วิวาห์อสูร1
อารดา เกีรยติไพศาล หญิงสาวที่งดงามทั้งหน้าตาและกิริยามารยาท เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณภวัต เกีรยติไพศาลเจ้าของบริษัทออกแบบและเป็นผู้ผลิตอัญมณีให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่หลายๆแห่ง คุณภวัตเป็นพ่อหม้ายเพราะภรรยาของเขาคลอดลูกสาวและจากไปเนื่องจากมีลูกตอนที่อายุมากแล้ว เขาไม่เคยมีภรรยาใหม่เนื่องจากรักภรรยามากและต้องการใช้เวลาที่มีเลี้ยงดูลูกสาวคนเดียวให้ดีที่สุด อารดาจึงเติบโตมาอย่างงดงามและอ่อนหวานนัก แต่มาบัดนี้เขารู้ตัวดีว่าไม่สามารถอยู่ดูแลและปกป้องลูกสาวได้อีกต่อไปเพราะว่าเขากำลังจะถูกมัจจุราชพรากวิญญาณไปด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย
"น้องดา...."
เสียงแหบเครือของคุณภวัตร้องเรียกลูกสาวที่นั่งน้ำตารินอยู่ที่ข้างเตียงของคนป่วย หญิงสาววัยยี่สิบสองปีช้อนตากลมที่พร่าไปด้วยน้ำตาขึ้นมองบิดาทันที
"คุณพ่อ... ฮึก..."
คุณภวัตฝืนยิ้มให้ลูกสาวอย่างพยายามเต็มที่มือที่อ่อนแรงยกขึ้นกุมมือบางของลูกสาวเบาๆ
"อย่าร้องนะลูกพ่อ... อย่าร้อง..."
"คุณพ่อขา.... ถ้าคุณพ่อทิ้งน้องดา... ฮึก... แล้วน้องดาจะอยู่กับใคร... ฮือ...."
"พ่อไม่ได้ทิ้งน้องดานะลูก... พ่อแค่จะไปหาแม่... พ่อกับแม่จะมองดูหนูอยู่เสมอ"
คุณภวัตยิ้มให้ลูกสาวอย่างอ่อนโยน เขาห่วงเหลือเกินเพราะเขารู้ดีว่าพี่น้องของเขาแต่ละคนนั้นกระเหี้ยนกระหือรือในสมบัติของเขามากแค่ไหน
" น้องดา... หนูกลับบ้านไปพักผ่อนก่อนเถอะลูก... แล้วเรียกอายงยุทธเข้ามาหาพ่อ"
หญิงสาวลังเลเพราะเธออยากใช้เวลาที่เหลืออยู่กับพ่อให้มากที่สุด แต่เมื่อเห็นสายตาของท่านเธอก็ยอมกลับบ้านแต่โดยดี
"งั้นน้องดาไปก่อนนะคะ.. พรุ่งนี้น้องดาจะมาหาคุณพ่อแต่เช้า"
คุณภวัตพยักหน้าเบาๆและยิ้มให้ลูกสาวจนเธอลับออกไปจากห้องผู้ป่วยพิเศษ ไม่นานนักยงยุทธทนายความของเขาก็เดินเข้ามา
"ครับ... คุณท่าน"
"ยงยุทธ... ผมอยากให้คุณติดต่อเพื่อนของผมเขาชื่อนิโคไล กาซีเย่ บอกเขาว่าผมต้องการพูดด้วยช่วยต่อสายให้ที"
เมื่อได้ข้อมูลคุณยงยุทธก็กดต่อสายทันที สักพักปลายสายก็รับโทรศัพท์คุณยงยุทธพูดสายอยู่สักพักก็ส่งให้เจ้านายทันที
"ฮัลโหล.. ผมภวัตครับ"
" โอ.. ภวัตหรือ.. หายไปเป็นเดือนเลยนะเพื่อน"
เมื่อได้ฟังน้ำเสียงดีใจของเพื่อนคุณภวัตก็ยิ้มออก
" นิโคไล.. ผมต้องการความช่วยเหลือ คุณช่วยมาหาผมที่เมืองไทยได้มั้ย"
คุณนิโคไลเงียบไปเขามีลางสังหรณ์ว่าเพื่อนของเขากำลังประสบปัญหาที่หนักเอาการ เพราะที่ผ่านมาภวัตไม่พูดแบบนี้มาก่อน
" ได้สิ... ได้เลย.. ว่าแต่มีปัญหาหนักอกอะไรพอจะบอกให้ผมฟังสักนิดได้มั้ย"
" ไม่มีอะไรหนักหนาครับ.. เพียงแต่ผม... กำลังจะตายเท่านั้น"
คำตอบของเพื่อนทำเอาคุณนิโคไลใจสั่นทันที เขารู้สึกอึ้งและเป็นห่วงเพื่อนอย่างมากมาย
"ผมจะไปหาคุณ... ผมจะไปเดี๋ยวนี้"
"ขอบคุณ.. ขอบคุณจริงๆ"
เมื่อวางโทรศัพท์เสร็จคุณภวัตก็สั่งการกับทนายยงยุทธต่อทันที
" ทีนี้คุณช่วยตามภวินท์มาหาผมที... ตอนนี้เลย"
ทันทีที่ได้ยินทนายมือดีก็ตามตัวภวินท์น้องชายของคุณภวัตตามคำสั่งทันที....
คุณภวินท์เป็นน้องชายที่คุณภวัตไว้ใจมากที่สุดเขาเดินทางมาหาผู้เป็นพี่ชายทันทีเมื่อได้รับโทรศัพท์จากยงยุทธ
"ครับพี่.."
"ภวินท์... พี่รู้ดีว่าพี่คงจะมีเวลาอีกไม่มากแล้วที่พี่เรียกนายมาวันนี้ พี่จะทำพินัยกรรมยกบริษัทให้กับนายดูแลและเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว"
คุณภวินท์มีสีหน้าตกใจทันทีที่ได้ยินคำพูดของผู้เป็นพี่
"ทำไมล่ะครับ... แล้วน้องดา.."
"น้องดาน่ะ... อ่อนแอเกินไปที่จะรับผิดชอบอะไรที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ได้ พี่ยกให้นายเพราะพี่ไว้ใจและพี่ก็เห็นว่านายคือพี่น้องคนเดียวที่หวังดีกับพี่อย่างจริงใจ"
คุณภวินท์น้ำตาคลอเมื่อได้ยิน เป็นความจริงที่ตัวเขาและครอบครัวรักและจริงใจกับพี่ชาย แต่ก็คิดไม่ถึงว่าพี่ชายจะไว้ใจเขาถึงเพียงนี้
" ขอบคุณครับที่ไว้ใจผมแล้ว.. น้องดา... "
" น้องดา... พี่มีคนที่จะฝากฝังให้ดูแลน้องดาแทนพี่แล้วภวินท์ไม่ต้องห่วงหลาน เงินสดและทรัพย์สินอื่นๆพี่จะยกให้น้องดาแต่ต้องหลังจากที่พี่จากไปครบหนึ่งปีพี่อยากให้ภวินท์เซ็นเป็นพยานให้พี่ด้วย และห้ามบอกน้องดาเด็ดขาดว่าพี่ทิ้งสมบัติพวกนี้ไว้ให้แกจนกว่าจะถึงวันนั้น"
คุณภวินท์มีสีหน้าสงสัยทันทีที่ได้ยิน
" คุณพี่จะให้น้องดาไปอยู่กับใครครับ... ไปอยู่ที่ไหน คุณพี่ไว้ใจยกบริษัทให้ผม ทำไมไม่ไว้ใจให้ผมดูแลหลานล่ะครับผมรับปากจะดูแลน้องดาให้ดีที่สุด"
คุณภวัตยิ้มให้น้องชายทันทีเมื่อได้ยิน เขาเข้าใจว่าภวินท์เป็นห่วงหลานแต่เขาก็มีเหตุผลของเขาเช่นกัน
"ไม่หรอก.. พี่รู้ว่านายหวังดีกับน้องดา แต่พี่อยากให้น้องดาไปอยู่ที่อื่นและเรียนรู้ชีวิตที่มากกว่านี้ ถ้าอยู่กับนายน้องดาก็ไม่พ้นที่จะถูกพี่น้องคนอื่นรุมทึ้งแน่นอนพี่ไม่ใช่ไม่ไว้ใจนายโปรดเข้าใจพี่ด้วย"
"ครับ... ถ้านั่นคือความต้องการของคุณพี่"
ภวินท์บอกอย่างยอมรับในการตัดสินใจของพี่ชายแล้วทั้งสามคนก็จัดการเอกสารต่างๆในวันนั้นเลยเพราะความต้องการของคุณภวัต
" ป้านุ่มคะ.. ป้านุ่ม... เรียกลุงหวังให้น้องดาหน่อยได้มั้ยคะ น้องดาใกล้เสร็จแล้วค่ะ"
อารดาร้องบอกแม่บ้านเก่าแก่ขณะที่มือบางกำลังตักซุปไก่ใส่ในกระติกเก็บความร้อนเพื่อนำไปให้บิดาที่โรงพยาบาล อารดาเป็นที่รักของทุกคนในบ้านเธอไม่เคยเรียกจิกหัวใครแม้ว่าเขาจะอยู่ในฐานะไหนก็ตาม
" คุณน้องดาเสร็จแล้วหรอคะ"
" เสร็จแล้วค่ะป้านุ่ม... น้องดาจะเอาไปฝากคุณพ่อ คุณพ่อจะได้แข็งแรงแล้วก็กลับบ้านมาอยู่กับน้องดาเร็วๆ"
ปลายเสียงหวานสั่นเครือเมื่อพูดถึงบิดาทำเอานางนุ่มต้องเข้าไปลูบหลังคุณหนูของตัวเองเบาๆอย่างสงสาร
"ไม่เป็นไรนะคะ... คุณน้องดาต้องเข้มแข็ง อย่าร้องไห้ให้คุณพ่อเห็นนะคะ เดี๋ยวท่านจะไม่มีกำลังใจเอา"
" ค่ะ... น้องดาจะไม่ร้อง... น้องดาจะอดทนค่ะ"
นางนุ่มสงสารคุณหนูของตัวเองเหลือเกินเนื่องจากนางรู้ดีว่าอารดานั้นรักบิดามากแค่ไหน เพราะมีกันแค่สองคนพ่อลูกเท่านั้นจึงทำให้ชีวิตของเธอนั้นมีเพี่บิดาเท่านั้นที่เป็นไฟส่องทาง....
คุณนิโคไลไม่ได้มาคนเดียวแต่พาภรรยาสุดที่รักนั่นคือคุณเอล่ามาด้วย ทั้งสองตรงไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อเยี่ยมอาการเพื่อนรักที่คบกันมายาวนานเหลือเกิน ไม่นานทั้งสองก็ได้เข้ามาถึงห้องพักวีไอพีของโรงพยาบาลดังสมฐานะของคุณภวัต
"ภวัต.. นายเป็นยังไงบ้าง"
คุณนิโคไลไม่รอช้าสอบถามอาการเพื่อนรักทันทีโดยมีภรรยายืนอยู่ข้างๆ คุณภวัตฝืนยิ้มตอบเพื่อนก่อนจะพูดด้วยเสียงแหบพร่า
"สวัสดีนิโคไล เอล่า.... ที่ผมอยากพบพวกคุณ เพราะผมมีเรื่องจะขอร้อง ผมต้องการความช่วยเหลือ"
คุณนิโคไลจับมือที่อ่อนแรงของเพื่อนบีบเบาๆ
"เรื่องอะไร... ภวัตเพื่อนรักขอแค่บอกมาเราพร้อมจะช่วย"
นิโคไลหันมองภรรยาคู่ชีวิตของเขาขณะที่พูด
"ใช่ค่ะ... ไม่ต้องกังวล.. ขอแค่คุณบอกความต้องการของคุณ"
ภวัตมองหน้าสองสามีภรรยาด้วยความซาบซึ้ง
" ผม... กำลังจะตาย ในชีวิตของผมนี้ผมไม่ห่วงอะไรอีก นอกจากอารดาลูกสาวคนเดียวของผม ผมจำได้ว่าคุณมีลูกชายและยังไม่แต่งงานผมอยากจะฝากฝังให้คุณรับอารดาไปเป็นลูกสะใภ้และรักดูแลเธอเหมือนกับลูกสาวของพวกคุณได้มั้ย"
สองสามีภรรยามองหน้ากันทันทีเพราะมีเรื่องบางอย่างที่หนักหนานักกับการแต่งงานของลูกชาย แต่คุณนิโคไลก็เลือกที่จะตอบสนองความต้องการของของเพื่อนรักทันที
" ได้เลย... ภวัต... ขอให้คุณอย่าห่วงผมรับปากว่าผมจะจัดงานแต่งให้สมเกียรติจะรักเธอให้เหมือนกับลูกของผมเอง"
คุณเอล่านิ่งไปนิดเพราะเห็นเค้าลางแห่งความวุ่นวายแต่เธอก็พูดกับคนป่วยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ค่ะ... ฉันรับปาก ว่าจะดูแลเธออย่างดีคุณไม่ต้องห่วง"
เมื่อทั้งคู่ยืนยันหนักแน่นคุณภวัตก็ยิ้มอย่างดีใจถึงแม้จะอ่อนแรง
" ขอบคุณ... ขอบคุณจริงๆ ถึงแม้ว่าฐานะของคุณจะร่ำรวยมากกว่าผมเป็นร้อยเท่าแต่ขอร้อง.. อย่ารังเกียจเธอ"
"ไม่มีวัน... ภวัต.. คุณไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นเลยเพื่อนรัก"
เสียงเคาะประตูห้องเบาๆและถูกเปิดเข้ามาด้วยมือบางของหญิงสาวที่รูปร่างหน้าตางดงามราวเทพธิดามาจุติ ใบหน้าหวานแสดงสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะยกมือไหว้ทำความเคารพแขกทั้งสองของบิดาอย่างอ่อนหวาน..
" สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า"
เสียงหวานเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษชัดเจนและถึงแม้ทั้งสองจะเป็นชาวรัสเซียแท้แต่ก็ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองจึงมองร่างบางอย่างถูกใจ
"สวัสดีจ้ะ... เราเป็นเพื่อนของคุณภวัตน่ะจ้ะ"
"ค่ะ... หนูชื่ออารดาเป็นลูกสาวของคุณพ่อค่ะ"
" จ้ะ... ป้าชื่อเอล่าส่วนนี่ลุงนิโคไลจ้ะ พวกเราเคยเจอหนูเมื่อตอนเด็กหนูคงจำไม่ได้ เพราะนานแล้วที่ได้แค่โทรศัพท์หากันเท่านั้น"
"ค่ะ.. หนูขอโทษนะคะที่จำคุณลุงคุณป้าไม่ได้"
" ไม่เป็นไรลูก.. ไม่เป็นไรตอนนั้นหนูยังเด็กมากน่ะจ้ะ"
อารดาเดินอ้อมมาหาบิดาและบรรจงเทซุปที่ทำใส่ถ้วยเพื่อป้อนบิดา
" คุณพ่อคะ... ทานซุปไก่สักหน่อยนะคะน้องดาตั้งใจเคี่ยวมาให้คุณพ่อค่ะ"
คุณนิโคไลและเอล่ามองกิริยานุ่มนวลของหญิงสาวอย่างพึงพอใจก่อนจะขอตัวกลับไปพักผ่อนที่โรงแรม
" ภวัตเดี๋ยวผมกับเอล่าขอตัวไปพักที่โรงแรมก่อนนะ เดี๋ยวช่วงเย็นผมจะแวะมาเยี่ยมอีกที"
คนป่วยเพียงแค่พยักหน้าและยิ้มบางๆเท่านั้นคุณนิโคไลมองเพื่อนรักอย่างใจหายกับสภาพร่างกายที่ซูบผอมนั้น ช่วงที่เขาเริ่มก่อตั้งธุรกิจนั้นก็มีเพียงภวัตเท่านั้นที่ช่วยเหลือเกื้อกูลเขาอย่างจริงใจ เขาจะไม่ทำให้เพื่อนผิดหวังเด็ดขาดที่ฝากฝังลูกสาวกับเขา
" สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า"
เมื่อสองสามีภรรยาออกจากห้องไปคุณภวัตก็หันมาจ้องหน้าลูกสาวเหมือนต้องการบอกอะไรบางอย่าง
"มีอะไรหรือเปล่าคะคุณพ่อ"
"น้องดา... หนูจะโกรธมั้ย ถ้าพ่อจะให้หนูแต่งงาน"
"แต่งงาน!!!"
อารดาตกใจจนดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อได้ยินคำพูดของบิดา
อารดาตกใจอย่างยิ่งแต่เธอก็ไม่ได้โวยวายเพราะไม่ใช่นิสัยของเธอ
"คุณพ่อ... ว่ายังไงนะคะ"
"พ่อจะให้น้องดาแต่งงาน"
หญิงสาวมองผู้เป็นบิดาอย่างแคลงใจว่าเหตุใดถึงมีความคิดที่จะให้เธอแต่งงาน แล้วเธอจะแต่งกับใครในเมื่อแฟนยังไม่เคยมีเลยด้วยซ้ำ
"แต่งงาน... กับใครคะน้องดายังไม่ได้มีแฟนเลยนะคะ คุณพ่อก็รู้"
คุณภวัตยิ้มเอ็นดูกับท่าทางของลูกสาวมือที่ผอมแห้งยกขึ้นลูบผมนุ่มของลูกอย่างแสนรัก
"พ่อรู้.. น้องดา ที่ผ่านมาพ่อเลี้ยงหนูแบบทะนุถนอมจนเกินไปทำให้หนูพลาดที่จะเรียนรู้อะไรหลายๆอย่างในชีวิตไป... พ่อขอโทษ"
เมื่อได้ยินหญิงสาวรีบโผเข้ากอดบิดาและซบหน้าลงกับอกที่ซูบซีดแต่แสนอุ่นนั้นทันที น้ำตาเม็ดโตกลิ้งผ่านแก้มนวลจนเปียกชุ่ม
"ไม่ค่ะ... คุณพ่อ.. น้องดาไม่เคยคิดอย่างนั้น น้องดามีความสุขค่ะ"
" น้องดา... ขอบใจนะลูก.. เรื่องแต่งงานคือว่า... คุณลุงนิโคไลเพื่อนของพ่อเคยให้พ่อยืมเงินจำนวนมหาศาลแต่พ่อไม่มีเงินคืนเขา คุณลุงจึงจะขอหนูไปเป็นลูกสะใภ้เพื่อทดแทน เงินที่พ่อยืมเขามาก็ถือเป็นสินสอดหนูจะว่าไงลูก"
หญิงสาวผละออกจากอกพ่อและขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงงเพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยรู้เลยว่าพ่อของเธอเป็นหนี้ เธอใช้ชีวิตสุขสบายราวกับเจ้าหญิงมาตลอด
" เหรอคะ... น้องดาไม่เคยรู้เลยว่าคุณพ่อมีหนี้สินมากมาย"
คุณภวัตหลบตาเมื่อลูกสาวถามขึ้นอย่างสงสัย
" พ่อไม่อยากให้หนูทุกข์ใจน่ะลูก"
"งั้นเอาแบบนี้มั้ยคะ ขายเครื่องเพชรของน้องดาและก็เครื่องเพชรเก่าของคุณแม่ แล้วเอาไปใช้หนี้เขา"
หญิงสาวพยายามเสนอทางออกที่คิดว่าดีที่สุด
" ไม่ลูก... มันไม่พอหรอก น้องดาเชื่อพ่อสักครั้งได้มั้ยลูก ทำเพื่อพ่อจะได้ไม่มีใครมาว่าพ่อเป็นคนขี้โกง"
" แต่... ถ้าเขาไม่รักน้องดา.. ถ้าเขาใจร้าย... "
ดวงตากลมโตฉายแววหวาดหวั่นหยาดน้ำตาเอ่อคลออย่างเป็นกังวล
" ไม่หรอกลูก... ความน่ารักและความดีของหนูจะนำพาแต่สิ่งดีๆมาหาหนู.. นะลูกทำเพื่อพ่อ"
คุณภวัตจ้องมองที่ตาของลูกสาวอย่างขอร้อง
" ได้ค่ะ... คุณพ่อไม่ต้องห่วง เพราะน้องดาก็เชื่อว่าคุณพ่อจะเลือกทางที่ดีที่สุดให้น้องดา น้องดาจะไม่ยอมให้ใครมาว่าคุณพ่อได้ค่ะ"
คุณภวัตยิ้มกว้างน้ำตาหยดลงตรงหางตาอย่างโล่งใจเขามั่นใจว่าลูกชายของเพื่อนคงจะมีหัวใจรักที่มั่นคงเหมือนกับพ่อของเขา คุณภวัตหวังว่าความน่ารักของลูกสาวจะทำให้สามีหลงรักได้ไม่ยาก...
" ขอบใจลูก... น้องดา... พ่อดีใจเหลือเกิน"
" ค่ะ.. คุณพ่อไม่ต้องคิดมากนะคะ น้องดาจะทำให้ดีที่สุดไม่ให้ใครมาว่าคุณพ่อได้ค่ะ"
คุณภวัตพยักหน้าอย่างหมดห่วงคราวนี้ก็เหลือแต่คุยตกลงกับนิโคไลอีกครั้งเท่านั้น...
คุณนิโคไลและภรรยาเดินทางมาเยี่ยมเขาอีกครั้งหลังจากที่อารดากลับไป เขาบอกกับเพื่อนให้เข้าใจถึงเหตุผลที่เขาทำเช่นนี้
"อันที่จริงคุณไม่น่าโกหกลูกสาวเลยว่าเป็นหนี้ ทำแบบนี้หนูดาจะกังวลใจไปเปล่าๆนะ"
"ไม่หรอกเพราะว่าถ้าไม่บอกไปแบบนี้ น้องดาไม่มีวันยอมแต่งงานแน่นอนเพราะน้องดาก็จะยืนยันว่าดูแลตัวเองได้ แต่ใครล่ะ... ใครที่จะรู้จักน้องดาไปมากกว่าผม ผมผิดเองที่เลี้ยงลูกมาแบบนี้น้องดาไม่มีวันที่จะตามเล่ห์เหลี่ยมใครทัน ผมจึงอยากจะฝากฝังน้องดาให้เป็นลูกสะใภ้ของคุณเพราะผมมั่นใจว่านายจะทำตามที่พูด ถ้าปล่อยไปแบบนี้ผมกลัวลูกจะถูกหลอกเพราะขนาดเพื่อนผู้ชายน้องดายังไม่เคยมีด้วยซ้ำ"
คุณภวัตคิดไปก็รู้สึกผิด เขารักและเลี้ยงลูกอย่างทะนุถนอมเพราะลูกคือของขวัญที่ภรรยาสุดที่รักของเขามอบให้ แต่มันกลับทำร้ายลูกทางอ้อมเพราะว่าลูกสาวของเขามองทุกสิ่งสวยงามไปหมด...
" เอาล่ะ... ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ผมกับเอล่าก็รับปากว่าจะรับหนูดาเป็นสะใภ้ด้วยความเต็มใจและดูแลเธอเหมือนลูกสาวของผมเอง"
"ขอบคุณมาก.. นิโคไล.. ขอบคุณมาก..."
เพื่อนรักต่างมองสบตากันอีกคนมองอย่างซาบซึ้งใจส่วยอีกคนมองด้วยความอาลัยเพราะรู้ดีว่าเพื่อนกำลังจะจากไป..
กลางดึกคืนนั้นเองที่คุณนิโคไลได้รับโทรศัพท์สายด่วนของทนายยงยุทธ เพื่อทราบข่าวการจากไปของเพื่อนรัก ถึงแม้จะรู้ว่าเขาต้องจากไปแต่ก็อดที่จะสะเทือนใจและใจหายไม่ได้คุณนิโคไลวางโทรศัพท์แล้วแต่ก็ยังคงมีสีหน้าที่ไม่ดีนักจนภรรยาต้องเอ่ยปลอบเบาๆ
"คุณภวัตเขาไปดีแล้วค่ะ... อย่าคิดมากไปเลยนะคะที่รัก สิ่งที่เราจะทำให้เขาได้ตอนนี้คือทำสิ่งที่เราได้ให้สัญญากับเขาไว้ให้ดีที่สุดเท่านั้น"
นิโคไลรั้งร่างภรรยาเข้ามากอดอย่างต้องการกำลังใจ เอล่ากอดตอบสามีอย่างเต็มใจเธอรู้ดีว่าเขาเศร้าใจและสะเทือนใจอย่างมาก ทั้งสองกอดกันอย่างสงบเข้าใจโดยไม่มีคำพูดใดๆ
ในงานสวดอภิธรรมของคุณภวัตนั้นบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าอารดานั่งปักหลักอยู่ตรงรูปถ่ายของบิดาไม่ยอมไปไหน ไหล่บางสท้านด้วยแรงสะอื้นใบหน้าหวานแดงก่ำเพราะร้องไห้เป็นเวลานาน คุณเอล่าเห็นแล้วก็รู้สึกสงสารสาวน้อยจับใจ สักพักเธอก็เห็นว่ามีผู้หญิงวัยกลางคนค่อยๆขยับเข้าไปหาหญิงสาวที่นั่งร้องไห้อยู่
