“ห๊า! ลุงเจมส์เป็นเสือไบเหรอ เพิ่งจีบสาวมาหยก ๆ ไหงตอนนี้ทำหน้าเหมือนจะกินหมอเจย์”
อัยยาลิณณ์ตื่นมาก็มาอยู่บนที่นอนในห้องจักรทัศน์แล้ว แถมได้เห็นแพทย์หนุ่มตาเยิ้มกระโจนใส่อ้อมอกหนุ่มใหญ่พอดิบพอดี ถึงเจมีไนน์จะผงะไปบ้างแต่ก็…โอบกอดลูบหลังอยู่สักพักเหมือนจะชอบใจเอามาก ๆ ด้วยซ้ำ แต่เรื่องแปลกมันมีมากกว่านั้น
ทำไมเจมีไนน์ถึงมีน้ำตาเมื่อรู้เรื่องครอบครัวของจักรทัศน์
ทำไมต้องหยิบรูปถ่ายบานนั้นติดมือไปด้วย ชอบหรือประทับใจคนในรูปหรืออย่างไร
ทำไมต้องทำมีลับลมคมในถึงเพียงนี้
อัยยาลิณณ์มาถึงลานจอดรถจนเจอกับฝาแฝดจักรทัศน์ งั้นขอเสียมารยาทยืนฟังด้วยแล้วกัน
“นี่คุณ…คุณพูดไทยงั้นเหรอ” ดวงตาคู่งามเบิกโพล่งโตด้วยความแปลกใจ
งั้นทุกคนรวมทั้งตัวเธอโดนต้มจนเปื่อยเสียแล้ว อีกอย่างข้อมูลบนหนังสือเดินทางระบุชัดเจนว่าชายคนนี้อายุ 53 ปี แต่หน้าตากลับดูอ่อนเยาว์จนเหมือนถือพาสปอร์ตปลอมยังไงยังงงั้น
“นั่น! ในมือคุณ นั่นมันรูปถ่ายจากที่ห้องเจย์นี่นา นี่คิดจะขโมยงั้นเหรอ” เจนีนแค่นเสียง ชี้นิ้วย้ำ ๆ ไปยังสิ่งที่อยู่ในมือ
“เข้าใจผิดแล้ว พอดีผมเซไปชนมันตกน่ะ เลยจะเอาไปเปลี่ยนกรอบให้เดี๋ยวมาคืนทีหลัง รูปครอบครัวแตกมันดูไม่ดีนะครับ” เขายื่นหน้าบานกระจกที่ร้าวเป็นทางยาวให้เห็น
“งั้นเปลี่ยนเสร็จรีบเอามาคืนด้วยนะคะ ฉันจะกำชับเจย์ไว้” ยิ่งเป็นรูปที่ถ่ายด้วยกันสามคนแม่ลูกด้วยแล้วยิ่งมีคุณค่าทางใจ
“ตกลงครับ”
“แล้วทำไมรู้จักชื่อฉันล่ะคะ”
“หมอเจย์เล่าให้ฟังน่ะ พอดีเห็นรูปเจนีนด้วยก็เลยรู้ เอ่อ…อันที่จริงถ้าไม่รังเกียจเรียกผมว่าลุงเจมส์เถอะครับ ” จักรทัศน์เพิ่งเล่าให้ฟังไปหยก ๆ ว่าฝาแฝดคือตัวอ่อนที่ปฏิสนธิและเจริญเติบโตในท้องมาพร้อมกัน ตอนผ่าคลอดหมอบังเอิญหยิบคนหนึ่งออกมาก่อนเท่านั้น…แล้วจะให้เรียกเจนีนว่าพี่ได้ยังไงกัน
“ทำไมต้องเรียกล่ะคะ เพิ่งเจอกันครั้งแรกจะมาทำตัวคุ้นเคยเลยเหรอคะ” หญิงสาวทำตาเล็กตาน้อยพลางยกแขนกอดอกแน่น เจมีไนน์ยืนมองอยู่เกือบหลุดหัวเราะออก
“มีอะไรน่าขำเหรอคะ”
“เปล่าหรอก แต่หมอเจย์เรียกผมลุงเจมส์จริง ๆ นะ เราต่างไม่ใช่คนแปลกหน้ากันแล้ว”
“อืม…จะอะไรก็ช่างเถอะ แต่คุณต้องตอบฉันก่อนว่าคุณเป็นใคร ทำไมเจย์ถึงเมาทุกครั้งที่อยู่กับคุณแล้ว…ทำไมต้องเป็นคุณตามมาส่งด้วยล่ะ”
ทันทีที่อีกฝ่ายแนะนำตัวว่าเป็นบาร์เทนเดอร์ที่เคยผสมเครื่องดื่มให้จักรทัศน์ก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาแอบใส่อะไรลงไปด้วยหรือเปล่า แต่ผลการตรวจร่างกายไม่พบสารเสพติดหรือสารแปลกปลอมเลย
ลึก ๆ สงสัยว่าเขาจะเป็นคู่ขากับจักรทัศน์ด้วยหรือเปล่า
“เผอิญหมอเจย์อยู่กับลุงพอดีน่ะ ถ้าลุงไม่มาส่งแล้วใครจะมาส่งล่ะครับ เจนีนสงสัยอะไรถามได้เลยนะ” เจมีไนน์มองเห็นเครื่องหมายคำถามมากมายบนเรียวหน้าคู่สนทนา
“คืนนั้นเหมือนเดือนก่อน คุณผสมอะไรให้เจย์ดื่ม”
“ผสม? ลุงเนี่ยนะ”
