ทีแรกจักรทัศน์คิดว่าจะจบที่เลี้ยงกาแฟแล้วแยกย้าย พอเจมีไนน์รู้ว่าพรุ่งนี้เป็นวันหยุดของแพทย์หนุ่มพอดีจึงชวนไปนั่งดื่มต่อที่บาร์แห่งหนึ่งไม่ไกลจากคอนโดฯ โดยให้เหตุผลว่าทำงานภายใต้แรงกดดันควรผ่อนคลายบ้าง
“ไปก็ดีแต่คืนนี้เจย์จะไม่เมาหลับแบบเดิมแล้วนะครับ ฮ่า ๆ” จักรทัศน์รับปากอย่างดิบดี มีคนรับอาสาเป็นเพื่อนดื่มเพื่อนเที่ยวแล้วมีหรือจะพลาดโอกาส
“กลัวอะไรลุงอยู่ด้วยทั้งคน บ้านก็อยู่แค่นี้เอง ลุงไปส่งก็ได้” บาร์เทนเดอร์ฝีมือระดับแชมเปี้ยนรู้ระดับดีกรีของเหล้าทุกชนิดและรู้ขีดจำกัดของจักรทัศน์เป็นอย่างดี
ครั้งนี้ไม่เมาหลับ…แต่จะเมาพอให้คลายความจริงได้
2 ชั่วโมงต่อมา
“ฮั่นแน่! แอบไปโทรหาสาวผมสั้นมาสินะครับ ลุงเจมส์หรอยแรงนิ ฮ่า ๆ” คนอายุน้อยกว่าหน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์สะกิดศอกแซว หลังเจมีไนน์ลุกไปโทรศัพท์หาใครบางคน
คนอายุมากกว่าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วยักไหล่แทนคำตอบ
“ลุงเจมส์ยังไม่บอกเคล็ดลับเจย์เลยนะครับ ว่าทำยังไงให้เสน่ห์แรงจนสาวหลง เอิ๊ก~” .
“หมอยังไม่บอกลุงเลยนะว่าทำไมถึงรู้เรื่องของลุง ทั้งที่เพิ่งมาถึง” ตอนแรกจักรทัศน์โกหกไปว่าเงยหน้าไปมองแล้วเห็นพอดี…เพราะจุดที่ปรมานั่งมองจากมุมไหนก็ไม่เห็นเพราะป้ายไม้บังอยู่
ตอนนี้เมาได้ที่จนน่าจะคลายความจริงออกมาได้
“จุ๊ ๆ อย่าดังไปนะครับลุงเจมส์” จักรทัศน์เปลือกตาปรือ ยกนิ้วทาบปาก ขยับร่างเข้าใกล้เจมีไนน์เหมือนไม่อยากให้บางคนได้ยิน
“เจย์มีพรายกระซิบ เขาไปเห็นลุงคุยกับสาวคนนั้นพอดี เขาบอกว่า…เห็นแล้วสะเทือนใจอย่างแรงนิ” สารภาพแบบใดให้เหมือนเพ้อเจ้อ
“อ๋อเหรอ…แล้วตอนนี้เขายังตามอยู่มั้ยล่ะ” เจมีไนน์ทำท่าหันซ้ายหันขวา แม้ไม่เชื่อเรื่องผีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วแต่ตามน้ำสักหน่อยจะเป็นอะไรไป
“นั่งหน้าบูดเป็นตูดอยู่ข้างหลังลุงเจมส์ไงครับ บอกแล้วอย่าแอบฟังคนคุยโทรศัพท์กัน ฮ่า ๆ ๆ” แต่ข้างหลังก็ว่างเปล่า
“พูดไปเรื่อย หมอเมาแล้วนะ”
“เจย์ม่ายเมา คืนนี้เจย์จะม่ายเมาอีกแล้ว” ว่าแล้วก็กระดกอีกครึ่งที่เหลือในแก้วเข้าปากรวดเดียว ร่างโปร่งแสงนอนฟุบหน้ากับเคาน์เตอร์บาร์ด้วยความเบื่อหน่าย
“ตาลง่วงแล้วงะ ตาลนอนก่อนนะเจย์ เดี๋ยวคงได้เจอกันที่ห้องเจย์พอดี”
อัยยาลิณณ์หาวปากกว้าง ล้มตัวนอนบนโซฟา เธอไม่จำเป็นต้องตามจักรทัศน์ทุกฝีก้าวเพราะเมื่อไหร่ที่อยู่ห่างกันเกิน 200 เมตรก็จะวาร์ปไปหากันเสมอเหมือนมีบางอย่างผูกโยงทั้งสองเข้าด้วยกัน
ท่ามกลางแสงสลัวไม่ค่อยวุ่นวาย มีเสียงเปียโนกับแซกโซโฟนบรรเลงสดเหมือนเพลงกล่อม เพียงชั่วครู่อัยยาลิณณ์ก็ผล็อยหลับปล่อยให้สองหนุ่มกรึ๊บกันต่อไป
เวลา 23.45 น.
