาจากเพื่อนๆ ของพี่ชายเธอที่ช่วยกันส่งรวมถึงพี่ชายของเธอด้วย อะอายเรียนเก่งอยู่แล้วไม่แปลกที่พวกเขาจะช่วยกันสนับสนุนและรักเหมือนน้องสาวแท้ๆ อะอายเองก็วางตัวดีเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นไม่เคยมีเรื่องเสียหายใดๆ พวกพี่ๆ จึงเอ็นดูเป็นพิเศษและติดต่อกันบ่อยครั้ง ลูกแก้วก็เช่นกัน เธอจะได้รับการสนับสนุนซะส่วนใหญ่ โดยเธอเลือกเรียนสายอาชีพการจัดการงานโรงแรม พวกเขาก็ช่วยเหลือเธอเช่นกัน ในบรรดาเพื่อนๆ บิลลี่คือคนที่ธรรมดาที่สุด แต่เพราะนิสัยและความจริงใจพวกเขาถึงช่วยเหลือบิลลี่อย่างไม่มีอิดออดและเต็มใจช่วย รวมถึงแม่รวีที่พวกเขามักจะมารบกวนบ่อยๆ ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไร แม่รวีและน้าๆ ก็ให้คำปรึกษาและพร้อมต้อนรับเหมือนเป็นลูกชาย ไม่แปลกที่พวกเขาจะรักครอบครัวนี้มากๆ "แล้วเจ้าใบไปไหนล่ะแม่" "เดี๋ยวก็ลงมา" "อย่าบอกนะว่าเจ้าใบพึ่งตื่น" "ก็ใช่น่ะสิ แม่ล่ะกลุ้ม...เจ้าหลิวตกงานอีกแล้ว มาสิงที่บ้านเป็นเดือนแล้ว ลงทุนทำร้านให้แม่นี่แหละ...แต่เที่ยวกลางคืนทุกคืนเลย แม่ว่าจนไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว...." "ยังไงหนูก็ช่วยแม่ทำร้านนี่ไง...แม่จะฟ้องพี่ทำไมเนี่ย" . .
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD