บทนำ
กลิ่นบุหรี่ลอยคลุ้งทั่ว เครื่องดื่มสีอำพันที่ถูกวางเกลื่อนทั่วทั้งร้าน นักท่องราตรีจากทั่วทั้งเมืองต่างก็มาที่คลับที่ชื่อว่า ZERO แห่งนี้
คลับ ZERO ถูกสร้างขึ้นจากกลุ่มเพื่อนสนิทที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยไม่ใช่แค่เพียงคลับแห่งนี้แต่ยังรวมถึงห้องพักส่วนตัวในมหาวิทยาลัยสำหรับกลุ่มนี้โดยเฉพาะ
มหาวิทยาลัยเอริส มหาวิทยลัยเอกชนชื่อดังซึ่งที่พ่อแม่ของพวกเขาเรียนจบมาด้วยความรักลูกสุดหัวใจ พวกเขาบริจาคเงินเพื่อสร้างอาคารเรียนรวมให้มหาวิทยาลัย ทางมหาวิทยาลัยแสดงความขอบคุณโดยการสร้างห้อง ZERO’ X ให้สำหรับลูกๆ ของพวกเขาหากประสงค์จะเข้าเรียนต่อที่นี่
ภายในห้อง ZERO’ X ประกอบไปด้วยห้องสำหรับพักผ่อน โต๊ะสนุ๊ก เครื่องเล่นเกมส์ ห้องสมุดขนาดเล็ก แต่พวกเขากลับเปลี่ยนให้ห้องรับรองแห่งนี้เป็นห้องเชือดที่รวมสิ่งอโคจรเอาไว้ไม่ต่างจากคลับของพวกเขา
คิริว ลูกชายคนโตของไคกิแห่งตระกูลอาคิมาสะ ธุรกิจของครอบครัวเขามีมูลค่าที่มากขึ้นจนตระกูลของเขาก้าวเข้ามาสู่แวดวงสังคมชั้นสูงได้อย่างง่ายดาย คิริวเติบโตมากับโรงเรียนชายล้วนเนื่องจากพ่อของเขาไคกิกังวลว่าลูกชายจะนิสัยเหมือนตัวเองจึงส่งไปเรียนโรงเรียนชายล้วนเสีย…แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้คิริวต่างจากคนพ่อเลยสักนิด คิริวมีนิสัยแข็งกร้าว ปากร้ายและชอบปาร์ตี้เป็นที่สุด
ไคโร ลูกพี่ลูกน้องของคิริว ลูกชายคนโตของเคนเซน้องชายคนที่สองของตระกูลอาคิมาสะ ไคโรถูกเลี้ยงต่างจากคิริวเขาค่อนข้างเงียบและไม่สุงสิงกับใครทำให้น้อยคนนักจะรู้ว่าเขาอยู่ในกลุ่ม ZERO’ X นี้ ความเฉลียวฉลาดและรอบคอบของเขาทำให้เขาถูกไว้ใจจนได้เป็นคนบริหารคลับ ZERO แห่งนี้ส่วนคนอื่นแค่ใช้หน้าหล่อๆ เรียกแขกก็เท่านั้น
กระทิง หนุ่มเลือดร้อนลูกชายเพียงคนเดียวของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง GL ค่ายผลิตโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด เขาแทบไม่ต้องทำงานก็สามารถมีเงินเหลือใช้ได้อย่างสุขสบายไปทั้งชาติ เขาเป็นคนต้นคิดเรื่องที่พวกเขาควรทำคลับด้วยกันเนื่องจากพฤติกรรมที่ชอบดื่ม ชอบปาร์ตี้ ทำให้คลับนี้ถูกเปิดขึ้นมา
กวิน นักดื่มตัวยงของกลุ่มและยังเป็นคนที่ทำให้กลุ่มนี้ไม่ถูกนักศึกษาทั่วมหาวิทยาลัยหมั่นไส้ เขาคือนักกีฬาบาสมหาวิทยาลัย รอยยิ้มของเขาทำให้ผู้หญิงทุกคนเชื่อว่ากลุ่มนี้ยังมีคนที่ดีเหลืออยู่…ไม่ใช่มีแค่พวกฟันแล้วทิ้ง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดถึงจะถูกเลี้ยงมาอย่างลูกคุณหนูแต่เขากลับใช้ชีวิตที่แสนธรรมดาจนบางคนก็แปลกใจ
ไทม์ บุคคลที่ชอบออกจากห้องมาปาร์ตี้และออกมาหาสาวๆ เท่านั้น นอกนั้นไม่เคยได้เห็นหน้าของเขาแม้กระทั่งเรียนถ้าไม่สอบไม่มีทางได้เห็นใบหน้าหล่ออย่างแน่นอน และที่เขาสามารถทำแบบนี้ได้เพราะเขาคือลูกคนเดียวของผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเอริสรุ่นที่สาม
และนี่คือกลุ่มของพวกเรา ZERO’ X
โรงแรมตระกูลอาคิมาสะ
เจ้าของเรือนผมสีเทาใบหน้าหล่อคมคายราวกับเทพปั้น ใครที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างคิดว่าเขาต้องศัลยกรรมมาแน่ๆ แต่เปล่าเลยทั้งหมดนี้ โอโต้ซังและแม่ของเขาต่างหากที่ปั้นให้ ไคกิและกอหญ้าคือชื่อของพ่อและแม่ผม ผมแทบจะลืมวิธีพูดและวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปจนหมดสิ้นเพราะโรงเรียนที่ผมเรียนมาล้วนเป็นโรงเรียนไทย…แถมยังชายล้วนอีกต่างหาก ไม่แปลกที่ผมจะไม่อยากสนิทหรือใกล้ชิดกับผู้หญิงมากจนเกินไป ยกเว้นคนเดียวที่ผมอยากอยู่ใกล้ตลอดเวลาผู้หญิงคนนั้นคือ..
“กว่าจะกลับบ้านได้นะ” เสียงใสเอ่ยทุ้มก่อนจะเดินเข้ามากอดผม “แม่คิดถึงมากนะรู้ไหม”
“ครับ”
“เฮ้อ ลูกชายฉันนิ่งเหมือนพี่ไคกิชะมัด”
“แล้วโอโต้ซัง..” ร่างสูงมองหาผู้เป็นพ่อ
“ไปคุยงานน่ะ เราลงไปดูคาสิโนหน่อยนะ” กอหญ้าผู้เป็นแม่บอกลูกชายให้ไปดูงานที่คาสิโนตามที่พี่ไคกิบอกเอาไว้ จริงๆ เธออยากให้ลูกชายของเธอพักมากกว่าแต่ด้วยธุรกิจที่ขยับขยายใหญ่ขึ้นทำให้ช่วงนี้วุ่นๆ
“ครับ” ผมรับคำก่อนจะเดินไปที่ลิฟท์เพื่อลงไปดูคาสิโนตามคำสั่ง สงสัยวันนี้โอโต้ซังจะยุ่งมากจริงๆ ปกติผมจะเข้ามาช่วยดูคาสิโนแค่วันอาทิตย์แต่ช่วงนี้โอโต้ซังชอบขอให้ผมกลับเข้ามาดูคาสิโนบ่อย
ปัง ปัง
“เครื่องเล่นเกมส์แม่งห่วยจัด” เสียงของแข็งกระทบกับตู้เล่นเกมส์อย่างแรง “แม่ง ไหนบอกจะได้ กูมีแต่เสียกับเสีย”
ปัง ปัง
ผมมองผู้ชายผอมสูง วัยกลางคนกำลังบันดาลโทสะใส่เครื่องเล่นเกมส์รุ่นล่าสุดที่ผมเป็นคนสั่งเข้ามา
ใบหน้าหล่อคมหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบก่อนจะมองการกระทำนั้นด้วยแววตาเรียบเฉย ช่วงนี้ทำไมมีแต่พวกเหลือขอเข้ามาเล่นกันนะ
“เรียกคนที่คุมที่นี่มา กูจะเอาเงินคืน” ลูกค้ายังคงโวยวายก่อนจะเริ่มตะโกนดังขึ้นเหมือนไม่มีคนสนใจ
“คุณลูกค้าใจเย็นๆ นะคะ ถ้าทำลายข้าวของทางพนักงานต้องเป็นคนรับผิดชอบนะคะ” พนักงานสาวของคาสิโนร้องขออย่างอ้อนวอนเพราะหล่อนไม่อยากถูกหักเงินเดือน
“มึงก็ไปเรียกคนที่ใหญ่กว่ามึงมาสิ กูไม่อยากคุยกับพนักงานอย่างมึง!!!”
“ห้าแสน” ผมพูดแทรกขึ้นมา ลูกค้าหนุ่มมองผมอย่างสงสัย “ของที่ทำเสียหาย”
“มึงเป็น…”
“อีกห้าแสน ค่าเสียเวลาที่กูต้องมาที่นี่” สิ้นประโยคผมก็พ่นควันบุหรี่ออกจากปาก “ไปที่แผนกการเงินได้เลย”
“ไอ้เหี้xนี่” ลูกค้าหนุ่มเดินมาหาผมด้วยความโมโหพร้อมกับง้างมือขึ้นหมายจะชกหน้าของผมแต่โทษทีที่ผมหลบทัน
“…”
“ชิบ มึงเป็นใคร”
“เป็นคนที่สามารถทำให้มึงนอนสลบที่พื้นได้ด้วยหมัดเดียว” ผมปรายตามองลูกค้าที่ทำเป็นเก่งในตอนนี้
“เหอะ กูว่าไปเรียกเจ้าของมาคุยดีกว่า เสียเวลากับเด็ก…”
ผลั้ว
หมัดขวาที่ผมชอบใช้เวลาคนพูดอะไรไม่เข้าหูถูกชกอย่างแรงที่ใบหน้าข้างซ้ายของลูกค้าปากดี เพียงแค่หมัดเดียวมันก็ล้มลงไปนอนอยู่ที่พื้นอย่างหมดสภาพ
“กรี๊ดดด”
“ออกไปกันเถะ”
ลูกค้าที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างตกใจและกรีดร้อง บรรยากาศแสนวุ่นวายเริ่มขึ้นทันที ผมมองภาพตรงหน้าก่อนจะทิ้งบุหรี่ลงพื้น ให้ตายสิ ผมคงต้องโดนโอโต้ซังด่าอีกแน่ๆ คราวนี้
“มึงเรียกใครเด็ก” ผมย่อตัวลงไปหาร่างหนาที่นอนกองอยู่ที่พื้นพลางพูดขึ้น “อย่าเข้ามาห้าวแถวนี้อีกนะลุง”
“…” ไร้ซึ่งการตอบรับเพราะตอนนี้เขานอนหมดสติ
“ขะขอบคุณนะคะคุณคิริว” ร่างบางของพนักงานสาวเข้ามาขอบคุณผมที่ช่วยเอาไว้ “นิวไม่มีอะไรจะพูดนอกจากขอบคุณ ขอบคุณมากนะคะ”
“ทำไมจะไม่มี” ผมมองร่างบางอย่างพิจารณา หึ
“คะ”
“อยากขอบคุณไม่ใช่เหรอ มาสิ”