“คุณเจนีนคะ ผู้ชายคนนั้นมาอีกแล้วค่ะ เพิ่งขึ้นลิฟต์ไปกับหมอเจย์เมื่อกี้นี้เองแถมหมอเจย์ยังเมาแอ๋มาด้วยค่ะ เอ…เหมือนเขาขับมาเองด้วยค่ะ ถ้าจะมาดักเจอก็รีบมาเลยค่ะ โอเคค่ะ…” หลังวางสายนิติบุคคลแอบแชะรูปบนพาสปอร์ต จากนั้นวิ่งไปที่ลานจอดรถหน้าล๊อบบี้เพื่อเก็บภาพ Maresati และป้ายทะเบียนตามคำสั่งของปลายสาย
เจนีนกำลังมุ่งหน้ามาที่คอนโดฯ แห่งนี้
“ที่นี่ที่หนายคร้าบลูงเจมส์~ เอิ๊กกก”
จำบ้านตัวเองไม่ได้ซะงั้น
เจมีไนน์ประคองร่างอ่อนปวกเปียกให้นั่งพิงโซฟา ก่อนจะก้มลงไปถอดรองเท้าให้แล้วหยิบน้ำมาให้ดื่ม มารอบนี้แขกพิเศษยังคงสนใจรูปถ่ายบนผนังจนถึงกับไปยืนจ้องอยู่หลายนาทีโดยเฉพาะรูปที่ถ่ายด้วยกันสามคนแม่ลูก
“อันนั้นรูปเจย์ตอนเด็กเองคร้าบ หล่อใช่มั้ยคร้าบบบบ เอิ๊ก~” เจ้าของห้องนำเสนอตัวเองด้วยเสียงคางยาน “คาย ๆ ก็บอกว่าเจย์หล่อตั้งแต่เด็กเลยยยย ฮ่า ๆ ๆ ๆ ลูงเจมส์…เหนด้วยมะคร้าบบบบ”
“เห็นด้วยสิ เอาอะไรมาไม่หล่อล่ะ” หนุ่มใหญ่หันมากระตุกยิ้มพลางชี้ไปที่คนในภาพตรงหน้า
“ถ้าเดาไม่ผิดนี่คุณแม่ใช่มั้ย”
“ช่ายคร้าบ มี๊เจย์เอง…สวยมั้ยล่า ถ้าไม่สวย…แด๊ดจะจีบเหย๋อ”
“สวยสิ สวยกว่าผู้หญิงทุกคนที่ลุงเคยรู้จักมาทั้งชีวิตเลยล่ะ” ร่างสูงชะลูดก้าวช้า ๆ มานั่งตรงข้ามกับจักรทัศน์ที่ดูไม่น่าจะรู้ตัวว่าพูดอะไรหลังจากนี้
“นง นง นง แต่มี๊มีแฟน…แล้วคร้าบ แฟนหล่อมาก ลูงเจมส์…หมดสิทธิ์น้าคร้าบ…”
“งั้นเหรอ…แล้วแม่เราชื่ออะไร” เจมีไนน์กลืนน้ำลายขณะรอคำตอบ พออีกฝ่ายตอบสนองไม่ทันใจจึงย้ำด้วยเสียงเข้มอีกรอบ
“เจคอป! แม่ชื่ออะไรตอบสิ”
“อ๋อ ๆ ชื่อ…ได ไดอาน่า ไดอาน่า ประทานชัย”
“ไดอาน่า หวัง…ชื่อไดอาน่า หวังต่างหาก”
“ช่ายยยย ชื่อเก่าของมี๊ก่อนได้กับแด๊ด เอ๊ย…จดทะเบียนสมรสกัน…”
“แล้วรู้จัก…แดเนียล หวังมั้ย” เจมีไนน์กลั้นใจถามคำถามนี้โดยเผื่อใจกับคำตอบไว้บ้างแล้ว จักรทัศน์นิ่งไปชั่วครู่เงยหน้าขึ้นมอง ตาปรือเยิ้มและพยักหน้าหงึก ๆ
