คนคุ้นตา
“จะทันไหมเนี่ยอาย”เสียงหวานร้องขึ้นด้วยความร้อนรนหลังจากเหลือบดูเวลามาตลอดระยะทาง ขณะที่แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาในเวลาหกโมงเช้า แต่กระนั้นความร้อนในช่วงฤดูร้อนก็ไม่อาจทำให้หญิงสาวผิวบอบบางใส่ใจ เมื่อตอนนี้ใกล้เวลาที่รถจะออกเต็มที
“อายทำไมวันนี้มาช้านักล่ะลูก”เสียงป้าพรเจ้าของร้านชำที่พบเจอกันทุกวันร้องทักมาแต่ไกล สองมือของป้าพรวาดโบกไปตามอากาศ ขณะที่หน้าร้านนั้นมีรถโดยสารสองแถวที่เธอใช้บริการเป็นประจำจอดอยู่
รอยยิ้มของเจ้าของชื่อฉีกยิ้มออกมา ก่อนจะจอดรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าไว้ที่หน้าบ้านของคุณป้า
“เกิดเรื่องนิดหน่อยค่ะป้าพร อายฝากนะคะ ไปแล้วค่ะ”หญิงสาวร่างบอบบางในชุดนักศึกษายกสองมือไหว้คุณป้าก่อนจะหยิบเอากระเป๋าเป้สีดำที่วางอยู่หน้าตะแกรงรถแล้วรีบวิ่งขึ้นไปบนรถสองแถว เสียงหอบหายใจดังขึ้นต่อเนื่องด้วยความเหนื่อย ไม่ลืมโบกมือให้คุณป้าที่เฝ้ามองเธออยู่ตลอด ก่อนที่สายตาจะมองเลยไปเห็นชายหนุ่มที่คุ้นหน้าคุ้นตากันมาสักระยะ เขาเป็นเจ้าของร้านซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ตั้งอยู่ติดกับร้านขายของชำป้าพร
ดวงตากลมของอายหรือเนตรอุษาผสานเข้ากับดวงตาสีนิลของเขาชั่วครู่เมื่อเห็นว่าเขากำลังจ้องมองมาที่เธอ ก่อนที่หญิงสาวจะเป็นฝ่ายหลบเลี่ยงสายตาเสียเอง
กว่าสามสิบนาที เนตรอุษาก็ได้เดินทางมาถึงมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่งทันเวลาฉิวเฉียดกับคาบเรียนแรก ตอนนี้เธออายุได้ยี่สิบเอ็ดปีแล้วและกำลังเรียนชั้นปีที่สี่ เทอมนี้เป็นเทอมสุดท้าย
เพียงแค่คิดใบหน้าหวานฉีกยิ้มขึ้นมาด้วยความสดใส เพราะอีกไม่กี่เดือนเธอจะได้มีอิสระจากชีวิตอันน่าอึดอัดเสียที
“ยิ้มอะไรอาย”ส้ม เพื่อนสาวและเพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวของอายท้วงขึ้น เธอวางกระเป๋าไว้ที่เก้าอี้ก่อนจะนั่งลงตรงข้าม
“ดีใจน่ะสิ อีกไม่กี่เดือนก็จะจบแล้ว”เทอมที่แล้วเธอและส้มไปฝึกงานที่เดียวกันและเทอมนี้เหลือเก็บหน่วยกิตอีกไม่กี่ตัวก็จะจบอย่างสมบูรณ์
“ฉันดีใจด้วยนะอาย”
“อื้ม ฉันก็หวังว่าพ่อจะให้ย้ายออกไปอยู่ข้างนอกตามที่เคยคุยกันเอาไว้” หลังจากที่ต้องทนอยู่ในบ้านหลังนั้นด้วยความอึดอัดมาหลายปี นับตั้งแต่มารดาเสีย นิรุตม์หรือบิดาของเธอเปิดตัวแม่เลี้ยงสาวแทบจะทันทีคือนิดาในขณะที่เนตรอุษาก็พึ่งได้รู้ว่าเธอมีน้องสาวต่างมารดาอย่างนิรินที่อายุน้อยกว่าเธอเพียงหนึ่งปี
“ว่าแต่แกเถอะ งานเลี้ยงคืนพรุ่งนี้แกไปไหม”งานเลี้ยงคืนพรุ่งนี้เป็นงานเลี้ยงที่รุ่นน้องในคณะจัดขึ้นสำหรับรุ่นพี่ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา
“ไปสิ”
“แกแน่ใจนะว่าไปได้”
“แน่ใจ ฉันขอคุณพ่อเอาไว้แล้ว” อันที่จริงบิดาก็ไม่ได้สนใจความเป็นอยู่ของเธอสักเท่าไหร่ จะเรียกหาเธอก็เมื่อมีเรื่องให้เธอช่วยจัดการเท่านั้น
สองสาวพูดคุยกันอยู่สักพักเกี่ยวกับงานเลี้ยงที่จะจัดขึ้น หลังจากพูดคุยรายละเอียดของงานพรุ่งนี้พร้อมกับนัดแนะกันเรียบร้อย เนตรอุษาจึงได้เดินทางกลับด้วยรถสองแถวคันเดิมในช่วงบ่าย
อ๊ะ
ปรึ๊นน
“อย่าเกเรสิมอมแมม”ร่างบางนั่งคร่อมรถมอเตอร์ไซค์คันเก่า ขณะที่สองมือยังคงจับยึดแฮนด์รถเอาไว้ กรอบหน้ามีเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นมาจากไอร้อนระอุ
“อีกแล้วเหรอหนูอาย”ป้าพรที่ยืนให้กำลังใจและลุ้นเอาใจช่วยถอนหายใจออกมา เจ้ามอมแมมรถคู่ใจของเนตรอุษาเกิดเกเรขึ้นมาอีกแล้ว
“เดี๋ยวอายลองสตาร์ทเท้าก่อนค่ะป้าพร”เนตรอุษาคลายมือข้างหนึ่งแล้วยกขึ้นปาดเหงื่อ ก่อนจะก้าวขาที่คร่อมรถลงมาเพื่อตั้งขาตั้งคู่
ปึก อ๊ะ
“ว๊าย/โอ๊ย”ป้าพรอุทานพร้อมกับเนตรอุษาร้องเสียงหลงเมื่อพยายามจะสตาร์ทรถด้วยเท้าทว่าแท่นกดกลับกดไม่ลงด้วยแรงที่ออกทำให้หัวเข่ากระแทกเข้ากับกล่องใส่ของเสียงดัง โชคดีที่หญิงสาวไม่ปล่อยมือจนรถล้มลงเสียก่อน
“เกิดอะไรขึ้นครับป้าพร” ชายหนุ่มเจ้าของร้านซ่อมรถมอเตอร์ไซค์เดินออกมาส่อง ก่อนจะเป็นเขาที่รีบเข้ามาพยุงรถคันเก่าเมื่อเห็นสีหน้าของเหยเกของหญิงสาว
“สตาร์ทไม่ติดทำไมไม่เรียกพี่ล่ะอาย”เขามองหญิงสาวที่ยืนกุมเข่าตนเองเอาไว้ คงเจ็บน่าดู
“อายเห็นพี่เคนทำงานอยู่นี่ อายไม่อยากรบกวน”เธอน่ะพึ่งพาเขาหลายรอบแล้วเพราะเจ้ามอมแมมเกเรบ่อยๆ หลายๆ ครั้งเขาไม่คิดเงินสักบาท
“ไปๆเข้าไปนั่งก่อน” เคนช่วยพยุงหญิงสาวที่เจ็บจนหน้าซีด ชายหนุ่มสังเกตเห็นว่าที่หน้าขาของเธอมีรอยครูดเป็นทางยาว
เขาหันกลับไปมองที่ต้นเหตุนั่นก็เพราะกล่องข้างหลังที่ถูกมัดเอาไว้ด้วยเชือก คมแหลมกระแทกต้นขาครูดเนื้อบางของหญิงสาวเป็นรอย ป้าพรผละตัวออกแล้ววิ่งเข้าไปหากล่องปฐมพยาบาลในตัวบ้าน
“พี่เคยบอกแล้วว่าให้ระวัง” เคนละสายตาแล้วหันกลับมาสนใจหญิงสาว ขณะที่เนตรอุษาเม้มปากเมื่อได้ยินน้ำเสียงดุของชายหนุ่ม
“มาแล้วลูก ป้าทำแผลให้”ป้าพรทำท่าจะทรุดตัวลงตรงหน้าเพื่อทำแผลให้เธอ เนตรอุษารีบร้องห้ามด้วยความตกใจและขอทำแผลด้วยตนเอง เคนจึงผุดลุกขึ้นหันไปสนใจมอมแมมเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเลิกกระโปรงสูงขึ้นเพื่อทำแผลได้ถนัด
หญิงสาวมองพี่ชายที่เห็นหน้าค่าตากันมาสักระยะ เคนอายุมากกว่าเธอห้าปีเรียนจบช่างจากวิทยาลัยที่อยู่ไม่ไกล เขาเปิดร้านซ่อมรถตรงนี้นับตั้งแต่เรียนจบกระทั่งมีลูกค้าประจำเข้ามาใช้บริการ เนตรอุษาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
“เป็นยังไงบ้างพี่เคน”หลังจากทำแผลเสร็จเนตรอุษาเดินตามมาที่ร้านของชายหนุ่มเห็นเขาก้มๆ เงยๆ อยู่กับรถของเธอ
“อาการหนัก”เขาหันมาตอบหญิงสาวที่นั่งลงบนเก้าอี้
“ต้องซ่อมอะไรบ้างพี่เคน”คราวก่อนเงินเก็บเธอก็หายไปหลายบาทเพราะเจ้ามอมแมม ยิ่งได้ยินว่าอาการหนักคนงบน้อยก็ยิ่งจิตใจเหี่ยวเฉา
“พี่ว่าซื้อใหม่เถอะ เดี๋ยวพี่หามือสองสภาพดีๆ ให้”
“ไม่เอาพี่เคน ต่อให้เป็นมือสองก็คงหลักหมื่น” คนที่มีเงินเก็บน้อยนิดไม่ยอมรับข้อเสนอ
“งั้นก็เอารถพี่ไปใช้ คันนั้น”เขาชี้ไปยังรถสกูตเตอร์รุ่นใหม่ ดูท่าแล้วขับดีกว่าคันนี้
“ไม่เอา”
“นั่นก็ไม่เอานี่ก็ไม่เอา”
“ก็อายเกรงใจ” หญิงสาวบ่นอุบ ข้อเสนอเขาก็ดีแต่ให้รับมาฟรีๆ เธอเกรงใจ ส่วนถ้าจะให้หาเงินมาซื้อใหม่เธอไม่มีหรอก
“ถ้าเกรงใจก็ทำงานแลก” เคนเดินไปหยิบกุญแจรถยัดใส่มือหญิงสาวไม่ปล่อยให้เธอปฏิเสธ
“หลังเลิกเรียนวันละหนึ่งชั่วโมง พี่จะซ่อมมอมแมมให้ ส่วนเราก็เอารถพี่ไปใช้ก่อน”
“แต่คันนี้พี่เคนพึ่งซื้อมาใหม่เมื่อไม่กี่วันไม่ใช่เหรอ” เธอไม่เห็นเขาใช้รถคันนี้ขับไปไหนมาไหนด้วยซ้ำ ตั้งแต่ซื้อมาเอาแต่จอดทิ้งไว้ยังสงสัยอยู่เลยว่าซื้อมาทำไม
“เริ่มงานพรุ่งนี้นะ ส่วนวันนี้พี่ไปส่ง” เนตรอุษาค่อยๆ ลุกขึ้น ส่วนเคนไม่ลืมหาตะกร้าเข้ามาถ่ายของในกล่องท้ายรถของหญิงสาว ในนั้นมีเสื้อผ้าอยู่หลายชุด ไม่ต้องบอกก็รู้เสื้อผ้าเหล่านี้ไม่ใช่ของเธอแต่เป็นของคนอื่นในบ้านที่ส่งซักรีดจากร้านที่อยู่ระหว่างทางของเนตรอุษา
“คนพวกนี้ไม่คิดจะทำเองบ้างหรือไง”เขาเห็นเธอเทียวรับส่งผ้าให้คนทั้งบ้านตลอด เคนเคยได้ยินหญิงสาวพูดคุยกับป้าพรเสื้อผ้าของเนตรอุษาหญิงสาวกลับต้องซักรีดเองเหตุผลเพราะความประหยัด ยังไม่รวมงานบ้านอื่นที่หญิงสาวต้องทำมาตั้งแต่เด็ก
“อายขี้เกียจพูด สงสารพ่อ”นิรุตม์พ่อของเธอป่วยเป็นโรคหัวใจเธอจึงไม่อยากสร้างเรื่องราวให้บิดาต้องหนักใจเพราะอีกไม่กี่เดือนเธอก็จะเรียนจบ หลังจากนั้นก็คงแยกตัวออกมาแล้ว
“เราก็สงสารทุกคน แล้วสงสารตัวเองบ้างไหม”
“ถ้าไม่เป็นเพราะห่วงพ่อ อายก็ไม่ทนแบบนี้หรอกพี่เคน แต่อายคิดเอาไว้แล้วล่ะ เรียนจบคงย้ายไปอยู่ที่อื่น” คำว่าที่อื่นของเธอทำให้เคนที่ขับรถเก๋งคันเก่าหันไปมองด้วยความสนใจ
“จะไปไหน”
“ไปไหนก็ได้ แต่อายไม่อยากอยู่กับที่บ้าน”