"น้องดา.... เออ.. แล้วนี่คุณพ่อสั่งเสียเรื่องพินัยกรรมไว้มั่งหรือเป่ลาจ้ะ"
คนหนอคนเวลาเช่นนี้ยังมีใจคิดเรื่องเงินทอง จะมีใครที่เสียใจกับการจากไปของพ่อเธอจริงๆบ้างอารดาคิดอย่างเสียใจ
"ไม่ค่ะคุณอาทิพย์ ถ้าเป็นเรื่องนั้นคงต้องถามคุณอายงยุทธ"
คุณแก้วทิพย์น้องสาวของคุณภวัตจึงหันไปมองทนายที่นั่งอยู่กับคุณนิโคไลและภรรยาทันที หน้าตาบูดบึ้งเมื่อไม่ได้คำตอบในสิ่งที่ต้องการ ทนายยงยุทธจึงอธิบายให้นิโคไลและเอล่าฟังว่าคุณแก้วทิพย์เป็นหนึ่งในพี่น้องที่ต้องการส่วนแบ่งในมรดกเป็นอย่างมากและคุณภวัตมีพี่น้องทั้งหมดสี่คน คุณเอล่าค่อยๆลุกจากที่นั่งและเดินไปหาอารดาด้วยความสงสาร
"หนูดา... อย่าร้องเลยลูกเดี๋ยวคุณพ่อจะเป็นกังวลเอานะ"
คุณเอล่าบอกด้วยน้ำเสียงปราณีและจับมือบางไว้เพื่อให้กำลังใจ
"คุณป้า... น้องดาคิดถึงคุณพ่อค่ะ..."
ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรก็มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาหาอารดา
"น้องดา... ไม่ต้องกลัวนะ.. เดี๋ยวอากับครอบครัวจะย้ายไปอยู่กับหนูที่บ้านหนูจะได้ไม่เหงา"
น้ำเสียงบอกเหมือนปรานีแต่เธอรู้ดีว่าคุณปราการน้องชายของคุณพ่อต้องการอะไรจากเธอ เธอถูกเลี้ยงมาอย่างดีจนเหมือนดูแลตัวเองได้ยากแต่เธอไม่ใช่คนโง่เมื่อถึงเวลาที่ต้องสู้เธอแกร่งกว่าที่ทุกคนคิดแน่นอน
อารดาสูดลมหายใจและบีบกระชับมือของคุณป้าใจดีเอาไว้และเลือกที่จะพูดเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้เอล่าเข้าใจด้วย
"คุณอาไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ.... คุณพ่อฝากฝังให้น้องดาไปอยู่ในความดูแลของคุณป้าเอล่ากับคุณลุงนิโคไลแล้ว น้องดาไม่เหงาแน่นอน"
คุณปราการชักสีหน้าไม่พอใจทันทีเพราะเขาคิดจะเกาะหลานสาวคนนี้ให้มั่นกลับกลายว่าเธอจะไปอยู่กับคนอื่น
"ได้ยังไงกัน... เขาเป็นคนอื่นทำไมพี่ภวัตถึงไว้ใจเขามากกว่าพี่น้อง"
คุณปราการพูดเป็นภาษาอังกฤษบ้างเพื่อที่จะให้คุณเอล่าได้เข้าใจ เธอยิ้มน้อยๆและตอกกลับคนพูดให้เจ็บไปถึงกระดองใจ
"ที่คุณภวัตไว้ใจคนนอก เพราะคงจะรู้นั่นล่ะค่ะว่าคนที่เรียกตัวเองว่าพี่น้อง จ้องจะแสวงหาผลประโยชน์จากหลานสาวที่น่าสงสารคนนี้"
คุณปราการโกรธจัดแต่ไม่สามารถตอบโต้อย่างที่ใจอยากได้เพราะว่าตอนนี้แขกได้ทยอยกันมาจนเต็มพื้นที่จึงเก็บความไม่พอใจเอาไว้และเดินออกไปเงียบๆ...