“ลุงแดน พี่ชายของมี๊คร้าบบบ”
“หลายปีมานี้เดียร์ เอ่อ แม่เราน่ะ…พูดถึงแดเนียลบ้างมั้ย” ตาเรียวยาวร้อนผ่าวฉับพลัน ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกหรือผิดที่ถามออกไปแบบนั้น
“มี๊บ่น…คิดถึงลุงแดนตลอด คิดถึงม๊าก ๆ ด้วย…มี๊กับลุงแดน…มีกันแค่สองคนพี่น้อง…มาตลอด”
“แล้ว…หมอเจย์ว่าลุงแดนเป็นคนยังไงเหรอ”
“เจย์กับเจนีน…ไม่เคย…เจอลูงแดน แต่มี๊บอกว่า…ลุงแดนไปทำงาน…เพื่อประเทศชาติ…ภารกิจสำคัญมาก และ…และมี๊ว่าเจย์เรียนเก่ง…และหล่อเหมือนลุงแดน…เอิ๊กกกก” สงสัยจะใช้พลังงานในการคุยมากไป จักรทัศน์ง่วงเต็มที่จนใกล้ได้ไปเฝ้าพระอินทร์แล้ว
“แล้วหมออยากเจอแดเนียลมั้ย หมอตื่นก่อนสิ” เจมีไนน์เขย่าร่างจนคนเมาสะดุ้งลืมตาพลางพยักหน้าช้า ๆ
“อยาก ๆ ๆ อยากเจอ ๆ ๆ คร้าบบบบ”
“คำถามสุดท้ายถ้าเจอแล้วจะพูดอะไรกับเขา เฮ้! หมอตื่นมาตอบก่อนสิ”
“เจย์จะทำแบบนี้…ฮ่า ๆ ๆ จะกอด จะจ๊วบลุงเแดน…ให้หายคิดถึงเลยคร้าบบบ…ฮ่า ๆ ๆ ๆ” พูดจบก็กระโจนเข้ากอดรัดฟัดเหวี่ยงอีกฝ่ายเป็นการใหญ่
“โอเคเชื่อแล้ว เดี๋ยว ๆ หมอไม่ต้องทำท่าประกอบก็ได้ หมอ…เฮ้! เจย์” เจมีไนน์เขย่าเบา ๆ พลางก้มลงมองจักรทัศน์หลับปุ๋ยคาอกตัวเองด้วยความเอ็นดู
อยากอยู่ให้นานกว่านี้แต่คงไม่ได้
“ขอโทษนะเจย์ที่ลุงต้องใช้วิธีนี้ หวังว่าวันพรุ่งนี้ตื่นมาจะลืมทุกอย่างที่ลุงถามนะ” มือหนาลูบศีรษะแพทย์หนุ่มที่หลับสนิทบนโซฟา ก่อนออกจากห้องพร้อมบางอย่างติดมือไปโดยที่ไม่รู้ว่ามีอีกคนที่เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่
“ลุงเจมส์เอาอะไรไปด้วยน่ะ”
อัยยาลิณณ์ชะโงกหน้าไปมองจนเห็นว่ามันเป็นกรอบรูปบานหนึ่ง เธอตามเจมีไนน์ไปถึงลานจอดรถหน้าคอนโดฯ ทันใดนั้นก็มีเสียงผู้หญิงตะโกนเรียกเขาเป็นภาษาอังกฤษทางด้านหลัง
“เฮ้! คุณน่ะ หยุดคุยกันก่อนสิ คุณเป็นคนพาน้องชายฉันมาส่งใช่มั้ย” เจมีไนน์หันกลับไปเผยยิ้มจาง ๆ มุมปากแล้วตอบกลับด้วยภาษาไทย
“เจนีนใช่มั้ย ยินดีที่ได้เจอนะครับ”