“ใช่ เจย์เมามากตื่นขึ้นมายังไม่ทันจะสร่างเมาดีก็ลื่นตกบันได ตื่นมาก็เห็นภาพหลอนอีก ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าอาการทางประสาทคือผลข้างเคียงจากอุบัติเหตุหรือยาที่คุณผสมให้”
“ลุงว่าเจนีนคิดมากไปนะ จะบอกให้ก็ได้หมอเจย์สั่งลุงเพิ่มช็อตทุกแก้วเพราะบอกว่าอยากได้เหล้าแรง ๆ ให้ลืมความอกหักแต่ไม่รู้ขีดจำกัดของตัวเอง แล้วงี้จะไม่เมาได้ไง”
แฝดคนพี่ได้ยินแบบนี้ยิ่งมึนเข้าไปใหญ่ ทั้งที่เป็นคนขอเลิกเองแท้ ๆ ผ่านมาหลายวันแล้วทำไมเพิ่งรู้สึกช้ำใจ ความรู้สึกจะช้าอะไรปานนั้น
“งั้นถามตรง ๆ นะ คุณกับเจย์เป็นคู่เกย์หรือเปล่า”
คำถามนี้หนุ่มใหญ่ระเบิดหัวเราะกร๊ากจนตัวงอเลยทีเดียว
“โน ๆ ลุงไม่ได้เป็นเกย์ หมอเจย์ก็ไม่ได้เป็นด้วย ลุงนั่งยันนอนยันให้เลย” เจมีไนน์ปฏิเสธรัว ๆ เพราะมีคนคุยด้วยแล้ว
“หึ๊ย! เสือไบสิไม่ว่า ตะกี้กอดหมอเจย์หน้าฉ่ำเลยนะลุง” บุคคลที่สามที่ไม่มีใครมองเห็นพูดออกมาขณะท้าวแขนพิงร่างกับรถยนต์หรู
“เจนีนว่าไงนะเมื่อกี้”
“ห๊า! อะไร ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ”
“เมื่อกี้ลุงได้ยินจริง ๆ นะ เหมือนมีเสียงผู้หญิงพูดแทรกขึ้นมาหรือลุงจะหูฝาดไป” ร่างสูงหันซ้ายหันขวามองไปรอบ ๆ
ลานจอดรถเงียบสงัดไม่มีใครอีกนอกจากทั้งสองคน
อัยยาลิณณ์เบิกตาโต ยกมือปิดปากอย่างรวดเร็ว มันจะเป็นไปได้อย่างไรเมื่อไม่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ แหกปากตะโกนใส่ยังไม่ได้ยิน
“เอ่อ…ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วฉันจะขึ้นไปหาเจย์สักหน่อย ยังไงก็…ขอบคุณที่พามาส่งนะคะคุณดีแลน” สุดท้ายเธอก็ไม่ยอมเรียกอย่างที่เจมีไนน์อยากให้เรียก
“ยินดีเสมอครับเจนีน”
เจนีนลอบมองชายแปลกหน้าขับ Maserati คันงามจากไปจนลับสายตา ก่อนจะหันไปขึงตาใส่นิติบุคคลที่เกือบทำแผนแตกเมื่อสักครู่ แต่อีกฝ่ายบอกว่ายังไม่ได้พูดอะไรสักคำระหว่างอัดคลิปเหตุการณ์
“ไม่เชื่อก็เปิดคลิปสิ ถ้าพี่พูดต้องมีเสียงพี่ติดลงไปด้วย นี่ไม่มีเลย”
“อ้าว! ได้ไงกัน เจนีนอุตส่าห์รีบตัดจบให้ แล้วสรุปมันเสียงใครกันล่ะคะ” ต่างคนต่างมองแต่ไม่มีคำตอบให้กัน ส่วนอัยยาลิณณ์แค่เดินต่อไปอีกไม่กี่ก้าวก็ถูกวาร์ปกลับขึ้นห้องแล้ว
“ลุงเจมส์ได้ยินเสียงเราจริง ๆ เหรอ”
ความจริงแล้ว…
ไม่มีเสียงพูดของใครทั้งสิ้น เจมีไนน์เหลือบไปเห็นปาปารัซซี่จำเป็นที่มั่นใจว่าหลบมิดแล้ว แต่คงลืมมองด้านหลังไป
ข้างหลังเป็นล๊อบบี้ที่มีกระจกใสบานใหญ่เลยทำให้เห็นเงาสะท้อนคนแอบถ่ายคลิปเต็มสองตา เจมีไนน์แสร้งว่าได้ยินเสียงผู้หญิงเพื่อแหย่ให้อีกฝ่ายตกใจเล่น
ทว่าคืนนี้โชคชะตาเป็นใจเหลือเกินที่ได้ยินเรื่องราวดี ๆ จากคนพิเศษทั้ง 3 คน
เจมีไนน์หยัดยิ้มมุมปาก เคาะนิ้วกับพวงมาลัยอย่างอารมณ์ดีพลางฮัมเพลงตามเสียงเครื่องเล่นเพลงที่มีความหมายทำนองที่ว่า…ไม่มีวันลืมเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเรา
Do you think I have forgotten…about you!