คุณคือใคร

1225 Words
“ห๊า! ลุงเจมส์เป็นเสือไบเหรอ เพิ่งจีบสาวมาหยก ๆ ไหงตอนนี้ทำหน้าเหมือนจะกินหมอเจย์” อัยยาลิณณ์ตื่นมาก็มาอยู่บนที่นอนในห้องจักรทัศน์แล้ว แถมได้เห็นแพทย์หนุ่มตาเยิ้มกระโจนใส่อ้อมอกหนุ่มใหญ่พอดิบพอดี ถึงเจมีไนน์จะผงะไปบ้างแต่ก็…โอบกอดลูบหลังอยู่สักพักเหมือนจะชอบใจเอามาก ๆ ด้วยซ้ำ แต่เรื่องแปลกมันมีมากกว่านั้น ทำไมเจมีไนน์ถึงมีน้ำตาเมื่อรู้เรื่องครอบครัวของจักรทัศน์ ทำไมต้องหยิบรูปถ่ายบานนั้นติดมือไปด้วย ชอบหรือประทับใจคนในรูปหรืออย่างไร ทำไมต้องทำมีลับลมคมในถึงเพียงนี้ อัยยาลิณณ์มาถึงลานจอดรถจนเจอกับฝาแฝดจักรทัศน์ งั้นขอเสียมารยาทยืนฟังด้วยแล้วกัน “นี่คุณ…คุณพูดไทยงั้นเหรอ” ดวงตาคู่งามเบิกโพล่งโตด้วยความแปลกใจ งั้นทุกคนรวมทั้งตัวเธอโดนต้มจนเปื่อยเสียแล้ว อีกอย่างข้อมูลบนหนังสือเดินทางระบุชัดเจนว่าชายคนนี้อายุ 53 ปี แต่หน้าตากลับดูอ่อนเยาว์จนเหมือนถือพาสปอร์ตปลอมยังไงยังงงั้น “นั่น! ในมือคุณ นั่นมันรูปถ่ายจากที่ห้องเจย์นี่นา นี่คิดจะขโมยงั้นเหรอ” เจนีนแค่นเสียง ชี้นิ้วย้ำ ๆ ไปยังสิ่งที่อยู่ในมือ “เข้าใจผิดแล้ว พอดีผมเซไปชนมันตกน่ะ เลยจะเอาไปเปลี่ยนกรอบให้เดี๋ยวมาคืนทีหลัง รูปครอบครัวแตกมันดูไม่ดีนะครับ” เขายื่นหน้าบานกระจกที่ร้าวเป็นทางยาวให้เห็น “งั้นเปลี่ยนเสร็จรีบเอามาคืนด้วยนะคะ ฉันจะกำชับเจย์ไว้” ยิ่งเป็นรูปที่ถ่ายด้วยกันสามคนแม่ลูกด้วยแล้วยิ่งมีคุณค่าทางใจ “ตกลงครับ” “แล้วทำไมรู้จักชื่อฉันล่ะคะ” “หมอเจย์เล่าให้ฟังน่ะ พอดีเห็นรูปเจนีนด้วยก็เลยรู้ เอ่อ…อันที่จริงถ้าไม่รังเกียจเรียกผมว่าลุงเจมส์เถอะครับ ” จักรทัศน์เพิ่งเล่าให้ฟังไปหยก ๆ ว่าฝาแฝดคือตัวอ่อนที่ปฏิสนธิและเจริญเติบโตในท้องมาพร้อมกัน ตอนผ่าคลอดหมอบังเอิญหยิบคนหนึ่งออกมาก่อนเท่านั้น…แล้วจะให้เรียกเจนีนว่าพี่ได้ยังไงกัน “ทำไมต้องเรียกล่ะคะ เพิ่งเจอกันครั้งแรกจะมาทำตัวคุ้นเคยเลยเหรอคะ” หญิงสาวทำตาเล็กตาน้อยพลางยกแขนกอดอกแน่น เจมีไนน์ยืนมองอยู่เกือบหลุดหัวเราะออก “มีอะไรน่าขำเหรอคะ” “เปล่าหรอก แต่หมอเจย์เรียกผมลุงเจมส์จริง ๆ นะ เราต่างไม่ใช่คนแปลกหน้ากันแล้ว” “อืม…จะอะไรก็ช่างเถอะ แต่คุณต้องตอบฉันก่อนว่าคุณเป็นใคร ทำไมเจย์ถึงเมาทุกครั้งที่อยู่กับคุณแล้ว…ทำไมต้องเป็นคุณตามมาส่งด้วยล่ะ” ทันทีที่อีกฝ่ายแนะนำตัวว่าเป็นบาร์เทนเดอร์ที่เคยผสมเครื่องดื่มให้จักรทัศน์ก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาแอบใส่อะไรลงไปด้วยหรือเปล่า แต่ผลการตรวจร่างกายไม่พบสารเสพติดหรือสารแปลกปลอมเลย ลึก ๆ สงสัยว่าเขาจะเป็นคู่ขากับจักรทัศน์ด้วยหรือเปล่า “เผอิญหมอเจย์อยู่กับลุงพอดีน่ะ ถ้าลุงไม่มาส่งแล้วใครจะมาส่งล่ะครับ เจนีนสงสัยอะไรถามได้เลยนะ” เจมีไนน์มองเห็นเครื่องหมายคำถามมากมายบนเรียวหน้าคู่สนทนา “คืนนั้นเหมือนเดือนก่อน คุณผสมอะไรให้เจย์ดื่ม” “ผสม? ลุงเนี่ยนะ” “ใช่ เจย์เมามากตื่นขึ้นมายังไม่ทันจะสร่างเมาดีก็ลื่นตกบันได ตื่นมาก็เห็นภาพหลอนอีก ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าอาการทางประสาทคือผลข้างเคียงจากอุบัติเหตุหรือยาที่คุณผสมให้” “ลุงว่าเจนีนคิดมากไปนะ จะบอกให้ก็ได้หมอเจย์สั่งลุงเพิ่มช็อตทุกแก้วเพราะบอกว่าอยากได้เหล้าแรง ๆ ให้ลืมความอกหักแต่ไม่รู้ขีดจำกัดของตัวเอง แล้วงี้จะไม่เมาได้ไง” แฝดคนพี่ได้ยินแบบนี้ยิ่งมึนเข้าไปใหญ่ ทั้งที่เป็นคนขอเลิกเองแท้ ๆ ผ่านมาหลายวันแล้วทำไมเพิ่งรู้สึกช้ำใจ ความรู้สึกจะช้าอะไรปานนั้น “งั้นถามตรง ๆ นะ คุณกับเจย์เป็นคู่เกย์หรือเปล่า” คำถามนี้หนุ่มใหญ่ระเบิดหัวเราะกร๊ากจนตัวงอเลยทีเดียว “โน ๆ ลุงไม่ได้เป็นเกย์ หมอเจย์ก็ไม่ได้เป็นด้วย ลุงนั่งยันนอนยันให้เลย” เจมีไนน์ปฏิเสธรัว ๆ เพราะมีคนคุยด้วยแล้ว “หึ๊ย! เสือไบสิไม่ว่า ตะกี้กอดหมอเจย์หน้าฉ่ำเลยนะลุง” บุคคลที่สามที่ไม่มีใครมองเห็นพูดออกมาขณะท้าวแขนพิงร่างกับรถยนต์หรู “เจนีนว่าไงนะเมื่อกี้” “ห๊า! อะไร ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ” “เมื่อกี้ลุงได้ยินจริง ๆ นะ เหมือนมีเสียงผู้หญิงพูดแทรกขึ้นมาหรือลุงจะหูฝาดไป” ร่างสูงหันซ้ายหันขวามองไปรอบ ๆ ลานจอดรถเงียบสงัดไม่มีใครอีกนอกจากทั้งสองคน อัยยาลิณณ์เบิกตาโต ยกมือปิดปากอย่างรวดเร็ว มันจะเป็นไปได้อย่างไรเมื่อไม่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ แหกปากตะโกนใส่ยังไม่ได้ยิน “เอ่อ…ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วฉันจะขึ้นไปหาเจย์สักหน่อย ยังไงก็…ขอบคุณที่พามาส่งนะคะคุณดีแลน” สุดท้ายเธอก็ไม่ยอมเรียกอย่างที่เจมีไนน์อยากให้เรียก “ยินดีเสมอครับเจนีน” เจนีนลอบมองชายแปลกหน้าขับ Maserati คันงามจากไปจนลับสายตา ก่อนจะหันไปขึงตาใส่นิติบุคคลที่เกือบทำแผนแตกเมื่อสักครู่ แต่อีกฝ่ายบอกว่ายังไม่ได้พูดอะไรสักคำระหว่างอัดคลิปเหตุการณ์ “ไม่เชื่อก็เปิดคลิปสิ ถ้าพี่พูดต้องมีเสียงพี่ติดลงไปด้วย นี่ไม่มีเลย” “อ้าว! ได้ไงกัน เจนีนอุตส่าห์รีบตัดจบให้ แล้วสรุปมันเสียงใครกันล่ะคะ” ต่างคนต่างมองแต่ไม่มีคำตอบให้กัน ส่วนอัยยาลิณณ์แค่เดินต่อไปอีกไม่กี่ก้าวก็ถูกวาร์ปกลับขึ้นห้องแล้ว “ลุงเจมส์ได้ยินเสียงเราจริง ๆ เหรอ” ความจริงแล้ว… ไม่มีเสียงพูดของใครทั้งสิ้น เจมีไนน์เหลือบไปเห็นปาปารัซซี่จำเป็นที่มั่นใจว่าหลบมิดแล้ว แต่คงลืมมองด้านหลังไป ข้างหลังเป็นล๊อบบี้ที่มีกระจกใสบานใหญ่เลยทำให้เห็นเงาสะท้อนคนแอบถ่ายคลิปเต็มสองตา เจมีไนน์แสร้งว่าได้ยินเสียงผู้หญิงเพื่อแหย่ให้อีกฝ่ายตกใจเล่น ทว่าคืนนี้โชคชะตาเป็นใจเหลือเกินที่ได้ยินเรื่องราวดี ๆ จากคนพิเศษทั้ง 3 คน เจมีไนน์หยัดยิ้มมุมปาก เคาะนิ้วกับพวงมาลัยอย่างอารมณ์ดีพลางฮัมเพลงตามเสียงเครื่องเล่นเพลงที่มีความหมายทำนองที่ว่า…ไม่มีวันลืมเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเรา Do you think I have forgotten…about you!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD